จอห์น เมเจอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เซอร์ จอห์น เมเจอร์
นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร
ดำรงตำแหน่ง
28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 – 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2540
กษัตริย์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2
ก่อนหน้า มาร์กาเร็ต แธตเชอร์
ถัดไป โทนี่ แบลร์
ผู้นำฝ่ายค้านในสภาสามัญชน
ดำรงตำแหน่ง
2 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 – 19 มิถุนายน พ.ศ. 2540
กษัตริย์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่ 2
นายกรัฐมนตรี โทนี่ แบลร์
ก่อนหน้า โทนี่ แบลร์
ถัดไป วิลเลียม เฮก
หัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม
ดำรงตำแหน่ง
28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 – 19 มิถุนายน พ.ศ. 2540
ก่อนหน้า มาร์กาเร็ต แธตเชอร์
ถัดไป วิลเลียม เฮก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ดำรงตำแหน่ง
26 ตุลาคม 2532 – 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533
นายกรัฐมนตรี มาร์กาเร็ต แธตเชอร์
ก่อนหน้า Nigel Lawson
ถัดไป Norman Lamont
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเครือจักรภพ
ดำรงตำแหน่ง
24 กรกฎาคม – 26 ตุลาคม 2532
นายกรัฐมนตรี มาร์กาเร็ต แธตเชอร์
ก่อนหน้า Geoffrey Howe
ถัดไป Douglas Hurd
สมาชิกสภาสามัญชน
เขต ฮันทิงดัน
ฮันทิงดันไชร์ (2522–2526)
ดำรงตำแหน่ง
3 พฤษภาคม 2522 – 7 มิถุนายน 2544
ก่อนหน้า David Renton
ถัดไป Jonathan Djanogly
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 29 มีนาคม พ.ศ. 2486 (72 ปี)
คาร์ชาร์ตัน, เซอร์รี่, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
พรรคการเมือง พรรคอนุรักษนิยม
คู่สมรส นอร์มา เมเจอร์
บุตร เจมส์, เอลิซาเบท
ศาสนา แองกลิกัน

เซอร์ จอห์น เมเจอร์ (อังกฤษ: Sir John Major)(29 มีนาคม พ.ศ. 2486 -) นักการเมืองชาวอังกฤษและนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรจากพรรคอนุรักษนิยม

ชีวิตทางการเมือง[แก้]

หลังจากนางมาร์กาเรต แทตเชอร์ได้ลาออกจากตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2533 เนื่องจากปัญหาภายในพรรคและการเสื่อมความนิยมจากนโยบายผู้มีสิทธิ์ออกเสียง (Poll Tax) ทำให้นายจอห์น เมเจอร์ชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ในการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2535 แม้ว่าผลสำรวจความคิดเห็นก่อนหน้านี้และหน้าคูหาจะระบุว่าพรรคแรงงานจะมีคะแนนนำ แต่พรรคอนุรักษนิยมได้รับที่นั่ง 336 ที่นั่ง ทำให้สามารถจะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคอนุรักษนิยมยังได้รับคะแนนเสียงสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหราชอาณาจักร[1] หลังจากการเลือกตั้งพรรคแรงงานภายใต้การนำของหัวหน้าพรรคคนใหม่ของโทนี แบลร์ได้ปรับจุดยืนจากพรรคฝ่ายซ้ายเป็นพรรคสายกลางมากขึ้น สนับสนุนระบบตลาดเสรีมากขึ้น ประกอบกับคะแนนนิยมที่เสื่อมลงของพรรคอนุรักษนิยมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตั้งแต่ พ.ศ. 2535 ทำให้พรรคแรงงานได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2540 หลังจากพ่ายแพ้นายจอห์น เมเจอร์ ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค[2][3]

อ้างอิง[แก้]