โลกเวทมนตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โลกเวทมนตร์
Wizarding World
Wizarding World logo.jpg
ผู้สร้าง
งานต้นฉบับแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (2001)
ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์
ภาพยนตร์
โรงละคร
การแสดงแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเด็กต้องคำสาป
เบ็ดเตล็ด
สื่อดิจิทัลพอตเตอร์มอร์

โลกเวทมนตร์ (อังกฤษ: Wizarding World)[1][2] (หรือชื่อเดิม โลกเวทมนตร์ของเจ. เค. โรว์ลิง (อังกฤษ: J. K. Rowling's Wizarding World))[3][4] เป็น แฟรนไชส์สื่อผสม และ จักรวาลสมมติ ที่เป็นฉากหลังของภาพยนตร์มาจากนวนิยายแฟนตาซี ชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ของนักเขียน เจ. เค. โรว์ลิง จัดจำหน่ายโดยบริษัท วอร์เนอร์บราเธอส์ และผลิตโดยบริษัท เฮย์เดย์ฟิล์มส์ ซึ่งตั้งแต่ ค.ศ. 2000 ได้ผลิตภาพยนตร์ออกมาแล้ว 10 เรื่อง แบ่งเป็นภาพยนตร์ชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ แปดภาคและภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์ สองภาค และยังมีอีกสามเรื่องอยู่ในขั้นตอนการผลิต ภาพยนตร์ชุดนี้ทำรายได้มาแล้วกว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก เป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอันดับที่สาม รองจากจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล และ สตาร์ วอร์ส

เดวิด เฮย์แมน และ บริษัทของเขา เฮย์เดย์ฟิล์มส์ อำนวยสร้างให้กับภาพยนตร์ทุกเรื่องใน โลกเวทมนตร์ ขณะที่ คริส โคลัมบัส และ มาร์ค แรดคลิฟฟ์ ทำหน้าที่อำนวยการสร้างให้กับ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน, เดวิด บาร์รอน ทำหน้าที่อำนวยการสร้าง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ จนถึง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 และ โรว์ลิง อำนวยการสร้างให้กับภาพยนตร์สองเรื่องสุดท้ายของ ภาพยนตร์ชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาพยนตร์ชุด สัตว์มหัศจรรย์ ทั้งสองเรื่องนั้นอำนวยการสร้างโดย เฮย์แมน, โรว์ลิง, สตีฟ โคลฟส์ และ ไลโอเนล วิแกรม ภาพยนตร์ถูกเขียนและกำกับโดยหลายคน มีนักแสดงในภาพยนตร์จำนวนมาก โดยมีนักแสดงนำ ได้แก่ แดเนียล แรดคลิฟฟ์, รูเพิร์ต กรินต์, เอ็มมา วอตสัน และ เอดดี เรดเมน นอกจากนี้ยังมีอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์วางจำหน่ายด้วย แฟรนไชส์นี้ยังประกอบไปด้วย ละครเวที, สิ่งพิมพ์ดิจิทัล, ค่ายเกมส์ และ สวนสนุก

ภาพยนตร์เรื่องแรกของโลกเวทมนตร์นั้นคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (2001) ซึ่งตามด้วยภาคต่ออีกเจ็ดภาค เริ่มจาก แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ในปี ค.ศ. 2002 และจบที่ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 ในปี ค.ศ. 2011 ต่อมา ภาพยนตร์ชุด สัตว์มหัศจรรย์ เริ่มจาก สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ (2016) เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เป็นภาคแยกและภาคก่อนของภาพยนตร์ชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ และภาคต่อ สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ ฉายเมื่อ ค.ศ. 2018 ขณะที่ยังมีภาพยนตร์อีกสามเรื่องอยู่ในขั้นตอนการผลิต โดยภาพยนตร์เรื่องถัดไปมีกำหนดฉายวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021

เนื้อหา

ภาพยนตร์ชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์[แก้]

ภาพยนตร์[5][6][7] วันที่ฉาย ผู้กำกับ ผู้เขียนบท ผู้อำนวยการสร้าง
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์
(Harry Potter and the Philosopher's Stone)
16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 (2001-11-16) คริส โคลัมบัส[8][9] สตีฟ โคลฟส์[10] เดวิด เฮย์แมน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ
(Harry Potter and the Chamber of Secrets)
15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 (2002-11-15)
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
(Harry Potter and the Prisoner of Azkaban)
31 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 (2004-05-31) อัลฟอนโซ กัวรอน[11] เดวิด เฮย์แมน, คริส โคลัมบัส และ มาร์ค แรดคลิฟฟ์
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี
(Harry Potter and the Goblet of Fire)
18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 (2005-11-18) ไมค์ นิวเวลล์[12] เดวิด เฮย์แมน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์
(Harry Potter and the Order of the Phoenix)
11 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 (2007-07-11) เดวิด เยตส์[13][14][15] ไมเคิล โกลเดนเบิร์ก[16] เดวิด เฮย์แมน และ เดวิด แบร์รอน
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม
(Harry Potter and the Half-Blood Prince)
15 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 (2009-07-15) สตีฟ โคลฟส์[10]
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1
(Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 1)
19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 (2010-11-19) เดวิด เฮย์แมน, เดวิด แบร์รอน และ เจ. เค. โรว์ลิง
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2
(Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2)
15 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 (2011-07-15)

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ (2001)[แก้]

ในอินเดียและสหรัฐใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Harry Potter and the Sorcerer's Stone
เดวิด เฮย์แมน อำนวยการสร้างให้กับภาพยนตร์ทุกเรื่องในโลกเวทมนตร์

แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กอายุสิบเอ็ดปีที่ดูเหมือนเป็นเด็กธรรมดาทั่วไป แต่แท้จริงแล้วเป็นพ่อมดและเป็นผู้รอดชีวิตจากลอร์ดโวลเดอมอร์ รูเบอัส แฮกริดช่วยแฮร์รี่จากญาติมักเกิลใจร้าย (ตระกูลเดอร์สลีย์) และพาเขาไปยังโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์โดยที่นั่นเขาและเพื่อนของเขารอน วีสลีย์และเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ได้เข้าไปพัวพันในความลึกลับของศิลาอาถรรพ์ซึ่งถูกเก็บอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้

เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1998 วอร์เนอร์บราเธอส์ ซื้อลิขสิทธิ์ทำภาพยนตร์จากนวนิยายแฟนตาซี แฮร์รี่ พอตเตอร์ สี่เล่มแรก ของ เจ. เค. โรว์ลิง เป็นจำนวนเงินเจ็ดหลัก[17] หลังได้รับการแนะนำจากผู้อำนวยการสร้าง เดวิด เฮย์แมน[18] วอร์เนอร์บราเธอร์ได้สังเกตเห็นถึงความปรารถนาและความคิดของโรว์ลิงเกี่ยวกับภาพยนตร์เมื่อร่างสัญญาของเธอ หนึ่งในข้อตกลงหลักของเธอก็คือพวกเขาต้องถ่ายทำในประเทศอังกฤษกับนักแสดงชาวอังกฤษทั้งหมด[19] ซึ่งวอร์เนอร์บราเธอร์ก็ทำตามข้อตกลงนั้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 2000 นักแสดงที่ไม่เป็นที่รู้จักอย่าง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ และนักแสดงหน้าใหม่ รูเพิร์ต กรินต์ และ เอ็มมา วอตสัน ถูกคัดเลือกให้เล่นเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์, รอน วีสลีย์ และ เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ ตามลำดับ[20] คริส โคลัมบัส ถูกจ้างให้กำกับภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากหนังสือเล่มแรก แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์[8] พร้อมกับ สตีฟ โคลฟส์ ที่ถูกเลือกให้มาเขียนบทภาพยนตร์[21]

การถ่ายทำเริ่มต้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 2000 ที่ ลิฟส์เดนฟิล์มสตูดิโอ และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2001[22][23] พร้อมกับทำงานขั้นตอนสุดท้ายในเดือนกรกฎาคม[24] มีการถ่ายทำที่ สถานีรถไฟกอร์ทแลนด์ ที่ นอร์ท ยอร์กเชียร์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2000[25] วอร์เนอร์บราเธอร์ได้วางแผนที่จะปล่อยภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาในช่วงสุดสัปดาห์หลังวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 ทำให้มีเวลาถ่ายทำสั้นเกินไป ส่งผลให้ผู้กำกับหลายคนถอนตัวออกจากการพิจารณา เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลา วอร์เนอร์บราเธอร์จึ่งได้เลื่อนวันฉายออกไป และ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ จึงได้ฉายเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 ที่สหราชอาณาจักรและสหรัฐ[26]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ (2002)[แก้]

แฮร์รี, รอนและเฮอร์ไมโอนี ได้กลับมาเรียนที่ฮอกวอตส์ในปีที่สอง แต่ห้องความลับที่ซ่อนอยู่ภายในโรงเรียนได้ถูกเปิดออก ทำให้นักเรียนและภูตผีกลายเป็นหินโดยไม่ทราบสาเหตุ พวกเขาแก้ไขปริศนาของห้องและค้นพบทางเข้าเพื่อค้นหาและเอาชนะผู้ร้ายที่แท้จริง

โคลัมบัสและโคลฟส์ กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับและผู้เขียนบทภาพยนตร์อีกครั้ง โดยดัดแปลงจากหนังสือเล่มที่สอง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ[9][10] แค่สามวันหลังจากฉายภาพยนตร์เรื่องแรก งานสร้างเริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001[27] ที่ เซอร์รีย์, อังกฤษ และถ่ายทำต่อเนื่องที่ ไอล์ออฟแมน และอีกหลายที่ในบริเตนใหญ่ หลายฉากในฮอกวอตส์มาจากลิฟส์เดนฟิล์มสตูดิโอ[28][29] การถ่ายทำสิ้นสุดเมื่อช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2002[28] และใช้เวลาถึงต้นเดือนตุลาคมอยู่ในช่วงหลังการผลิต[30] แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ฉายรอบปฐมทัศน์ที่สหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 ก่อนจะฉายเป็นวงกว้างเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นับเป็นเวลาหนึ่งปีหลัง ศิลาอาถรรพ์ ออกฉาย[31][32]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน (2004)[แก้]

เมื่อนักโทษลึกลับ ซิเรียส แบล็ก หลบหนีออกจากคุกอัซคาบันและเป้าหมายของเขาคือฮอกวอตส์ ที่ผู้คุมวิญญาณเฝ้าอยู่เพื่อปกป้องแฮร์รี่และเพื่อนของเขา แฮร์รี่เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอดีตของตัวเองและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนักโทษที่หลบหนี

โคลัมบัส ผู้กำกับจากสองภาคที่แล้ว ตัดสินใจไม่กำกับภาคที่สาม[9] แต่ทำหน้าที่อำนวยการสร้างร่วมกับเฮย์แมนแทน[33] วอร์เนอร์บราเธอร์จึงดึงรายชื่อขึ้นมาสามคนเพื่อเป็นตัวแทนโคลัมบัส ซึ่งประกอบไปด้วย คัลลี เคาลี, เคนเน็ธ บรานัค (ผู้แสดงเป็น กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต ใน ห้องแห่งความลับ) และ อัลฟอนโซ กัวรอน ซึ่งกัวรอนเป็นคนที่ถูกเลือกให้เป็นผู้กำกับ[11] ตอนแรกกัวรอนรู้สึกกังวลมากเพราะว่าเขารับงานโดยที่ยังไม่เคยอ่านหนังสือหรือดูภาพยนตร์มาก่อน แต่ต่อมาได้เซ็นสัญญาหลังจากอ่านหนังสือและเข้าใจเรื่องราวทันที[34][33] ผู้แสดงเป็น อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ในสองภาคที่แล้ว ริชาร์ด แฮร์ริส ถูกแทนที่โดย ไมเคิล แกมบอน หลังจากแฮร์ริสเสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2002[35][36] แกมบอนไม่สนใจว่าตัวเองจะลอกเลียนแฮร์ริส แต่ใช้การตีความของตัวเองรวมถึงการใช้สำเนียงไอริชเล็กน้อยสำหรับบทบาท[37] เขาถ่ายทำฉากของเขาเสร็จภายในสามสัปดาห์[38] แกรี โอลด์แมน ถูกเลือกให้แสดงเป็น ซิเรียส แบล็ก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003[39] การถ่ายทำเริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003[39] ที่ลิฟส์เดนฟิล์มสตูดิโอและการถ่ายทำสิ้นสุดเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2003[40] แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน ฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 ที่นิวยอร์ก[41] จากนั้นฉายที่สหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม และในสหรัฐเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน[7] เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในภาพยนตร์ชุดที่ฉายในระบบไอแมกซ์[42]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี (2005)[แก้]

หลังควิดดิชเวิลด์คัพ แฮร์รี่กลับไปที่ฮอกวอตส์และพบว่าตัวเองเข้าร่วมแข่งขันในการประลองเวทไตรภาคี การแข่งขันที่ต้องทำสามภารกิจที่อันตราย แฮร์รี่ถูกบังคับให้แข่งขันกับอีกสามคนที่ถูกเลือกโดย ถ้วยอัคนี ได้แก่ เฟลอร์ เดอลากูร์, วิคเตอร์ ครัมและเซดริก ดิกกอรี่

เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2003 ผู้กำกับชาวอังกฤษ ไมค์ นิวเวลล์ ถูกเลือกให้กำกับภาคที่สี่หลัง ผู้กำกับ นักโทษแห่งอัซคาบัน อัลฟอนโซ กัวรอน ประกาศว่าเขาจะไม่กำกับภาคต่อให้ เฮย์แมนกลับมาอำนวยการสร้างและโคลฟส์กลับมาเขียนบทให้อีกครั้ง[12] การถ่ายทำเริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 2004[43] ฉากที่มีนักแสดงหลักนั้นเริ่มถ่ายทำเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2004 ที่ลิฟส์เดนฟิล์มสตูดิโอ[44][45] แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี ฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 ที่ลอนดอน[46] และฉายปกติที่สหราชอาณาจักรและสหรัฐเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน[47] ถ้วยอัคนี เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในภาพยนตร์ชุดที่ได้เรต PG-13 จาก สมาคมภาพยนตร์แห่งอเมริกา (MPAA) เนื่องจาก "มีฉากความรุนแรงในจินตนาการและภาพที่น่ากลัว"[48] เรต M จาก คณะกรรมการจัดประเภทแห่งออสเตรเลีย (ACB),[49] และเรต 12A จาก คณะกรรมการจัดประเภทภาพยนตร์แห่งอังกฤษ (BBFC) สำหรับเนื้อหาของภาพยนตร์ที่มืดมน, ความรุนแรงในจินตนาการ, ภัยคุกคามและภาพที่น่ากลัว[50]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ (2007)[แก้]

เดวิด เยตส์ ผู้กำกับภาพยนตร์ทุกเรื่องในแฟรนไชส์ตั้งแต่ ภาคีนกฟีนิกซ์

แฮร์รี่กลับมาที่ฮอกวอตส์อีกครั้งในปีที่ห้าและพบว่าโลกของผู้วิเศษนั้นไม่เชื่อว่า ลอร์ดโวลเดอมอร์ นั้นกลับมา เขาจึงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง จึงสร้าง กองกำลังลับ เพื่อต่อต้านการปกครองของ โดโลเรส อัมบริดจ์ และเรียนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดในทางปฏิบัติ สำหรับการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง[51]

แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ยืนยันว่าจะกลับมารับบทแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกครั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2005[52] พร้อมกับ รูเพิร์ต กรินต์, เอ็มมา วัตสัน, แมทธิว ลูอิส (เนวิลล์ ลองบัตท่อม) และ บอนนี ไรท์ (จินนี่ วีสลีย์) ก็ยืนยันว่าจะกลับมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2005[53][54][55][56] เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 เฮเลน แม็คครอรี ถูกคัดเลือกให้แสดงเป็น เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์[57] แต่ว่าเพราะเธอตั้งครรภ์จึงถูกคัดออก และเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2006 เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ ถูกคัดเลือกให้แสดงแทนบทดังกล่าว[58] เรล์ฟ ไฟนส์ กลับมารับบท ลอร์ดโวลเดอมอร์[59] เดวิด เยตส์ ผู้กำกับรายการโทรทัศน์ชาวอังกฤษ ถูกเลือกให้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ หลัง ไมค์ นิวเวลล์ ผู้กำกับ ถ้วยอัคนี, ฌอง-ปิแอร์ จูเนต์, กิเยร์โม เดล โตโร, แมททิว วอจ์น และ มิรา ไนเออร์ ปฏิเสธข้อเสนอ[60][61] เนื่องจาก สตีฟ โคลฟส์ ผู้เขียนบทให้กับภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ สี่ภาคแรกนั้นไม่สะดวก ทำให้ ไมเคิล โกลเดนเบิร์ก รับทำหน้าที่เขียนบทแทน[16] การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 และสิ้นสุดเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม ค.ศ. 2006[62][63] การถ่ายทำหยุดพักชั่วคราวเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2006 เป็นเวลาสองเดือน เพื่อให้ แรดคลิฟฟ์ ได้สอบ A/S Levels และ วัตสันได้สอบ GCSE[64] ฉากภายนอกอาคารถ่ายทำที่อังกฤษและสกอตแลนด์ ส่วนฉากภายในอาคารถ่ายทำที่ลิฟส์เดนฟิล์มสตูดิโอ[65][66][67] แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 2007 ที่โตเกียว, ญี่ปุ่น[68] และฉายรอบปฐมทัศน์ที่สหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 ที่ โอเดียนเลสเตอร์สแควร์ ใน ลอนดอน[69] ฉายทั่วไปที่สหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม[70] และที่สหรัฐเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม[71]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม (2009)[แก้]

โวลเดอมอร์และผู้เสพความตายของเขากำลังเพิ่มความหวาดกลัวต่อโลกเวทมนตร์และโลกมักเกิ้ล ดัมเบิลดอร์ได้เดินทางไปเชื้อเชิญให้ ฮอเรซ ซลักฮอร์น เพื่อนเก่าและอดีตอาจารย์สอนวิชาปรุงยาของโรงเรียนฮอกวอตส์กลับมาสอนอีกครั้ง แฮร์รี่ได้ครอบครองหนังสือเรียนที่มีคำอธิบายประกอบไว้อย่างแปลกประหลาด ซึ่งหนังสือดังกล่าวนั้นเคยเป็นของ "เจ้าชายเลือดผสม"[72]

เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2007 เยตส์ประกาศว่าเขาจะกลับมารับตำแหน่งผู้กำกับอีกครั้ง[14] เช่นเดียวกับ โคลฟส์ ซึ่งจะกลับมาเขียนบทให้อีกครั้งหลังข้ามภาคห้าไป พร้อมกับ เฮย์แมนและเดวิด บาร์รอน กลับมาทำหน้าที่อำนวยการสร้าง[73] ตอนแรก วัตสัน ตัดสินใจว่าจะไม่กลับมาในภาคที่หก[74] แต่ว่าเปลี่ยนใจหลังวอร์เนอร์บราเธอส์เปลี่ยนแปลงตารางงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการสอบของเธอ[75] การถ่ายทำเริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2007[76] และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2008[77] ถึงแม้ว่า แรดคลิฟฟ์, แกมบอน และ จิม บรอดเบนท์ (ซลักฮอร์น) จะเริ่มถ่ายทำช่วงท้ายเดือนกันยายน ค.ศ. 2007 นักแสดงคนอื่นก็เริ่มถ่ายทำช้าเช่นกัน ได้แก่ วัตสัน เริ่มถ่ายทำช่วงเดือนธันวาคม ค.ศ. 2007, แอลัน ริกแมน (เซเวอร์รัส สเนป) เริ่มเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 และ บอนแฮม เริ่มกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008[78][79] แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม ฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 ที่โตเกียว, ญี่ปุ่น[80] และฉายทั่วไปที่สหราชอาณจักรและสหรัฐเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม[81]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1 (2010)[แก้]

แดเนียล แรดคลิฟฟ์, เอ็มมา วอตสัน และ รูเพิร์ต กรินต์ ที่งานฉายรอบปฐมทัศน์โลกของ เครื่องรางยมทูต ภาค 2 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ที่ ทราฟาลการ์สแควร์ ที่ ลอนดอน

แฮร์รี่, รอนและเฮอร์ไมโอนี่ ออกตามหาและทำลาย ฮอร์ครักซ์ สิ่งที่ทำให้ ลอร์ดโวลเดอมอร์ เป็นอมตะ ทั้งสามคนฝ่าอุปสรรคมากมายระหว่างเดินทาง ทั้งผู้เสพความตาย, นักต้อนและเครื่องรางยมทูตปริศนา จิตใจที่เชื่อมต่อกันระหว่างแฮร์รี่กับลอร์ดมืดนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ[82]

กำหนดการฉายเดิมสำหรับภาพยนตร์เดี่ยวนั้นคือ 13 มีนาคม ค.ศ. 2008 แต่ว่า วอร์เนอร์บราเธอส์ ประกาศแบ่งภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากหนังสือ เครื่องรางยมทูต เป็นสองตอนเพื่อให้ความยุติธรรมกับหนังสือและความเคารพต่อแฟน ๆ เยตส์ ผู้กำกับภาคที่ห้าและหกกลับมาทำหน้าที่เดิมและโคลฟส์ก็ยืนยันว่าทำหน้าที่เขียนบทเช่นเดิม[83] โรว์ลิงเป็นผู้อำนวยการสร้างครั้งแรกในภาพยนตร์ชุดนี้ร่วมกับเฮย์แมนและบาร์รอน อย่างไรก็ตามเยตส์บอกว่า การมีส่วนร่วมของเธอนั้นไม่ได้ทำให้กระบวนการสร้างภาพยนตร์เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด[84][85] งานก่อนการผลิตเริ่มต้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2009[86] ขณะที่การถ่ายทำเริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 ที่ลิฟส์เดนสตูดิโอที่ ๆ ซึ่งภาพยนตร์หกภาคก่อนหน้านี้ถ่ายทำ นอกจากนี้ยังถ่ายทำที่ ไพน์วูดสตูดิโอ เป็นสตูดิโอถ่ายทำแห่งที่สองสำหรับภาพยนตร์ภาคที่เจ็ด[23][87] แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1 ฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ที่ เอมไพร์, เลสเตอร์สแควร์ ที่ ลอนดอน และฉายทั่วไปที่สหราชอาณจักรและสหรัฐเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน[88]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 (2011)[แก้]

แฮร์รรี่, รอนและเฮอร์ไมโอนี่ ออกตามหาและทำลายฮอร์ครักซ์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ขณะที่แฮร์รี่เตรียมตัวต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างเขากับโวลเดอมอร์[89]

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 ถูกประกาศเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2008 ว่าจะเป็นตอนที่สองของภาพยนตร์ต่อจาก เครื่องรางยมทูต ภาค 1 เยตส์และโคลฟส์ทำหน้าที่กำกับและเขียนบทเช่นเดิม[83] โดยโคลฟส์เริ่มงานเขียนบทในภาคที่สองเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2009 หลังเขียนบทภาคแรกเสร็จ[90] เครื่องรางยมทูต ภาค 2 นั้นถ่ายทำร่วมกับ เครื่องรางยมทูต ภาค 1 ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009 ถึง 12 มิถุนายน ค.ศ. 2010[91][23][92] โดยถือว่าเป็นการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องเดียว[93] มีการยืนยันว่าจะมีการถ่ายซ่อมช่วงต้นฤดูหนาวปี ค.ศ. 2010 สำหรับฉากสุดท้ายและฉากส่งท้ายของภาพยนตร์ ซึ่งแต่เดิมนั้นจะถ่ายทำที่ สถานีรถไฟลอนดอนคิงส์ครอส แต่ถ่ายทำที่ลิฟส์เดนสตูดิโอแทนเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2010[94] เป็นการปิดฉากของภาพยนตร์ชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ดำเนินการถ่ายทำมาตลอดสิบปี[95]

ภาพยนตร์ฉายรอบปฐมทัศน์โลกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ที่ ทราฟาลการ์สแควร์ ที่ ลอนดอน[96] ฉายรอบปฐมทัศน์ที่สหรัฐเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ ลินคอล์นเซ็นเตอร์ ที่ นิวยอร์ก[97] ถึงแม้ภาพยนตร์จะถ่ายทำในระบบสองมิติ แต่ก็มีการแปลงเป็นสามมิติในช่วงหลังการผลิตและฉายในระบบ RealD 3D และ IMAX 3D,[98] กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในภาพยนตร์ชุดที่ฉายระบบนี้[99] ภาพยนตร์ฉายทั่วไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่สหราชอาณาจักรและสหรัฐ[96]

ภาพยนตร์ชุด สัตว์มหัศจรรย์[แก้]

ภายนตร์ วันที่ฉาย ผู้กำกับ ผู้เขียนบท ผู้อำนวยการสร้าง สถานะ
สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่
(Fantastic Beasts and Where to Find Them)
18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 (2016-11-18) เดวิด เยตส์[100] เจ. เค. โรว์ลิง[101][102] เดวิด เฮย์แมน, เจ. เค. โรว์ลิง, สตีฟ โคลฟส์ และ ไลโอเนล วิแกรม[103][102][104] ฉายแล้ว
สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์
(Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald)
16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 (2018-11-16)
ภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์ ภาคที่สามที่ยังไม่มีชื่อ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 (2021-11-12) กำลังพัฒนา

สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ (2016)[แก้]

เจ. เค. โรว์ลิง ผู้เขียนเขียนบทและอำนวยการสร้างภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์ และอำนวยการสร้าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ สองภาคสุดท้าย

ในปี ค.ศ. 1926 นิวท์ สคามันเดอร์ เดินทางมาที่เมืองนิวยอร์กพร้อมกับกระเป๋าเวทมนตร์ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์วิเศษอันตราย แต่แล้วมีสัตว์วิเศษหนีออกจากกระเป๋าของเขา นิวท์จึงต้องต่อสู้เพื่อตามสัตว์วิเศษกลับมาและความหวาดกลัวที่เพิ่มขึ้นที่มาจากความรุนแรง, ความกลัวและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ใช้เวทมนตร์กับโน-แมจ[105]

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2013 วอร์เนอร์บราเธอส์ ประกาศว่า เจ. เค. โรว์ลิง จะเขียนบทภาพยนตร์ที่มาจากหนังสือของเธอ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ และการผจญภัยของนักเขียน นิวท์ สคามันเดอร์ โดยเรื่องราวเกิดขึ้นก่อนการผจญภัยของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เจ็ดสิบปี ภาพยนตร์นี้ยังเป็นการเขียนบทภาพยนตร์ครั้งแรกของเธอและวางแผนไว้เป็นภาคแรกของภาพยนตร์ชุดใหม่[106] อ้างอิงจากโรว์ลิ่งหลังจากที่วอร์เนอร์บราเธอส์แนะนำการดัดแปลง เธอเขียนร่างบทในสิบสองวัน เธอกล่าวว่า "มันไม่ใช่ร่างที่ยอดเยี่ยม แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงรูปทรงของมันว่าเป็นยังไง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้น"[107] มีการเปิดเผยว่าจะทำเป็นไตรภาค เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 โดยภาคแรกดำเนินเรื่องที่เมืองนิวยอร์ก[108] เดวิด เฮย์แมน กลับมาทำหน้าที่อำนวยการสร้าง สตีฟ โคลฟส์ กลับมาทำหน้าที่เขียนบท[109][103] เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2015 เอดดี เรดเมน ถูกเลือกให้แสดงบทนำ นิวท์ สคามันเดอร์ นักสัตว์วิเศษวิทยาชื่อดังในโลกเวทมนตร์[110] นักแสดงอื่น ๆ ได้แก่ แคทเธอรีน วอเตอร์สตัน เป็น ทินา โกลด์สตีน, อลิสัน ซูดอล เป็น ควีนนี โกลด์สตีน, แดน ฟ็อกเลอร์ เป็น เจคอบ โควัลสกี, เอซรา มิลเลอร์ เป็น ครีเดนซ์ แบร์โบน, ซามันทา มอร์ตัน เป็น แมรี ลู แบร์โบน, เจนน์ เมอร์เรย์ เป็น แชสทิตี แบร์โบน, เฟธ วูด-แบลกโรฟ เป็น โมเดสตี แบร์โบน และ โคลิน ฟาร์เรล เป็น เพอร์ซิวัล เกรฟส์[111] การถ่ายทำเริ่มต้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2015 ที่ วอร์เนอร์บราเธอส์สตูดิโอ, ลิฟส์เดน[112] หลังจากนั้นสองเดือน ก็ย้ายไปถ่ายทำที่ เซนต์ จอร์จส ฮอลล์ ที่ ลิเวอร์พูล ซึ่งถูกแปลงสภาพเป็นเมืองนิวยอร์กในยุคปี ค.ศ. 1920[113] สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ฉายทั่วโลกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016[114]

สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ (2018)[แก้]

หลายเดือนผ่านไปหลังเหตุการณ์ใน สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ได้หลบหนีจากที่คุมขังและเริ่มรวบรวมเหล่าสาวกเพื่อทำตามแผนการของเขา ก็คือการยกสถานะของผู้ใช้เวทมนตร์ให้อยู่เหนือมนุษย์ที่ไร้พลังเวทมนตร์ ดัมเบิลดอร์ ได้ขอความช่วยเหลือจาก นิวท์ ศิษย์เก่าของเขาเพื่อหยุดยั้ง กรินเดลวัลด์[115]

ภาพยนตร์ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 เป็นภาคที่สองในภาพยนตร์ชุด[108] เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2016 เปิดเผยว่า เดวิด เยตส์ จะกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ และ เจ. เค. โรว์ลิง จะเป็นผู้เขียนบทและร่วมอำนวยการสร้าง และ เอดดี เรดเมน กลับมารับบท นิวท์ สคามันเดอร์ ในทุกภาคของภาพยนตร์ชุด[116] เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ยืนยันว่า จอห์นนี เดปป์ จะแสดงในภาคต่อ โดยแสดงบทเดิมก็คือ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ จากภาคแรก[117] ต่อมาในเดือนเดียวกัน มีประกาศว่า อัลบัส ดัมเบิลดอร์ จะปรากฏตัวในภาคต่อ ๆ ไป ในอนาคต โดยใช้นักแสดงที่อายุน้อยกว่า[118] เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2017 มีการยืนยันว่า จู๊ด ลอว์ รับบทดังกล่าว[119] ภาคสองนั้นดำเนินเรื่องในเมืองนิวยอร์ก, สหราชอาณาจักรและปารีส[120] การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 ที่ วอร์เนอร์บราเธอส์สตูดิโอ, ลิฟส์เดน[115] และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2017[121] สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ ฉายเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018[122]

ภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์ ภาคที่สามที่ยังไม่มีชื่อ (2021)[แก้]

ภาคที่สามแต่เดิมนั้นมีกำหนดฉายวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2020 แต่ว่าถูกแทนที่ด้วยภาพยนตร์เรื่อง ดูน (Dune)[123] โดยดัดแปลงจากนวนิยายของ แฟรงค์ เฮอร์เบิร์ต ในชื่อเดียวกัน[102][124] แต่เดิมนั้นมีกำหนดการถ่ายทำในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2019 แต่ว่าถูกเลื่อนออกไปช่วงปลายปี เพื่อให้เวลาในการขัดเกลาบทภาพยนตร์และวางแผนสำหรับอนาคตของภาพยนตร์ชุด[125] สัตว์มหัศจรรย์ 3 กำหนดฉายวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021[126] เมื่อปี ค.ศ. 2018 บน ทวิตเตอร์, เจ. เค. โรว์ลิง ให้คำสัญญาว่าภาคที่สามจะตอบคำถามที่ยังเป็นปริศนาในสองภาคแรก

การตอบรับ[แก้]

สำหรับรายละเอียดการตอบรับของแต่ละภาพยนตร์ ให้ดูห้วข้อ "การตอบรับ" ของภาพยนตร์นั้น ๆ

รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ[แก้]

ภาพยนตร์ วันฉาย ทำเงิน อันดับ ทุน อ้างอิง
สหราชอาณาจักร สหรัฐและแคนาดา ภูมิภาคอื่น ทั่วโลก ทั่วโลก
ภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 (2001-11-16) £66,096,060 $317,871,467 $657,179,821 $975,051,288 44 $125 ล้าน [127]
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 (2002-11-15) £54,780,731 $262,233,983 $616,991,152 $879,225,135 64 $100 ล้าน [128]
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน 4 มิถุนายน ค.ศ. 2004 (2004-06-04) £45,615,949 $249,759,843 $547,147,480 $796,907,323 85 $130 ล้าน [129]
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 (2005-11-18) £48,328,854 $290,201,752 $606,898,042 $897,099,794 59 $150 ล้าน [130]
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2007 (2007-07-11) £49,136,969 $292,137,260 $647,881,191 $940,018,451 54 $150 ล้าน [131]
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 (2009-07-15) £50,713,404 $302,089,278 $632,457,290 $934,546,568 55 $250 ล้าน [132]
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 (2010-11-19) £52,364,075 $296,131,568 $664,300,000 $960,431,568 50 $125 ล้าน [133]
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 (2011-07-15) £73,094,187 $381,193,157 $960,500,000 $1,342,693,157 12 $125 ล้าน [134]
ภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์
สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 (2016-11-18) £52,509,958 $234,037,575 $580,000,000 $814,037,575 76 $180 ล้าน [135]
สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 (2018-11-16) £38,441,377 $159,555,901 $494,100,000 $654,655,901 127 $200 ล้าน [136]
ทั้งหมด £531,221,071 $2,782,399,298 $6,409,052,019 $9,191,451,317 3 $1,535,000,000 [137]
[138]

อ้างอิง[แก้]

  1. "New logo marks an exciting year ahead for the Wizarding World". Pottermore. 12 March 2018. Archived from the original on 14 March 2018. สืบค้นเมื่อ 14 March 2018.
  2. Outlaw, Kofi (13 March 2018). "'Fantastic Beasts 2' Trailer Officially Establishes Harry Potter 'Wizarding World' Film Universe". Comic Book. Archived from the original on 14 March 2018. สืบค้นเมื่อ 14 March 2018.
  3. Gardner, Kelvyn (22 November 2016). "Fantastic Beasts release shows the magic in brand reinvention". Campaign. Archived from the original on 11 June 2017. สืบค้นเมื่อ 4 July 2017.
  4. "NBCUniversal Acquires Rights To J. K. Rowling's 'Wizarding World' Franchise" (Press release). Comcast Corporation. 8 August 2016. Archived from the original on 20 October 2017. สืบค้นเมื่อ 20 October 2017.
  5. Gunelius, Susan (2008). Harry Potter: The Story of a Global Business Phenomenon. United Kingdom: Palgrave Macmillan. pp. 24, 65. ISBN 978-0-230-20323-5. Archived from the original on 12 June 2018.
  6. "Box Office History for Harry Potter Movies". The Numbers. Archived from the original on 12 June 2018. สืบค้นเมื่อ 12 June 2018.
  7. 7.0 7.1 "J.K. Rowling And Her Magical Cash Cow". Forbes. 3 June 2004. Archived from the original on 5 November 2013. สืบค้นเมื่อ 20 October 2017.
  8. 8.0 8.1 Linder, Bran (28 March 2000). "Chris Columbus to Direct Harry Potter". IGN. Archived from the original on 14 April 2016. สืบค้นเมื่อ 8 July 2007.
  9. 9.0 9.1 9.2 "Chris Columbus COS: full interview". CBBC Newsround. 13 November 2002. Archived from the original on 29 January 2007. สืบค้นเมื่อ 10 October 2007.
  10. 10.0 10.1 10.2 Martin, Denise (17 June 2009). "'Harry Potter' countdown: Steve Kloves on a 'haunting moment' in 'Half-Blood Prince'". Los Angeles Times. Archived from the original on 19 January 2016. สืบค้นเมื่อ 14 January 2016.
  11. 11.0 11.1 Susman, Gary (22 July 2002). "Harry Potter gets a new director". Entertainment Weekly. Archived from the original on 23 November 2015. สืบค้นเมื่อ 10 October 2007.
  12. 12.0 12.1 Susman, Gary (11 August 2003). "Studio confirms Mike Newell will direct Potter IV". Entertainment Weekly. Archived from the original on 20 October 2016. สืบค้นเมื่อ 12 October 2012.
  13. "David Yates confirms 'Order of the Phoenix' role". HPANA (source: This is Wiltshire). 29 November 2004. Archived from the original on 12 July 2011. สืบค้นเมื่อ 4 March 2011.
  14. 14.0 14.1 "Exclusive Interview: David Yates for "Harry Potter and the Half-Blood Prince"". Dark Horizons. 13 July 2009. สืบค้นเมื่อ 4 March 2011.
  15. Boucher, Geoff (13 March 2008). "Final 'Harry Potter' book will be split into two movies". Los Angeles Times. Archived from the original on 6 February 2011. สืบค้นเมื่อ 4 March 2011.
  16. 16.0 16.1 Fienberg, Daniel (16 November 2005). "Screenwriter will sit out one Potter". Milwaukee Journal Sentinel. Archived from the original on 2 January 2008. สืบค้นเมื่อ 3 March 2008.
  17. "Books: Cover Stories At the Frankfurt Book Fair". The Independent. 9 October 1998. Archived from the original on 29 June 2017. สืบค้นเมื่อ 9 July 2017.
  18. Jensen, Jeff; Fierman, Daniel (14 September 2001). "Harry Potter Comes Alive". Entertainment Weekly. Archived from the original on 11 May 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  19. Treneman, Ann (30 June 2000). "J.K. Rowling, the interview". The Times. Archived from the original on 3 February 2007. สืบค้นเมื่อ 7 July 2017.
  20. "Daniel Radcliffe, Rupert Grint and Emma Watson Bring Harry, Ron and Hermione to Life for Warner Bros. Pictures Harry Potter and the Sorcerer's Stone". Warner Bros. 21 August 2000. Archived from the original on 4 April 2007. สืบค้นเมื่อ 26 May 2007.
  21. Sragow, Michael (24 February 2000). "A Wizard of Hollywood". Salon.com. Archived from the original on 10 July 2007. สืบค้นเมื่อ 8 July 2007.
  22. "Harry Potter and the Sorcerer's Stone misc notes". Turner Classic Movies. Archived from the original on 7 January 2016. สืบค้นเมื่อ 21 October 2015.
  23. 23.0 23.1 23.2 "Harry Potter at Leavesden". WB Studio Tour. Archived from the original on 25 February 2012. สืบค้นเมื่อ 16 September 2012.
  24. Schmitz, Greg Dean. "Harry Potter and the Sorcerer's Stone (2001)". Yahoo! Movies. Archived from the original on 15 December 2007. สืบค้นเมื่อ 9 August 2008.
  25. Linder, Brian (2 October 2000). "Potter Pics: Hagrid, Hogsmeade Station, and the Hogwarts Express". IGN. Archived from the original on 31 August 2011. สืบค้นเมื่อ 9 July 2007.
  26. Linder, Brian (17 May 2000). "Bewitched Warner Bros. Delays Potter". IGN. Archived from the original on 6 December 2008. สืบค้นเมื่อ 8 July 2007.
  27. "Harry Potter Filming Locations". USA Today. 18 November 2001. Archived from the original on 14 July 2017. สืบค้นเมื่อ 23 September 2012.
  28. 28.0 28.1 "Harry Potter and the Chamber of Secrets – Greg's Preview. Yahoo! Movies". Yahoo!. Archived from the original on 21 June 2007.
  29. "Harry Potter Filming Locations". Gloucestershire on Screen. Archived from the original on 4 March 2012.
  30. "Potter film should be finished next week". CBBC Newsround. 4 October 2002. Archived from the original on 13 March 2014. สืบค้นเมื่อ 16 October 2012.
  31. "Warner Bros. Online To Webcast World Premiere Of "Harry Potter And The Chamber Of Secrets" Live From London". Warner Bros. Pictures. 31 October 2002. Archived from the original on 14 July 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  32. "Harry Potter Movies at the Box Office". Box Office Mojo. Archived from the original on 30 June 2017. สืบค้นเมื่อ 4 July 2017.
  33. 33.0 33.1 Dickey, Lucinda. "The creators of Harry Potter break out of character to discuss The Prisoner of Azkaban". Science Fiction Weekly. Archived from the original on 15 June 2004. สืบค้นเมื่อ 10 October 2007.
  34. "Alfonso Cuaron: the man behind the magic". CBBC Newsround. 24 May 2004. Archived from the original on 7 November 2007. สืบค้นเมื่อ 10 October 2007.
  35. Jensen, Jeff (28 October 2005). "Potter movie producer reflects on the franchise". Entertainment Weekly. Archived from the original on 29 November 2015. สืบค้นเมื่อ 4 November 2005.
  36. "Actor Richard Harris dies". BBC News. 25 October 2002. Archived from the original on 6 December 2002. สืบค้นเมื่อ 10 October 2007.
  37. Vaughan, Johnny; Henry, Lenny (2004). Head to Shrunken Head (DVD). Warner Bros. Pictures.
  38. Synnot, Siobhan (30 May 2004). "Olivier, Dumbledore and two broken ribs". The Scotsman. Archived from the original on 25 May 2007. สืบค้นเมื่อ 30 November 2007.
  39. 39.0 39.1 "Dumbledore and Sirius cast for Azkaban". CBBC Newsround. 21 February 2003. Archived from the original on 8 August 2007. สืบค้นเมื่อ 10 October 2007.
  40. Schmitz, Greg Dean. "Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004)". Yahoo! Movies. Archived from the original on 16 July 2007. สืบค้นเมื่อ 10 October 2007.
  41. "Potter star mobbed at US premiere". BBC News. 24 May 2004. Archived from the original on 8 October 2013. สืบค้นเมื่อ 17 October 2012.
  42. "Potter 3 will be screened on IMAX". CBBC Newsround. 19 December 2003. Archived from the original on 3 April 2015. สืบค้นเมื่อ 17 October 2012.
  43. "Harry Potter at Leavesden". Warner Bros. Pictures. 2011. Archived from the original on 26 July 2014. สืบค้นเมื่อ 13 October 2012.
  44. Silverman, Stephen (5 August 2004). "Ralph Fiennes Ready to Scare Harry Potter". People. Archived from the original on 14 July 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  45. Murray, Rebecca (25 June 2004). ""Harry Potter and the Goblet of Fire" Production News". About.com. Archived from the original on 22 September 2005. สืบค้นเมื่อ 12 October 2012.
  46. "'Harry Potter' cast attends London premiere". USA Today. 6 November 2005. Archived from the original on 22 September 2005. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  47. "Potter film to get Imax release". BBC News. 3 May 2005. Archived from the original on 11 July 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  48. "Potter Grows Up and 'Goblet of Fire' is PG-13". ComingSoon.net. 9 August 2005. Archived from the original on 14 July 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  49. "Harry Potter (4) and the Goblet of Fire". Raising Children Network. Archived from the original on 21 February 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  50. "How Goblet of Fire got its 12A rating". CBBC Newsround. Archived from the original on 16 April 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  51. "Official "Harry Potter and the Order of the Phoenix" Logo". The Leaky Cauldron. 5 October 2006. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  52. Puig, Claudia (3 May 2005). "There's no looking back". USA Today. Archived from the original on 29 June 2011. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  53. "NR chats to GOF's Rupert Grint". CBBC Newsround. 16 November 2005. Archived from the original on 6 June 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  54. "NR chats to GOF's Emma Watson". CBBC Newsround. 16 November 2005. Archived from the original on 19 September 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  55. "Matthew Lewis: Online Q&A session". MuggleNet. 25 August 2005. Archived from the original on 8 November 2006. สืบค้นเมื่อ 23 October 2006.
  56. Linn, Laura; Morreale, Marie (26 November 2005). "Bonnie Wright as Ginny Weasley in Harry Potter and the Goblet of Fire". Scholastic News. Archived from the original on 10 July 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  57. "Luna Lovegood role has been cast". CBBC Newsround. 2 February 2006. Archived from the original on 8 February 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  58. "Potter exclusive: New Bellatrix". CBBC Newsround. 25 May 2006. Archived from the original on 5 December 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  59. "Ralph Fiennes on Lord Voldemort". ComingSoon.net. 9 August 2005. Archived from the original on 18 October 2006. สืบค้นเมื่อ 23 October 2006.
  60. Daly, Steve (13 July 2007). "On-set secrets from the darkest Harry movie yet". Entertainment Weekly. Archived from the original on 27 October 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  61. Raphael, Amy (24 June 2007). "How I raised Potter's bar". The Observer. London. Archived from the original on 25 December 2013. สืบค้นเมื่อ 26 June 2007.
  62. "Order of the Phoenix Movie Rehearsals Starting". The Leaky Cauldron. 27 January 2006. Archived from the original on 24 July 2007. สืบค้นเมื่อ 30 December 2006.
  63. "2006: The Year in Harry Potter Film". The Leaky Cauldron. 29 December 2006. Archived from the original on 27 September 2007. สืบค้นเมื่อ 30 December 2006.
  64. "Exclusive: Order of the Phoenix News". Empire. 14 March 2006. Archived from the original on 7 January 2016. สืบค้นเมื่อ 2 August 2007.
  65. "Yates comments on OOTP hold-up". MuggleNet. 27 May 2005. Archived from the original on 2 November 2007. สืบค้นเมื่อ 23 October 2006.
  66. Kern, Chris. "Harry Potter's Britain". Fandango. Archived from the original on 3 July 2007. สืบค้นเมื่อ 8 March 2007.
  67. "New Privet Drive Set Photos from OotP". The Leaky Cauldron. 4 July 2006. Archived from the original on 24 July 2007. สืบค้นเมื่อ 24 February 2007.
  68. "Japanese debut for Potter movie". CBBC Newsround. 22 May 2007. Archived from the original on 13 July 2007. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  69. "Fans brave rain for Potter stars". CBBC Newsround. 3 July 2007. Archived from the original on 2 July 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  70. "Change to UK "OotP" Date: Now 12 July". The Leaky Cauldron. 11 May 2007. Archived from the original on 6 March 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  71. "Confirmed: Change to US "Order of the Phoenix" Release Date, Now 11 July". The Leaky Cauldron. 29 May 2007. Archived from the original on 14 June 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  72. "Description & first official picture from 'Half-Blood Prince'". HPANA. 14 December 2017. Archived from the original on 24 March 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  73. "Casting Is Complete on "Harry Potter and the Half-Blood Prince"" (Press release). Warner Bros. Pictures. PR Newswire. Archived from the original on 3 April 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  74. Stax (26 September 2006). "Hermione Gets Cold Feet". IGN. Archived from the original on 19 March 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  75. Ditzian, Eric (16 November 2010). "Emma Watson Recalls Nearly Quitting 'Harry Potter'". MTV News. Archived from the original on 22 February 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  76. ""Half-Blood Prince" Filming News: Threat of Strike to Affect Harry Potter Six?". The Leaky Cauldron. 19 September 2007. Archived from the original on 23 March 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  77. "Filming for "Half-Blood Prince" Completed". The Leaky Cauldron. 22 May 2008. Archived from the original on 7 October 2016. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  78. ""Half-Blood Prince" Filming Updates with Emma Watson, Alan Rickman News". The Leaky Cauldron. 28 November 2007. Archived from the original on 19 March 2016. สืบค้นเมื่อ 27 January 2008.
  79. Duke, Andy; Stephanie Sanchez (26 November 2007). "Interviews: Depp, Burton, Carter and Rickman Slash Through Sweeney Todd!". Archived from the original on 9 February 2008. สืบค้นเมื่อ 27 January 2008.
  80. Otagaki, Yumi (6 July 2009). "Tokyo premiere launches return of "Harry Potter"". Reuters. Archived from the original on 14 July 2017. สืบค้นเมื่อ 7 July 2017.
  81. "Official Release Dates". Warner Bros. Pictures. Archived from the original on 3 January 2010. สืบค้นเมื่อ 7 November 2010.
  82. "Harry Potter and the Deathly Hallows Trailer Online Monday". ComingSoon.net. 23 June 2010. Archived from the original on 26 June 2010. สืบค้นเมื่อ 5 July 2017.
  83. 83.0 83.1 "Warner Bros. Plans Two-Part Film Adaptation of "Harry Potter and the Deathly Hallows" to Be Directed by David Yates" (Press release). Warner Bros. Pictures. Business Wire. 13 March 2008. Archived from the original on 28 June 2017. สืบค้นเมื่อ 6 September 2012. ...expand the screen adaptation of Harry Potter and the Deathly Hallows and release the film in two parts.
  84. "David Yates discusses 'Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2'". Manila Bulletin Publishing Corporation. 14 June 2011. Archived from the original on 10 September 2012. สืบค้นเมื่อ 20 June 2011.
  85. "Warner Bros. Pictures Worldwide Satellite Trailer Debut: Harry Potter and the Deathly Hallows Part 1" (Press release). Warner Bros. Pictures. Business Wire. 22 September 2010. Archived from the original on 27 December 2010. สืบค้นเมื่อ 9 February 2011. produced by David Heyman, David Barron and J.K. Rowling
  86. "Emma reveals DH test shooting begins this Monday". MuggleNet. 20 January 2009. Archived from the original on 13 April 2010. สืบค้นเมื่อ 14 February 2009.
  87. "Harry Potter Movies Being Filmed at Leavesden and Pinewood Studios". The Leaky Cauldron. 25 March 2009. Archived from the original on 28 March 2009. สืบค้นเมื่อ 26 March 2009.
  88. ""Deathly Hallows: Part 1" US and UK Premiere Dates and Locations Announced". The Leaky Cauldron. 3 November 2010. Archived from the original on 7 November 2010. สืบค้นเมื่อ 24 January 2011.
  89. "Harry Potter and the Deathly Hallows (Part 2): Synopsis". HBO. Archived from the original on 3 January 2017. สืบค้นเมื่อ 6 July 2017.
  90. Helen O'Hara (April 2009). "Hallowed Ground". Empire: 100–104.
  91. Malvern, Jack (14 March 2008). "Longer spell at box office for Harry Potter". The Times. UK.
  92. Schwartz, Terri (14 June 2010). "'Harry Potter' Filming Wraps – For The Last Time". MTV News. Archived from the original on 26 September 2011. สืบค้นเมื่อ 6 December 2012.
  93. Richards, Olly (14 March 2008). "Potter Producer Talks Deathly Hallows". Empire. Archived from the original on 10 July 2011. สืบค้นเมื่อ 14 March 2008.
  94. Goldman, Eric (21 December 2012). "Harry Potter Reshoots Underway". IGN. Archived from the original on 22 September 2012. สืบค้นเมื่อ 6 December 2012.
  95. Ellwood, Gregory (11 November 2010). "Daniel Radcliffe and Emma Watson confirm 'Harry Potter and the Deathly Hallows, Pt 2' ending reshoots". Hitfix. Archived from the original on 26 March 2016. สืบค้นเมื่อ 7 July 2017.
  96. 96.0 96.1 SchwartPhillips, jevon (1 March 2011). "World premiere for Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 set for July 7". Los Angeles Times. Archived from the original on 25 October 2013. สืบค้นเมื่อ 2 March 2011.
  97. Derschowitz, Jessica (12 July 2011). ""Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 2" premieres in New York". CBS News. Archived from the original on 28 September 2015. สืบค้นเมื่อ 6 December 2012.
  98. Vlessing, Etan (13 July 2011). "'Harry Potter' Film To Bow On Record 423 Global Imax Screens". The Hollywood Reporter. Archived from the original on 13 September 2011. สืบค้นเมื่อ 3 November 2012.
  99. Tyler, Josh (29 May 2012). "Harry Potter Fans Choosing 2D Over 3D For Deathly Hallows 2". Cinema Blend. Archived from the original on 13 May 2016. สืบค้นเมื่อ 7 July 2017.
  100. Armitage, Hugh; Fletcher, Rosie (16 November 2018). "Fantastic Beasts 2, 3, 4 and 5 release date, cast, plot and all you need to know". Digital Spy.
  101. Nancy Tartagloine (12 September 2013). "Warner Bros, J.K. Rowling Team For New 'Harry Potter'-Inspired Film Series". Deadline Hollywood. Archived from the original on 13 September 2013. สืบค้นเมื่อ 12 September 2013.
  102. 102.0 102.1 102.2 Barraclough, Leo (3 August 2016). "'Fantastic Beasts' Sequel in the Works With J.K. Rowling and David Yates, Release Date Set". Variety. Archived from the original on 5 November 2016. สืบค้นเมื่อ 9 November 2016.
  103. 103.0 103.1 Barraclough, Leo (15 December 2015). "'Fantastic Beasts and Where to Find Them' First Trailer Arrives". Variety. Archived from the original on 18 June 2018. สืบค้นเมื่อ 18 June 2018.
  104. D'Alessandro, Anthony; D'Alessandro, Anthony (18 January 2019). "'Fantastic Beasts 3' Pushes Production Start To Late Fall".
  105. Hibberd, James (4 November 2015). "'Fantastic Beasts' plot unveiled: Here's what the movie's about". Entertainment Weekly. Archived from the original on 17 February 2017. สืบค้นเมื่อ 5 July 2017.
  106. "Warner Bros. Announces Expanded Creative Partnership with J.K. Rowling". Business Wire. Archived from the original on 15 September 2013. สืบค้นเมื่อ 12 September 2013.
  107. "J.K. Rowling wrote the 'Fantastic Beasts' rough draft in twelve days, wants to be an extra in drag". Hypable. 7 February 2014. Archived from the original on 9 February 2014. สืบค้นเมื่อ 8 February 2014.
  108. 108.0 108.1 Barnes, Brooks (29 March 2014). "Warner's C.E.O. Is Bullish on the Big Screen". The New York Times. Archived from the original on 29 March 2014. สืบค้นเมื่อ 29 March 2014.
  109. Smith, Grady (2 October 2013). "'Harry Potter' producer David Heyman talks 'Fantastic Beasts' spinoff". Entertainment Weekly. Archived from the original on 18 June 2018. สืบค้นเมื่อ 18 June 2018.
  110. Graeme McMillan (1 June 2015). "Eddie Redmayne Officially Cast in 'Harry Potter' Prequel 'Fantastic Beasts and Where to Find Them'". The Hollywood Reporter. Archived from the original on 3 June 2015. สืบค้นเมื่อ 2 June 2015.
  111. Osorio, Paulette (17 August 2015). "Filming Gets Underway on 'Fantastic Beasts and Where to Find Them'" (Press release). Warner Bros. Pictures. Business Wire. Archived from the original on 7 October 2016.
  112. "David Yates-Helmed 'Fantastic Beast' Filming Starts Up". Deadline Hollywood. 17 August 2015. Archived from the original on 18 August 2015. สืบค้นเมื่อ 17 August 2015.
  113. Miles, Tina (20 October 2015). "Fake snow on Harry Potter prequelset as Liverpool filming makes progress". Liverpool Echo. Archived from the original on 22 October 2015. สืบค้นเมื่อ 21 October 2015.
  114. "Harry Potter Spinoff 'Fantastic Beasts' to Hit Theaters Nov. 18, 2016". Variety. 13 May 2014. Archived from the original on 18 May 2014. สืบค้นเมื่อ 19 May 2014.
  115. 115.0 115.1 Tartaglione, Nancy (3 July 2017). "'Fantastic Beasts' Sequel Reveals Plot Details, Adds Cast As Shooting Starts". Deadline Hollywood. Archived from the original on 4 July 2017. สืบค้นเมื่อ 3 July 2017.
  116. McNary, Dave; Khatchatourian, Maane (13 October 2016). "'Fantastic Beasts and Where to Find Them' to Be Five-Film Franchise". Variety. Archived from the original on 29 October 2016. สืบค้นเมื่อ 2 November 2016.
  117. Chitwood, Adam (8 November 2016). "'Fantastic Beasts 2': Johnny Depp Confirmed as Grindelwald; Setting Revealed". Collider. Archived from the original on 9 November 2016. สืบค้นเมื่อ 9 November 2016.
  118. "Johnny Depp is Grindelwald and More on Fantastic Beasts". ComingSoon.net. 8 November 2016. Archived from the original on 9 November 2016.
  119. "'Jude Law cast as Albus Dumbledore in next Fantastic Beasts film'". Pottermore. 12 April 2017. Archived from the original on 12 April 2017. สืบค้นเมื่อ 12 April 2017.
  120. Wood, Matt (19 November 2016). "Fantastic Beasts and Where to Find Them 2 takes place in Paris". Cinema Blend. Archived from the original on 20 November 2016. สืบค้นเมื่อ 19 November 2016.
  121. Chitwood, Adam (20 December 2017). "'Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald' Wraps Filming". Collider. Archived from the original on 20 December 2017. สืบค้นเมื่อ 20 December 2017.
  122. Barraclough, Leo (3 August 2016). "'Fantastic Beasts' Sequel in the Works With J.K. Rowling and David Yates, Release Date Set". Variety. Archived from the original on 5 November 2016. สืบค้นเมื่อ 2 November 2016.
  123. Whitten, Sarah (19 February 2019). "'Dune' takes 2020 release date from 'Fantastic Beasts 3,' signaling trouble for the 'Harry Potter' film". CNBC. สืบค้นเมื่อ 12 August 2019.
  124. Lieberman, David (15 October 2014). "Warner Bros' Kevin Tsujihara Outlines Major Film & TV Push Amid Cost Cuts: Time Warner Investor Day". Deadline Hollywood. Archived from the original on 9 November 2016. สืบค้นเมื่อ 9 November 2016.
  125. D'Alessandro, Anthony (18 January 2019). "'Fantastic Beasts 3' Pushes Production Start To Late Fall". Deadline Hollywood. สืบค้นเมื่อ 18 January 2019.
  126. Welk, Brian (29 April 2019). "Third 'Fantastic Beasts' Movie to Open November 2021". The Wrap. สืบค้นเมื่อ 29 April 2019.
  127. "Harry Potter and the Sorcerer's Stone (2001)". Box Office Mojo. Archived from the original on 11 February 2009. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  128. "Harry Potter and the Chamber of Secrets (2002)". Box Office Mojo. Archived from the original on 11 February 2009. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  129. "Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004)". Box Office Mojo. Archived from the original on 12 February 2009. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  130. "Harry Potter and the Goblet of Fire (2005)". Box Office Mojo. Archived from the original on 22 January 2009. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  131. "Harry Potter and the Order of the Phoenix (2007)". Box Office Mojo. Archived from the original on 1 February 2009. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  132. "Harry Potter and the Half-Blood Prince (2009)". Box Office Mojo. Archived from the original on 24 December 2009. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  133. "Harry Potter and the Deathly Hallows Part 1 (2010)". Box Office Mojo. Archived from the original on 30 June 2017. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  134. "Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2 (2011)". Box Office Mojo. Archived from the original on 26 June 2017. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  135. "Fantastic Beasts and Where to Find Them (2016)". Box Office Mojo. Archived from the original on 24 June 2017. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  136. "Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald (2018)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019.
  137. "Franchise Index". Box Office Mojo. Archived from the original on 24 May 2014. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  138. "J.K. Rowling's Wizarding World Movies at the Box Office". Box Office Mojo. Archived from the original on 30 June 2017. สืบค้นเมื่อ 31 January 2019. Unknown parameter |url-status= ignored (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]