อ้าย..คนหล่อลวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อ้าย..คนหล่อลวง
TheConHeartist.jpg
ใบปิดของภาพยนตร์
กำกับเมษ ธราธร
อำนวยการสร้างจิระ มะลิกุล
วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์
นักแสดงนำณเดชน์ คูกิมิยะ
พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์
ธิติ มหาโยธารักษ์
พงศธร จงวิลาส
คัทลียา แมคอินทอช
ดนตรีประกอบหัวลำโพงริดดิม
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายจีดีเอช ห้าห้าเก้า
วันฉาย3 ธันวาคม พ.ศ. 2563
ความยาว128 นาที
ประเทศไทย
ภาษาไทย, ไทยถิ่นอีสาน
รายได้56.07 ล้านบาท
(กรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่)
95.5 ล้านบาท
(ทั่วประเทศ)

อ้าย..คนหล่อลวง (อังกฤษ: The Con-Heartist) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ กำกับโดย เมษ ธราธร ผลิตโดยจอกว้างฟิล์ม และจัดจำหน่ายโดยจีดีเอช ห้าห้าเก้า นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ และ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ มีกำหนดเข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ดำเนินการและออกฉายหลังสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลายลง ตัวภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องของแก๊งต้มตุ๋นทางโทรศัพท์ที่โชคร้ายโทรเข้ามาเจออดีตพนักงานธนาคารจนต้องหันมาทำภารกิจหลอกเงินคืนร่วมกันเพื่อไม่ให้ถูกจับส่งตำรวจ[1]

ภาพยนตร์ อ้าย..คนหล่อลวง ได้ถูกปล่อยให้รับชมบนค่ายสตรีมมิ่งวีดีโอชื่อดังอย่าง Netflix เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

เรื่องย่อ[แก้]

เรื่องราวความซวยของ อินา (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) ที่นอกจากถูก เพชร (ธิติ มหาโยธารักษ์) หลอกเอาเงินไปห้าแสนบาทจนทำให้อินาต้องเป็นหนี้หัวโต ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ กินข้าวมื้อเว้นมื้อ และเปิดไลฟ์บนโซเชียลขายของหาเงินใช้หนี้แทนตลอดเวลาแล้ว ยังมาเจอแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอกเอาเงินอีกต่างหาก แต่ความที่อินาทำงานแบงค์เลยจับไต๋ได้ทันและล้วงความลับจนได้รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือ ทาวเวอร์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) อินาจะเอาเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ แต่ทาวเวอร์เข้ามาขอไกล่เกลี่ยไม่ให้เอาเรื่อง เธอจึงเสนอให้เขาทำงานให้โดยการไปหลอกโกงเงินจากเพชรคืนห้าแสนบาท เพื่อที่เธอจะได้เอาเงินก้อนนั้นกลับไปใช้หนี้ให้หมด และปลดแอกชีวิตเธอจากการเป็นหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อเสียที ทาวเวอร์ที่ไม่มีทางเลือกจึงตอบตกลง

ทาวเวอร์สืบเรื่องของเพชรจนได้รู้ว่าตอนนี้เพชรทำงานบริษัททัวร์ของแม่หม้ายที่เพชรไปติดพันอยู่ ทาวเวอร์จึงอัปเกรดแผนการจากโกงห้าแสนเป็นโกงหลักล้านบาท พร้อมทั้งขอให้อินาหาคนมาช่วยอีกหนึ่งคน อินาจึงเสนอให้ ครูนงนุช (คัทลียา แมคอินทอช) เข้ามาร่วมแก๊งค์อีกหนึ่งคน ในขณะที่ทาวเวอร์ก็ไปตาม พี่โจร (พงศธร จงวิลาส) กลับมาช่วยสร้างความเนียนให้ ในที่สุดแก๊ง "โชคบุญพา" ก็ถือกำเนิดขึ้นเพื่อ "Check Bill Petch"

ทาวเวอร์ปลอมตัวเป็นเอเจนซี่เสนอขายแพ็คเกจทัวร์ให้เพชร เพชรลังเลใจอยู่นานแต่ก็หลงกลทาวเวอร์แบบติดกับ แต่เพชรให้เงินสดทาวเวอร์แค่สองล้านบาท ทาวเวอร์จึงหอบเงินสองล้านหนีไป ทำเอาอินาเสียใจมากที่ทาวเวอร์ทำแบบนี้ แต่ทาวเวอร์เองก็เป็นฝ่ายที่เสียใจเช่นกันที่เลือกทำแบบนี้ ทาวเวอร์จึงย้อนกลับไปหาอินาเพื่อขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น และร่วมมือกันโกงครั้งสุดท้ายเพื่อเงินสามล้านบาท

ทาวเวอร์นัดให้เพชรมาเจอกันที่โกดังร้างเพื่อส่งมอบเงินก้อนสุดท้าย เพชรหลงกลทาวเวอร์เต็มเปาจนในที่สุดเพชรก็เสียเงินสามล้านบาทไปฟรี ๆ ทาวเวอร์เชิดเงินทั้งหมดหนีไป และทิ้งให้เพชรทำตัวไม่ถูกอยู่คนเดียว ทาวเวอร์เอาเงินสามล้านบาทมาแบ่งกันตามสัญญา อินาและครูนงนุช ได้คนละห้าแสนบาท ส่วนทาวเวอร์และโจรแบ่งเงินกันคนละหนึ่งล้านบาท ทาวเวอร์ให้สัญญากับอินาว่าจะเลิกเป็นแก๊งต้มตุ๋น และจะกลับไปทำงานอย่างสุจริตเพื่อหาเงินบริสุทธิ์มาให้อินาต่อไป ทาวเวอร์ตั้งใจเอาเงินหนึ่งล้านบาทไปเริ่มธุรกิจใหม่ แต่กลับถูกโจรเชิดเงินไป ทำเอาทาวเวอร์เหวอและเดินหน้าสร้างธุรกิจใหม่ตามลำพัง

เวลาผ่านไปหนึ่งปี อินาและครูนงนุชปลดหนี้ของตัวเองได้สำเร็จ และกลับสู่ชีวิตสดใสที่ไม่มีหนี้มาบดบังอีกครั้ง อินากลับไปทำงานแบงค์ตามเดิมจนได้รู้ข้อมูลว่าทาวเวอร์ขาดส่งหนี้ที่เอารถมาค้ำประกันไว้ อินาเลยโทรหาทาวเวอร์และได้รู้ว่าบัดนี้ เขาเป็นผู้จัดการของโชคบุญพาทราเวลของจริง ทาวเวอร์ให้สัญญาว่าจะนำเงินไปใช้หนี้ตามกำหนดต่อไป ทำให้อินาดีใจมากที่ทาวเวอร์ทำตามสัญญาที่ให้ไว้

นักแสดงและตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

  • ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบท ทาวเวอร์ หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋น ที่หล่อ ดูดี เท่ห์ แต่พลาดท่าโทรไปเจออินาจนเกือบถูกจับส่งตำรวจและต้องหันมาทำภารกิจให้อินาเพื่อไม่ให้ถูกส่งตำรวจ
  • พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ รับบท อินา อดีตพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ที่ถูกทาวเวอร์โทรมาหวังโกงแต่จับได้ก่อน จึงร่วมมือกับทาวเวอร์เพื่อไปหลอกโกงเงินคืนจากเพชร
  • ธิติ มหาโยธารักษ์ รับบท เพชร แฟนเก่าของอินา ชอบหลอกเอาเงินจากผู้หญิงมาปรนเปรอชีวิตตัวเอง
  • พงศธร จงวิลาส รับบท โจร พี่ชายของทาวเวอร์ เป็นอดีตอาชญากรและแก๊งต้มตุ๋นที่เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น
  • คัทลียา แมคอินทอช รับบท ครูนงนุช ครูสมัยประถมของอินา รักอินาเหมือนลูกคนหนึ่ง แต่ต้องตกกระไดพลอยโจนมาเป็นแก๊งต้มตุ๋นเพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์ที่รัก และปลดหนี้ก้อนใหญ่ของตัวเอง

ตัวละครรับเชิญ[แก้]

  • ฉันทวิชช์ ธนะเสวี รับบท พี่แซมซัน หรือ เสกสรรค์ สร้างสวนเสือ เจ้าของโรงแรมsamson hotelที่ทาวเวอร์หลอกให้ตั่วไปดูแสงเหนือที่ยุโรปกับแฟนสาว

งานสร้าง[แก้]

วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ โปรดิวเซอร์ของจีดีเอช ระบุในงานแถลงข่าว GDH Xtraordinary 2021 Line-up ว่าจีดีเอชอยากทำภาพยนตร์เกี่ยวกับแก๊งต้มตุ๋นมานานแล้ว โดยคอนเซปท์หลักเป็นความคิดของ จิระ ในส่วนของตัวแสดง ณเดชน์ ไม่ได้ขัดข้องอะไรหลังจากได้ฟังรายละเอียดเบื้องต้น และตกลงรับเล่นทันที[2]

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

สำหรับเพลงบรรเลง ทางค่ายได้หัวลำโพงริดดิมมาทำเพลงประกอบให้ภาพยนตร์ โดยมี วิชญ์ วัฒนศัพท์ เป็นผู้แต่งทำนองทั้งหมด ในส่วนของเพลงประกอบภาพยนตร์หลัก พี่ไม่หล่อลวง เป็นผลงานของ กันต์พิมุกต์ ภูวกุล หรือแบมแบม ก็อตเซเวน เป็นผู้ขับร้องและแต่งเพลง โดย เติร์ด Tilly Birds

การประชาสัมพันธ์และการออกฉาย[แก้]

ข่าวคราวการผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 ที่จีดีเอชได้เผยภาพนักแสดงของภาพยนตร์เรื่องใหม่โดยมี ณเดช คูกิมิยะ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ และธิติ มหาโยธารักษ์ เป็นสามนักแสดงหลัก และมีกำหนดการฉายอย่างไม่เป็นทางการในช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 เพื่อเป็นของขวัญและกำลังใจให้กับผู้ชมชาวไทย หลังจากที่สภาพบ้านเมืองซบเซาลงอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19[3]

โดยภาพยนตร์มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563 ที่จีดีเอชได้จัดงานแถลงข่าว GDH Xtraordinary 2021 Line-up เปิดตัวภาพยนตร์อย่างเป็นทางการในชื่อ อ้าย..คนหล่อลวง และกำหนดวันฉายอย่างเป็นทางการคือวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยนอกจากการเปิดตัว ยังมีการประกาศตัวนักแสดงหลักเพิ่มอีกสองคนคือ พงศธร จงวิลาส และคัทลียา แมคอินทอช และอธิบายเส้นเรื่องหลักของภาพยนตร์ว่าจะเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง[2] และในวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 จีดีเอชจึงได้เริ่มประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อเตรียมการก่อนเข้าฉายจริงตามกำหนดการ และมีงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ณ ลานกิจกรรมควอเทียร์ แกลอรี่ ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ ก่อนจัดให้มีการชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์พร้อมกันกับงานรอบสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ณ โรงภาพยนตร์ 9 แห่ง ได้แก่โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน, โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน, โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขารังสิต, โรงภาพยนตร์เมกา ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเมกาบางนา, โรงภาพยนตร์เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, โรงภาพยนตร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, โรงภาพยนตร์เอสเอฟ ซีเนม่า สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ, โรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ ซีเนม่า สาขาเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, และโรงภาพยนตร์เอสเอฟ ซีเนม่า สาขาเดอะมอลล์ บางแค

วันแรกของการเข้าฉายอย่างเป็นทางการ (3 ธันวาคม) ภาพยนตร​เปิดตัวด้วยรายได้ 3.68 ล้านบาท ทำลายสถิติเดิมของ อิเรียมซิ่ง เพียง 40,000 บาทขึ้นเป็นภาพยนตร์ไทยเปิดตัวด้วยรายได้สูงสุดในปี พ.ศ. 2563 แต่หลังจากผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์แรกของการเข้าฉาย (สี่วันหลังจากการเข้าฉาย รวมรายได้รอบปฐมทัศน์) ภาพยนตร์ทำรายได้รวม 19.58 ล้านบาท กลายเป็นภาพยนตร์ไทยทำเงินสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 รองจาก อิเรียมซิ่ง และเป็นอันดับ 4 ของภาพยนตร์ที่เข้าฉายในปี พ.ศ. 2563 แต่หลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในช่วงปลายเดือนธันวาคม จีดีเอชได้มีการยุติโปรแกรมฉายภาพยนตร์ทันที โดยทำรายได้รวม 39 วัน เฉพาะในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่ที่ 56.07 ล้านบาท และรายได้รวมทั่วประเทศที่ 95.5 ล้านบาท

อ้างอิง[แก้]