แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (ภาพยนตร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์
Two posters, one with photographs and the other hand-drawn, both depicting a young boy with glasses, an old man with glasses, a young girl holding books, a redheaded boy, and a large bearded man in front of a castle, with an owl flying. The left poster also features an adult man, an old woman, and a train, with the titles being "Harry Potter and the Philosopher's Stone". The right poster has a long-nosed goblin and blowtorches, with the title "Harry Potter and the Sorcerer's Stone".
ใบปิดภาพยนตร์ฉบับนานาชาติแสดงชื่อเรื่อง Philosopher's Stone (ซ้าย) และฉบับอเมริกัน ออกแบบโดยดรูว์ สตรูซาน แสดงชื่อเรื่องSorcerer's Stone (ขวา)
กำกับ คริส โคลัมบัส
อำนวยการสร้าง เดวิด เฮย์แมน
เขียนบท สตีฟ โคลฟส์
เค้าโครงจาก แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ โดย
เจ. เค. โรว์ลิง
นำแสดง แดเนียล แรดคลิฟฟ์
รูเพิร์ท กรินท์
เอ็มม่า วัตสัน
ดนตรีประกอบ จอห์น วิลเลียมส์
กำกับภาพ จอห์น ซีล
ตัดต่อ ริชาร์ด แฟรนซิส-บรูซ
ค่าย เฮย์เดย์ฟิล์ม
1492 พิกเจอส์
จำหน่าย/เผยแพร่ วอร์เนอร์บราเธอส์พิกเจอส์
ฉาย 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 (2001-11-16)
สหราชอาณาจักร
16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 (2001-11-16)
สหรัฐอเมริกา
ความยาว 152 นาที[1]
ประเทศ สหราชอาณาจักร
สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]
รายได้ 974.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3]
ต่อจากนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (อังกฤษ: Harry Potter and the Philosopher's Stone (ออกฉายในบางภูมิภาคในชื่อภาคว่า the Sorcerer's Stone)) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีออกฉายเมื่อ ค.ศ. 2001 กำกับโดย คริส โคลัมบัส และจัดจำหน่ายโดยวอร์เนอร์บราเธอส์พิกเจอส์ เนื้อเรื่องยึดจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของเจ. เค. โรว์ลิง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคแรกในภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขียนเรื่องโดยสตีฟ โคลฟส์ และผลิตโดยเดวิด เฮย์แมน เนื้อเรื่องเล่าเกี่ยวกับการเรียนปีแรกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ฮอกวอตส์ ที่เขาพบว่าเขาเป็นพ่อมดที่มีชื่อเสียงและเริ่มศึกษาวิชาเวทมนตร์

ภาพยนตร์นำแสดงโดยแดเนียล แรดคลิฟฟ์ เป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ รูเพิร์ต กรินต์ เป็นรอน วีสลีย์ และเอ็มมา วัตสัน เป็นเฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ ภาพยนตร์มีภาคต่ออีก 7 ภาค เริ่มจาก แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ

ตามรายงาน วอร์เนอร์บราเธอส์ซื้อลิขสิทธิ์ทำภาพยนตร์จากหนังสือเมื่อ ค.ศ. 1999 เป็นเงิน 1 ล้านปอนด์ การผลิตภาพยนตร์เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรใน ค.ศ. 2000 โดยโคลัมบัสเลือกที่จะสร้างภาพยนตร์โดยใช้ผู้กำกับจำนวนไม่มาก โดยมีสตีเวน สปีลเบิร์ก และร็อบ เรเนอร์ เจ. เค. โรว์ลิงต้องการให้นักแสดงทั้งหมดเป็นชาวอังกฤษหรือชาวไอร์แลนด์ ภาพยนตร์ถ่ายทำในสตูดิโอลิฟส์เดนฟิล์ม และในอาคารประวัติศาสตร์ต่าง ๆ รอบสหราชอาณาจักร

ภาพยนตร์ออกฉายในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2001 ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ทำรายได้ได้มากกว่า 970 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก และได้เข้าชิงรางวัลมากมาย เช่น รางวัลออสการ์ สาขา ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม นับถึงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2014 ภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดอันดับที่ 21 ตลอดกาล และทำรายได้เป็นอันดับสองในภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นรองจากภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

แฮร์รี่อาศัยอยู่กับบ้านลุงกับป้าและลูกพี่ลูกน้องของเขามาเป็นเวลา 10 ปี วันหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับเขา เขาเผลอปล่อยงูใส่ลูกพี่ลูกน้องขณะไปเที่ยวสวนสัตว์ หลังจากนั้นเขาได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง แต่ลูกกับป้าเห็นเข้าเลยเอาไปทำลาย แต่จดหมายก็ถูกส่งมาเรี่อยๆ จนพวกเขาต้องย้ายไปอยู่ในกระท่อมกลางเกาะ ในคืนวันเกิดแฮร์รี่ เขาพบกับแฮกริดและรู้ว่าเขาเป็นพ่อมด ได้มีโอกาสไปเรียนโรงเรียนพ่อมดแม่มดของผู้วิเศษชื่อ ฮอกวอตส์ และได้ไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอน และในตอนที่เขาไปซื้อของที่ร้านไม้กายสิทธิ์นั้นเอง เขาได้ไม้มาและพบว่าใครคนหนึ่งที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อเขา และเขาคือคนที่ให้แผลเป็นรูปสายฟ้ากับแฮร์รี่ หลังจากนั้นเขาได้นำเรื่องนั้นไปถามแฮกริดและพบว่าคนคนนั้นคือ ลอร์ดโวลเดอมอร์ พ่อมดผู้ชั่วร้ายที่สุดและเขาคือคนฆ่าพ่อแม่แฮร์รี่

และในวันที่เขาไปโรงเรียนในตั๋วเขียนว่าให้ไปที่ชานชาลาที่ 9¾ แต่เขาไม่รู้ว่าชานชาลานั้นอยู่ที่ไหน แต่เขาได้พบกับรอนและครอบครัววิสลัย์ และได้ขึ้นรถไฟ ได้พบกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ฉลาดเป็นกรด และรถไฟก็ถึงฮอกวอตส์

ที่ฮอกวอตส์เขาถูกคัดสรรให้ไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ในชั่วโมงปรุงยา เขาได้พบกับศาสตราจารย์สเนปที่ไม่ถูกชะตากับแฮร์รี่อย่างมาก และเขาได้รู้จักกับควิดดิช กีฬาของพ่อมด เขาได้เป็นซีกเกอร์ประจำทีม วันหนึ่งเขาได้พบกับหมาสามหัว ในวันฮาโลวีน โทรลล์ถูกปล่อยออกมาทำลายของและเขาพบสเนปที่มีขาโชกเลือด และสงสัยว่าสเนปคือคนปล่อยโทรลล์ออกมา ในวันแข่งควิชดิชเขาเห็นสเนปสาปไม้กวาดแฮร์รี่ และสงสัยว่าสเนปพยายาทมฆ่าแฮร์รี่ หลังจากพวกเขาเล่าว่าสเนปทำอะไรให้แฮกริดฟัง แฮกริดก็ได้เผลอหลุดปากออกมาเกี่ยวกับบุคคลลึกลับที่ชื่อว่านิโคลัส แฟลมเมล

หลังจากนั้นเขาพบว่า นิโคลัส แฟลมเมลคือคนที่ประดิษฐ์ศิลาอาถรรพ์ ซึ่งทำให้ผู้ที่มีครอบครองเป็นอมตะ และพบว่าคนที่ต้องการศิลาอาถรรพ์คือโวลเดอมอร์ที่ตอนนี้อ่อนแอ และต้องพึ่งเลือดยูนิคอร์น และพวกเขาวางแผนจะป้องกันศิลาไว้ให้จงได้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร...ต้องติดตาม

นักแสดง[แก้]

ความสำเร็จของภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ซึ่งเข้าฉายในปี พ.ศ. 2544สามารถทำรายได้มากกว่า976ล้านเหรียญขึ้นเป็นภาพยนตร์ที่สร้างรายได้มากที่สุดในอันดับที่2ในเวลานั้นรองจากภาพยนตร์เรื่อง ไททานิก แฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคแรกในแบบฉบับภาพยนตร์ยังคงทำรายได้สูงสุดในบรรดาภาพยนตร์ทุกภาคอีกด้วย ปัจจุบันภาพยนตร์เรื่องแฮรฺรี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์อยู่ในอันดับที่5 ของภาพยนตร์ที่สร้างรายได้มากที่สุดในบรรดาแฮร์รี่ พอตเตอร์ทุกภาค นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์3สาขาอีกด้วย

สื่ออื่นๆ[แก้]

เกม[แก้]

ภายหลังจากแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ในแบบภาพยนตร์ได้เข้าฉายทั่วโลก บริษัทเกมจากประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างบริษัทElectronic Artsก็ได้ผลิตแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ในแบบฉบับวิดีโอเกมซึ่งสามารถเล่นได้กับ เพลย์สเตชัน เกมบอย เป็นต้น ภายหลังบริษัทElectronic Artsก็ได้ผลิตแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์รูปแบบวิดีโอเกมให้สามารถเล่นได้กับเพลย์สเตชัน2ได้อีกด้วย คุณสมบัติของเกมนี้คือสามารถเสกเวทมนตร์ต่างๆได้เหมือนกับภาพยนตร์ และยังสามารถเล่นควิดดิชได้อีกด้วย

ดนตรีประกอบภาพยนตร์[แก้]

ในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ได้มีดนตรีประกอบภาพยนตร์มากมายทำให้ได้มีการรวบรวมดนตรีประกอบภาพยนตร์ทุกเพลงลงในแผ่นดนตรีอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีเพลง Hedwig's Theme ที่เป็นดนตรีเอกลักษณ์ของภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ทุกๆภาคอีกด้วย ดนตรีในอัลบั้มเพลงมีดังนี้

  1. "Prologue"
  2. "Harry's Wondrous World"
  3. "The Arrival of Baby Harry"
  4. "Visit to the Zoo and Letters from Hogwarts"
  5. "Diagon Alley and the Gringotts Vault"
  6. "Platform Nine-and-Three-Quarters and the Journey to Hogwarts"
  7. "Entry into the Great Hall and the Banquet"
  8. "Mr. Longbottom Flies"
  9. "Hogwarts Forever! and the Moving Stairs"
  10. "The Norwegian Ridgeback and a Change of Season"
  11. "The Quidditch Match"
  12. "Christmas at Hogwarts"
  13. "The Invisibility Cloak and the Library Scene"
  14. "Fluffy's Harp"
  15. "In the Devil's Snare and the Flying Keys"
  16. "The Chess Game"
  17. "The Face of Voldemort"
  18. "Leaving Hogwarts"
  19. "Hedwig's Theme"

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]