ร่างทรง (ภาพยนตร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับภาพยนตร์ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ร่างทรง
ร่างทรง
TheMediumThaiPoster.jpg
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับบรรจง ปิสัญธนะกูล
เขียนบทบรรจง ปิสัญธนะกูล
ฉันทวิชช์ ธนะเสวี
ศิววุฒิ เสวตานนท์
เนื้อเรื่องชเว ชา-ฮวอน
นา ฮง-จิน
อำนวยการสร้างนา ฮง-จิน
บรรจง ปิสัญธนะกูล
นักแสดงนำนริลญา กุลมงคลเพชร
สวนีย์ อุทุมมา
ศิราณี ญาณกิตติกานต์
ยะสะกะ ไชยสร
บุญส่ง นาคภู่
อรุณี วัฒฐานะ
ธนัชพร บุญแสง
กำกับภาพนฤพล โชคคณาพิทักษ์
ตัดต่อธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค
ดนตรีประกอบชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์
บริษัทผู้สร้าง
จีดีเอช
โชว์บอกซ์ คอร์ปอเรชัน
นอร์ธเทิร์น ครอส
จอกว้าง ฟิล์ม
ผู้จัดจำหน่ายจีดีเอช (ไทย)
โชว์บอกซ์ (เกาหลีใต้)
วันฉาย11 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 (2021-07-11)(เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติพูช็อน)
14 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 (2021-07-14)(โรงภาพยนตร์ทั่วไป, เกาหลีใต้)
28 ตุลาคม ค.ศ. 2021 (2021-10-28)(โรงภาพยนตร์ทั่วไป, ไทย)
4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 (2022-02-04)(เน็ตฟลิกซ์, ไทย)
ความยาว130 นาที
ประเทศไทย
เกาหลีใต้
ภาษาภาษาไทย
ภาษาอีสาน
รายได้250 ล้านบาท (เกาหลีใต้)[1]
112.19 ล้านบาท (ไทย)

ร่างทรง (อังกฤษ: The Medium, เกาหลี: 랑종) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวระทึกขวัญสยองขวัญ ร่วมทุนผลิตโดยจีดีเอช จากประเทศไทย กับ โชว์บอกซ์ จากประเทศเกาหลีใต้ กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล และอำนวยการสร้างโดย นา ฮง-จิน เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งพูช็อน ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564[2] ต่อมาเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564[3] สำหรับประเทศไทย มีกำหนดเข้าฉายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564[ต้องการอ้างอิง]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best of Bucheon) ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งพูช็อน ครั้งที่ 25 ด้วยมติเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการ พร้อมทั้งเป็นภาพยนตร์ทำเงินลำดับที่ 15 ของบอกซ์ออฟฟิศเกาหลีใต้ประจำปี พ.ศ. 2564 ด้วยยอดรายได้ 7.35 ล้านเหรียญสหรัฐ และยอดผู้ชม 831,126 คน[4] นอกจากนี้สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติได้เสนอชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวแทนจากประเทศไทย เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 94 สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม[5] แต่ไม่ได้ถูกรับเลือกให้เข้าชิง

เรื่องย่อ[แก้]

เรื่องราวการถ่ายทำสารคดีติดตามชีวิตครอบครัว "ยะสันเทียะ" ในภาคอีสานของไทย ที่ได้สืบเชื้อสายร่างทรง 'ย่าบาหยัน' มาหลายชั่วอายุคน ซึ่งเชื่อกันว่าจะเลือกแต่ร่างของผู้หญิงเพื่อสืบทอดทายาท โดยมี ป้านิ่ม (สวนีย์ อุทุมมา) เป็นผู้สืบทอดสายเลือดร่างทรงคนปัจจุบัน ระหว่างการถ่ายทำกำลังดำเนินอยู่นั้น ทุกคนเริ่มพบอาการแปลกประหลาดหลายอย่างเกิดขึ้นกับ มิ้ง (นริลญา กุลมงคลเพชร) หลานสาวคนเดียวของตระกูล ทุกคนจึงคาดกันว่ามิ้งน่าจะถูกรับเลือกให้เป็นทายาทร่างทรงคนต่อไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปมิ้งกลับมีอาการน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ จนสมาชิกในครอบครัวเริ่มสงสัยกันว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เข้ามาอยู่ในร่างของมิ้งอาจจะไม่ใช่ย่าบาหยันอย่างที่ทุกคนคิด

นางน้อย (ศิราณี ญาณกิตติกานต์) แม่ของมิ้ง เป็นคนเดียวในครอบครัวที่ไม่เชื่อว่ามิ้งจะถูกผีร้ายเข้าสิง จึงเร่งให้มีการทำพิธีกรรมรับขันธ์ให้มิ้งเป็นร่างทรงคนต่อไป แต่ป้านิ่มไม่ยอมทำพิธีกรรมให้เพราะเชื่อว่าที่อยู่ในร่างมิ้งไม่ใช่ย่าบาหยัน แต่นางน้อยไม่ยอมจึงนำมิ้งไปทำพิธีกรรมกับหมอผีอื่นตามลำพัง ป้านิ่มตามไปทำลายพิธีกรรมนั้นลงจนมิ้งเกิดอาการคลั่งและเตลิดเปิดเปิงไป เมื่อเป็นเช่นนั้นป้านิ่มจึงถามกับ ลุงมานิต (ยะสะกะ ไชยสร) ว่ามิ้งเคยผิดผีกับ แม็กซ์ พี่ชายของตัวเองหรือไม่ แม้ลุงมานิตไม่ยอมตอบ แต่หลังจากวันนั้นกิจการทุก ๆ อย่างของตระกูลยะสันเทียะ เริ่มพังทลายลงทีละน้อย เมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มเลวร้ายลง ความลับอันดำมืดของตระกูลก็เริ่มผุดขึ้นมาทีละน้อย สมัยก่อนตระกูลยะสันเทียะเคยรับจ้างฆ่าคนไม่เว้นวัน แม้เลิกราไปนานจนถึงยุคปัจจุบัน คนในตระกูลก็ยังประกอบอาชีพฆ่าสัตว์ ฆ่าหมา ฆ่าวัว ฆ่าควาย เพื่อเอามาชำแหละเนื้อขาย ซึ่งผิดกันกับตระกูลฝ่ายหญิงที่ทำอาชีพร่างทรง ถือศีล ประพฤติตนตามหลักศาสนา ด้วยความลับนี้จึงทำให้ป้านิ่มเชื่อมั่นว่า สิ่งที่อยู่ในร่างมิ้ง ต้องเป็นหนึ่งในเจ้ากรรมนายเวรพวกนี้แน่ จึงเร่งพยายามอัญเชิญย่าบาหยันให้มาทำพิธีไล่ผีและขอขมาเจ้ากรรมนายเวรให้ปลดปล่อยครอบครัวไป แต่ทุกอย่างก็สายเมื่ออยู่ดี ๆ ป้านิ่มก็เสียชีวิตลงจนทำให้ทุกคนเริ่มหมดหวัง

นางน้อยเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมแพ้ เธอจึงจัดการหาหมอผีทำพิธีคุณไสย์ ไล่วิญญาณร้ายออกไปจากร่างมิ้ง นางน้อยใช้วิธีใดก็ไม่เป็นผล แต่ทุก ๆ ครั้งที่เธอทำพิธีกรรม ความลับที่ซ่อนเอาไว้ก็เริ่มผุดออกมาว่า จริง ๆ แล้ว นางน้อยคือคนที่ย่าบาหยันเลือกให้เป็นร่างทรงคนต่อไป แต่นางน้อยกลับปฏิเสธด้วยการใส่ยันต์ลงในรองเท้ารวมถึงเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์ ทำให้ย่าบาหยันไม่เลือกเธอแต่ไปเลือกป้านิ่มแทน เมื่อเป็นเช่นนั้นนางน้อยจึงกลับไปหาย่าบาหยันที่เคยปฏิเสธไป เธอจัดพิธีกรรมรับขันธ์เพื่อรับเอาย่าบาหยันเข้ามา พร้อม ๆ กับผนึกวิญญาณร้ายไปพร้อมกันทีเดียว แต่แล้วผีร้ายกลับบังตา แป้ง (อรุณี วัฒฐานะ) ให้เข้าใจผิดว่าลูกของเธอหายไป เธอจึงพังยันต์เข้าไปหามิ้งเพื่อไปเอาลูกคืน แต่สิ่งที่ปรากฎตรงหน้าคือมิ้งที่ทำลายยันต์ได้สำเร็จ มิ้งจึงลงมือฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นั่น ก่อนบุกไปทำลายพิธีกรรมและฆ่าทุกคนที่ลานพิธีกรรมอย่างเลือดเย็น

นางน้อยที่รับเอาย่าบาหยันเข้ามาสำเร็จ จึงทำพิธีกรรมไล่ผีร้ายออกไปจากมิ้งตามลำพัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมิ้งหลอกล่อให้นางน้อยตายใจ ก่อนใช้มีดแทงคอนางน้อยให้ล้มลงและเผาร่างนางน้อยทั้งเป็น พริบตาที่เพลิงลุกไหม้ กล้องที่ล้มลงไปก็จับภาพได้พอดีว่ามีตุ๊กตาสาปแช่งคนตระกูลยะสันเทียะวางอยู่ใกล้ ๆ และภาพก็ตัดลง

ทีมงานนำบันทึกสัมภาษณ์ป้านิ่มครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิตมาเปิด ภาพที่ปรากฎคือป้านิ่มทำพิธีไหว้ย่าบาหยันตามปกติ แต่เมื่อไหว้เสร็จป้ากลับโยนถาดทิ้งแบบไม่พอใจ ทีมงานจึงถามป้าว่าทำไมทำเช่นนั้น ป้านิ่มจึงสารภาพว่า "ตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่าย่าบาหยันเข้าร่างจริงหรือไม่" ก่อนหนีไปร้องไห้ตามลำพังเพียงคนเดียว

นักแสดง[แก้]

  • นริลญา กุลมงคลเพชร รับบท มิ้ง
  • สวนีย์ อุทุมมา รับบท นิ่ม (น้าของมิ้ง)
  • ศิราณี ญาณกิตติกานต์ รับบท น้อย (แม่ของมิ้ง)
  • ยะสะกะ ไชยสร รับบท มานิต (ลุงของมิ้ง)
  • บุญส่ง นาคภู่ รับบท สันติ (เพื่อนของนิ่ม)
  • อรุณี วัฒฐานะ รับบท แป้ง (ภรรยาของมานิต)
  • ธนัชพร บุญแสง รับบท ลิซ่า (เพื่อนมิ้ง)
  • ภัคพล ศรีรองเมือง รับบท โปรดิวเซอร์
  • อัครเดช รัตนะวงค์ รับบท ป้อง (ลูกของแป้ง)
  • ชัชวัฒน์ แสนเวียน รับบท ตากล้อง 1
  • ยศวัศ สิทธิวงค์ รับบท ตากล้อง 2
  • อานนท์ โล่ศิริปัญญา รับบท ตากล้อง 3
  • กลางชล เชื้อขำ รับบท ตากล้อง 4
  • ปูน มิตรภักดี รับบท แม็ค (พี่ชายของมิ้ง)
  • ประพฤติธรรม คุ้มชาติ รับบท วิโรจน์ (พ่อของมิ้ง)
  • เม็ด สุขบัว รับบท ยายตาบอด

งานสร้าง และการประชาสัมพันธ์[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีสถานที่ถ่ายทำส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดเลย แถบภาคอีสานของประเทศไทย[6][7]

ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกในงานแถลงข่าว GDH Xtraordinary 2021 Line-up เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563 ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยเปิดตัวว่าเป็นภาพยนตร์ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีใต้ โดยมีโปรดิวเซอร์คือ นา ฮง-จิน จากค่ายโชว์บอกซ์[8] ก่อนจะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564[9] และมีแผนเข้าฉายในเกาหลีใต้ช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564[10] ต่อมาในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 ภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มมีความเคลื่อนไหว โดยได้เปิดเผยตัวอย่างแรก และอธิบายเนื้อเรื่องว่าเกี่ยวข้องกับคนทรง และความเชื่อของชาวไทยถิ่นอีสาน

ด้วยเนื้อหาของภาพยนตร์บางส่วนที่มีฉากไม่เหมาะสมอย่างการนำสุนัขมาชำแหละ หรือนำสุนัขลงไปต้มในน้ำเดือดทั้งเป็น ผู้สร้างภาพยนตร์ยังได้มีการขึ้นคำชี้แจงไว้ในช่วงท้ายของภาพยนตร์ว่าทั้งหมดเป็นเพียงเทคนิคการถ่ายทำ และไม่มีสัตว์ใด ๆ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้

การออกฉาย และรายได้[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการซื้อขายในตลาดภาพยนตร์ยุโรป ผ่านทาง Finecut ลิขสิทธิ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ตกเป็นของ The Jokers สำหรับการเข้าฉายในฝรั่งเศส[11] และ Koch Films สำหรับการเข้าฉายในประเทศที่พูดภาษาเยอรมัน[12] และในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2564 ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดังอย่าง Shudder และ moviec4 ได้รับสิทธิ์สตรีมภาพยนตร์เรื่องนี้ในสหรัฐ เริ่มออกฉายสตรีมครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564[13]

ในแถบเอเชีย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกหลายบริษัทซื้อไปเข้าฉายในหลายประเทศ เช่น Edko Films ในมาเก๊า กับฮ่องกง, MovieCloud ใน ไต้หวัน, Synca Creations ในญี่ปุ่น, Encore Films ในมาเลเซีย กับอินโดนีเซีย, Golden Village ในสิงคโปร์, M Pictures ในลาว กับกัมพูชา และ Lumix Media ในเวียดนาม[12] พร้อมทั้งกวาดเสียงวิจารณ์และรายได้ในหลายประเทศ เช่น เป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในรอบ 8 ปีที่สิงคโปร์, เป็นภาพยนตร์เรท R ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดแห่งปีที่ไต้หวัน และเป็นภาพยนตร์ไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาลในอินโดนีเซีย แซงหน้าภาพยนตร์ พี่มาก..พระโขนง[14]

ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งพูช็อน ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564[2] ต่อมาเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564[3] ด้วยจำนวนโรงสูงถึง 1403 โรง[1] เปิดตัววันแรกขึ้นอันดับหนึ่งบอกซ์ออฟฟิศเกาหลีใต้ ด้วยยอดผู้ชม 129,917 คน แซงหน้าภาพยนตร์จากมาร์เวลสตูดิโอส์อย่างแบล็ค วิโดว์ ไปได้ในวันเดียวกัน หลังจากเข้าฉายได้ 4 วัน กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ทำรายได้สูงสุดในเกาหลีใต้ ด้วยรายได้ราว 2.67 ล้านเหรียญสหรัฐ และมียอดผู้ชมสะสมอยู่ที่ 403,019 คน[15] รายได้รวมตลอดการฉายในเกาหลีใต้อยู่ที่ 7.32 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 250 ล้านบาท) และมียอดผู้ชมรวมทั้งสิ้น 831,126 คน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่สามารถเข้าฉายในไทยพร้อมกับเกาหลีใต้ได้ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดทั่วของโควิด-19[ต้องการอ้างอิง] ภายหลังจีดีเอชได้ประกาศกำหนดเข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564 โดยมีงานแถลงข่าวและเปิดให้ชมภาพยนตร์ในรอบสื่อ ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สามารถทำรายได้เปิดตัววันแรกในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ ไปได้ 3.68 ล้านบาท (รายได้ทั่วประเทศ 8.69 ล้านบาท) กลายเป็นภาพยนตร์ไทยรายได้เปิดตัววันแรกสูงเป็นลำดับที่สอง ประจำปี พ.ศ. 2564[16] (ลำดับที่ 1 เป็นของ 4 KINGS อาชีวะ ยุค 90 ทำรายได้ 3.85 ล้านบาท) ภายหลังเข้าฉายได้ 4 วัน ทำรายได้ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ รวม 19.2 ล้านบาท (รายได้ทั่วประเทศ 40.02 ล้านบาท)[17]

สิ้นสุดวันหยุดสุดสัปดาห์ที่สอง หลังจากการเข้าฉายในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ ทำรายได้รวม 38.59 ล้านบาท (รายได้ทั่วประเทศ 81.58 ล้านบาท)[18] สิ้นสุดวันหยุดสุดสัปดาห์ที่สาม ทำรายได้รวมในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ 47.94 ล้านบาท (รายได้ทั่วประเทศ 101.09 ล้านบาท) กลายเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของปี พ.ศ. 2564 ที่ทำรายได้ทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาท[19] สิ้นสุดโปรแกรมการฉาย หลังเข้าฉายไปได้ 6 สัปดาห์ ทำรายได้รวมในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ 54.04 ล้านบาท (รายได้ทั่วประเทศ 112.19 ล้านบาท)

รางวัล[แก้]

ปี ผู้มอบรางวัล สาขาที่เข้าชิง ผู้ได้รับเสนอชื่อ ผล
2564 เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติพูช็อน ครั้งที่ 25[20] ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ร่างทรง ชนะ
เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมานิแอติก 2021[21] ชนะ
เทศกาลภาพยนตร์สยองขวัญและแฟนตาซีซาน เซบาสเตียน ครั้งที่ 32[22] ชนะ
เทศกาลภาพยนตร์สยองขวัญนานาชาติมอลินส์ 2021[23] กำกับภาพยอดเยี่ยม นฤพล โชคคณาพิทักษ์ ชนะ
2565 Fever Awards ครั้งที่ 5[24] ภาพยนตร์ฟีเวอร์แห่งปี ร่างทรง ชนะ
นักแสดงนำหญิงสาขาภาพยนตร์ฟีเวอร์ นริลญา กุลมงคลเพชร ชนะ
Thailand Zocial Awards 2022[25] Best Entertainment on Social Media สาขาภาพยนตร์ไทย ร่างทรง ชนะ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "KOFIC, KOBIS (Korean Box Office Information System) The Medium box office (2021)". KOFIC. สืบค้นเมื่อ September 26, 2021.
  2. 2.0 2.1 Jeong Jin-wook (July 11, 2021). "'랑종' 부천국제판타스틱영화제서 세계최초 개봉" ['Rangjong' opens for the first time in the world at the Bucheon International Fantastic Film Festival]. News 1 (ภาษาเกาหลี). Naver. สืบค้นเมื่อ July 11, 2021.
  3. 3.0 3.1 Park Pan-seok (July 11, 2021). "나홍진 '랑종' 올여름 최고 화제작 등극 '블랙위도우' 제치고 예매율 1위" [Na Hong-jin's 'Rangjong' ranks first in ticket sales, surpassing 'Black Widow' to become the most talked-about film this summer]. Osen (ภาษาเกาหลี). Naver. สืบค้นเมื่อ July 11, 2021.
  4. "KOBIS (Korean Box Office Information System) All the films of Year 2021". KOFIC. สืบค้นเมื่อ September 26, 2021.
  5. ""ร่างทรง" ได้รับเลือกเป็นตัวแทนหนังไทยเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ ครั้งที่ 94". Komchadluek. 31 October 2021. สืบค้นเมื่อ 31 October 2021.
  6. Kim Ye-eun (July 19, 2021). "'랑종', 개봉 첫주 55만 돌파…손익분기점 넘었다" ['Rangjong' surpasses 550,000 in the first week of release... The break-even point has been exceeded]. Export News (ภาษาเกาหลี). Naver. สืบค้นเมื่อ July 19, 2021.
  7. "'The Medium' has its predecessor to thank for growing anticipation". koreajoongangdaily.joins.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-08-20.
  8. GDH เปิดตัว 5 ภาพยนตร์ใหม่ รับก้าวต่อไปในปีที่ 6 ของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย
  9. Brzeski, Patrick (February 24, 2021). "Berlin: South Korea's Na Hong-jin to Produce Thai Horror Film 'The Medium'". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ February 25, 2021.
  10. Seung-hyun, Song (3 June 2021). "Na Hong-jin's Thai-Korean film 'The Medium' coming to theaters in July". The Korea Herald (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 30 June 2021.
  11. Frater, Patrick (1 June 2021). "Trailer Drop Heralds Release of Thai-Korean Horror 'The Medium' (EXCLUSIVE)". Variety (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 9 July 2021.
  12. 12.0 12.1 "Bifan buzz title 'The Medium' is hot seller for South Korea's Finecut". Screendaily (ภาษาอังกฤษ). 16 July 2021. สืบค้นเมื่อ 16 July 2021.
  13. McAndrews, Mary Beth (2021-10-01). "'The Medium': Shudder Drops New Trailer For Thai Found Footage Horror Film". Dread Central (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-10-03.
  14. "The Medium Jadi Film Thailand Terlaris di Indonesia". CNN Indonesia (ภาษาอังกฤษ). 2021-11-03. สืบค้นเมื่อ 2021-10-04.
  15. Park Soo-in (July 18, 2021). "'랑종' 40만 관객 돌파, 개봉 4일째 손익분기점 달성" ['Rangjong' surpassed 400,000 audiences and reached break-even point on the 4th day of release]. Newsen (ภาษาเกาหลี). Naver. สืบค้นเมื่อ July 17, 2021.
  16. "รายได้หนังเข้าใหม่ 28 ตุลาคม 2564". Bangkok Critics Assembly. October 29, 2021. สืบค้นเมื่อ November 12, 2021.
  17. "รายได้หนังประจำสุดสัปดาห์ วันที่ 28 - 31 ตุลาคม 2564". Bangkok Critics Assembly. November 1, 2021. สืบค้นเมื่อ November 12, 2021.
  18. "รายได้หนังประจำสุดสัปดาห์ วันที่ 4 - 7 พฤศจิกายน 2564". Bangkok Critics Assembly. November 8, 2021. สืบค้นเมื่อ November 12, 2021.
  19. "'ร่างทรง' หลอน! แรง! ท่วมท้น! ขอขอบคุณคนดูทุกคนที่ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ทะลุ 100 ล้าน 18 วันฉาย ทำรายได้ 101.09 ล้านบาท". GDH. November 15, 2021. สืบค้นเมื่อ November 15, 2021.
  20. Kim Ji-eun (July 15, 2021). "4단계 속 부천영화제 폐막…장편 작품상에 '랑종'" [Closing of the Bucheon Film Festival in 4 stages... 'Rangjong' at the Best Feature Film Award]. Newsis (ภาษาเกาหลี). Naver. สืบค้นเมื่อ July 15, 2021.
  21. GDH559 (November 3, 2021). "'ร่างทรง' การันตีความหลอนสุดขั้ว! คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาล Maniatic 2021 Fantastic Film Festival". Facebook. สืบค้นเมื่อ November 3, 2021.
  22. GDH (November 7, 2021). "ย้ำความหลอนทั่วร่าง สร้างความเฮี้ยนทั่วโลก! 'ร่างทรง' คว้ารางวัล The Best Film จากเทศกาล San Sebastián Horror and Fantasy Film Week". Facebook. สืบค้นเมื่อ November 8, 2021.
  23. GDH (November 27, 2021). "'ร่างทรง' แพร่สะพัดความสะพรึงถึงชาวสเปน คว้ารางวัล 'ถ่ายภาพยอดเยี่ยม' หรือ Best Cinematography จากเทศกาลภาพยนตร์ MOLINS HORROR FILM FESTIVAL 2021". Facebook. สืบค้นเมื่อ November 27, 2021.
  24. Entertainment Report_2 (2022-02-08). "สุดอลังการ! มากันแน่น ทัพดารานักแสดง รับรางวัลคนดังสุดปังฟีเวอร์ Fever Awards 2021". ทรูไอดี. สืบค้นเมื่อ 2022-02-08.
  25. "THAILAND ZOCIAL AWARDS ครั้งที่ 10 งานประกาศรางวัลโซเชียลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด". สปริงนิวส์. 2022-02-22. สืบค้นเมื่อ 2022-02-22.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]