เฉงจิ๋ว
| เฉงจิ๋ว (ชิงโจว) | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
แผนที่ตามการคาดคะเนของเก้ามณฑลของภูมิศาสตร์จีนโบราณ | |||||||
| จีน | 青州 靑州 | ||||||
| พินอิน | Qīngzhōu | ||||||
| ความหมายตามตัวอักษร | มณฑลสีน้ำเงิน-เขียว | ||||||
| |||||||
เฉงจิ๋ว[1][a] ในภาษาจีนกลางเรียกว่า ชิงโจว (จีน: 青州 หรือ 靑州; พินอิน: Qīngzhōu) เป็นหนึ่งในเก้ามณฑลของจีนโบราณตั้งแต่เมื่อราว 2,070 ปีก่อนคริสตกาล ภายหลังกลายเป็นหนึ่งในสิบสามมณฑลของราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล - ค.ศ. 220) เก้ามณฑลถูกระบุถึงครั้งแรกในบท ยฺหวี่ก้ง (禹貢) ของคัมภัร์ ชูจิง (書經) โดยเฉงจิ๋วอยู่ทางตะวันออกของอิจิ๋ว (豫州 ยฺวี่โจว) และทางเหนือของยังจิ๋ว (揚州 หยางโจว) อาณาเขตดั้งเดิมของเฉงจิ๋วครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑลชานตง (山東) ในปัจจุบัน ยกเว้นทางด้านตะวันตกเฉียงใต้
ประวัติศาสตร์
[แก้]ยุคโบราณ
[แก้]มณฑลเฉงจิ๋วได้ชื่อมาตามที่ระบุใน ยฺหวี่ก้ง (禹貢) ซึ่งพระเจ้าอู๋เต้ (禹 ยฺหวี่) ทรงพระอักษรว่า "ระหว่างทะเลและเขาไทสัน (泰山 ไท่ชาน) มีเพียงเฉงจิ๋ว"[b] เมื่อราว 5,000 ปีก่อนคริสตกาล พื้นที่นี้เป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมตงอี๋ (東夷)[6] ในยุคราชวงศ์เซี่ยและราชวงศ์ชาง เฉงจิ๋วเป็นที่อยู่ของตระกูลฉฺว่างจิว (爽鸠, Shuǎngjīu), จี้เจ๋อ (季则, Jìzé) และผางปั๋วหลิง (逄伯陵, Pángbólíng) และรัฐผู่กู (浦姑)
ราชวงศ์โจว
[แก้]หลังความสำเร็จของจิวกอง (周公 โจวกง) ในการรบกับเหล่ารัฐเผ่าตงอี๋ที่เป็นพันธมิตรกับกบฏสามองครักษ์และกบฏอู่เกิง (武庚) อาณาเขตของรัฐผู่กูที่ยึดมาได้ถูกมอบให้กับเกียงจูแหย (姜子牙 เจียง จื่อหยา) ในฐานะอาณาจักรชายแดนของรัฐเจ๋ (齊 ฉี)[7]
ราชวงศ์ฮั่น
[แก้]
เมื่อ 106 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าฮั่นบู๊เต้ (漢武帝 ฮั่นอู่ตี้) ทรงแบ่งจักรวรรดิฮั่นออกเป็น 13 มณฑล[8] และทรงแต่งตั้งข้าหลวงประจำมณฑล (จีน: 刺史; พินอิน: cìshǐ ชื่อฉื่อ) ในเฉงจิ๋ว[6] ครั้นเข้าสู่ยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกเมื่อ ค.ศ. 25 ที่ว่าการมณฑลได้ย้ายจากเฉงจิ๋วไปยังลิมฉี (臨淄 หลินจือ; ปัจจุบันคือเขตหลินจือ นครจือปั๋ว มณฑลชานตง) ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก มณฑลเฉงจิ๋วประกอบด้วย 5 เมืองหรือกุ๋น (郡 จฺวิ้น) ได้แก่ เพงงวนก๋วน (平原郡 ผิง-ยฺเหวียนจฺวิ้น), เจลำ (濟南郡 จี่หนานจฺวิ้น), ปักไฮ (北海郡 เป๋ย์ไห่จฺวิ้น), เชียนเฉิง (千乘郡 เชียนเฉิงจฺวิ้น), ตงไหล (東萊郡 ตงไหลจฺวิ้น) และราชรัฐเจ๋ (齊國 ฉีกั๋ว)[9]
ราชวงศ์ถัง
[แก้]ในยุคราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618–907) มณฑลเฉงจิ๋วมีอำนาจปกครอง 7 อำเภอ ได้แก่ อี้ตู (益都), เป๋ย์ไห่ (北海), หลินฉฺวี (临朐), หลินจือ (临淄), เชียนเฉิง (千乘), ปั๋วชาง (博昌ั) และโช่วกวาง (寿光) โดยมีศูนย์กลางการบริหารในอำเภออี้ตู
ราชวงศ์ซ่งเหนือ
[แก้]ศูนย์กลางการบริหารของมณฑลเฉงจิ๋วยังคงอยู่ในอำเภออี้ตูในยุคราชวงศ์ซ่งเหนือ (ค.ศ. 960-1127) โดยจำนวนอำเภอลดลงเหลือ 6 อำเภอเนื่องจากตัดอำเภอเป๋ย์ไห่ออกไป
หมายเหตุ
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ ("แลเมืองเฉงจิ๋ว เมืองอิวจิ๋ว เมืองชิวจิ๋ว เมืองเกงจิ๋ว เมืองยังจิ๋ว เมืองกุนจิ๋ว เมืองอิจิ๋ว ชาวเมืองทั้งแปดเมืองนี้นับถือเขียนเอาชื่อเตียวก๊กไว้บูชาทุกบ้านเรือน") "สามก๊ก ตอนที่ ๑". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ September 23, 2025. เทียบกับ (青、幽、徐、冀、荊、揚、兗、豫八州之人,家家侍奉大賢良師張角名字。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 1.
- ↑ ("ขณะนั้นมีหนังสือบอกเมืองเซียงจิ๋วมาว่า มีโจรโพกผ้าเหลืองประมาณสามสิบสี่สิบหมื่นเที่ยวทำร้ายอาณาประชาราษฎร ลิฉุยกุยกีเห็นหนังสือบอกดังนั้น จึงปรึกษาแห่ขุนนางทั้งปวงว่า ซึ่งเกิดโจรทำอันตรายหัวเมืองดังนี้ เราจะคิดประการใดจึงจะบำราบโจรได้ จูฮีจึงว่า ซึ่งเกิดโจรขึ้นณแดนเมืองเซียงจิ๋วนั้น ข้าพเจ้าเห็นแต่โจโฉผู้เดียว มีฝีมือจะไปปราบโจรฝ่ายตวันออกได้ ลิฉุยกุยกีจึงถามว่า โจโฉนั้นอยู่แห่งใด จูฮีจึงบอกว่า โจโฉนั้นได้มาทำการกับอ้วนเสี้ยวเมื่อครั้งรบตั๋งโต๊ะ บัดนี้กลับไปอยู่เมืองตงกุ๋นมีทหารอยู่เปนอันมาก ขอให้มีหนังสือรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ออกไป ให้โจโฉยกออกไปปราบโจรณแดนเมืองเซียงจิ๋วเห็นจะได้โดยง่าย ลิฉุยกุยกีเห็นด้วย จึงแต่งหนังสือรับสั่งสองฉบับ ๆ หนึ่งให้เปาสิ้นเจ้าเมืองปักเป๋งยกทหารไปเข้าด้วยโจโฉปราบโจร ฉบับหนึ่งให้โจโฉกับเปาสิ้นยกไปปราบโจรณแดนเมืองเซียงจิ๋ว") "สามก๊ก ตอนที่ ๘". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 29, 2025. เทียบกับ (不想青州黃巾又起,聚眾數十萬,頭目不等,劫掠良民。太僕朱雋,保舉一人,可破群賊。李傕、郭汜問是何人。朱雋曰:「要破山東群賊,非曹孟德不可。」李傕曰:「孟德今在何處?」雋曰:「見為東郡太守,廣有軍兵。若命此人討賊,賊可剋日而破也。」李傕大喜,星夜草詔,差人齎往東郡,命曹操與濟北相鮑信一同破賊。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 10.
- ↑ ("ตันเต๋งจึงตอบว่า ทุกวันนี้โจโฉเกรงอยู่แต่อ้วนเสี้ยวเจ้าเมืองกิจิ๋ว เพราะมีทหารเลวประมาณร้อยหมื่น ทหารเอกแลที่ปรึกษาเปนอันมาก แลเมืองเซงจิ๋ว เมืองอิวจิ๋ว เมืองเป๊งจิ๋ว สามเมืองนี้เปนหัวเมืองใหญ่ขึ้นแก่อ้วนเสี้ยว แลหัวเมืองน้อยซึ่งขึ้นแก่สามหัวเมืองนั้นก็มีเปนอันมาก ถ้าท่านให้มีหนังสือไปขอกองทัพอ้วนเสี้ยวยกมาช่วยแล้ว ก็จะกลัวอะไรแก่โจโฉ") "สามก๊ก ตอนที่ ๑๙". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 29, 2025. เทียบกับ (卻說陳登獻計於玄德曰:「曹操所懼者袁紹。紹虎踞冀、青、幽、并諸郡,帶甲百萬,文官武將極多,今何不寫書遣人到彼求救?」) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 22.
- ↑ ("ซุนกวนจึงว่า ซึ่งท่านบอกฉนี้ยังจะจริงหรือ ขงเบ้งจึงว่า ข้าพเจ้าบอกแก่ท่านทั้งนี้จะได้เท็จหามิได้ แลเมื่อโจโฉแรกได้เมืองซุ่นจิ๋วหุนจิ๋วนั้นได้ทหารไว้ยี่สิบหมื่น ครั้นมารบอ้วนเสี้ยวได้เมืองกิจิ๋ว ก็ได้ทหารเชลยอีกหกสิบหมื่น กลับมาอยู่เมืองฮูโต๋ยังเกลี้ยกล่อมได้ทหารอีกสี่สิบหมื่น แล้วยกมาตีเมืองเกงจิ๋วได้ทหารอีกสามสิบหมื่น เข้ากันเปนทหารร้อยห้าสิบหมื่น แลข้าพเจ้าบอกแต่ร้อยหมื่นเศษนี้ เพื่อจะเอาน้ำใจชาวเมืองกังตั๋ง ครั้นจะว่ามากนักกลัวทหารทั้งปวงจะเสียน้ำใจ") "สามก๊ก ตอนที่ ๓๘". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 29, 2025. เทียบกับ (權曰:「莫非詐乎?」孔明曰:「非詐也。曹操就兗州已有青州軍二十萬;平了袁紹,又得五六十萬;中原新招之兵三四十萬;今又得荊州之軍二三十萬:以此計之,不下一百五十萬。亮以百萬言之,恐驚江東之士也。」) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 43.
- ↑ ("ฝ่ายคนใช้ก็เอาสีสะผู้ถือหนังสือมาให้แก่โจโฉ แล้วบอกเนื้อความแก่โจโฉทุกประการ โจโฉได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงให้ชัวมอกับเตียวอุ๋นคุมทหารเมืองเกงจิ๋วเมืองเชียงจิ๋วยกทัพเรือเปนกองหน้า โจโฉเปนทัพหลวงยกไปถึงตำบลสำกั๋ง เห็นกำเหลงเปนกองหน้ายกทัพเรือมาเปนอันมาก กำเหลงจึงร้องถามว่าทัพผู้ใดอาจยกมาสู้ด้วยเรา ชัวมอกับเตียวอุ๋นก็บอกว่า เราชื่อชัวมอเตียวอุ้นเปนกองหน้ามหาอุปราช ยกมาจะทำสงครามด้วยท่าน แล้วชัวมอจึงให้ชัวหุนผู้น้องมานั่งหน้าเรือขับทหารแจวเรือรบเข้าไป กำเหลงจึงเอาเกาทัณฑ์ยิงถูกชัวหุนตาย ในขณะนั้นทหารกองหน้าแลปีกซ้ายปีกขวาของกำเหลงก็เร่งเรือรบเข้าไป แล้วระดมยิงเกาทัณฑ์ไปดังห่าฝน กองทัพชัวมอเตียวอุ๋นก็แตกพ่ายไปปะทะทัพโจโฉ กำเหลงกับฮันต๋งเจียวขิมก็เร่งเรือรบไล่ไปฆ่าฟันทหารโจโฉล้มตายเปนอันมากจนเวลาเที่ยง จิวยี่เห็นดังนั้นก็ตีม้าฬ่อให้ทหารกลับมา") "สามก๊ก ตอนที่ ๓๙". วัชรญาณ. สืบค้นเมื่อ December 29, 2025. เทียบกับ (卻說曹操知周瑜毀書斬使,大怒,便喚蔡瑁、張允等一班荊州降將為前部。操自為後軍,催督戰船,到三江口。早見東吳船隻,蔽江而來。為首一員大將,坐在船頭上大呼曰:「吾乃甘寧也!誰敢來與我決戰?」蔡瑁令弟蔡壎前進。兩船將近,甘寧拈弓搭箭,望蔡壎射來,應弦而倒。寧遂驅船大進,萬弩齊發,曹軍不能抵當。右邊蔣欽,左邊韓當,直衝入曹軍隊中。曹軍大半是青、徐之兵,素不習水戰,大江面上,戰船一擺,早立腳不住。甘寧等三路戰船,縱橫水面。周瑜又催船助戰。曹軍中箭著砲者,不計其數。從巳時直殺到未時,周瑜雖得利,只恐寡不敵眾,遂下令鳴金收住船隻。) สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ตอนที่ 43.
- 1 2 "Introduction to Qingzhou (青州城市概況)" (ภาษาจีน). Qingzhou Government Website. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ January 16, 2014. สืบค้นเมื่อ January 13, 2014.
- ↑ China: Five Thousand Years of History and Civilization. City University of Hong Kong Press. 2007. ISBN 978-9629371401.
- ↑ Hucker, Charles O. (2008). A Dictionary of Official Titles in Imperial China. Beijing University Press. ISBN 9787301134870. p.14
- ↑ China: Five Thousand Years of History and Civilization. City University of Hong Kong Press. 2007. ISBN 978-9629371401.