เอ็มมา วอตสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เอ็มม่า วัตสัน)
เอ็มมา วอตสัน
Emma Watson 2013.jpg
เกิด เอ็มมา ชาร์ล็อต ดูแอร์ วอตสัน
15 เมษายน พ.ศ. 2533 (26 ปี)
ปารีส, ฝรั่งเศส
สัญชาติ บริติช[1]
จบจาก มหาวิทยาลัยบราวน์
วิทยาลัยวูสเตอร์
อาชีพ
  • นักแสดง
  • นางแบบ
  • นักกิจกรรม
ปีปฏิบัติงาน 2542–ปัจจุบัน
เป็นที่รู้จักจาก ภาพยนตร์ชุดแฮร์รี พอตเตอร์
7 วัน แล้วคิดถึงกันตลอดไป
วัยป่วนหัวใจปึ้ก
องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ทูตสันถวไมตรี

เอ็มมา ชาร์ล็อต ดูแอร์ วอตสัน[2] (อังกฤษ: Emma Charlotte Duerre Watson; เกิด 15 เมษายน พ.ศ. 2533)[3] เป็นนักแสดง นางแบบ และนักกิจกรรมชาวบริติช เกิดในปารีสและเติบโตในอ๊อกซฟอร์ดไชร์ วอตสันเข้าเรียนโรงเรียนดรากอนสกูลขณะเป็นเด็ก และเรียนการแสดงที่โรงเรียนสเตจโคชเธียเตอร์อาตส์ สาขาอ๊อกซฟอร์ด เธอเป็นที่จดจำจากบทบาทการแสดงในบทเฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ ในภาพยนตร์ชุดแฮร์รี พอตเตอร์ ปรากฏตัวในภาพยนตร์แฮร์รี พอตเตอร์แปดภาคตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544-2554 โดยก่อนหน้านั้นเธอเคยแสดงเฉพาะละครในชั้นเรียน[4] แฟรนไชส์ แฮร์รี พอตเตอร์ ทำให้วอตสันมีชื่อเสียงทั่วโลก ได้รับคำยกย่อง และรายได้มากกว่า 10 ล้านปอนด์[5] เธอยังคงรับงานแสดงนอกจากภาพยนตร์แฮร์รี พอตเตอร์ อีก เรื่องแรกคือพากย์เสียงในภาพยนตร์ การผจญภัยของเดเปอโร และปรากฏในภาพยนตร์โทรทัศน์ฉบับดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง รองเท้าบัลเลต์ ตั้งแต่นั้นมา เธอได้รับบทในภาพยนตร์เรื่อง วัยป่วนหัวใจปึ้ก และวัยร้าย วัยลัก ได้รับบทเป็นตนเองในฉบับ "เกินจริง" ปรากฏตัวชั่วครู่ในภาพยนตร์ วันเนี๊ย...จบป่ะ[6] และรับบทเป็นบุตรบุญธรรมของตัวละครหลักในเรื่อง โนอาห์ มหาวิบัติวันล้างโลก[7]

ตั้งแต่ พ.ศ. 2554 ถึง 2557 วอตสันแบ่งเวลาระหว่างงานภาพยนตร์กับการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยบราวน์และวิทยาลัยวูสเตอร์ อ็อกซฟอร์ด และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบราวน์ ระดับปริญญาตรีในสาขาวรรณกรรมอังกฤษในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2557[8] งานนางแบบของเธอเป็นโครงการรณรงค์ของบริษัทเบอร์เบอรี และลังโกม[9][10] เธอยังช่วยออกแบบเสื้อผ้าในนามของที่ปรึกษาด้านแฟชั่นให้กับพีเพิลทรีด้วย[11] ในปี พ.ศ. 2557 เธอได้รับเกียรติจากรางวัลแบฟตา โดยชนะรางวัลสาขาศิลปินบริติชแห่งปี[12] ในปีเดียวกันนั้น เธอได้รับแต่งตั้งให้เป็นทูตสันถวไมตรีขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ และช่วยริเริ่มโครงการรณรงค์ฮีฟอร์ชี (HeForShe) ที่รณรงค์ให้ผู้ชายสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ[13]

ประวัติในวัยเด็ก[แก้]

เอ็มมา วอตสันเกิดที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เธอเป็นลูกสาวของทนายความชาวอังกฤษชื่อ แจ็กลีน ลิวสบี และคริส วอตสัน[14][15][16] วอตสันอาศัยอยู่ในปารีสจนอายุ 5 ขวบ พ่อแม่ของเธอแยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก หลังจากพ่อแม่หย่าร้างกัน วอตสันย้ายกลับมาอยู่กับมารดาที่อ็อกซฟอร์ดไชร์ ประเทศอังกฤษ และอยู่กับบิดาที่ลอนดอนในวันสุดสัปดาห์[14][17] วอตสันเคยกล่าวว่าเธอพูดภาษาฝรั่งเศสได้บ้าง แม้ว่า "ไม่คล่องแคล่ว" เท่าที่เคย[18] หลังจากย้ายไปที่อ็อกซฟอร์ดกับมารดาและน้องชาย เธอเข้าศึกษาที่โรงเรียนดรากอนสกูลในอ็อกซฟอร์ด จนกระทั่งปี พ.ศ. 2546 เธออยากเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุ 6 ขวบ[19] และเรียนร้องเพลง เต้นรำ และการแสดงที่โรงเรียนสเตจโคชเธียเตอร์อาตส์แบบไม่เต็มเวลา[20]

เมื่ออายุ 10 ขวบ วอตสันได้แสดงในละครเวทีของโรงเรียนสเตจโคชหลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง อาร์เธอร์: เดอะยังเยียร์แอนด์เดอะแฮปปีพรินซ์[21] แต่เธอไม่เคยแสดงมืออาชีพใด ๆ ก่อนภาพยนตร์ชุดแฮร์รี พอตเตอร์ หลังจบโรงเรียนดรากอนสกูล วอตสันย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเฮดิงตันสกูล[14] ขณะอยู่ที่กองถ่ายภาพยนตร์ เธอและเพื่อน ๆ มีครูสอนพิเศษให้วันละห้าชั่วโมง[22] ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 เธอเข้าสอบ GCSE 10 วิชา ได้รับเกรด A* 8 วิชา และเกรด A 2 วิชา[14][23]

อาชีพการงาน[แก้]

2542-2546: จุดเริ่มต้นและความสำเร็จครั้งแรก[แก้]

An image of hand and feet impressions in a tile of concrete.
ภาพพิมพ์ฝ่ามือ รอยเท้า และไม้กายสิทธิ์ของ (จากซ้ายไปขวา) วอตสัน แรดคลิฟฟ์ กรินต์ พ.ศ. 2550

ในปี พ.ศ. 2542 การคัดเลือกนักแสดงภาพยนตรเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์เริ่มขึ้น โดยเป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายที่ขายดีที่สุดของเจ. เค. โรว์ลิง เจ้าหน้าที่ที่คัดเลือกนักแสดงพบวอตสันผ่านทางครูของเธอที่โรงละครอ็อกซฟอร์ด และโปรดิวเซอร์รู้สึกประทับใจในความมั่นใจในตนเองของเธอ หลังการออดิชันแปดครั้ง โปรดิวเซอร์ เดวิด เฮย์แมน บอกวอตสันและผู้สมัครอีกสองคนคือ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ และ รูเพิร์ต กรินต์ว่าพวกเขาได้รับเลือกให้เป็นตัวละครเฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ และรอน วีสลีย์ โดยเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน โรว์ลิงสนับสนุนวอตสันตั้งแต่การทดสอบหน้ากล้องครั้งแรก[19]

ในปี พ.ศ. 2544 วอตสันเปิดตัวแสดงความสามารถครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ภาพยนตร์ทำลายสถิติรายได้ในวันฉายวันแรกและสัปดาห์แรก และเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในปีนั้น[24][25] นักวิจารณ์ชื่นชมการแสดงของนักแสดงนำทั้งสามคน โดยชื่นชมวอตสันเป็นพิเศษ หนังสือพิมพ์เดอะเดลีเทลิกราฟเรียกการแสดงของเธอว่า "น่าชื่นชม"[26] และเว็บไซต์ไอจีเอ็นกล่าวว่าเธอ "โดดเด่นมากกว่าคนอื่น ๆ"[27] วอตสันได้เข้าชิงรางวัลห้ารางวัลจากเรื่องศิลาอาถรรพ์ และได้รับรางวัลนักแสดงเด็กสาขานักแสดงนำเด็กหญิง[28]

ปีต่อมา วอตสันรับบทเป็นเฮอร์ไมโอนี่อีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ภาพยนตร์เรื่องที่สองในชุด นักวิจารณ์ชื่นชมการแสดงของเธอ หนังสือพิมพ์เดอะลอสแอนเจลิสไทมส์กล่าวว่าวอตสันและเพื่อน ๆ เติบโตขึ้นจากเรื่องเดิม[29] ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์วิจารณ์ผู้กำกับ คริส โคลัมบัส ที่จ้างวอตสันมาเป็นตัวละครยอดนิยมด้วยค่าตัวที่น้อย[30] การแสดงของวอตสันทำให้เธอได้รับรางวัลออตโตจากนิตยสารเยอรมัน บราโว[31]

2547-2554: ความสำเร็จต่อเนื่องจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ และบทบาทอื่น ๆ[แก้]

วอตสันในงานปฐมฤกษ์ของภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548

ในปี พ.ศ. 2547 ภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบันออกฉาย วอตสันรู้สึกพอใจในบทบาทเฮอร์ไมโอนี่ซึ่งเธอแสดงออกอย่างเต็มที่มากขึ้น โดยเธอเรียกตัวละครของเธอว่า "มีเสน่ห์" และเป็น "บทอัศจรรย์"[32] แม้ว่านักวิจารณ์ตำหนิการแสดงของแรดคลิฟฟ์ มองว่าเขา "เล่นแข็ง" แต่พวกเขายกย่องวอตสัน หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ชมเชยการแสดงของวอตสันว่า "โชคดีที่คุณแรดคลิฟฟ์ที่ไร้อารมณ์ถูกชดเชยด้วยความอดทนของคุณวอตสัน แฮร์รีได้อวดทักษะพ่อมดที่หลากหลายขึ้น แต่เฮอร์ไมโอนี่ได้รับเสียงปรบมือดังที่สุดจากหมัดปราศจากเวทมนตร์ต่อยเข้าที่จมูกของเดรโก มัลฟอย"[33] แม้ว่าเรื่องนักโทษแห่งอัซคาบันจะเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้น้อยที่สุดในภาพยนตร์ชุด แต่การแสดงของวอตสันจะชนะรางวัลออตโตสองรางวัล และรางวัลการแสดงเด็กแห่งปีจากนิตยสารโททัลฟิล์ม[34][35]

ด้วยภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี ทำให้ทั้งวอตสันและภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญครั้งใหม่ ภาพยนตร์ทำสถิติสำหรับสัปดาห์ออกฉายสัปดาห์แรกของภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นภาพยนตร์ไม่ได้เริ่มฉายในสหรัฐอเมริกาในวันสุดสัปดาห์ของเดือนพฤษภาคม และเป็นภาพยนตร์ที่ฉายสัปดาห์แรกในสุดสัปดาห์ในสหราชอาณาจักร นักวิจารณ์ชื่นชมการเติบโตของวอตสันและการแสดงวัยรุ่นของเธอ หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ชมการแสดงของเธอว่า "เอาจริงเอาจังอย่างน่าประทับใจ"[36] สำหรับวอตสัน เรื่องขบขันในภาพยนตร์ส่วนมากเกิดจากความเครียดในหมู่ตัวละครหลักสามคนขณะที่พวกเขากำลังเติบโต เธอกล่าวว่า "ฉันชอบทุกตอนที่เราทะเลาะกัน ฉันคิดว่ามันเหมือนจริงมากที่พวกเขาทะเลาะกันและที่จะมีปัญหามากมาย"[37] หลังจากภาพยนตร์เรื่องถ้วยอัคนีได้เข้าชิงสามรางวัล วอตสันชนะรางวัลออตโตเหรียญทองแดง[38][39] ต่อมาในปีนั้น วอตสันกลายเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดบนปกนิตยสารทีนโว้ก[40] เมื่อเธอปรากฏตัวอีกครั้งในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552[41] ในปี พ.ศ. 2549 วอตสันรับบทเฮอร์ไมโอนี่ในละครเดอะควีนส์แฮนด์แบก ตอนพิเศษของแฮร์รี่ พอตเตอร์เพื่อธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร[42]

วอตสันที่งานปฐมฤกษ์ของภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552

ภาพยนตร์เรื่องที่ห้าในแฟรนไชส์คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ ออกฉายในปี พ.ศ. 2550 จากความสำเร็จด้านรายได้ครั้งใหญ่ ภาพยนตร์ทำสถิติทำรายได้ในสัปดาห์แรกสูงที่สุดที่ 332.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[43] วอตสันชนะรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม[44] เนื่องจากชื่อเสียงของวอตสันและภาพยนตร์ยังคงดำเนินต่อเนื่อง วอตสันและนักแสดงภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ และรูเพิร์ต กรินต์ พิมพ์ฝ่ามือ รอยเท้า และไม้กายสิทธิ์ที่บริเวณหน้าโรงละครกรอแมนส์ไชนีสเธียเตอร์ในฮอลลิวูดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550[45]

จนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 กล่าวกันว่างานแสดงของวอตสันในภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์สร้างรายได้ให้เธอมากกว่า 10 ล้านปอนด์ และเธอตระหนักว่าเธอไม่ต้องทำงานเพื่อเงินอีกต่อไป[5] ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 เธออยู่ในอันดับที่ 6 ในรายชื่อ "ดาราหนุ่มสาวที่มีรายได้มากที่สุด" จัดโดยนิตยสารฟอบส์[46] และในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เธอได้ชื่อเป็นดาราสาวที่มีรายได้สูงสุดของฮอลลิวูด โดยมีรายได้ประมาณ 19 ล้านปอนด์ใน พ.ศ. 2552[47]

แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องภาคีนกฟีนิกซ์ประสบความสำเร็จ อนาคตของแฟรนไชส์แฮร์รี่ พอตเตอร์กลายเป็นความไม่แน่นอน เมื่อนักแสดงทั้งสามคนลังเลที่จะต่อสัญญาการแสดงบทบาทของพวกเขาต่อไปในภาพยนตร์สองตอนสุดท้าย[48] ในที่สุดแรดคลิฟฟ์ยินยอมรับแสดงภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2550[48] แต่วอตสันยังคงลังเลใจต่อไป[49] เธออธิบายว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นการผูกมัดเธอกับบทบาทนี้ไปอีกสี่ปี แต่ในที่สุดเธอยอมรับว่าเธอ "ไม่อยากทิ้ง[บทเฮอร์ไมโอนี่]ไป"[50] และรับแสดงบทดังกล่าวในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2550[51]

วอตสันกับแดเนียล แรดคลิฟฟ์ (ซ้าย) และรูเพิร์ต กรินต์ ที่งานรอบปฐมฤกษ์ของภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1 ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554

วอตสันแสดงภาพยนตร์ที่ไม่ใช่แฮร์รี่ พอตเตอร์เรื่องแรกคือเรื่อง รองเท้าบัลเลต์ ออกอากาศทางช่องบีบีซีในปี พ.ศ. 2550 ดัดแปลงจากนวนิยายในชื่อเดียวกัน เขียนโดยโนล สเตรตเฟลด์[52][53] ผู้กำกับภาพยนตร์ แซนดรา โกลด์บาเชอร์ ให้ความเห็นว่าวอตสันแสดงได้ "สมบูรณ์แบบ" กับบทบาทนักแสดงหญิง พอลีน ฟอสซิล "เธอมีออร่าที่เฉียบแหลมละเอียดอ่อนที่ทำให้คุณอยากจ้องมองที่เธอ"[54] รองเท้าบัลเลต์ ฉายในสหราชอาณาจักรในวันเปิดกล่องของขวัญปี พ.ศ. 2550 ให้ผู้ชม 5.7 ล้านคน ได้รับคำวิจารณ์คละกันไป[55][56][57]

วอตสันพากย์เสียงให้บทเจ้าหญิงพีในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง เดเปอโร...รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก ภาพยนตร์ตลกสำหรับเด็กนำแสดงโดยแมททิว บรอเดริก และนักแสดงร่วมเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ร็อบบี โคลเทรน (รูเบอัส แฮกริด) แสดงในเรื่องนี้เช่นกัน[58] การเดเปอโร...รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็กออกฉายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 และทำรายได้ได้ 87 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก[59]

การถ่ายทำฉากสำคัญให้ภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์เรื่องที่หก เริ่มขึ้นในปลายปี พ.ศ. 2550 โดยในส่วนของวอตสัน ถ่ายทำตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม ถึง 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2551[60][61] แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม ฉายรอบปฐมฤกษ์ในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552[62] เลื่อนจากเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551[63] เนื่องจากนักแสดงหลายคนเป็นวัยรุ่นตอนปลาย นักวิจารณ์วิจารณ์พวกเขาในระดับเดียวกับนักแสดงคนอื่น ๆ ในเรื่อง โดยหนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิสไทมส์บรรยายเป็น "การแนะนำสู่การแสดงแบบทันสมัย"[64] หนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์รู้สึกว่าวอตสัน "แสดงได้มีเสน่ห์ที่สุดจนถึงทุกวันนี้"[65] ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะเดลีเทลิกราฟบรรยายถึงนักแสดงนำว่า "กระตือรือต้น อิสระ และมีพลังที่จะแสดงสิ่งที่พวกเขามีให้กับส่วนที่เหลือของเรื่อง"[66] ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 วอตสันกล่าวว่าเธออยากเรียนระดับมหาวิทยาลัยหลังเธอถ่ายทำภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์จบทั้งหมด[67]

การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต เริ่มวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552[68] สิ้นสุดวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553[69] ด้วยเหตุผลด้านการเงินและบทภาพยนตร์ นวนิยายเล่มนี้ถูกแบ่งออกเป็นภาพยนตร์สองตอนซึ่งถ่ายทำต่อเนื่องกัน[70][71] แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1 ออกฉายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 และภาค 2 ออกฉายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554

เธอปรากฏในมิวสิกวิดีโอของวงวันไนต์โอนลี หลังพบกับนักร้องนำ จอร์จ เครก ในงานรณรงค์โฆษณาวินเทอร์/ซัมเมอร์เบอร์เบรี 2010 วิดีโอเพลง "เซย์ยูโดนต์วอนต์อิต" ออกอากาศทางช่องแชนเนิล 4 ในวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553 และออกเผยแพร่วันที่ 16 สิงหาคม[72]

หลังจบเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ วอตสันแสดงภาพยนตร์เรื่อง 7 วัน แล้วคิดถึงกันตลอดไป รับบทเป็นลูซี ผู้ช่วย ที่ถูกตัวละครหลัก โคลิน คลาร์ก เกี้ยวพาราสี และออกเที่ยวกับเขาหลายครั้ง[73][74]

การศึกษา[แก้]

หลังจบจากโรงเรียน วอตสันพักเรียนหนึ่งปี[75] เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552[71] แต่กล่าวว่าเธอตั้งใจเรียนต่อไป[67] และเธอยืนยันในภายหลังว่าเธอเลือกเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยบราวน์ในพรอวิเดนซ์ รัฐโรดไอส์แลนด์[76] ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 หลังจากเรียนมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 18 เดือน วอตสันปรากฏว่าเธอยืดเวลาเรียนออกไปอีก "หนึ่งหรือสองภาคเรียน"[77] แม้ว่าเธอเข้าเคยเรียนที่วิทยาลัยวูสเตอร์ อ๊อกซฟอร์ด ระหว่างปีการศึกษา 2554-2555 ในฐานะ "นักเรียนเยือน"[78]

วอตสันกล่าวกับเอลเลน ดีเจนเนอเรสก่อนจบการศึกษาว่าเธอต้องเรียนห้าปีแทนสี่ปี เนื่องจากงานแสดงของเธอ เธอ "พักเรียนสองภาคเรียนเต็ม"[79] ในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เธอจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยบราวน์ด้านวรรณคดีอังกฤษ[8] ในปี พ.ศ. 2556 เธอได้รับการรับรองให้สอนโยคะและการทำสมาธิ เธอเรียนพิเศษการทำสมาธิเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่อาคารแห่งหนึ่งของชาวแคนาดา โดยเป็นสถานที่ที่ผู้อาศัยไม่ได้รับอนุญาตให้พูด เพื่อ "หาวิธีอยู่บ้านกับตนเอง"[80][81] เธอกล่าวกับนิตยสารแอลออสเตรเลียว่า อนาคตที่ไม่แน่นอนหมายถึงการค้นหา "หนทางที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยและรู้สึกเหมือนตนอยู่บ้าน เพราะฉันไม่อาจเชื่อใจสถานที่จริง ๆ ได้เลย"[82]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

วอตสันพบและเริ่มคบหากับนักเรียนที่อ็อกซฟอร์ด วิล แอดาโมวิกซ์ ในปี พ.ศ. 2554 ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยปีแรก[83] เขาไปกับเธอในงานประกาศรางวัลเอ็มทีวีมูวีอะวอดส์ 2013 ซึ่งวอตสันได้รับรางวัลเทรลเบลเซอร์[84] ทั้งคู่เลิกรากัยในต้นปี พ.ศ. 2557[85] ต่อมาในปีนั้น วอตสันคบหากับนักกีฬารักบี้ของอ็อกซฟอร์ดชื่อ แมทธิว แจนนี[86] ความสัมพันธ์สิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน ผู้แถลงข่าวแทนวอตสันกล่าวว่าทั้งคู่เลิกรากันเนื่องจาก "ตารางงานไม่มีเวลาว่าง"[87]

ขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องโนอาห์ มหาวิบัติวันล้างโลก วอตสันถูกถามเกี่ยวกับศรัทธา และเธอบรรยายตนว่าเป็นผู้มีจิตใจรอบรู้กว้างขวาง[88]

เรื่องที่แสดง[แก้]

ปี ภาพยนตร์ รับบทเป็น หมายเหตุ
2544 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์
2545 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ
2547 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน
2548 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี
2550 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์
รองเท้าบัลเลต์ พอลลีน ฟอสซิล ภาพยนตร์โทรทัศน์
2551 เดเปอโร...รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก เจ้าหญิงพี พากย์เสียง
2552 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์
2553 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1
2554 แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2
7 วัน แล้วคิดถึงกันตลอดไป ลูซี
2555 วัยป่วนหัวใจปึ้ก แซม
2556 วันเนี๊ย...จบป่ะ ตัวเอง
วัยร้าย วัยลัก นิกกี
2557 โนอาห์ มหาวิบัติวันล้างโลก ไอลา
2558 เดอะไวการ์ออฟดิบลีย์ บาทหลวงไอริส ตอน: The Bishop of Dibley[89]
รีเกรสชั่น สัมผัส…ผวา แอนเจลา เกรย์
โคโลเนีย หนีตาย ลีนา
2559 The Circle เม ฮอลแลนด์ กำลังถ่ายทำ[90]
2560 โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เบลล์ กระบวนการหลังถ่ายทำ[91]

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

ปี (พ.ศ.) องค์กร รางวัล ภาพยนตร์ ผล
2545 Young Artist Awards Best Performance in a Feature Film – Leading Young Actress แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ชนะ[28]
Young Artist Awards Best Ensemble in a Feature Film เข้าชิง
Saturn Award-Best Performance by a Younger Actor Best Performance by a Younger Actor เข้าชิง[92]
Empire Award Best Newcomer เข้าชิง[93]
American Moviegoer Awards Outstanding Supporting Actress เข้าชิง[94]
นักแสดงเยาวชนยอดเยี่ยม การแต่งตัวชุดที่ดีที่สุดในภาพยนตร์ขนาดยาวปานกลาง เข้าชิง[28]
2545 Phoenix Film Critics Society Best Performance by a Youth in a Leading or Supporting Role แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ชนะ
Phoenix Film Critics Society Best Acting Ensemble เข้าชิง
2546 Otto Awards Best Female Film Star (Silver) แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ชนะ[31]
2547 Otto Awards Best Female Film Star (Bronze) N/A ชนะ
2547 Broadcast Film Critics Association Best Young Actress แฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบัน เข้าชิง
Total Film Award Child Performance of the Year ชนะ[95]
สมาคมนักวิจารณ์ละครโทรทัศน์ นักแสดงหญิงดีเยี่ยม เข้าชิง[96]
2548 Otto Awards Best Female Film Star (Gold) ชนะ[35]
Broadcast Film Critics Association Best Young Actress แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี เข้าชิง[38]
2549 Otto Awards Best Female Film Star (Gold) ชนะ[97]
MTV Movie Awards Best On-Screen Team เข้าชิง[39]
2550 ITV National Film Awards Best Female Performance แฮร์รี่ พอตเตอร์กับภาคีนกฟีนิกซ์ ชนะ[44]
UK Nickelodeon Kids' Choice Awards Best Movie Actress ชนะ[98]
Otto Awards Best Female Film Star (Gold) ชนะ
2551 Empire Award Best Actress เข้าชิง[99]
Constellation Award-Best Female Performance Best Female Performance ชนะ[100]
SyFy Genre Best Female Performance ชนะ[101]
รางวัลเกรเมอร์ Best UK TV Actress รองเท้าบัลเล่ต์ เข้าชิง[102]
2553 People's Choice Awards Favorite On-Screen Team แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม เข้าชิง
MTV Movie Awards Best Female Performance เข้าชิง
Teen Choice Awards Actress Fantasy เข้าชิง
2554 Capri Art Film Festival Awards Best Ensemble Cast Award 7 วัน แล้วคิดถึงกันตลอดไป เข้าชิง
Kids' Choice Awards Favorite Movie Actress แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1 เข้าชิง
People's Choice Awards Favorite Movie Star (Under 25) เข้าชิง
Empire Awards Best Actress เข้าชิง
National Movie Awards Performance of the Year เข้าชิง
MTV Movie Awards Best Female Performance เข้าชิง
Best Kiss (shared with Daniel Radcliffe) เข้าชิง
Best Fight (shared with Daniel Radcliffe, Rupert Grint, Arben Bajraktaraj and Rod Hunt) เข้าชิง
Teen Choice Awards Choice Movie: Actress Sci-Fi/Fantasy ชนะ
Choice Movie: Liplock (shared with Daniel Radcliffe) ชนะ
Choice Summer Movie: Female แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 ชนะ
2555 Kid's Choice Awards Favorite Movie Actress แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2 เข้าชิง
People's Choice Awards Favorite Ensemble Movie Cast[103] ชนะ
People's Choice Awards Favorite Movie Star (Under 25) เข้าชิง
Nickelodeon Kids' Choice Awards Favorite Movie Actress เข้าชิง
Saturn Awards Best Supporting Actress เข้าชิง
MTV Movie Awards Best Female Performance เข้าชิง
MTV Movie Awards Best Kiss(shared with Rupert Grint) เข้าชิง
MTV Movie Awards Best Cast(shared with Daniel Radcliffe, Rupert Grint and Tom Felton) ชนะ
Phoenix Film Critics Society Awards Best Actress in a Supporting Role วัยป่วนหัวใจปึ้ก เข้าชิง
San Diego Film Critics Society Awards Best Supporting Actress ชนะ
San Diego Film Critics Society Awards Best Ensemble Performance ชนะ
Boston Society of Film Critics Awards Best Supporting Actress เข้าชิง
2556 People's Choice Awards Favorite Drama Movie Actress[104] วัยป่วนหัวใจปึ้ก ชนะ
MTV Movie Awards Best Female Performance เข้าชิง
MTV Movie Awards Best Kiss(shared with Logan Lerman) เข้าชิง
MTV Movie Awards Best Musical Moment(shared with Logan Lerman and Ezra Miller) เข้าชิง
MTV Movie Awards MTV Trailblazer Award ชนะ
Teen Choice Awards Actress Drama ชนะ
Teen Choice Awards Movie – Liplock(shared with Logan Lerman) เข้าชิง
Teen Choice Awards Choice Style Icon เอ็มมา วอตสัน เข้าชิง
2557 People's Choice Awards Favorite Comedic Movie Actress[105] วันเนี๊ย...จบป่ะ เข้าชิง
Teen Choice Awards Choice Movie Actress: Drama โนอาห์ มหาวิบัติวันล้างโลก เข้าชิง
Britannia Awards British Artist of the Year เอ็มมา วอตสัน ชนะ
British Fashion Awards Best British Style[106] ชนะ

อ้างอิง[แก้]

  1. "Check If You're a British Citizen". United Kingdoms Government. UK Government Digital Service. สืบค้นเมื่อ 23 April 2014. "(If you were born on or after 1 January 1983 and before 1 January 2006 to parents married and British 'not by descent') in most cases you'll be a British citizen 'by descent'." 
  2. "Emma Watson". Late Show with David Letterman. CBS. 8 July 2009. No. 3145.
  3. Walker, Tim (29 September 2012). "Emma Watson: Is there Life After Hermione?". The Independent. สืบค้นเมื่อ 12 January 2008. 
  4. "Daniel Radcliffe, Rupert Grint and Emma Watson to Reprise Roles in the Final Two Instalments of Warner Bros. Pictures' Harry Potter Film Franchise" (Press release). Warner Bros. 23 March 2007. สืบค้นเมื่อ 23 March 2007. 
  5. 5.0 5.1 Peck, Sally (10 July 2007). "Harry Potter's Sidekick 'Rich Enough To Retire'". London: The Telegraph. สืบค้นเมื่อ 25 February 2014. 
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ TItE1
  7. "Emma Watson Gets Biblical With Darren Aronofsky's 'Noah'". indiewire.com. 7 June 2012. สืบค้นเมื่อ 24 July 2012. 
  8. 8.0 8.1 "Emma Watson Graduates from Brown University". The Telegraph (UK). 25 May 2014. สืบค้นเมื่อ 25 May 2014. 
  9. "Go Behind the Scenes with Emma Watson On the Burberry Shoot". Vogue News. June 2009. สืบค้นเมื่อ 22 June 2014. 
  10. Oliver, Dana (14 March 2011). "Emma Watson Named New Face of Lancome". Huffington Post. สืบค้นเมื่อ 2 September 2011. 
  11. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ guardianpeopletree
  12. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ 2014Britannia
  13. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ambassador
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 "Life & Emma". Official website. สืบค้นเมื่อ 16 April 2010. 
  15. "Warner Bros. Official site". Adobe Flash. harrypotter.warnerbros.co.uk. สืบค้นเมื่อ 28 March 2006(click appropriate actor's image, click "Actor Bio") 
  16. Barlow, Helen. "A life after Harry Potter". The Sydney Morning Herald. สืบค้นเมื่อ 16 March 2006. 
  17. Self, Will (17 August 2012). "Emma Watson, The Graduate". The New York Times. 
  18. "Q&A with Emma Watson – The Hour Publishing Company: Entertainment News". Thehour.com. 18 December 2008. สืบค้นเมื่อ 26 February 2014. 
  19. 19.0 19.1 Watson, Emma. "Emma". Emma Watson's Official Website. สืบค้นเมื่อ 3 August 2007. 
  20. Reece, Damian (4 November 2001). "Harry Potter drama school to float". The Daily Telegraph (UK). สืบค้นเมื่อ 8 March 2010. 
  21. Watson, Emma. "Emma & Screen". Official Website. สืบค้นเมื่อ 16 April 2010. 
  22. Muir, Kate (15 May 2004). "Cast Interviews". The Times (UK). สืบค้นเมื่อ 12 January 2008. 
  23. "Pupils 'sitting too many GCSEs'". BBC News. 24 August 2006. สืบค้นเมื่อ 27 May 2007. 
  24. "Harry Potter magically shatters records". Hollywood.com. 18 November 2001. สืบค้นเมื่อ 21 September 2007. 
  25. "2001 Worldwide Grosses". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 29 May 2007. 
  26. Hiscock, John (4 November 2007). "Magic is the only word for it". The Daily Telegraph (UK). สืบค้นเมื่อ 23 September 2007. 
  27. Linder, Brian (17 November 2001). "Review of Harry Potter and the Sorcerer's Stone". IGN. สืบค้นเมื่อ 23 September 2007. 
  28. 28.0 28.1 28.2 "2002 nominations and winners". Young Artist's Awards. สืบค้นเมื่อ 13 September 2007.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "YAA" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  29. Kenneth Turan (15 November 2002). "Harry Potter and the Chamber of Secrets". Los Angeles Times. Archived from the original on 28 December 2005. สืบค้นเมื่อ 22 September 2007. 
  30. Ellen, Barbara (14 November 2002). "Film of the week". The Times (UK). สืบค้นเมื่อ 23 September 2007. 
  31. 31.0 31.1 "Bravo Otto – Sieger 2003". Bravo magazine (ใน German). สืบค้นเมื่อ 22 September 2007.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "bravo-archiv-2003" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  32. Trout, Jonathon (1 June 2004). "Daniel Radcliffe, Rupert Grint, Emma Watson". BBC. สืบค้นเมื่อ 3 August 2007. 
  33. A. O. Scott (3 June 2004). "Harry Potter and the Prisoner of Azkaban: Film review". The New York Times. Archived from the original on 25 May 2008. สืบค้นเมื่อ 23 September 2007. 
  34. "Dan Wins Another Otto Award". DanRadcliffe.com. Archived from the original on 11 October 2007. สืบค้นเมื่อ 13 September 2007. 
  35. 35.0 35.1 "Bravo Otto Awards 2005" (Press release) (ใน German). Presseportal.com. Archived from the original on 11 October 2007. สืบค้นเมื่อ 13 September 2007.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "otto2" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  36. Dargis, Manohla (17 November 2005). "The Young Wizard puts away childish things". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 24 September 2007. 
  37. "Daniel Radcliffe, Emma Watson and Rupert Grint". IGN. 15 November 2005. สืบค้นเมื่อ 3 August 2007. 
  38. 38.0 38.1 "Goblet of Fire awards". Broadcast Film Critics Association. Archived from the original on 29 December 2007. สืบค้นเมื่อ 13 September 2007.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "bfc2" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  39. 39.0 39.1 Carroll, Larry (2006-04-24). "Alba, Carell, 'Crashers,' 'Virgin' Big Nominees For MTV Movie Awards". MTV. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  40. Horn, Steven (26 June 2007). "Interview with Emma Watson". IGN. สืบค้นเมื่อ 30 September 2007. 
  41. Waterman, Lauren. "emma enchanted". Teen Vogue. สืบค้นเมื่อ 12 October 2009. 
  42. "New Harry Potter scene for queen". BBC News. 12 June 2006. สืบค้นเมื่อ 6 August 2007. 
  43. "All Time worldwide opening records". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 25 September 2007. 
  44. 44.0 44.1 Pryor, Fiona (28 September 2007). "Potter wins film awards hat-trick". BBC News. สืบค้นเมื่อ 29 September 2007.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "NFA" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  45. Howell, Peter (11 January 2008). "Stardom fades, but cement lives on". Toronto Star. สืบค้นเมื่อ 22 January 2008. 
  46. Burman, John (10 March 2009). "In Pictures: Hollywood's Most Valuable Young Stars". Forbes. สืบค้นเมื่อ 18 April 2009. 
  47. "Harry Potter star Emma Watson is top-earning actress". BBC News. 5 February 2010. สืบค้นเมื่อ 5 February 2010. 
  48. 48.0 48.1 "Harry Potter Will Be Played By Daniel Radcliffe in Final Two Flicks". MTV. 2 March 2007. สืบค้นเมื่อ 18 April 2009. 
  49. "Will Harry Potter lose one of its stars?". Newsweek. 2 October 2006. Archived from the original on 5 October 2006. สืบค้นเมื่อ 25 September 2007. 
  50. "Hermione is back". news.com.au. 25 March 2007. สืบค้นเมื่อ 12 April 2009. 
  51. Edidin, Peter (24 March 2007). "Gang's all here". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 12 April 2009. 
  52. Warman, Matt (21 December 2007). "Dancing towards their dreams". The Daily Telegraph (UK). สืบค้นเมื่อ 12 January 2008. 
  53. Pielou, Adriaane (26 December 2007). "Ballet Shoes saw me through". The Daily Telegraph (UK). สืบค้นเมื่อ 1 January 2008. 
  54. "A Christmas treat for all the family" (Press release). BBC. Archived from the original on 30 November 2007. สืบค้นเมื่อ 1 January 2008. 
  55. "BBC One Transmission Details, weeks 52/1" (Press release). BBC. Archived from the original on 9 December 2007. สืบค้นเมื่อ 1 January 2008. 
  56. Tryhorn, Chris (27 December 2007). "Viewers sold on Old Curiosity Shop". The Guardian (UK). สืบค้นเมื่อ 1 January 2008. 
  57. Teeman, Tim (27 December 2007). "Last Night's TV". The Times (UK). สืบค้นเมื่อ 1 January 2008. 
  58. Watson, Emma. "Filmography". Official website. สืบค้นเมื่อ 16 April 2010. 
  59. "The Tale of Despereaux". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 16 April 2010. 
  60. Watson, Emma (28 November 2007). "Ballet Shoes interviews". Emma Watson's official website news. สืบค้นเมื่อ 12 April 2009. 
  61. Watson, Emma (22 May 2008). "Ballet Shoes interviews". Emma Watson's official website news. สืบค้นเมื่อ 12 April 2009. 
  62. "Harry Potter and the Half-Blood Prince Global Release Dates". Warner Bros. Pictures. สืบค้นเมื่อ 14 August 2010. 
  63. "Potter film release date delayed". BBC News. 15 August 2008. สืบค้นเมื่อ 28 July 2009. 
  64. Turan, Kenneth (14 July 2009). "Review: 'Harry Potter and the Half-Blood Prince'". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 28 July 2009. 
  65. Kois, Dan (14 July 2009). "Critic Review for Harry Potter and the Half-Blood Prince". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ 28 July 2009. 
  66. Sandhu, Sukhdev (16 July 2009). "Harry Potter and the Half-Blood Prince, review". The Daily Telegraph (UK). 
  67. 67.0 67.1 Long, Camilla (7 December 2008). "What next in life for Emma Watson". The Times (UK). สืบค้นเมื่อ 10 December 2008. 
  68. Watson, Emma (17 February 2009). "Filming begins". Emma Watson's official website news. สืบค้นเมื่อ 12 April 2009. 
  69. Schwartz, Alison (14 June 2010). "Daniel Radcliffe Calls Wrapping Up Harry Potter Devastating". People. สืบค้นเมื่อ 9 February 2011. 
  70. Jack Malvern (14 March 2008). "Longer spell at box office for Harry Potter". The Times (UK). 
  71. 71.0 71.1 Olly Richards (14 March 2008). "Potter Producer Talks Deathly Hallows". Empire. สืบค้นเมื่อ 14 March 2008. 
  72. "Say You Don't Want It". 
  73. "Emma in My Week With Marilyn". emma-watson.net. 8 October 2010. สืบค้นเมื่อ 3 November 2010. 
  74. "Emma Watson Joins My Week with Marilyn". movieweb.net. 24 September 2010. สืบค้นเมื่อ 23 December 2010. 
  75. Tibbetts, Graham (14 August 2008). "A-levels: Harry Potter actress Emma Watson gets straight As". The Daily Telegraph (UK). สืบค้นเมื่อ 10 December 2008. 
  76. Ford, James (14 July 2009). "Catching up with Emma Watson". Paste (magazine). สืบค้นเมื่อ 15 July 2009. 
  77. "Message from Emma". Emma Watson Official. 7 March 2011. Archived from the original on 8 March 2011. สืบค้นเมื่อ 15 September 2013. 
  78. "Harry Potter Star Emma Watson begins her year at Oxford University!". Oxford Royale Academy. Archived from the original on 3 October 2012. สืบค้นเมื่อ 8 July 2013. 
  79. "Interview". Ellen (video posted to official YouTube channel)'. Syndicated. Event occurs at 02:12–02:58.
  80. Adams, Char (7 August 2015). "Emma Watson Reveals She Took a Weeklong Vow of Silence After 'Horrendous' Split from Matt Janney". People. สืบค้นเมื่อ 9 August 2015. 
  81. แม่แบบ:Cite tweet
  82. "Why Emma Watson Became a Certified Yoga Instructor". ABC News. สืบค้นเมื่อ 4 April 2014. 
  83. Mendoza, Nadia (15 April 2012). "Emma Watson and New Boyfriend Will Adamowicz Pictured Kissing ...". สืบค้นเมื่อ 3 February 2015. 
  84. Sheridan, Emily (24 June 2013). "Emma Watson Is Reunited with Boyfriend Will Adamowicz ...". สืบค้นเมื่อ 3 February 2015. 
  85. Longeretta, Emily (6 January 2014). "Will Adamowicz and Emma Watson Break Up". สืบค้นเมื่อ 3 February 2015. 
  86. Wilson, Jess (8 September 2014). "Emma Watson Gets Her Hands Dirty Lifting Boxes As She Prepares to Move In with Boyfriend Matt Janney". Mirror Online (photo credit: vantagenews.co.uk). สืบค้นเมื่อ 22 September 2014. 
  87. Bamigboye, Baz (11 December 2014). "Emma Watson and Rugby Star Boyfriend Break Up". Daily Mail. สืบค้นเมื่อ 12 December 2014. 
  88. "Emma Watson is a spiritual Universalist who believes in a higher power | Huffington Post". huffingtonpost.com. 2014-03-24. สืบค้นเมื่อ 2016-01-15. 
  89. "The Vicar of Dibley – Comic Relief Special: The Bishop of Dibley". British Comedy Guide. สืบค้นเมื่อ 22 April 2015. 
  90. Whiteman, Bobbie (7 September 2015). "She's in The Circle! Emma Watson dons black leather as she jets in to LAX to co-star with Tom Hanks in his new sci-fi drama". Daily mail. สืบค้นเมื่อ 7 September 2015. 
  91. Hayden, Erik (January 26, 2015). "Emma Watson Cast in Disney's Live-Action 'Beauty and the Beast'". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ January 27, 2015. 
  92. "2002 Saturn Awards". IMDB. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  93. "2002 Empire Awards". IMDB. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  94. "American Moviegoer Award nominations". Time Warner. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  95. "Emma Watson wins award". HPANA. 2004-11-04. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  96. "Prisoner of Azkaban awards". Broadcast Film Critics Association. สืบค้นเมื่อ 2007-09-13. 
  97. "Dan & Emma win Bravo Otto awards". HPANA. 2006-05-08. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  98. Akers, Shelley (2007-10-20). "Emma Watson Is Named Nickelodeon's Best Actress". People. สืบค้นเมื่อ 2007-10-24. 
  99. "Six Nominations for "Order of the Phoenix" at Empire Awards". The Leaky Cauldron. 2008-02-03. สืบค้นเมื่อ 2008-02-03. 
  100. "Will Smith, Emma Watson & “Transformers” Win Canadian Film/TV Awards". marketwire. July 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-07-15. 
  101. "'Battlestar Galactica' Leads Way With 11 SyFy Genre Awards Nods". SyFy Portal. August 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-08-24. 
  102. "Emma Watson Nominated for Glamour Awards". The Leaky Cauldron. February 2008. 
  103. "Nominations Announced for the 'People's Choice Awards 2012'". Tvbythenumbers.zap2it.com. สืบค้นเมื่อ 26 February 2014. 
  104. "Nominees Announced for the 'People's Choice Awards 2013'". Tvbythenumbers.zap2it.com. สืบค้นเมื่อ 26 February 2014. 
  105. "People's Choice Awards: Fan Favorites in Movies, Music & TV". PeoplesChoice.com. สืบค้นเมื่อ 23 January 2014. 
  106. Sowray, Bibby (1 December 2014). "Emma Watson Wins Award for Best British Style at Fashion Awards". Telegraph Media Group. สืบค้นเมื่อ 2 December 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]