แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1
โปสเตอร์ภาพยนตร์
กำกับ เดวิด เยตส์
อำนวยการสร้าง เดวิด เฮย์แมน
เดวิด แบร์รอน
เขียน จากนิยายของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง
ผู้เขียนบท สตีฟ โคล์ฟส์
นำแสดง แดเนียล แรดคลิฟฟ์
รูเพิร์ท กรินท์
เอ็มม่า วัตสัน
กำกับภาพ เอเดอราโด เซอร่า
ตัดต่อ มาร์ค เดย์
จำหน่าย/เผยแพร่ วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส
ฉาย 19 พฤศจิกายน 2010 (2010-11-19)
สหราชอาณาจักร
19 พฤศจิกายน 2010 (2010-11-19)
สหรัฐอเมริกา
ความยาว 146 นาที[1]
ประเทศ สหราชอาณาจักร
สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
(รวมกับภาค 2)[2]
รายได้ 960.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ [3]
ก่อนหน้านี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม
ต่อจากนี้ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 2
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1 (อังกฤษ: Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 1) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซี-ผจญภัยภาคต่อที่ดัดแปลงจากบทประพันธ์ของเจ. เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ตอนที่ 7 ในชื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่เนื่องจากในภาคสุดท้ายนั้นมีรายละเอียดมากและทางผู้สร้างต้องการให้หนังจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ จึงแบ่งออกเป็น 2 ตอนคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตตอนที่ 1 และตอนที่ 2 สำหรับตอนที่ 1 เริ่มถ่ายทำเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 และจะเข้าฉายในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ตอนที่ 2 จะเข้าฉายในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554[4][5] ภาพยนตร์มีนักแสดงนำได้แก่ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ รูเพิร์ท กรินท์ และเอ็มม่า วัตสัน กำกับการแสดงโดย เดวิด เยตส์ เขียนบทโดยสตีฟ โคลฟ อำนวยการสร้างโดย เดวิด เฮย์แมน และเดวิด แบร์รอน

โดยเนื้อเรื่องของภาคนี้จะดำเนินเรื่องต่อจากภาค 6 หลังจากที่ดัมเบิลดอร์จากไปพร้อมกับปริศนาของฮอร์ครักซ์ทไว้ให้แฮร์รี่สานต่อ โลกเวทมตร์และโลกมนุษย์ได้ถูกแทรกแซงจากลอร์ดโวลเดอมอร์อย่างสมบูรณ์ แฮร์รี่ซึ่งถูกโวลเดอมอร์หมายหัวจึงต้องหลบหนีจากการตามล่า อีกทั้งยังต้องทำภารกิจของตามหาฮอร์ครักซ์ที่ดัมเบิลดอร์ทิ้งไว้ให้เขาโดยมีรอนและเฮอร์ไมโอนี่เป็นเพื่อนร่วมเดินทางโดยมีอุปสรรคและอันตรายรอพวกเขาอยู่ และผลสุดท้ายมันอาจนำมาซึ่งสงครามระหว่างแฮร์รี่และโวลเดอมอร์

แรกเริ่มเดิมทีนั้นภาพยนตร์ทั้งสองตอนมีกำหนดฉายในระบบสามมิติแต่เนื่องจากทางผู้สร้างมีเวลาน้อยในการแปลงภาพให้ออกมาเป็นสามมิติ จึงได้ระงับการฉายระบบสามมิติในส่วนของตอนที่ 1 เนื่องจากกลัวแฟนคลับที่เฝ้ารอผิดหวังกับภาพที่ออกมาไม่ดี อย่างไรก็ตามในส่วนของตอนที่ 2 ผู้สร้างยืนยันที่จะฉายในระบบสามมิติตามเดิม

เนื้อเรื่อง[แก้]

นักแสดง[แก้]

งานสร้าง[แก้]

การเตรียมงานสร้าง[แก้]

แรกเริ่มเดิมทีความคิดที่จะแบ่งภาพยนตร์ออกเป็นสองตอนเริ่มมีการถกเถียงขึ้นในระหว่างการเตรียมงานถ่ายทำภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี ภาพยนตร์ภาคที่สี่แต่ทางผู้สร้างลงความเห็นว่าจะไม่แบ่งออกเป็นสองตอนในที่สุด แต่สุดท้ายในภาคที่ 7เนื้อเรื่องในหนังสือมีความละเอียดมา ทางผู้สร้างต่างลงความเห็นว่าไม่สามารถดัดแปลงเนื้อเรื่องทั้งหมดลงในภาพยนตร์เรื่องเดียวได้ จึงมีความเห็นให้แบ่งภาพยนตร์ออกเป็น 2ตอน ซึ่งระยะห่างในการฉายนั้นไม่ห่างกันมากเท่าภาคก่อนๆ ซึ่งทางผู้สร้างได้ยืนยันว่าการแบ่งภาพยนตร์ออกเป็นสองตอนไม่เกี่ยวข้องกับการหารายได้เพิ่มเติมจากภาพยนตร์ชุดนี้ โดยเนื้อเรื่องในตอนที่ 1นั้นจะจบลงตรงบทที่ 24 ช่างทำไมกายสิทธิ์ ในฉากที่โวลเดอมอร์ขโมยไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ของดัมเบิลดอร์จากหลุมศพ

ส่วนในด้านของผู้กำกับการแสดงทางค่ายวอร์เนอร์ บราเดอร์สได้เลือกให้เดวิด เยตส์ ผู้กำกับจากภาค5และภาค6มารับหน้าที่การกำกับในตอนสุดท้ายของภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ทั้งสองตอน ทำให้เยตส์เป็นผู้กำกับที่รับหน้าที่กำกับการแสดงในภาพยนตร์ชุดนี้กว่า 4ภาค มากที่สุดในบรรดาผู้กำกับของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งในการเตรียมงานถ่ายทำทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่น ทางผู้สร้างต้องสร้างป่าโบราณจำลองในสตูดิโอเพื่อถ่ายทำฉากกวางสาวสีเงิน ซึ่งกการเซ็ตฉากและสเปเชี่ยลเอ็ฟเฟ็คที่ใช้มีรายจ่ายที่สูงมาก ทำให้ภาพยนตร์ตอนแรกมีทุนสร้างถึง 250ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว ในส่วนของการเตรียมงานทั้งหมดใช้เวลาไป 250 วัน ในขณะที่การถ่ายทำใช้เวลาไป 478 วัน

การถ่ายทำและงานเบื้องหลัง[แก้]

การถ่ายทำเริ่มขึ้น 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ในสตูดิโอลีฟเดนซึ่งเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์มาตั้งแต่ภาคแรก การถ่ายทำพบปัญหาเป็นครั้งคราว ระหว่างการซ้อมฉากขี่ไม้กวาดในฉากต่อสู้กลางอากาศ เดวิด โฮล์มส์ ตัวแสดงแทนของแดเนียล แรดคลิฟฟ์ประสบอุบัติเหตุตกลงมาจากฉากและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้กองถ่ายต้องหยุดไปชั่วคราว จากการประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้นายเดวิด โฮล์มส์เป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป ภายหลังจากเหตุการณ์นี้การถ่ายทำก็เป็นไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งปิดกล้องลง

ในด้านงานเบื้องหลัง เนื่องจากเป็นภาคสุดท้ายของภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ทำให้ทางวอร์เนอร์จ่ายงบประมาณในการถ่ายทำสูงถึง 250 ล้านเหรียญ ซึ่งในภาคที่ 1 ของเครื่องรางยมทูตมีฉากที่ถ่ายทำในป่าเป็นส่วนใหญ่และไม่มีฉากฮอกวอตส์ให้เห็น ทำให้ทางทีมงานใช้สถานที่จริงและไม่ต้องในสเปเซี่ยลเอฟเฟ็คเข้าช่วยในการสร้างปราสาทและป่าเหมือนในภาคก่อนๆมากนัก ซึ่งเป็นการประหยัดงบไปได้ในส่วนหนึ่ง แต่ในฉากที่แฮร์รี่ต้องงมดาบลงมาจากบึงน้ำแข็งในป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ทางทีมงานได้สร้างป่าและหิมะจำลองขึ้นมาในสตูดิโอแทน และฉากการเล่านิทานของเฮอร์ไมโอนี่เรื่องนิทานสามพี่น้องถูกเล่าด้วยแอนิเมชั่น ส่วนในภาคที่ 2 ของเครื่องรางยมทูตซึ่งมีฉากที่ต้องใช้สเปเชียลเอฟเฟ็คเป็นจำนวนมาก เช่นฉากสงครามในฮอกวอตส์และฉากพวกแฮร์รี่ขี่มังกรหนี ทำให้รายจ่ายในการถ่ายทำภาคที่ 2 มีมากกว่าภาคที่ 1 มาก

ในการถ่ายทำฉากจบของภาพยนตร์ชุดนี้ซึ่งเป็นฉากในสถานีรถไฟ ที่เล่าถึงแฮร์รี่ในอีก 19 ปีต่อมาหลังจากปราบโวลเดอมอร์ลงได้ ทีมงานช่างแต่งหน้าได้แต่งใบหน้าของนักแสดงนำทั้งสาม รวมถึงทอม เฟลตัน ให้ดูแก่ลงและได้มีการใช้สเปเชี่ยลเอฟเฟ็คช่วยอีกเล็กน้อยให้ใบหน้าของนักแสดงทั้งสี่ดูสมจริงขึ้น และการถ่ายทำวันสุดท้ายของภาพยนตร์ก็จบลง นับเป็นเวลา 10 ปีที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ได้มีการถ่ายทำขึ้น จนจบลงในที่สุด

ฉากที่ดัดแปลงเนื้อหา[แก้]

ในส่วนของภาพยนตร์มีการตัดฉากต่างๆ ในหนังสือน้อยกว่าภาคก่อนๆ เนื่องจาก แบ่งออกเป็น 2 ตอนทำให้ผู้สร้างสามารถใส่รายละเอียดได้อย่างครบถ้วน ในฉากที่ได้รับการดัดแปลงไปจากหนังสือมีดังนี้

ภาคที่ 1[แก้]

  • มีฉากที่เฮอร์ไมโอนี่ลบความทรงจำของพ่อแม่ เพื่อไม่ให้ทั้งคู่ได้รับอันตรายจากผู้เสพความตาย ซึ่งในหนังสือได้มีการกล่าวถึงเฉย ๆ
  • ฉากอพยพของพวกเดอร์ลีย์ถูกตัดให้สั้นลง
  • ในฉากการต่อสู้บนท้องฟ้าที่มีแฮร์รี่ตัวจริงและตัวปลอมอยู่ 7 คน เฮ็ดวิกเข้ามาปกป้องแฮร์รี่ทำให้ผู้เสพความตายรู้ทัน ต่างจากในหนังสือที่แฮร์รี่ใช้คาถาปลดอาวุธซึ่งเป็นคาถาประจำตัวทำให้ผู้เสพความตายรู้ทัน
  • อลาสเตอร์ มู้ดดี้ หรือ "แม้ด-อาย" มู้ดดี้ เสียชีวิตขณะที่ต่อสู้กันบนท้องฟ้าโดยโดนยิงคาถาพิฆาตใส่หน้าอย่างจัง แล้วตกไม้กวาดตาย แต่ที่บ้านของรอนไม่มีการไว้อาลัยเหมือนในหนังสือ
  • ในงานแต่งงานของบิลและเฟลอร์ แฮร์รี่ไม่ได้ปลอมตัวเป็นญาติรอนเหมือนในหนังสือ
  • ด็อบบี้และครีเชอร์จับตัวมันดังกัสมาให้แฮร์รี่ ซึ่งในหนังสือครีเชอร์จับมันดังกัสมาด้วยตัวคนเดียว
  • ฉากบุกกระทรวงพวกแฮร์รี่คืนร่างเร็วกว่าในหนังสือ
  • ไม่มีฉากพวกแฮร์รี่แอบฟังก็อบลินในยามค่ำคืน
  • มีการเพิ่มฉากแฮร์รี่เต้นรำกับเฮอร์ไมโอนี่เพื่อให้เธอรู้สึกดีขึ้นหลังรอนหนีไป
  • มีการเพิ่มฉากการไล่ล่าของนักต้อนในป่า ซึ่งพบพวกแฮร์รี่โดยบังเอิญ ในขณะที่ในหนังสือพวกนักต้อนจับตัวพวกแฮร์รี่ได้ทันที
  • หางหนอนยังไม่ตาย

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]