ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2
เอิร์ลเกรย์ | |
|---|---|
| นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร | |
| ดำรงตำแหน่ง 22 พฤศจิกายน 1830 – 16 กรกฎาคม 1834 | |
| กษัตริย์ | พระเจ้าวิลเลียมที่ 4 |
| ก่อนหน้า | ดยุกแห่งเวลลิงตัน |
| ถัดไป | ลอร์ดเมลเบิร์น |
| ผู้นำสภาขุนนาง | |
| ดำรงตำแหน่ง 22 พฤศจิกายน 1830 – 9 กรกฎาคม 1834 | |
| ก่อนหน้า | ดยุกแห่งเวลลิงตัน |
| ถัดไป | ลอร์ดเมลเบิร์น |
| ผู้นำสภาสามัญชน | |
| ดำรงตำแหน่ง 24 กันยายน 1806 – 31 มีนาคม 1807 | |
| นายกรัฐมนตรี | ลอร์ดเกรนวิลล์ |
| ก่อนหน้า | ชาลส์ เจมส์ ฟอกซ์ |
| ถัดไป | สเปนเซอร์ เพอร์ซีวัล |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 13 มีนาคม ค.ศ. 1764 นอร์ทัมเบอร์แลนด์, อังกฤษ |
| เสียชีวิต | 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1845 (81 ปี) นอร์ทัมเบอร์แลนด์, อังกฤษ |
| ศาสนา | คริสตจักรแห่งอังกฤษ |
| พรรคการเมือง | พรรควิก |
| คู่สมรส | แมรี เกรย์ เคาน์เตสเกรย์ |
| ลายมือชื่อ | |
ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2 (อังกฤษ: Charles Grey, 2nd Earl Grey) หรือฐานันดรเดิมคือ ไวเคานต์ฮอวิก เป็นนักการเมืองและรัฐบุรุษชาวอังกฤษจากพรรควิก เขาเคยดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร, ผู้นำสภาขุนนาง, ผู้นำสภาสามัญชน, รัฐมนตรียุติธรรม, และรัฐมนตรีต่างประเทศ เขาผลักดันการปฏิรูปการเมืองให้ไปสู่ระบบการเลือกตั้งในอังกฤษและเวลส์[1]โดยได้รับแรงสนับสนุนจากพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 และยังออกกฎหมายการเลิกทาสทั่วจักรวรรดิอังกฤษในปี 1833 นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เผยแพร่ชาเอิร์ลเกรย์ให้เป็นที่รู้จัก[2]
ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรควิก ที่มุ่งมั่นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ผลงานชิ้นเอกที่สร้างประวัติศาสตร์คือการผลักดัน พระราชบัญญัติปฏิรูป ค.ศ. 1832 (Great Reform Act) ซึ่งเปรียบเสมือนการวางรากฐานประชาธิปไตยสมัยใหม่ เขาต้องเผชิญกับความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับสภาขุนนางจนเกือบนำไปสู่วิกฤตการณ์รัฐธรรมนูญ แต่ด้วยความเด็ดขาดในการโน้มน้าวพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 ให้ขู่ว่าจะแต่งตั้งขุนนางใหม่เพิ่มเพื่อผ่านกฎหมาย ทำให้เขาสามารถขยายสิทธิเลือกตั้งไปยังชนชั้นกลางและกำจัดเขตเลือกตั้งเสื่อมโทรมได้สำเร็จ จัดสรรที่นั่งในสภาใหม่ให้สอดคล้องกับเมืองอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต
นอกจากนี้ยังมีการตราพระราชบัญญัติเลิกทาส ค.ศ. 1833 (Slavery Abolition Act 1833) ซึ่งเป็นการยุติระบบทาสในอาณานิคมส่วนใหญ่ของจักรวรรดิอังกฤษ แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องการจ่ายเงินชดเชยจำนวนมหาศาลแก่เจ้าของทาส แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนระดับสากล นอกจากนี้เขายังยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานด้วยพระราชบัญญัติโรงงาน ค.ศ. 1833 ที่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่าเก้าปีทำงานในโรงงานทอผ้า และจำกัดชั่วโมงทำงานของเยาวชน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Reform Act 1832
- ↑ Kramer, Ione. All the Tea in China. China Books, 1990. ISBN 0-8351-2194-1. Pages 180–181.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- More about Earl Grey เก็บถาวร 2008-08-25 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน on the Downing Street website.
- งานโดยหรือเกี่ยวกับ ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2 ในห้องสมุดต่าง ๆ ในแคตาลอกของเวิลด์แคต
- Archival material relating to ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2 listed at the UK National Register of Archives