ข้ามไปเนื้อหา

ยังจิ๋ว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยังจิ๋ว (หยางโจว)
จีนตัวเต็ม揚州
จีนตัวย่อ扬州
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินYángzhōu

ยังจิ๋ว[1][a] ในภาษาจีนกลางเรียกว่า หยางโจว (จีน: 揚州; พินอิน: Yángzhōu) เป็นหนึ่งในเก้ามณฑลของจีนยุคโบราณที่ระบุในบันทึกประวัติศาสตร์เช่น ยฺหวี่ก้ง (禹貢), เอ๋อร์หย่า (爾雅) และ โจวหลี่ (周禮)

ชื่อ

[แก้]

มีทฤษฎีที่แตกต่างกัน 4 ทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของชื่อ "ยังจิ๋ว" หรือ "หยางโจว":

  • รากศัพท์ของ "ยังจิ๋ว" เกี่ยวข้องกับต้นไม้ ตำรา ชุนชิว-ยฺเหวียนมิ่งเปา (春秋元命苞) บันทึกว่า "ใต้ดินนั้นชื้น อุดมไปด้วยต้นหยาง (楊; คือต้นพอปลาร์) และต้นหลิว (柳 หลิ่ว) จึงเป็นที่มาของชื่อ"[6] เฉิ่น คั่ว (沈括; ค.ศ. 1031–1095) เขียนว่า "ยังจิ๋ว (หยางโจว) เหมาะกับต้นหยาง เกงจิ๋ว (荊州 จิงโจว) เหมาะกับต้นจิง (荊)"[7] หลี่ โต้ว (李斗; ราวคริสต์ศตวรรษที่ 18) เขียนว่า "ยังจิ๋วเหมาะกับต้นหยาง ต้นที่โตบนคันดินยิ่งโตกว่า ทุก 5 ก้าวมีหนึ่งต้น ทุก 10 ก้าวมี 2 ต้น ขึ้นเป็นคู่และกลุ่มสามต้นในสวน"[8] ยังจิ๋ว (หยางโจว) บางครั้งยังเขียนด้วยอักษรจีนว่า 楊州 แทน 揚州 อักษร 楊 มีความหมายถึง "ต้นหยาง"
  • ที่มาของชื่อ "ยังจิ๋ว" เกี่ยวข้องกับน้ำ พจนานุกรมภาษาจีน ชื่อหมิง (釋名) ซึ่งมีตั้งแต่ยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (東漢 ตงฮั่น; ค.ศ. 25-220) ระบุว่า "ชายแดนมณฑลยังจิ๋วมีน้ำหลาก น้ำนั้นพุ่งขึ้นเป็นคลื่น"[9] อรรถธาธิบายคัมภีร์ ชือจิง (詩經) ระบุว่า "หยาง (揚; แปลตรงตัว "พุ่งขึ้น / กระจายออก") ให้ความรู้สึกปลุกเร้าเฉกเช่นตัวอักษรของคำนั้น"[10]
  • ชื่อ "ยังจิ๋ว" มาจากภูมิอากาศและธรรมชาติของมนุษย์ กัว ผู (郭璞; ค.ศ. 276–324) ระบุว่าภูมิภาคกังหนำ (江南 เจียงหนาน) มีภูมิอากาศอบอุ่นชื้น พืชพรรณหนาแน่น และมีน้ำไหลในในแม่น้ำและทะเลสาบ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าพื้นที่นั้นเปี่ยมด้วยพลังและความมีชีวิตชีวิต จึงเรียกว่ายังจิ๋ว[11]
  • ชื่อ "ยังจิ๋ว" มีที่มาจาก "เยฺว่" (越) ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนบริเวณมณฑลเจ้อเจียง (浙江) ในปัจจุบัน ซุน อี๋ร่าง (孫詒讓; ค.ศ. 1848–1908) เขียนว่า "ดินแดนนี้เป็นถิ่นอาศัยของชาวไป่เยฺว่ (百越) คำว่า "หยาง" (揚) และ "เยฺว่" (越) มีความหมายเดียวกัน ยังจิ๋ว (หยางโจว) จึงอาจได้ชื่อมาจาก "หยางเยฺว่" (揚越) เช่นเดียวกับที่ "เกงจิ๋ว" (จิงโจว) และ "จิงฉู่" (荊楚) มีความหมายเดียวกัน"[12]

ก่อนที่ราชวงศ์สุย (隋) จะพิชิตราชวงศ์เฉิน (陳) เมื่อ ค.ศ. 589 มีการใช้คำภาษาจีนว่า 揚州 และ 楊州 สลับกันไปเมื่อกล่าวถึง "ยังจิ๋ว"

ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์

[แก้]

ตามตำนาน เมื่อพระเจ้าอู๋เต้ (禹 ยฺหวี่; ประมาณ 2,200–2,100 ปีก่อนคริสตกาล) ทรงแก้ปัญหาน้ำท่วม ทรงแบ่งดินแดนจีนออกเป็นเก้ามณฑล โดยยังจิ๋วเป็นหนึ่งในมณฑลเหล่านั้น ตำราประวัติศาสตร์ยุคก่อนราชวงศ์จิ๋น (秦 ฉิน; 221–206 ก่อนคริสตกาล) เช่น ยฺหวี่ก้ง ( 禹貢), เอ๋อร์หย่า (爾雅), โจวหลี่ (周禮) และลฺหวี่ชื่อชุนชิว (呂氏春秋) ล้วนระบุถึงเก้ามณฑล ยังจิ๋วปรากฏในบันทึกเหล่านี้ทั้งหมดแม้ว่ารายชื่อของเก้ามณฑลจะมีความแตกต่างไปบ้างในแต่ละตำรา อย่างไรก็ตามก็มีบันทึกถึงตำแหน่งของยังจิ๋วที่แตกต่างกัน 3 ตำแหน่ง

บันทึกใน ยฺหวี่ก้ง

[แก้]

ยฺหวี่ก้ง บันทึกว่ายังจิ๋วตั้งอยู่ระหว่างหฺวาย (淮) กับทะเล[13] ข่ง อานกั๋ว (孔安國; ราวศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล) อธิบายใน ช่างชูจฺว้าน (尚書傳) ว่าความใน ยฺหวี่ก้ง มีความหมายว่ายังจิ๋วถูกขนาบด้วยแม่น้ำห้วย (淮河 หฺวายเหอ) ทางเหนือและทะเลจีนใต้ทางใต้ ในประเทศจีนยุคปัจจุบัน พื้นที่ที่ครอบคลุมมณฑลยังจิ๋วในอดีตเทียบได้กับพื้นที่ของมณฑลเจียงซู (江蘇), มณฑลอานฮุย (安徽; ส่วนที่อยู่ทางใต้ของแม่น้ำห้วย), นครเซี่ยงไฮ้ (上海 ช่างไห่), มณฑลเจ้อเจียง, มณฑลฝูเจี้ยน (福建), มณฑลเจียงซี (江西) และบางส่วนของมณฑลหูเป่ย์ (湖北), มณฑลหูหนาน (湖南) และมณฑลกวางตุ้ง (廣東 กว่างตง) นครหยางโจว (揚州) ในมณฑลเจียงซูปัจจุบันอยู่ในอาณาเขตของมณฑลยังจิ๋ว (หยางโจว) ในยุคโบราณ อย่างไรก็ตามในยุคราชวงศ์หลัง ๆ มีการพิสูจน์ว่า ช่างชูจฺว้าน ไม่ได้เขียนโดยข่ง อานกั๋ว ความน่าเชื่อถือของบันทึกนี้จึงลดลงอย่างมาก

บันทึกใน เอ๋อร์หย่า

[แก้]

สารานุกรมจีนโบราณ เอ๋อร์หย่า ระบุว่ากังหนำหรือเจียงหนานคือยังจิ๋ว โดยคำว่า "เจียง" (江; แปลตรงตัว "แม่น้ำ") หมายถึงแม่น้ำแยงซี (揚子江 หยางจื่อเจียง หรือ 長江 ฉางเจียง)[14] กัว ผูระบุในอรรถาธิบายประกอบ เอ๋อร์หย่า ว่ายังจิ๋วถูกกำหนดให้เป็นภูมิภาคระหว่างทางใต้ของแม่น้ำแยงซีไปจรดทะเล พื้นที่นี้ในประเทศจีนปัจจุบันครอบคลุมบางส่วนของมณฑลเจียงซูและมณฑลอานฮุยที่อยู่ทางใต้ของแม่น้ำแยงซี รวมถึงนครเซี่ยงไฮ้, มณฑลเจ้อเจียง, มณฑลฝูเจี้ยน และบางส่วนของมณฑลเจียงซีกับมณฑลกวางตุ้ง แต่นครหยางโจวในปัจจุบันไม่อยู่ในขอบเขตเหล่านี้ เพราะนครหยางโจวตั้งอยู่ทางเหนือของแม่น้ำแยงซี สิง ปิ่ง (邢昺; ค.ศ. 931–1010) เขียนใน เอ๋อร์หย่าชู (爾雅疏; อนุอรรถาธิบายประกอบ เอ๋อร์หย่า) ว่ากังหนำเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลยังจิ๋วโบราณ และดินแดนที่ครอบคลุมโดยมณฑลยังจิ๋วโบราณไม่จำกัดเฉพาะแค่กังหนำเท่านั้น หากอิงตามบันทึกนี้ นครหยางโจวในปัจจุบันจึงอยู่ภายในขอบเขตของมณฑลยังจิ๋วโบราณ แต่ เอ๋อร์หย่าชู ของสิง ปิ่งอ้างอิงถึง ช่างชูจฺว้าน ของข่ง อานกั๋วซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ได้เขียนโดยข่ง อานกั๋ว ความน่าเชื่อถือว่า เอ๋อร์หย่าชู จึงเป็นที่ถกเถียง

บันทึกใน โจวหลี่ และ ลฺหวี่ชื่อชุนชิว

[แก้]

โจวหลี่ บันทึกว่า "ทางตะวันออกเฉียงใต้เรียกว่ายังจิ๋ว"[15] จากความดังกล่าว มณฑลยังจิ๋วโบราณจึงครอบคลุมทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน พื้นที่ใหญ่กว่ายังจิ๋วที่ระบุใน ยฺหวี่ก้ง และ เอ๋อร์หย่า คำจำกัดความนี้ยังคลุมเครือมากกว่าสองบันทึกแรก เพราะไม่แน่ชัดว่านครหยางโจวในปัจจุบันที่อยู่ในมณฑลเจียงซูนั้นอยู่ในพื้นที่ของมณฑลยังจิ๋วในยุคโบราณหรือไม่ ความถูกต้องของ โจวหลี่ จึงเป็นที่กังขาเช่นกัน ใน ลฺหวี่ชื่อชุนชิว มีการระบุคล้ายคลึงกันว่า "ทางตะวันออกเฉียงใต้คือยังจิ๋ว"[16]

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ราชวงศ์ฮั่น

[แก้]
มณฑลจีนช่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก, ค.ศ. 189

เมื่อ 106 ปีก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยพระเจ้าฮั่นบู๊เต้ (漢武帝 ฮั่นอู่ตี้; ครองราชย์ 141–87 ปีก่อนคริสตกาล) ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (西漢 ซีฮั่น; 206 ปีก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 9) แผ่นดินจีนถูกแบ่งออกเป็น 13 เขตการปกครองหรือมณฑล [ไม่รวมนครหลวงเตียงอั๋น (長安 ฉางอาน) และ 7 เมืองหรือกุ๋น (郡 จฺวิ้น) ในบริเวณใกล้เคียง] แต่ละมณฑลปกครองโดยข้าหลวงหรือชื่อฉื่อ (刺史) ในมณฑลเหล่านี้มี 11 มณฑลที่ตั้งชื่อตามเก้ามณฑลที่ถูกกล่าวถึงในตำราประวัติศาสตร์ ชูจิง (書經) และ โจวหลี่ ยังจิ๋วเป็นหนึ่งใน 11 มณฑลเหล่านี้ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของมณฑลอานฮุย (ส่วนที่อยู่ทางใต้ของแม่น้ำห้วย) และมณฑลเจียงซู (ส่วนที่อยู่ทางใต้ของแม่น้ำแยงซี) รวมไปถึงนครเซี่ยงไฮ้, มณฑลเจียงซี, มณฑลเจ้อเจียง, มณฑลฝูเจี้ยน และบางส่วนของมณฑลหูเป่ย์กับมณฑลหูหนาน นครหยางโจวในปัจจุบันที่อยู่ในมณฑลเจียงซูไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของมณฑลยังจิ๋วโบราณ แต่อยู่ในอีกเขตการปกครองระดับมณฑลชือชีจิ๋ว (徐州 สฺวีโจว)

เดิม 13 เขตการปกครองถูกเรียกว่า "ชื่อฉื่อปู้" (刺史部; เขตข้าหลวง) และไม่ได้อยู่ภายใต้การบริหารโดยตรงจากราชสำนัก และไม่มีที่ว่าการเขต แต่กุ๋น| (郡 จฺวิ้น) ซึ่งในนามแล้วอยู่ภายใต้การปกครองของชื่อฉื่อปู้ กลับได้รับการควบคุมโดยตรงจากราชสำนัก ดังนั้นเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว; ข้าราชการผู้รับผิดชอบการปกครองเมือง) จึงมีอำนาจมากกว่าข้าหลวง (ชื่อฉื่อ) แม้ว่าข้าหลวงจะมีตำแหน่งสูงกว่าก็ตาม เมื่อ 8 ปีก่อนคริสตกาล ในรัชสมัยจักรพรรดิฮั่นเฉิงตี้ (漢成帝; ครองราชย์ 33–7 ปีก่อนคริสตกาล) ตำแหน่ง "ชื่อฉื่อ" ถูกแทนที่ด้วยตำแหน่ง "โจวมู่" (州牧; เจ้ามณฑล) และเขตการปกครองถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า "จิ๋ว" หรือ "โจว" (州; มณฑล) แต่ละมณฑลมีที่ว่าการมณฑลของตนเอง ตำแหน่ง "ชื่อฉื่อ" ดั้งเดิมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "โจวชื่อฉื่อ" (州刺史; ข้าหลวงมณฑล) เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงใหม่ อย่างไรก็ตาม มณฑลยังคงไม่ได้อยู่ภายใต้การบริหารโดยตรงจากราชสำนัก

ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (東漢 ตงฮั่น; ค.ศ. 25-220) มีการกำหนดให้ที่ว่าการมณฑลยังจิ๋วตั้งอยู่ในอำเภอลี่หยาง (歷陽; ปัจจุบันคืออำเภอเหอ มณฑลอานฮุย) เมื่อ ค.ศ. 188 หลังกบฏโพกผ้าเหลือง (ค.ศ. 184-205) ถูกปราบปรามจนสงบลงเป็นส่วนใหญ่ พระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้; ครองราชย์ ค.ศ. 168–189) ทรงเลื่อนขั้นข้าหลวงมณฑลหลายคนให้ขึ้นมามีตำแหน่งเป็นเจ้ามณฑล และพระราชทานอำนาจในการบริหารจัดการภายในมณฑลของตนทั้งในด้านการพลเรือนและการทหาร การนี้ได้ช่วยเอื้ออำนวยให้เจ้ามณฑลในการปราบกบฏได้สะดวกขึ้น แต่ก็เป็นการเพิ่มอำนาจให้เหล่าเจ้ามณฑลเป็นอย่างมากด้วย เนื่องจากเวลานี้มณฑลอยู่ภายใต้การบริหารโดยตรงจากราชสำนักแล้ว

เมื่อเข้าช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น ขุนศึกโจโฉ (曹操 เฉา เชา) ขึ้นมามีอำนาจและเข้าควบคุมราชสำนัก โจโฉย้ายที่ว่าการมณฑลยังจิ๋วไปยังฉิวฉุน (壽春 โช่วชุน; ปัจจุบันคืออำเภอโช่ว มณฑลอานฮุย) ภายหลังย้ายไปหับป๋า (合肥 เหอเฝย์; ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครเหอเฝย์ มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน) แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลยังจิ๋ว (ทางใต้ของแม่น้ำแยงซี) เป็นอิสระจากการควบคุมของราชสำนัก เพราะอยู่ภายใต้การปกครองของขุนศึกซุนกวน (孫權 ซุน เฉฺวียน) เดิมอำเภอเอกของซุนกวนอยู่ในอำเภออู๋ (吳縣 อู๋เซี่ยน) เมืองง่อกุ๋น ( 吳郡 อู๋จฺวิ้น; อยู่บริเวณนครซูโจว มณฑลเจียงซูในปัจจุบัน) แต่ภายหลังย้ายไปจิงโข่ว (京口; ปัจจุบันคือนครเจิ้นเจียง มณฑลเจียงซู) และท้ายที่สุดก็ย้ายไปเกี๋ยนเงียบ (建業 เจี้ยนเย่; ปัจจุบันคือนครหนานจิง มณฑลเจียงซู) มณฑลยังจิ๋วจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนระหว่างอาณาเขตของขุนศึกโจโฉและซุนกวนในช่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ภายหลังคือระหว่างรัฐวุยก๊ก (魏國 เว่ย์กั๋ว; ค.ศ. 220–265) และง่อก๊ก (吳國 อู๋กั๋ว; ค.ศ. 229–280) ในยุคสามก๊ก (三國 ซานกั๋ว; ค.ศ. 220–280)

ยุคสามก๊ก

[แก้]
ตราประทับทองคำรูปเต่าของอ๋องแห่งกองเหลง (廣陵王 กว่างหลิงหวาง) ในยุคราชวงศ์ฮั่น ขุดพบในแขวงกานเฉฺวียน (甘泉) เขตหานเจียง (邗江) นครหยางโจวเมื่อ ค.ศ. 1980 ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์สุสานหลวงฮั่นกว่างหลิงในนครหยางโจว

เมื่อ ค.ศ. 220 โจผี (曹丕 เฉา พี) โค่นล้มราชวงศ์ฮั่นและก่อตั้งรัฐวุยก๊ก ถือเป็นการเริ่มต้นของยุคสามก๊ก (ค.ศ. 220–280) ในปีถัดมาคือ ค.ศ. 221 เล่าปี่ (劉備 หลิว เป้ย์) สถาปนาคนเป็นจักรพรรดิแห่งรัฐจ๊กก๊ก (蜀國 ฉู่กั๋ว) ต่อมมาเมื่อ ค.ศ.222 ซุนกวนรับฐานันดรศักดิ์ "เงาอ๋อง" (吳王 อู๋หวาง) หรืออ๋องแห่งง่อ และกลายเป็นข้าราชบริพารของวุยก๊ก แต่ภายหลังซุนกวนสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิแห่งง่อก๊กเมื่อ ค.ศ. 229

มณฑลยังจิ๋วถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนระหว่างรัฐวุยก๊กและง่อก๊ก วุยก๊กครอบครองเพียงพื้นที่ส่วนน้อยของมณฑลยังจิ๋วและมีที่ว่าการมณฑลที่อำเภอฉิวฉุน (壽春; โช่วชุน; ปัจจุบันคืออำเภอโช่ว มณฑลอานฮุย) ง่อก๊กครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลยังจิ๋ว ที่ว่าการมณฑลซึ่งเป็นนครหลวงของรัฐง่อก๊กด้วยอยู่ที่อำเภอเกี๋ยนเงียบ (建業 เจี้ยนเย่; ปัจจุบันคือนครหนานจิง มณฑลเจียงซู) มณฑลยังจิ๋วถือเป็นรากฐานของง่อก๊ก สถานการณ์ของมณฑลยังจิ๋วส่วนที่ง่อก๊กครอบครังจึงค่อนข้างมั่นคง ในทางกลับกัน มณฑลยังจิ๋วส่วนที่ครอบครองโดยวุยก๊กตั้งอยู่บนชายแดนระหว่างวุยก๊กและง่อก๊ก ทำให้มียุทธการระหว่างสองรัฐหลายครั้งในภูมิภาคนี้ ร่วมถึงกบฏสามครั้งในฉิวฉุน (ค.ศ. 251–258) นครหยางโจวในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเมืองกองเหลง (廣陵郡 กว่างหลิงจฺวิ้น) ในมณฑลชีจิ๋ว (徐州 สฺวีโจว) ในเวลานั้น โดยวุยก๊กและง่อก๊กผลัดกันเข้าครอบครองพื้นที่ตลอดยุคสามก๊ก

ราชวงศ์จิ้นและยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 265 สุมาเอี๋ยน (司馬炎 ซือหม่า เหยียน) โค่นล้มรัฐวุยก๊กและก่อตั้งราชวงศ์จิ้นตะวันตก (西晉 ซีจิ้น; ค.ศ. 265–316) แต่แม้ในเวลานั้น มณฑลยังจิ๋วก็ยังคงถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนระหว่างราชวงศ์จิ้นและรัฐง่อก๊ก ต่อมาเมื่อ ค.ศ. 280 ทัพราชวงศ์จิ้นยกบุกเกี๋ยนเงียบนครหลวงของง่อก๊กและพิชิตง่อก๊กได้สำเร็จหลังซุนโฮ (孫皓 ซุน เฮ่า) จักรพรรดิง่อก๊กองค์สุดท้ายทรงยอมจำนนต่อราชวงศ์จิ้น หลังการล่มสลายของง่อก๊ก ราชวงศ์จิ้นรวมมณฑลยังจิ๋วให้กลับเป็นหนึ่งเดียวกัน และตั้งที่ว่าการมณฑลที่เกี๋ยนเงียบซึ่งถูกเปลี่ยนชือเป็น "เจี้ยนเย่" (建鄴; มีการออกเสียงเดียวกันกับ "เจี้ยนเย่" หรือ "เกี๋ยนเงียบ" ที่เป็นชื่อเก่า แต่เขียนด้วยอักษรจีนต่างกัน) และภายหลังเปลี่ยนเป็น "เจี้ยนคาง" (建康)

เมื่อเกิดเหตุการณ์วิบัติหย่งเจีย (永嘉) เมื่อ ค.ศ. 311 ราชสำนักของราชวงศ์จิ้นย้ายลงใต้ไปยังภูมิภาคกังหนำและก่อตั้งราชวงศ์จิ้นตะวันออก (東晉 ตงจิ้น; ค.ศ. 317–420) ที่นั่น โดยเจี้ยนคางเป็นนครหลวงของรัฐ ต่อมาราชสำนักของราชวงศ์จิ้นตะวันออกได้แบ่งมณฑลยังจิ๋วออกเป็นมณฑลและจังหวัดย่อย ๆ เช่น กังจิว (江州 เจียงโจว), ชีจิ๋วใต้ (南徐州 หนานสฺวีโจว) และยังจิ๋วตะวันออก (東揚州 ตงหยางโจว) ทำให้ขนาดของมณฑลยังจิ๋วดั้งเดิมในยุคราชวงศ์จิ้นตะวันตกลดลง นครหยางโจวในปัจจุบันยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเมืองกองเหลงและไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลยังจิ๋วตลอดประวัติศาสตร์ในยุคราชวงศ์จิ้นและยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ (南北朝 หนายเป่ย์เฉา; ค.ศ. 420-589) ที่ตามมา

ราชวงศ์สุย

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 589 ในรัชสมัยของจักรพรรดิสุยเหวินตี้ (隋文帝; ครองราชย์ ค.ศ. 581–604) แห่งราชวงศ์สุย (隋; ค.ศ. 581-618) ทัพราชวงศ์สุยพิชิตเจี้ยนคาง (ปัจจุบันคือนครหนานจิง มณฑลเจียงซู) นครหลวงของราชวงศ์เฉิน (陳; ค.ศ. 557-589) และรวบรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งภายใต้การปกครองของราชวงศ์สุย ราชสำนักของราชวงศ์สุยเปลี่ยนชือมณฑลยังจิ๋วเป็น "เจี่ยงโจว" (蔣州) และเปลี่ยนชื่อมณฑลอู๋โจว (吳州; มีอำเภอเอกที่นครหยางโจว มณฑลเจียงซูในปัจจุบัน) เป็น "หยางโจว" (揚州) หรือ "ยังจิ๋ว" ตั้งแต่นั้นมาจึงปรากฏความเชื่อมโยงระหว่างมณฑลยังจิ๋ว (หยางโจว) ในประวัติศาสตร์กับนครหยางโจวในปัจจุบัน

เมื่อ ค.ศ. 605 จักรพรรดิสุยหยางตี้ (隋煬帝; ครองราชย์ ค.ศ. 604-618) ผู้สืบราชบัลลังก์ถัดจากจักรพรรดิสุยเหวินตี้ ลดฐานะของมณฑลต่าง ๆ ลงเป็นหรือเมือง ยังจิ๋วถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองเจียงตู" (江都郡 เจียงตูจฺวิ้น)

ราชวงศ์ถังและหลังจากนั้น

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 620 ในรัชสมัยจักรพรรดิถังเกาจู่ (唐高祖; ครองราชย์ ค.ศ. 618–626) แห่งราชวงศ์ถัง (唐; ค.ศ. 618–907) นครหยางโจวในปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "เหยี่ยนโจว" (兗州; ระวังสับสนกับนครในปัจจุบันที่มีชื่อเดียวกันในมณฑลชานตง) ส่วนอำเภอเจียงหนิง (江寧縣 เจียงหนิงเซี่ยน; ปัจจุบันคือนครหนานจิง มณฑลเจียงซู) ในรุ่นโจว (潤州) ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "หยางโจว" สามปีต่อมา เหยี่ยนโจว (兗州) ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "หานโจว" (邗州) ร่องรอยของชื่อ "หานโจว" ยังคงพบได้ในชื่อเขตหานเจียง (邗江區 หานเจียงชฺวี) ในนครหยางโจวปัจจุบัน

หลังอุบัติการณ์ประตูเสฺวียนอู่ (玄武門 เสฺวียนอู่เหมิน) เมื่อ ค.ศ. 626 จักรพรรดิถังไท่จง (唐太宗; ครองราชย์ ค.ศ. 626–649) ขึ้นครองราชย์และทรงเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองหลายประการ ได้แก่ หยางโจว (ซึ่งเดิมคืออำเภอเจียงหนิง) ถูกรวมเข้ากับรุ่นโจว (潤州; อำเภอเอกอยู่ที่นครเจิ้นเจียง มณฑลเจียงซูในปัจจุบัน), หานโจว (邗州) ถูกเปลี่ยนชื่อกลับเป็น "หยางโจว" (揚州) ตั้งแต่นั้นมานครหยางโจวในปัจจุบันจึงมีชื่อว่า "หยางโจว" อย่างเป็นทางการ

เมื่อ ค.ศ. 742 ในรัชสมัยจักรพรรดิถังเสฺวียนจง (唐玄宗; ครองราชย์ ค.ศ. 712–756) มณฑลถูกลดฐานะเป็นเมืองอีกครั้ง หยางโจวถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองกว่างหลิง" (廣陵郡 กว่างหลิงจฺวิ้น) หรือ "เมืองกองเหลง" แต่ยังคงเรียกกันโดยทั่วไปว่า "หยางโจว" แม้ว่าชื่อทางการจะเปลี่ยนไปก็ตาม เมื่อ ค.ศ. 760 จักรพรรดิถังซู่จง (唐肅宗; ครองราชย์ ค.ศ. 756–762) ทรงฟื้นฟูระบบมณฑล เมืองกว่างหลิงถูกเปลี่ยนชื่อกลับเป็น "หยางโจว" ชื่อ "กว่างหลิง" ยังคงอยู่ในปัจจุบันในชื่อเขตกว่างหลิง (廣陵區 กว่างหลิงชฺวี) ซึ่งรวมถึงพื้นที่ของศูนย์ประวัติศาสตร์หยางโจว

นับแต่นั้นมา ชื่อ "หยางโจว" (ยังจิ๋ว) ก็กลายเป็นชื่อที่เรียกสถานที่นั้นอย่างค่อนข้างถาวร ในช่วงยุคราชวงศ์หมิง (明; ค.ศ. 1368–1644) และราชวงศ์ชิง (清; ค.ศ. 1644–1911) หยางโจวถูกเรียกว่า "จังหวัดหยางโจว" (揚州府 หยางโจวฝู่) รัฐบาลชาตินิยมแห่งสาธารณรัฐจีน (ค.ศ. 1912–1949) เปลี่ยนชื่อเป็น "อำเภอเจียงตู" (江都縣 เจียงตูเซี่ยน) แต่รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ค.ศ. 1949–ปัจจุบัน) ฟื้นฟูชื่อ "นครหยางโจว" (揚州市 หยางโจวชื่อ) หลัง ค.ศ. 1949 ชื่อ "เจียงตู" ยังคงอยู่ในปัจจุบันในชื่อเขตเจียงตู (江都區 เจียงตูชฺวี) ในชานเมืองด้านตะวันออกของหยางโจว

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ใน สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ยังปรากฏการเรียก "ยังจิ๋ว" ด้วยชื่อที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้:
    • เอ๊งจิ๋ว[2]
    • เอียงจิ๋ว[3]
    • เอียวจิ๋ว[4]
    • เองจิ๋ว[5] ระวังสับสนกับมณฑล "ยงโจว" (雍州) หรือ "ยงจิ๋ว" ซึ่งมีการเรียกใน สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ด้วยชื่อ "เองจิ๋ว" เช่นกัน

อ้างอิง

[แก้]
  1. ("แลเมืองเฉงจิ๋ว เมืองอิวจิ๋ว เมืองชิวจิ๋ว เมืองเกงจิ๋ว เมืองยังจิ๋ว เมืองกุนจิ๋ว เมืองอิจิ๋ว ชาวเมืองทั้งแปดเมืองนี้นับถือเขียนเอาชื่อเตียวก๊กไว้บูชาทุกบ้านเรือน") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ September 23, 2025. เทียบกับ (青、幽、徐、冀、荊、、兗、豫八之人,家家侍奉大賢良師張角名字。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
  2. ("โจโฉจึงคิดว่าบันดาหัวเมืองทั้งนี้ เห็นจะคิดเอาใจออกจากกันเปนมั่นคง ถึงจะคิดการด้วยสืบไปก็เห็นจะไม่ตลอด โจโฉโกรธจึงออกมาจัดแจงทหารแล้วก็ยกไปเมืองเอ๊งจิ๋ว แลหัวเมืองทั้งนั้นก็กลับไปยังที่ชุมนุม") "สามก๊ก ตอนที่ ๕". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ January 9, 2025. เทียบกับ (既而席散,操見紹等各懷異心,料不能成事,自引軍投揚州去了。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 6.
  3. ("ขณะนั้นมีคนมาบอกไทสูจู้ว่า เล่าอิ้วให้หาไป ไทสูจู้จึงเข้าไปคำนับขงหยงแล้วว่า ซึ่งมารดาข้าพเจ้าใช้ให้มาแทนคุณท่านนั้น การก็สำเร็จแล้ว บัดนี้เล่าอิ้วเจ้าเมืองเอียงจิ๋วนั้นใช้คนถือหนังสือมาหาข้าพเจ้าว่าจะปรึกษาราชการ ครั้นข้าพเจ้ามิไปก็จะเสียไมตรีซึ่งชอบกันมา ข้าพเจ้าจะขอลาท่านไป ขงหยงได้ยินดังนั้นก็มีความอาลัย จึงจัดเงินทองเสื้อผ้าให้แก่ไทสูจู้เปนบำเหน็จ ไทสูจู้จึงว่าของทั้งนี้ท่านเอาไว้แจกทหารเถิด แล้วก็ลาขงหยงกลับไปหามารดา แล้วบอกเนื้อความให้มารดาฟังทุกประการ มารดาได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงว่าซึ่งเล่าอิ้วเจ้าเมืองเอียงจิ๋วให้มาหานั้นจงรีบไปเถิดเจ้า ไทสูจู้ก็ลามารดาไปหาเล่าอิ้วณเมืองเอียงจิ๋ว") "สามก๊ก ตอนที่ ๙". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ January 9, 2026. เทียบกับ (太史慈拜謝曰:「慈奉母命前來相助,今幸無虞。有揚州刺史劉繇,與慈同郡,有書來喚,不敢不去。容圖再見。」融以金帛相酬,慈不肯受而歸。其母見之,喜曰:「我喜汝有以報北海也!」遂遣慈往揚州去了。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 11.
  4. ("ขณะนั้นมีทหารถือหนังสือมาแจ้งแต่เมืองเอียวจิ๋วว่า บัดนี้จิวหองเจ้าเมืองกวนหยงยกเอาเมืองมาออกแก่โจหิวแล้ว พระเจ้าโจยอยจึงเอาหนังสือนั้นฉีกผนึกออกอ่านดูเปนใจความเจ็ดข้อ ว่าให้ยกทหารไปตีเอาเมืองกังตั๋ง") "สามก๊ก ตอนที่ ๗๔". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ January 9, 2026. เทียบกับ (忽報揚州司馬大都督曹休上表說,東吳審陽太守周魴,願以郡來降,密遣人陳言七事。說東吳可破,乞早發兵取之。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 96.
  5. ("ครั้นสุมาสูปราบปรามข้าศึกราบคาบแล้ว ก็ตั้งจูกัดเอี๋ยนเปนทหารใหญ่ ได้ว่าราชการเมืองเองจิ๋วเมืองห้วยหลำทั้งปวงนั้น แล้วก็ยกกลับไปเมืองฮูโต๋") "สามก๊ก ตอนที่ ๘๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ January 9, 2026. เทียบกับ (司馬師臥病不起,喚諸葛誕入帳,賜以印綬,加為征東大將軍,都督揚州諸路軍馬;一面班師回許昌。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 110.
  6. (厥土下濕而多生楊柳,以為名) ชุนชิว-ยฺเหวียนมิ่งเปา.
  7. (揚州宜楊,荊州宜荊) เมิ่งซีปี่ถาน.
  8. (揚州宜楊,在堤上者更大。……或五步一株,十步雙樹,三三兩兩,立園中) หยางโจวฮฺว่าฝ่างลู่.
  9. (揚州州界多水,水波揚也。) ชื่อหมิง.
  10. (揚,如字,激揚也) อรรถธาธิบายของ ชือจิง.
  11. (江南其氣躁勁,厥性輕揚,故曰楊。楊,揚也。) เอ๋อร์หย่าจู้.
  12. (此州地苞百越,揚、越聲轉,義亦同,揚州當因揚越得名,猶荊州之與荊楚義亦相因矣) โจวหลี่เจิ้งอี้.
  13. (淮、海惟揚州。) ช่างชู บทที่ 6.
  14. (江南曰楊州) เอ๋อร์หย่า เล่มที่ 9.
  15. (東南曰揚州) โจวหลี่ บทที่ 4.
  16. (東南為揚州) ลฺหวี่ชื่อชุนชิว เล่มที่ 13.

บรรณานุกรม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]