เทเรซา เมย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดอะไรต์ออนะระเบิล
เทเรซา เมย์
นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559[1]
กษัตริย์ พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
ก่อนหน้า เดวิด แคเมอรอน
หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ก่อนหน้า เดวิด แคเมอรอน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด เทเรซา แมรี บราซิเออร์
1 ตุลาคม ค.ศ. 1956 (61 ปี)
อีสต์เบิร์น, อังกฤษ
พรรคการเมือง พรรคอนุรักษนิยม
คู่สมรส ฟิลิป เมย์ (1980–ปัจจุบัน) «start: (1980-09-06)»"Marriage: ฟิลิป เมย์ to เทเรซา เมย์" Location:แม่แบบ:Placename/adr (linkback://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C)
ที่อยู่ 10 ถนนดาวนิง (อย่างเป็นทางการ)
ศาสนา คริสตจักรแห่งอังกฤษ[2][3]
ลายมือชื่อ

เทเรซา แมรี เมย์ (อังกฤษ: Theresa Mary May, เกิด 1 ตุลาคม ค.ศ. 1956) คือนักการเมืองชาวบริติช ผู้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร และหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ พ.ศ. 2559 รัฐมนตรีกระทรวงปิตุภูมิของสหราชอาณาจักรตั้งแต่ พ.ศ. 2553-2559 และสมาชิกรัฐสภาจากเขตเมเดนเฮดตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ทั้งยังเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยม-ประเทศเดียว (One-Nation Conservative) ผู้สนับสนุนการรวมตัวของประเทศต่าง ๆ (อังกฤษ เวลส์ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ) ในสหราชอาณาจักรต่อไป นอกจากนี้เมย์ยังเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมเสรี (liberal conservative) ด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เธอได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรต่อจากนายเดวิด แคเมอรอนหลังการเข้าเฝ้า ฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2559

ในอดีตเทเรซา เมย์ เคยทำงานประจำอยู่ที่ธนาคารกลางอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2526 ต่อมาที่สมาคมผู้ให้บริการหักบัญชีชำระเงิน ระหว่างปี พ.ศ. 2528 - พ.ศ. 2540 ขณะเดียวกันก็ยังได้ตำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองเมอร์ตันประจำเขตเดิร์นสฟอร์ดในกรุงลอนดอนไปด้วย จนกระทั่งได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาสามัญชนในการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2540 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่ประสบความสำเร็จในการหาเสียงการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2535 และปี พ.ศ. 2537 นอกจากนี้เมย์ยังเคยดำรงตำแหน่งหลากหลายตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเงาภายใต้การนำของวิลเลียม เฮก, เอียน ดันแคน สมิธ, ไมเคิล ฮาวเวิร์ด และเดวิด แคเมอรอน เช่น ผู้นำเงาแห่งสภาสามัญชน และรัฐมนตรีเงาประจำกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ รวมถึงดำรงตำแหน่งประธานพรรคอนุรักษนิยมช่วง พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2546 อีกด้วย

หลังการจัดตั้งคณะรัฐบาลผสมของแคเมอรอนในปี พ.ศ. 2553 เมย์ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงปิตุภูมิ และรัฐมนตรีด้านสตรีและความเท่าเทียม ซึ่งภายหลังได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีด้านสตรีและความเท่าเทียมในปี พ.ศ. 2555 ต่อมาหลังจากที่พรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2558 จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาสามัญชนได้สำเร็จ เมย์ก็ถูกแต่งตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงปิตุภูมิอีกครั้ง และเป็นรัฐมนตรีกระทรวงปิตุภูมิที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่วาระของนายเจมส์ ชูเตอร์ เอด เมื่อกว่า 60 ปีก่อน ซึ่งตลอดการดำรงตำแหน่งเมย์ได้ผลักดันนโยบายการปฏิรูปตำรวจ การจัดการกับปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และได้ริเริ่มนโยบายจำกัดผู้อพยพ[4]

ต่อมาหลังจากความพ่ายแพ้ของฝ่ายอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไปในการออกเสียงประชามติว่าด้วยสมาชิกภาพในสหภาพยุโรป เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 ที่มีนายเดวิด แคเมอรอน เป็นหนึ่งในแกนนำรณรงค์หาเสียง แคเมอรอนก็ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้สถานภาพผู้นำพรรครัฐบาลอย่างพรรคอนุรักษนิยมสิ้นสุดลงไปด้วย เมย์จึงได้ประกาศว่าเธอจะลงชิงตำแหน่งเป็นผู้นำพรรคอนุรักษนิยมคนต่อไป และกลายมาเป็นผู้สมัครตัวเต็งของการแข่งขันนี้อย่างรวดเร็ว เมย์ชนะการหยั่งเสียงในหมู่สมาชิกพรรครอบแรกในวันที่ 5 กรกฎาคม โดยมีคะแนนนำผู้สมัครคนอื่น ๆ ค่อนข้างมาก สองวัดถัดมาเมย์ชนะการหยั่งเสียงรอบที่สองด้วยคะแนน 199 เสียง และเข้าสู่การแข่งขันกับผู้สมัครอีกคนอย่างนางแอนเดรีย ลีดซัม ในรอบถัดไป จนกระทั่งวันที่ 11 กรกฎาคม นางลีดซัมประกาศถอนตัวจากการแข่งขัน ส่งผลให้เมย์กลายเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวและได้รับประกาศเป็นผู้นำพรรคอนุรักษนิยมในวันเดียวกันนั้นเอง เทเรซา เมย์จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งสหราชอาณาจักรคนที่สองในประวัติศาสตร์ ถัดจากมาร์กาเรต แทตเชอร์

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Theresa May to succeed Cameron as UK PM on Wednesday". BBC. 11 July 2016. สืบค้นเมื่อ 11 July 2016. 
  2. Gimson, Andrew (20 October 2012). "Theresa May: minister with a mind of her own". The Observer (London). "May said: 'I am a practising member of the Church of England, a vicar's daughter.'" 
  3. Howse, Christopher (29 November 2014). "Theresa May's Desert Island hymn". The Daily Telegraph (London). "The Home Secretary declared that she was a 'regular communicant' in the Church of England" 
  4. "Boring and competent Theresa May is what the nation needs after shock Brexit vote". The Independent. 1 July 2016. สืบค้นเมื่อ 11 July 2016.