การเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2553

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2553
สหราชอาณาจักร
← พ.ศ. 2548 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2558 →

ทั้งหมด 650 ที่นั่งในสภาสามัญชน
ต้องการ 326 ที่นั่งจึงเป็นฝ่ายข้างมาก
ผู้ใช้สิทธิ65.1%
  First party Second party Third party
  David Cameron - World Economic Forum Annual Meeting Davos 2010.jpg Gordon Brown (2008).jpg Nick Clegg by the 2009 budget cropped.jpg
ผู้นำ เดวิด คาเมรอน กอร์ดอน บราวน์ นิค เคลกก์
พรรค พรรคอนุรักษนิยม (สหราชอาณาจักร) พรรคแรงงาน (สหราชอาณาจักร) พรรคเสรีประชาธิปไตย (สหราชอาณาจักร)
ผู้นำตั้งแต่ 6 ธันวาคม 2548 24 มิถุนายน 2550 18 ธันวาคม 2550
เขตของผู้นำ ส.ส. เขตวิตนีย์ ส.ส. เขตเคิร์คแคลดีและเขตคาวเดินบีธ ส.ส. เขตเชฟฟิลด์แฮลแลม
การเลือกตั้งล่าสุด 198 ที่นั่ง, 32.3% 356 ที่นั่ง, 35.3% 62 ที่นั่ง, 22.1%
เขตล่าสุด 210 349 62
ที่นั่งที่ชนะ 306 258 57
ที่นั่งเปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น97 ลดลง91 ลดลง6
คะแนนเสียง 10,683,787 8,604,358 6,827,938
ร้อยละ 36.1% 29.0% 23.0%
Swing เพิ่มขึ้น3.7% ลดลง6.2% เพิ่มขึ้น1.0%

2010UKElectionMap.svg

นายกรัฐมนตรีก่อนการเลือกตั้ง

กอร์ดอน บราวน์
พรรคแรงงาน (สหราชอาณาจักร)

ว่าที่นายกรัฐมนตรี

เดวิด คาเมรอน
พรรคอนุรักษนิยม (สหราชอาณาจักร)

การเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2553 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 แม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคอนุรักษนิยมจะได้รับที่นั่งในสภาสามัญชนมากที่สุด แต่ไม่สามารถได้ที่นั่งมากกว่า 325 ที่นั่งเพื่อที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ พ.ศ. 2517 และครั้งที่สองนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ที่รัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรไม่สามารถมีรัฐบาลเสียงข้างมากได้ จึงเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย พรรครัฐบาลเดิมอย่างพรรคแรงงานสูญเสียที่นั่งในสภาถึง 90 ที่นั่ง และจากการทำผลสำรวจพรรคแรงงานได้คะแนนเสียงน้อยกว่าพรรคอนุรักษนิยมถึง 2 ล้านเสียง มีคะแนนเสียงเป็นลำดับที่สอง ส่วนพรรคเสรีประชาธิปไตยตามมาเป็นลำดับที่สาม สูญเสียที่นั่งในสภาไป 5 ที่นั่ง ซึ่งไม่ตรงตามผลการสำรวจของหลายสำนักก่อนหน้านี้ที่ชี้ว่าพรคคเสรีประชาธิปไตยจะได้รับที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามพรรคเสรีประชาธิปไตยก็ยังได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดนับตั้งแต่การก่อตั้งพรรคในปี พ.ศ. 2531 และมีโอกาสที่จะเป็นพรรคร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่ง 4 วันหลังจากการเลือกตั้งที่นายกอร์ดอน บราวน์ประกาศว่า "จะก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานในเดือนกันยายน"

ในการเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่าน ๆ มาในหลายกรณี เช่น พรรคกรีนได้รับที่นั่งในสภาสามัญชนเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกับพรรคสหพันธ์, ร้อยละ 35 ของคะแนนเสียงลงให้กับพรรคย่อยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พรรคคู่แข่งหลักอย่างพรรคแรงงานและพรรคอนุรักษนิยม, มีผู้ออกมาลงคะแนนเสียงมากที่สุดนับตั้งแต่การเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2461, เป็นครั้งแรกที่ทั้งสามพรรคหลักลงแข่งขันโดยที่ผู้นำของพรรคทั้งสามไม่เคยนำการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้ามาเลยสักครั้งนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 และเป็นครั้งแรกที่มีการจัดให้มีการโต้วาทีกันทางโทรทัศน์ของผู้นำจากทั้งสามพรรค

พื้นเพ[แก้]

วันที่ 6 เมษายน นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร นายกอร์ดอน บราวน์ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2 ในพระราชวังบัคคิงแฮมเพื่อขอพระบรมราชโองการยุบสภาในวันที่ 12 เมษายน หลังจากพิจารณามาเป็นเวลานาน และจัดงานแถลงข่าวยืนยันที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีในดาวนิงสตรีทว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 6 พฤษภาคม 5 ปีหลังจากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าในปี พ.ศ. 2548 ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด 649 เขตในสหราชอาณาจักร ภายใต้ระบบผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงสูงสุดจะเป็นสมาชิกสภาสามัญชนของแต่ละเขต การลงคะแนนเสียงในเขตเติร์สก์และมอลตันถูกยกเลิกเป็นเวลา 3 สัปดาห์ เนื่องจากการเสียชีวิตของหนึ่งในผู้สมัคร นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีอุปสรรคในการลงคะแนนในเวลาเกือบ 22.00 นาฬิกา เนื่องจากเวลาในการลงคะแนนใกล้จะหมดลง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีไม่เพียงพอ และการเข้าแถวรอลงคะแนนที่ยาวเหยียด อีกทั้งบัตรลงคะแนนส่งมาล่าช้าและไม่เพียงพอ

การหาเสียงของพรรครัฐบาลอย่างพรรคแรงงานในการเลือกตั้งครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาการเป็นรัฐบาลของตนในสภา ที่ดำรงตำแหน่งมาติดต่อกันเป็นสมัยที่ 4 และเพื่อฟื้นฟูคะแนนนิยมของตนที่ตกต่ำมาตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ส่วนพรรคอนุรักษนิยมก็ตั้งเป้าที่จะช่วงชิงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองของสหราชอาณาจักรหลังพ้ายแพ้ในการเลือกตั้งมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2533 - พ.ศ. 2543 อีกทั้งยังตั้งเป้าที่จะช่วงชิงการเป็นพรรครัฐบาลมาจากพรรคแรงงาน ส่วนพรรคเสรีประชาธิปไตยหวังที่จะช่วงชิงที่นั่งในสภามาจากทั้งพรรคแรงงานและพรรคอนุรักษนิยม นอกจากนี้ยังหวังว่าจะเป็นพรรคที่ถ่วงอำนาจระหว่างพรรคใหญ่ทั้งสองในสภาสามัญชน นับตั้งแต่การโต้ว่าทีทางโทรทัศน์ของผู้นำจากทั้งสามพรรคนักวิเคราะห์จำนวนมากก็ได้ทำการทำนายระดับคะแนนความนิยมหลังการโต้วาที ผลการวิเคราะห์บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่พรรคเสรีประชาธิปไตยจะได้ที่นั่งข้างมากในสภาและจัดตั้งรัฐบาล แต่ผลการวิเคราะห์หนึ่งวันก่อนวันเลือกตั้งชี้ว่าคะแนนความนิยมแกว่งจากพรรคเสรีประชาธิปไตยไปยังทั้งสองพรรคใหญ่จำนวนเล็กน้อย ซึ่งผลการสำรวจครั้งหลังสุดมีตัวเลขดังนี้

  • พรรคอนุรักษนิยม - 36%
  • พรรคแรงงาน - 28%
  • พรรคเสรีประชาธิปไตย - 27%

อย่างไรก็ตามผลการสำรวจถึงประชาชนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งก็ปรากฏขึ้นและไม่สามารถคาดเดาใดแน่ชัดถึงผลที่จะออกมา พรรคชาติสกอตแลนด์ได้รับแรงกระตุ้นจากชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาสกอตแลนด์ พ.ศ. 2550 จึงตั้งเป้าที่จะได้ที่นั่งจำนวน 20 ที่นั่ง และหวังที่จะเป็นพรรคที่ถ่วงอำนาจในสภา เช่นเดียวกับพรรคเวลส์ที่หวังจะได้ที่นั่งจากเขตเลือกตั้งในแคว้นเวลส์ และพรรคเล็กพรรคน้อยอื่น ๆ ก็หวังที่จะมีที่นั่งในสภาสามัญชน

ลำดับเหตุการณ์[แก้]

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน ประการศยุบสภาสามัญชน เริ่มต้นการหาเสียงอย่างเป็นทางการ
วันอังคารที่ 20 เมษายน วันสุดท้ายของการรับสมัครผู้ลงสมัครสมาชิกสภาสามัญชน
วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม วันเลือกตั้ง
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม เดวิด คาเมรอน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยที่พรรคเสรีประชาธิปไตยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม จัดตั้งสภาสามัญชนสมัยที่ 55
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญที่ 55
วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม การลงคะแนนชดเชยรอบพิเศษในเขตเติร์สก์และมอลตัน

ผลการเลือกตั้ง[แก้]

ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง มีผู้ลงสมัครจำนวนมากทั้งผู้สมัครอิสระและผู้สมัครจากพรรคการเมือง โดยพรรคใหญ่ที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปมีทั้งสิ้น 3 พรรค ได้แก่

  • พรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party)
  • พรรคแรงงาน (Labour Party)
  • พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrats)

ในสภาสามัญชนแห่งสหราชอาณาจักร มีที่นั่งทั้งหมด 650 ที่นั่ง โดยแต่ละที่นั่งจะเป็นของผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละเขตพื้นที่ คล้ายการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในประเทศไทย ซึ่งพรรคและผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภามีดังนี้

อันดับที่ ชื่อพรรค ตราสัญลักษณ์ ผู้นำพรรค จำนวนที่นั่ง ร้อยละของที่นั่งทั้งหมด จำนวนคะแนนรวม ร้อยละของคะแนนทั้งหมด
1 พรรคอนุรักษนิยม
(Conservative Party)
เดวิด คาเมรอน 306 47.09 10,703,954 36.05
2 พรรคแรงงาน
(Labour Party)
กอร์ดอน บราวน์ 258 39.70 8,609,527 29.00
3 พรรคเสรีประชาธิปไตย
(Liberal Democrats)
นิค เคลกก์ 57 8.77 6,836,824 23.03
4 พรรคสหภาพประชาธิปไตย
(Democretic Unionist Party)
Duporguklogo(col).png ปีเตอร์ โรบินสัน 8 1.23 168,216 0.57
5 พรรคชาติสกอต
(Scottish National Party)
2010-09-29 189x189px Yellow Box with SNP logo.png อเล็กซ์ แซลมอนด์ 6 0.92 491,386 1.65
6 พรรคซินน์เฟน
(Sinn Fein)
Sinn Fein logo.jpg เจอร์รี อดัมส์ 5 0.77 171,942 0.58
7 พรรคเวลส์
(The Party of Wales)
Plaid Cymru.gif ยวน วีน โจนส์ 3 0.46 165,394 0.56
8 พรรคสังคมประชาธิปไตยและแรงงาน
(Social Democratic and Labour Party)
SDLP logo.svg มาร์กาเร็ต ริทชี 3 0.46 110,970 0.37
9 พรรคเขียวแห่งอังกฤษและเวลส์
(Green Party of England and Wales)
2000px-Green Party of England and Wales logo svg.png คาโรไลน์ ลูคัส 1 0.15 285,616 0.96
10 พรรคพันธมิตรแห่งไอร์แลนด์เหนือ
(Alliance Party of Nothern Ireland)
Alliance Party of Northern Ireland logo.svg เดวิด ฟอร์ด 1 0.15 42,762 0.14
11 ซิลเวีย เฮอร์มอน
ผู้สมัครอิสระ
ซิลเวีย เฮอร์มอน 1 0.15 21,181 0.07
- จอห์น เบอร์โคว์
ประธานสภาสามัญชน
Crowned Portcullis.svg จอห์น เบอร์โคว์ 1 0.15 22,860 0.08
หมายเหตุ จอห์น เบอร์โคว์ ในความเป็นจริงแล้วได้มีที่นั่งในสภาในฐานะสมาชิกสภาจากพรรคอนุรักษนิยม พรรคจึงมีสมาชิกในสภาจำนวน 307 คน แต่โดยธรรมเนียมปฏิบัติ ประธานสภาสามัญชน จะไม่เข้าข้างพรรคใด ในการแจกแจงตารางพรรคการเมืองจึงไม่ควรนับรวม ประธานสภาสามัญชน เข้าในพรรค จึงแยกนายจอห์นออกจากสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมอีก 306 คน
กราฟแสดงจำนวนสมาชิกสภาสามัญชน จากการเลือกตั้ง สี่เหลี่ยม 1 ช่อง แทนสมาชิกสภา 1 คน สี่เหลี่ยม 1 กลุ่ม ประกอบด้วยสี่เหลี่ยม 100 ช่อง (10 X 10) โดย
สีฟ้า แทนพรรคอนุรักษนิยม (กราฟนี้ไม่รวมนายจอห์น เบอร์โคว์)
สีแดง แทนพรรคแรงงาน
สีส้มอมเหลือง แทนพรรคเสรีประชาธิปไตย
สีส้ม แทนพรรคสหภาพประชาธิปไตย
สีเหลือง แทนพรรคชาติสกอตแลนด์
สีเขียวเข้ม แทนพรรคซินน์เฟน
สีเหลืองอมเขียว แทนพรรคเวลส์
สีเขียวอ่อน แทนพรรคสังคมประชาธิปไตยและแรงงาน
สีเขียว แทนพรรคเขียวแห่งอังกฤษและเวลส์
สีน้ำเงินเข้ม แทนพรรคพันธมิตรแห่งไอร์แลนด์เหนือ
สีเทา แทนผู้สมัครอิสระ

นอกจากนี้ ยังมีพรรคการเมืองอีกจำนวนมาก ที่ลงสมัคร แต่ได้รับคะแนนเลือกตั้งไม่พอที่จะได้เข้าไปมีที่นั่งในสภา

จากผลการเลือกตั้งดังกล่าว จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์สภาชะงักงัน (Hung Parliament) เนื่องจากในการเลือกตั้งในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ มักจะมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่มีจำนวนสมาชิกสภาสามัญชนในสังกัดมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนที่นั่งในสภา (เช่น เมื่อครั้งที่พรรคไทยรักไทย ได้รับการเลือกตั้ง 375 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2548 เพียงแต่ในสหราชอาณาจักรจะเกิดขึ้นบ่อยมาก เป็นปกติ แต่มักไม่เกิดในประเทศไทย) จึงทำให้พรรคนั้นสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพได้ไม่ว่าจะมีเพียงพรรคเดียวหรือมีพรรคอื่นๆมาร่วมงาน ส่วนพรรคที่เหลือ จะกลายเป็นฝ่ายค้าน แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีจำนวนเก้าอี้ 650 ที่นั่ง หากจะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดี่ยว ควรจะมีจำนวนสมาชิกสภาอย่างน้อย 326 คน เพื่อให้มีเสถียรภาพ แต่ในครั้งนี้ พรรคอนุรักษนิยมที่มีจำนวนสมาชิกสภาสามัญชนสูงสุด ก็มีจำนวนเพียง 306 ที่นั่ง

ดังนั้น 2 พรรคที่มีขนาดใหญ่ คือ พรรคอนุรักษนิยม และพรรคแรงงาน จึงต้องพยายามหาพรรคอื่นๆ ที่จะมาร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้มีที่นั่งรวมมากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาให้ได้ (เช่น เมื่อครั้งที่พรรคพลังประชาชน ได้ 232 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 165 ที่นั่ง ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 ทั้งสองพรรคจึงพยายามหาพรรคอื่นๆ มาร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาล เพียงแต่ปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดในประเทศไทยบ่อยจนเป็นปกติ แต่สหราชอาณาจักร ไม่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวมา 36 ปีแล้ว)

อ้างอิง[แก้]