ภาษาไอริช
| ภาษาไอริช | |
|---|---|
| ไอริชเกลิก | |
| ไอริชมาตรฐาน: Gaeilge | |
| ออกเสียง | สำเนียงคอนนอต: [ˈɡeːlʲɟə] สำเนียงมันสเตอร์: [ˈɡeːl̪ˠən̠ʲ] สำเนียงอัลสเตอร์: [ˈɡeːlʲəc] |
| ประเทศที่มีการพูด | สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ |
| ภูมิภาค | เกาะไอร์แลนด์; ชุมชนผู้พูดในต่างแดนบางแห่ง |
| ชาติพันธุ์ | ชาวไอริช |
ผู้พูด | ผู้ใช้เป็นภาษาแม่: ไม่ทราบแน่ชัด ผู้ใช้รายวันนอกระบบการศึกษาในสาธารณรัฐไอร์แลนด์: 71,968 คน (ค.ศ. 2022)[1] ผู้ใช้รายวันในไอร์แลนด์เหนือ: 43,557 คน (ค.ศ. 2021)[2] ผู้ระบุว่าสามารถพูดภาษาไอริชในสาธารณรัฐไอร์แลนด์: 1,873,997 คน หรือร้อยละ 40 ของผู้ตอบอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป (ค.ศ. 2022)[1] ผู้ระบุว่ามีความรู้ภาษาไอริชบางระดับในไอร์แลนด์เหนือ: 228,620 คน (ค.ศ. 2021)[2] |
รูปแบบก่อนหน้า | |
รูปแบบมาตรฐาน |
|
| ภาษาถิ่น | |
| อักษรละติน (อักษรไอริช) อักษรโอคัมในอดีต อักษรเบรลล์ไอริช | |
| สถานภาพทางการ | |
ภาษาทางการของ | สหภาพยุโรป[4] |
| ผู้วางระเบียบ | Foras na Gaeilge; มาตรฐานการเขียนกำหนดโดย An Caighdeán Oifigiúil |
| รหัสภาษา | |
| ISO 639-1 | ga |
| ISO 639-2 | gle |
| ISO 639-3 | gle |
| Glottolog | iris1253 |
| ELP | Irish |
| Linguasphere | 50-AAA |
สัดส่วนผู้ตอบสำมะโน ค.ศ. 2011 ที่ระบุว่าสามารถพูดภาษาไอริชได้ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์และไอร์แลนด์เหนือ | |
ภาษาไอริช (ไอริช: Gaeilge; อังกฤษ: Irish) หรือบางครั้งเรียกในภาษาอังกฤษว่า ไอริชเกลิก (Irish Gaelic) เป็นภาษาในกลุ่มภาษาเคลต์ สาขาเกลิก ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองของเกาะไอร์แลนด์ ภาษาไอริชมีความใกล้เคียงกับภาษาเกลิกสกอตและภาษาแมน มากกว่าภาษาเคลต์สาขาบริตตัน เช่น ภาษาเวลส์ ภาษาคอร์นิช และภาษาเบรอตาญ ในเชิงประวัติศาสตร์ ภาษาไอริชเป็นภาษาหลักของประชากรไอร์แลนด์เป็นเวลายาวนาน ก่อนที่ภาษาอังกฤษจะค่อย ๆ กลายเป็นภาษาหลักของชีวิตสาธารณะ โดยเฉพาะตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา[5][6]
ภาษาไอริชเป็นภาษาราชการลำดับแรกและภาษาประจำชาติของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการลำดับที่สอง[7] ภาษาไอริชยังได้รับสถานะทางกฎหมายในไอร์แลนด์เหนือภายใต้กฎหมายอัตลักษณ์และภาษา ค.ศ. 2022 และเป็นหนึ่งในภาษาราชการของสหภาพยุโรป โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2022 ภาษาไอริชมีสถานะเป็นภาษาราชการและภาษาทำงานของสหภาพยุโรปอย่างเต็มรูปแบบ หลังสิ้นสุดระยะผ่อนผันด้านการแปลที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 2007[3][4]
แม้ภาษาไอริชจะมีสถานะทางการสูง แต่การใช้จริงในชีวิตประจำวันมีขนาดเล็กกว่าสถานะทางกฎหมายมาก สำมะโนสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ค.ศ. 2022 ระบุว่าประชากรอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป 1,873,997 คน หรือร้อยละ 40 ของผู้ตอบ ระบุว่าสามารถพูดภาษาไอริชได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้ภาษาไอริชทุกวันนอกระบบการศึกษามี 71,968 คน โดยอยู่ในเขตเกลทัคท์ 20,261 คน และอยู่นอกเขตเกลทัคท์ 51,707 คน[1][8] ในไอร์แลนด์เหนือ สำมะโน ค.ศ. 2021 ระบุว่ามีผู้มีความรู้ภาษาไอริชบางระดับ 228,620 คน และมีผู้ใช้ภาษาไอริชทุกวัน 43,557 คน[2]
ภาษาไอริชมีระบบการเขียนที่สืบย้อนไปถึงอักษรโอคัมในสมัยไอริชดั้งเดิม ก่อนจะใช้อักษรละตินตั้งแต่ยุคคริสต์ศาสนา ภาษาไอริชเก่ามีวรรณกรรมพื้นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในยุโรปตะวันตก[9][5] ภาษาไอริชปัจจุบันใช้อักษรละติน มีเครื่องหมายเฉียบหรือ ฟาดา (fada) เหนือสระเพื่อบอกเสียงยาว เช่น á, é, í, ó, ú และมีระบบเสียงที่เด่นมากจากความต่างระหว่างพยัญชนะ “กว้าง” กับ “เรียว” ตลอดจนการเปลี่ยนเสียงพยัญชนะต้นคำ เช่น การทำให้นุ่ม (séimhiú) และการบังเสียง (urú)[10]
ชื่อภาษา
[แก้]
ชื่อภาษาในภาษาไอริชมาตรฐานคือ "เกลเกอะ" Gaeilge อ่านต่างกันตามสำเนียงหลัก เช่น สำเนียงคอนนอตอ่านประมาณ [ˈɡeːlʲɟə] สำเนียงมันสเตอร์ [ˈɡeːl̪ˠən̠ʲ] และสำเนียงอัลสเตอร์ [ˈɡeːlʲəc][11] รูปเต็ม Gaeilge na hÉireann แปลว่า “ภาษาเกลิกของไอร์แลนด์” หรือ “ภาษาไอริช” ใช้เมื่อต้องการแยกจากภาษาเกลิกสกอตและภาษาแมนซ์
ในภาษาอังกฤษ คำว่า Irish เป็นชื่อมาตรฐานของภาษา ส่วน Irish Gaelic ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับภาษาอังกฤษแบบไอร์แลนด์หรือชาวไอริช ในภาษาไทยควรใช้ ภาษาไอริช เป็นชื่อหลัก และใช้ “ไอริชเกลิก” เฉพาะเมื่อจำเป็นต้องอธิบายความสัมพันธ์กับกลุ่มภาษาเกลิก เพราะคำว่า “เกลิก” เพียงอย่างเดียวอาจหมายถึงภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต หรือภาษาแมนซ์ก็ได้
คำว่า เกลทัคท์ (ไอริช: Gaeltacht; พหูพจน์ Gaeltachtaí) ไม่ได้หมายถึงภาษาไอริชโดยตรง แต่หมายถึงเขตที่รัฐไอร์แลนด์รับรองว่าเป็นพื้นที่ซึ่งภาษาไอริชมีหรือเคยมีบทบาทเป็นภาษาชุมชนและภาษาครัวเรือน คำนี้จึงคล้ายกับภาษาเกลิกสกอต Gàidhealtachd หรือ A' Ghàidhealtachd ซึ่งใช้กับโลกภาษาและวัฒนธรรมเกลิกสกอต
การจัดจำแนกและความสัมพันธ์กับภาษาอื่น
[แก้]ภาษาไอริชอยู่ในตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน สาขาเคลต์ และอยู่ในกลุ่มภาษาเคลต์เกาะ กลุ่มภาษาย่อยกอยเดลิก หรือที่บางครั้งเรียกว่า “คิวเคลต์” ภาษาใกล้เคียงที่สุดคือภาษาเกลิกสกอตและภาษาแมน ทั้งสามภาษาสืบมาจากภาษาไอริชกลางและภาษาวรรณกรรมเกลิกร่วมในยุคกลาง ในอดีตภาษาไอริชมีอิทธิพลต่อสกอตแลนด์ตะวันตกและเกาะแมนอย่างมาก จนภาษาเกลิกสกอตและภาษาแมนซ์พัฒนาขึ้นจากเครือข่ายภาษาเกลิกเดียวกัน[6][11]
ภาษาเคลต์อีกสาขาหนึ่งคือกลุ่มบริตตัน ได้แก่ ภาษาเวลส์ ภาษาคอร์นิช และภาษาเบรอตาญ ภาษากลุ่มนี้เป็นญาติร่วมตระกูลกับไอริช แต่ไม่ใกล้เท่าภาษาเกลิกสกอตและภาษาแมน ความต่างสำคัญประการหนึ่งในเชิงประวัติศาสตร์คือกลุ่มเกลิกมักเก็บเสียงที่สืบจาก *kw ของอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิมเป็นเสียงกลุ่ม c หรือ c ขณะที่กลุ่มบริตตันมักเปลี่ยนเป็นเสียง p เช่นคำที่มีความหมายเกี่ยวกับ “บุตร” หรือ “หัว” ในหลายภาษาเคลต์
ภาษาไอริชไม่ใช่ภาษากลุ่มเจอร์แมนิกและไม่ได้สืบจากภาษาอังกฤษ แม้ภาษาอังกฤษไอร์แลนด์สมัยใหม่จะได้รับอิทธิพลจากไอริชในด้านสำเนียง คำศัพท์ และโครงสร้างบางแบบ เช่น การใช้รูป “after doing” ในภาษาอังกฤษไอร์แลนด์ซึ่งสัมพันธ์กับโครงสร้างแสดงเหตุการณ์เพิ่งเกิดในภาษาไอริช
ประวัติ
[แก้]ภาษาไอริชดั้งเดิมและอักษรโอคัม
[แก้]หลักฐานภาษาไอริชที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในรูปจารึกอักษรโอคัมบนหิน ซึ่งมักลงอายุได้ราวคริสต์ศตวรรษที่ 4–6 ภาษาในจารึกเหล่านี้เรียกว่า ภาษาไอริชดั้งเดิม หรือ ภาษาไอริชโบราณ มีรูปคำที่เก่ากว่าภาษาไอริชเก่ามาก และยังคงลักษณะการผันคำหลายอย่างที่หายไปในยุคถัดมา[9][5] อักษรโอคัมเขียนด้วยขีดที่วางตามแนวเส้นกลาง มักสลักตามขอบหินและใช้กับชื่อบุคคลหรือเครือญาติ
เมื่อคริสต์ศาสนาแพร่เข้าสู่ไอร์แลนด์ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 อักษรละตินและวัฒนธรรมต้นฉบับลายมือของสำนักสงฆ์เริ่มเข้ามาแทนอักษรโอคัมในงานเขียนยาว ๆ การเปลี่ยนมาใช้อักษรละตินทำให้ภาษาไอริชกลายเป็นหนึ่งในภาษาพื้นเมืองยุโรปตะวันตกที่มีหลักฐานวรรณกรรมเก่าแก่ที่สุด
ภาษาไอริชเก่า
[แก้]ภาษาไอริชเก่า ใช้เรียกระยะภาษาราวคริสต์ศตวรรษที่ 7–10 เป็นยุคที่ภาษาไอริชมีระบบไวยากรณ์ซับซ้อนมาก มีการผันกริยา นาม และสรรพนามอย่างละเอียด หลักฐานสำคัญมาจากคำอธิบายริมขอบหนังสือละติน บทกฎหมาย วรรณกรรมศาสนา และวรรณกรรมวีรคติ เช่นกลุ่มเรื่องวัฏจักรอัลสเตอร์และตำนานเกี่ยวกับบุตรธิดาแห่งเทพีดานู
ภาษาไอริชเก่ามีบทบาทสูงในโลกสำนักสงฆ์ไอริชและสกอตแลนด์ ผู้คัดลอกและนักบวชชาวไอริชมีส่วนส่งผ่านทั้งภาษาละตินและวรรณกรรมพื้นเมือง ทำให้ไอริชเป็นหนึ่งในภาษาที่สำคัญต่อการศึกษายุโรปยุคต้นกลาง
ภาษาไอริชกลางและเกลิกคลาสสิก
[แก้]หลังภาษาไอริชเก่า ภาษาพัฒนาเข้าสู่ ภาษาไอริชกลาง ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10–12 ช่วงนี้เป็นยุคที่วรรณกรรมไอริชจำนวนมากได้รับการคัดลอก รวบรวม หรือเรียบเรียงใหม่ ภาษาไอริชกลางยังเป็นฐานสำคัญของภาษาวรรณกรรมเกลิกที่ใช้ร่วมกันในไอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และเกาะแมน
ตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17–18 มีภาษาวรรณกรรมที่เรียกว่า เกลิกคลาสสิก หรือ ภาษาไอริชสมัยใหม่ตอนต้น ใช้ในหมู่กวี นักกฎหมาย และนักปราชญ์เกลิก ภาษาระยะนี้เป็นภาษามาตรฐานทางวรรณกรรมของโลกเกลิก ไม่ตรงกับภาษาพูดท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งโดยสมบูรณ์ และมีอิทธิพลทั้งในไอร์แลนด์และที่สูงสกอต
การเสื่อมถอยและการแทนที่ด้วยภาษาอังกฤษ
[แก้]ตั้งแต่ปลายยุคกลางเป็นต้นมา อำนาจการปกครองและเศรษฐกิจของอังกฤษในไอร์แลนด์ค่อย ๆ ขยายตัว ภาษาอังกฤษเริ่มมีบทบาทในเมือง การค้า กฎหมาย และการปกครองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาษาไอริชยังคงเป็นภาษาหลักของประชากรส่วนใหญ่ในชนบทเป็นเวลายาวนาน
การเสื่อมถอยครั้งใหญ่เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 18–19 จากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ การผนวกไอร์แลนด์เข้ากับระบบการปกครองอังกฤษ การยกระดับภาษาอังกฤษเป็นภาษาของงาน รัฐ การศึกษา และการย้ายถิ่น ความอดอยากครั้งใหญ่ในไอร์แลนด์กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 และการอพยพออกนอกประเทศจำนวนมาก ซึ่งกระทบหนักต่อพื้นที่ตะวันตกและใต้ที่ยังใช้ภาษาไอริชอยู่มาก[5] ในครอบครัวจำนวนมาก ภาษาอังกฤษจึงกลายเป็นภาษาที่ถูกมองว่าจำเป็นต่อการอยู่รอดทางเศรษฐกิจและสังคม
การฟื้นฟูภาษา
[แก้]ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เกิดขบวนการฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมไอริช องค์กรสำคัญคือ สันนิบาตเกลิก (Conradh na Gaeilge) ก่อตั้งใน ค.ศ. 1893 เพื่อส่งเสริมการเรียน การพูด และวรรณกรรมภาษาไอริช ขบวนการนี้มีบทบาททั้งทางภาษา วัฒนธรรม และการเมือง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสชาตินิยมไอริชสมัยใหม่
หลังการก่อตั้งรัฐเสรีไอริชใน ค.ศ. 1922 และรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1937 ภาษาไอริชได้รับสถานะทางการและถูกบรรจุในระบบการศึกษา รัฐพยายามฟื้นฟูภาษาไอริชผ่านโรงเรียน เอกสารราชการ ป้ายสถานที่ สื่อ และการสนับสนุนพื้นที่เกลทัคท์ อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูนี้ประสบผลจำกัด เพราะภาษาอังกฤษยังคงเป็นภาษาหลักของเศรษฐกิจ สังคมเมือง และชีวิตประจำวันของประชากรส่วนใหญ่
สถานะทางกฎหมายและการใช้ปัจจุบัน
[แก้]
มาตรา 8 ของรัฐธรรมนูญไอร์แลนด์ระบุว่าภาษาไอริชในฐานะภาษาประจำชาติเป็นภาษาราชการลำดับแรก และภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการลำดับที่สอง[7] สถานะนี้ทำให้ภาษาไอริชปรากฏในชื่อรัฐ หน่วยงานราชการ รัฐสภา ธนบัตร เหรียญ ป้ายถนน เอกสารทางการ และการศึกษา อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักของประชากรส่วนใหญ่และของกิจกรรมเศรษฐกิจประจำวัน
ในไอร์แลนด์เหนือ ภาษาไอริชมีบริบททางสังคมและการเมืองที่ซับซ้อนมากกว่า เนื่องจากผูกกับอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ ศาสนา และการเมืองของชุมชนบางส่วน กฎหมายอัตลักษณ์และภาษา ค.ศ. 2022 ให้การรับรองสถานะภาษาไอริชและจัดให้มีกรรมาธิการภาษาไอริชในไอร์แลนด์เหนือ[3]
ในระดับสหภาพยุโรป ภาษาไอริชได้รับสถานะเป็นภาษาราชการและภาษาทำงานตั้งแต่ ค.ศ. 2007 แต่มีระยะผ่อนผันเพราะขาดกำลังแปลเอกสาร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2022 ระยะผ่อนผันสิ้นสุดลง ภาษาไอริชจึงมีสถานะเต็มเทียบเท่าภาษาราชการอื่นของสหภาพยุโรป[4]
หน่วยงานสำคัญที่ส่งเสริมภาษาไอริชทั่วเกาะคือ Foras na Gaeilge ซึ่งก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1999 ภายใต้กรอบความร่วมมือเหนือ–ใต้ หลังความตกลงกู๊ดฟรายเดย์ หน่วยงานนี้สนับสนุนการใช้ภาษาไอริช การศึกษา สื่อ พจนานุกรม ศัพท์บัญญัติ และโครงการภาคประชาสังคม[12]
เกลทัคท์
[แก้]
เกลทัคท์ (Gaeltacht; พหูพจน์ Gaeltachtaí) คือพื้นที่ที่รัฐบาลไอร์แลนด์รับรองว่าภาษาไอริชมีหรือเคยมีฐานะเป็นภาษาชุมชน พื้นที่เหล่านี้กระจายอยู่ในเทศมณฑลทางตะวันตก เหนือ และใต้ ได้แก่[13][14]
เกลทัคท์เป็นกลุ่มพื้นที่หลายแห่ง ส่วนมากอยู่ตามชายฝั่งตะวันตกและเกาะนอกชายฝั่ง พื้นที่เกลทัคท์สำคัญได้แก่ คอนเนมาราในกอลเวย์ คาบสมุทรดิงเกิลในเคร์รี มัสเคอร์รีในคอร์ก ริงในวอเตอร์ฟอร์ด และพื้นที่กวิธโดร์กับเดอะรอสส์ในดอนีกอล[14]
สำมะโน ค.ศ. 2022 ระบุว่ามีผู้พูดภาษาไอริชอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปในพื้นที่เกลทัคท์มากกว่า 65,000 คน ในจำนวนนี้ 20,261 คน หรือร้อยละ 31 ใช้ภาษาไอริชทุกวัน ซึ่งลดลงจาก ค.ศ. 2016 เล็กน้อย[8] ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนปัญหาสำคัญของภาษาไอริชร่วมสมัย คือแม้พื้นที่เกลทัคท์ยังเป็นฐานสำคัญของภาษาแม่ แต่หลายพื้นที่เผชิญแรงกดดันจากภาษาอังกฤษ การท่องเที่ยว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ การย้ายถิ่น และการศึกษาที่ไม่สามารถค้ำจุนการใช้ภาษาในครัวเรือนได้เสมอไป
สำเนียงและมาตรฐาน
[แก้]ภาษาไอริชปัจจุบันมีสำเนียงหลักสามกลุ่ม ได้แก่
- คอนนอต ทางตะวันตก โดยเฉพาะเทศมณฑลกอลเวย์และเทศมณฑลเมโย
- มันสเตอร์ ทางใต้ โดยเฉพาะเทศมณฑลเคร์รี เทศมณฑลคอร์ก และเทศมณฑลวอเทอร์เฟิร์ด
- อัลสเตอร์ทางเหนือ โดยเฉพาะเทศมณฑลดอนีกอล
ส่วนสำเนียงเลนสเตอร์และสำเนียงนิวฟันด์แลนด์สูญหายไปแล้ว โดยสำเนียงทั้งสามแตกต่างกันในเสียง การลงน้ำหนัก คำศัพท์ และรูปไวยากรณ์บางส่วน ตัวอย่างคำถาม “คุณเป็นอย่างไรบ้าง” อาจพบรูปต่างกันดังนี้
| สำเนียงหรือมาตรฐาน | รูปภาษาไอริช | ความหมาย |
|---|---|---|
| มันสเตอร์ | Conas tá tú? หรือ Conas taoi? | คุณเป็นอย่างไรบ้าง |
| คอนนอต | Cén chaoi a bhfuil tú? | คุณเป็นอย่างไรบ้าง |
| อัลสเตอร์ | Cad é mar atá tú? | คุณเป็นอย่างไรบ้าง |
| มาตรฐาน | Conas atá tú? | คุณเป็นอย่างไรบ้าง |
ภาษาไอริชมาตรฐาน หรือ An Caighdeán Oifigiúil (อ่านว่า "อัน ไคดออน อิฟีกูล") เป็นมาตรฐานการเขียนและไวยากรณ์ที่จัดทำขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1950 และปรับปรุงหลายครั้งภายหลัง มาตรฐานนี้ใช้ในเอกสารราชการ โรงเรียน หนังสือพิมพ์ และงานเขียนสมัยใหม่จำนวนมาก แต่ไม่ได้เป็นสำเนียงพูดเดียวที่ทุกคนต้องออกเสียงเหมือนกัน ภาษาไอริชจึงมีมาตรฐานการเขียนร่วม แต่การอ่านออกเสียงมักอิงสำเนียงคอนนอต มันสเตอร์ หรืออัลสเตอร์[11][15][16]
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่นักภาษาศาสตร์และผู้ใช้ภาษาบางส่วนเรียกว่า ภาษาไอริชเมือง หรือภาษาไอริชของผู้พูดรุ่นใหม่ในเมือง เช่น ดับลิน เบลฟาสต์ และกอลเวย์ ผู้พูดกลุ่มนี้จำนวนมากไม่ได้เติบโตในเกลทัคท์ที่พูดภาษาไอริช แต่เรียนภาษาไอริชจากโรงเรียน ครอบครัวสองภาษา หรือโรงเรียนสอนผ่านภาษาไอริช รูปภาษาดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟูภาษา แต่บางครั้งถูกวิจารณ์ว่ารักษาความต่างเสียงกว้าง–เรียวและระบบไวยากรณ์ดั้งเดิมไม่ครบถ้วน จึงมีการถกเถียงเรื่องอำนาจและความชอบธรรมระหว่างภาษาไอริชเกลทัคท์กับภาษาไอริชของผู้พูดใหม่[17]
อักษรไอริช
[แก้]อักษรไอริชเขียนด้วยอักษรละตินในปัจจุบัน อักษรดั้งเดิมของภาษาไอริชมี 18 ตัว ได้แก่ a b c d e f g h i l m n o p r s t u ส่วนตัวอักษร j k q v w x y z ใช้ในคำยืม ชื่อเฉพาะ หรือบริบทสมัยใหม่ อักษรสระมีทั้งเสียงสั้นและเสียงยาว สระยาวทำเครื่องหมายด้วยฟาดา เช่น á é í ó ú ซึ่งเปลี่ยนความหมายของคำได้ เช่น sean “เก่า” กับ Seán “ฌอน”
หลักสำคัญของการสะกดไอริชคือความต่างระหว่างสระกว้าง a, o, u กับสระเรียว e, i กฎดั้งเดิมกล่าวว่า caol le caol agus leathan le leathan แปลว่า “เรียวกับเรียว และกว้างกับกว้าง” หมายถึงสระสองข้างของพยัญชนะหรือกลุ่มพยัญชนะควรเป็นชนิดเดียวกัน เพื่อบอกว่าพยัญชนะนั้นออกเสียงเป็นพยัญชนะเรียวหรือกว้าง
ภาษาไอริชมีการเปลี่ยนรูปพยัญชนะต้นคำที่สะท้อนในระบบเขียน ได้แก่
| ชนิด | ตัวอย่าง | คำอธิบายโดยย่อ |
|---|---|---|
| การทำให้นุ่ม (séimhiú) | bád → bhád | เติม h หลังพยัญชนะ เพื่อบอกว่าเสียงต้นเปลี่ยน เช่น b เป็นเสียงใกล้ [v] |
| การบังเสียง (urú) | bád → mbád | เติมพยัญชนะอีกตัวหน้าคำ เพื่อให้เสียงต้นถูก “บัง” เช่น b ถูกนำด้วย m |
| การเติม h หน้าสระ | Éire → hÉire | ใช้ในสภาพแวดล้อมไวยากรณ์บางอย่าง เพื่อหลีกเลี่ยงช่องว่างเสียงสระ |
ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 20 งานพิมพ์ภาษาไอริชมักใช้อักษรเกลิกหรือ cló Gaelach ซึ่งเป็นแบบอักษรละตินหน้าตาเฉพาะ มีจุดเหนือพยัญชนะแทนการเติม h ในการทำให้นุ่ม เช่น ḃ เทียบกับ bh ปัจจุบันแบบอักษรโรมันทั่วไปใช้เป็นหลัก ส่วนอักษรเกลิกมักใช้ในงานตกแต่ง ป้าย งานวัฒนธรรม หรือบริบทประวัติศาสตร์[10]
ระบบเสียงและการออกเสียง
[แก้]ภาษาไอริชมีระบบเสียงที่ทำให้ผู้เรียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษรู้สึกว่า “อ่านยาก” เพราะตัวสะกดไม่ได้อ่านแบบภาษาอังกฤษ และพยัญชนะจำนวนมากมีคู่เสียงกว้าง–เรียว พยัญชนะกว้างมักออกเสียงโดยยกส่วนหลังลิ้นเข้าหาเพดานอ่อน ส่วนพยัญชนะเรียวมักออกเสียงโดยยกส่วนหน้าลิ้นเข้าหาเพดานแข็ง ตัวอย่างเช่นเสียง b ใน bó “วัว” เป็นเสียงกว้าง แต่ b ใน beo “มีชีวิต” เป็นเสียงเรียว
เสียงสระมีความต่างระหว่างสั้นกับยาว และเครื่องหมายฟาดามีผลต่อความยาวและคุณภาพเสียง เช่น fear “ชาย” กับ féar “หญ้า” การไม่ใส่ฟาดาหรือใส่ผิดจึงอาจทำให้คำกลายเป็นคำอื่น
การลงน้ำหนักคำโดยทั่วไปมักอยู่ที่พยางค์แรก โดยเฉพาะในสำเนียงคอนนอตและอัลสเตอร์ แต่สำเนียงมันสเตอร์มีแนวโน้มลงน้ำหนักพยางค์ที่มีสระยาวในบางคำ แม้ไม่ได้อยู่พยางค์แรก เช่นรูปคำที่สำเนียงอื่นลงน้ำหนักต้นคำอาจต่างออกไปในมันสเตอร์
ลักษณะที่ควรระวังในการอ่านภาษาไอริช ได้แก่
- ตัวอักษรเดี่ยวกันอ่านต่างกันตามสระรอบข้าง เช่น s กว้างมักคล้าย /s/ แต่ s เรียวอาจคล้าย /ʃ/ ในหลายสำเนียง
- กลุ่ม bh และ mh มักออกเสียงใกล้ /v/ หรือ /w/ แล้วแต่สำเนียงและตำแหน่ง
- กลุ่ม dh และ gh มีเสียงที่เปลี่ยนไปมากตามตำแหน่งและสระข้างเคียง บางครั้งออกเสียงเป็นเสียงเสียดแทรก บางครั้งหายไปหรือทำให้สระยาวขึ้น
- ภาษาไอริชไม่มีมาตรฐานการออกเสียงเดียวสำหรับทั้งประเทศ ผู้เรียนจึงควรเลือกสำเนียงอ้างอิงหนึ่งสำเนียง เช่น คอนนอต มันสเตอร์ หรืออัลสเตอร์
ไวยากรณ์โดยสังเขป
[แก้]ภาษาไอริชเป็นภาษาผันรูปซึ่งแสดงความสัมพันธ์ทางไวยากรณ์ด้วยการผันรูปคำ การใช้อนุภาค และการเปลี่ยนเสียงพยัญชนะต้นคำ ระบบไวยากรณ์ของภาษาเขียนมาตรฐานกำหนดไว้ในภาษาไอริชมาตรฐาน An Caighdeán Oifigiúil อย่างไรก็ตาม ภาษาพูดในอัลสเตอร์ คอนน็อต และมันสเตอร์ ยังคงมีความแตกต่างกันทั้งด้านการออกเสียง รูปกริยา สรรพนาม และกฎการกลายเสียงบางประการ[18][19]
ลำดับคำและโครงสร้างประโยค
[แก้]ภาษาไอริชมีลำดับคำพื้นฐานแบบ กริยา–ประธาน–กรรม หรือ VSO ต่างจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษซึ่งมักเรียงแบบประธาน–กริยา–กรรม กริยาที่ผันแล้วจึงมักปรากฏเป็นส่วนแรกของประโยค ตามด้วยประธานและกรรมตรงตามลำดับ[20]
| ภาษาไอริช | โครงสร้าง | แปลตรงตัว | ความหมายไทย |
|---|---|---|---|
| Léann Máire leabhar. | กริยา–ประธาน–กรรม | อ่าน แมรี หนังสือ | แมรีอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง |
| Chonaic mé an madra. | กริยา–ประธาน–กรรม | เห็น ฉัน สุนัขตัวนั้น | ฉันเห็นสุนัขตัวนั้น |
| Thug Seán an leabhar do Mháire. | กริยา–ประธาน–กรรม–ส่วนเติมเต็ม | ให้ ชอน หนังสือ แก่แมรี | ชอนให้หนังสือแก่แมรี |
ประโยคที่มีกริยา bí “อยู่/เป็นอยู่” ยังคงเรียงกริยาไว้ข้างหน้า เช่น Tá Seán sa teach “ชอนอยู่ในบ้าน” และ Bhí na páistí ag imirt “เด็ก ๆ กำลังเล่นอยู่” ส่วนประโยคคอปูลาที่ใช้ is มีโครงสร้างเฉพาะของตนเอง โดยภาคแสดงมักอยู่หน้าประธาน เช่น Is múinteoir í Máire “แมรีเป็นครู”
ภาษาไอริชไม่มีคำตอบ “ใช่” และ “ไม่ใช่” ที่ใช้ได้กับคำถามทุกชนิดอย่างคำว่า yes และ no ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปผู้ตอบจะกล่าวซ้ำกริยาหรือคอปูลาของคำถามในรูปบอกเล่าหรือปฏิเสธ[19]
| คำถาม | ตอบรับ | ตอบปฏิเสธ | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| An bhfuil sí anseo? | Tá. | Níl. | เธออยู่ที่นี่หรือไม่ — อยู่/ไม่อยู่ |
| Ar léigh tú é? | Léigh. | Níor léigh. | คุณอ่านมันแล้วหรือไม่ — อ่านแล้ว/ยังไม่ได้อ่าน |
| An múinteoir é? | Is ea. | Ní hea. | เขาเป็นครูหรือไม่ — ใช่/ไม่ใช่ |
การกลายเสียงต้นคำ
[แก้]ลักษณะเด่นประการหนึ่งของภาษาไอริชคือ การกลายเสียงพยัญชนะต้นคำ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ด้านการออกเสียง แต่ทำหน้าที่แสดงเพศ การก ความเป็นเจ้าของ จำนวน การปฏิเสธ และความสัมพันธ์ทางวากยสัมพันธ์ การกลายเสียงหลักมีสองประเภท ได้แก่[18]
- การทำให้อ่อนเสียง (อังกฤษ: lenition; ไอริช: séimhiú) โดยทั่วไปเขียนด้วยการเติม h หลังพยัญชนะ เช่น b → bh, c → ch และ m → mh
- การบดบังเสียงต้น (อังกฤษ: eclipsis; ไอริช: urú) โดยเติมพยัญชนะอีกตัวไว้หน้าพยัญชนะเดิม และออกเสียงพยัญชนะที่เติมเข้ามา เช่น b → mb, c → gc และ t → dt
| รูปเดิม | ทำให้อ่อนเสียง | บดบังเสียงต้น | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| bád | bhád | mbád | เรือ |
| cat | chat | gcat | แมว |
| doras | dhoras | ndoras | ประตู |
| fear | fhear | bhfear | ชาย |
| peann | pheann | bpeann | ปากกา |
| teach | theach | dteach | บ้าน |
การกลายเสียงเกิดขึ้นหลังคำหรืออนุภาคบางชนิด ตัวอย่างเช่น mo chat “แมวของฉัน” มีการทำให้อ่อนเสียงจาก cat เป็น chat ขณะที่ ár gcat “แมวของพวกเรา” มีการบดบังเสียงจาก cat เป็น gcat ในวลี sa bhaile “ในเมือง/ที่บ้าน” คำว่า baile ถูกทำให้อ่อนเสียงหลัง sa ส่วนใน i mBaile Átha Cliath “ในดับลิน” คำว่า Baile ถูกบดบังเสียงหลังบุพบท i
นอกจากนั้นยังมีการเติม t- หรือ h- หน้าคำที่ขึ้นต้นด้วยสระในสภาพแวดล้อมบางชนิด เช่น éan “นก” → an t-éan “นกตัวนั้น” และ Éire “ไอร์แลนด์” → na hÉireann “ของไอร์แลนด์”
คำนาม เพศ และพจน์
[แก้]คำนามภาษาไอริชมีเพศไวยากรณ์สองเพศ ได้แก่ เพศชาย (firinscneach) และ เพศหญิง (baininscneach) เพศกลางที่พบในภาษาไอริชเก่าได้สูญหายไปจากระบบคำนามทั่วไปของภาษาไอริชสมัยใหม่ เพศของคำนามไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศตามธรรมชาติของสิ่งที่กล่าวถึงเสมอไป เช่น cailín “เด็กหญิง” เป็นคำนามเพศชาย เนื่องจากปัจจัยทางประวัติศาสตร์และปัจจัยจากปัจจัยเติมท้าย -ín[19]
เพศของคำนามมีผลต่อคำนำหน้านาม คำคุณศัพท์ สรรพนามที่ใช้แทนคำนาม และการกลายเสียงต้นคำ เช่น
| เพศ | ตัวอย่าง | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| เพศชาย | an fear mór | “ชายตัวใหญ่” คำว่า fear และ mór ไม่ถูกทำให้อ่อนเสียง |
| เพศหญิง | an bhean mhór | “หญิงตัวใหญ่” ทั้ง bean และคำคุณศัพท์ mór ถูกทำให้อ่อนเสียง |
| เพศชาย แม้หมายถึงผู้หญิง | an cailín beag | “เด็กหญิงตัวเล็ก” ปฏิบัติทางไวยากรณ์เสมือนคำนามเพศชาย |
คำนามมีรูปเอกพจน์และพหูพจน์ เช่น bád “เรือหนึ่งลำ” และ báid “เรือหลายลำ” การสร้างพหูพจน์มีหลายแบบและไม่อาจคาดเดาจากรูปเอกพจน์ได้ทั้งหมด เช่น fear → fir “ชาย”, bean → mná “หญิง”, teach → tithe “บ้าน” และ cailín → cailíní “เด็กหญิง”
ภาษาไอริชยังมีร่องรอยของทวิพจน์ ซึ่งปรากฏหลังเลข dhá “สอง” คำนามหลังตัวเลขโดยทั่วไปใช้รูปเอกพจน์แทนรูปพหูพจน์ และเกิดการกลายเสียงตามตัวเลข เช่น dhá chat “แมวสองตัว”, trí chat “แมวสามตัว” และ seacht gcat “แมวเจ็ดตัว” คำนามเก่าแก่บางคำอาจมีรูปพิเศษหลัง dhá เช่น lámh “มือ” → dhá láimh “สองมือ”[18]
เมื่อกล่าวถึงจำนวนคน ภาษาไอริชสามารถใช้เลขนับบุคคลโดยเฉพาะ เช่น beirt “สองคน”, triúr “สามคน”, ceathrar “สี่คน” และ cúigear “ห้าคน” เช่น beirt fhear “ชายสองคน” และ triúr páistí “เด็กสามคน”
การกและการผันคำนาม
[แก้]คำนามภาษาไอริชเปลี่ยนรูปตามการกหรือหน้าที่ทางไวยากรณ์ ในคำอธิบายสมัยใหม่มักกล่าวถึงรูปการกหลักสี่ชุด เนื่องจากรูปประธานและกรรมตรงส่วนใหญ่ตรงกัน แม้ An Caighdeán Oifigiúil จะเรียกหน้าที่ทั้งสองว่า an tuiseal ainmneach “การกประธาน” และ an tuiseal cuspóireach “การกกรรม” แยกจากกันก็ตาม[18]
| การก | ชื่อภาษาไอริช | หน้าที่หลัก | ตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|---|---|
| การกประธาน–กรรมตรง | an tuiseal ainmneach agus cuspóireach | ใช้เป็นประธาน กรรมตรง และรูปพื้นฐานในพจนานุกรม | Tá an fear anseo.
Chonaic mé an fear. |
ชายคนนั้นอยู่ที่นี่
ฉันเห็นชายคนนั้น |
| สัมพันธการก | an tuiseal ginideach | แสดงความเป็นเจ้าของ ความสัมพันธ์ แหล่งกำเนิด ชนิด หรือส่วนประกอบ | hata an fhir | หมวกของชายคนนั้น |
| การกบุพบทหรือการกให้ | an tuiseal tabharthach | ใช้หลังบุพบทหลายคำ | leis an bhfear | กับชายคนนั้น |
| การกเรียกขาน | an tuiseal gairmeach | ใช้เรียกหรือกล่าวกับบุคคลโดยตรง | A fhir! | คุณผู้ชาย! |
สัมพันธการกเป็นการกที่ยังมีบทบาทสำคัญมากในภาษาไอริช ใช้ในโครงสร้างที่ภาษาไทยมักใช้คำว่า “ของ” หรือสร้างคำประสม เช่น
| ภาษาไอริช | รูปพื้นฐาน | ความหมาย |
|---|---|---|
| teach an fhir | fear → fir | บ้านของชายคนนั้น |
| doras na scoile | scoil → scoile | ประตูโรงเรียน |
| muintir na hÉireann | Éire → Éireann | ประชาชนแห่งไอร์แลนด์ |
| gloine uisce | uisce | น้ำหนึ่งแก้ว หรือแก้วน้ำ |
| múinteoir Gaeilge | Gaeilge | ครูภาษาไอริช |
การกบุพบทในภาษาเขียนมาตรฐานมักมีรูปคำนามเหมือนกับการกประธาน แต่ยังคงแยกได้จากรูปคำนำหน้านามและการกลายเสียง เช่น fear ยังคงเป็น fear ใน ag an bhfear “ที่ชายคนนั้น” แต่เกิดการบดบังเสียงเป็น bhfear ภาษาถิ่นบางแห่งยังรักษารูปการกบุพบทเก่าไว้ เช่น Éire → Éirinn ใน in Éirinn “ในไอร์แลนด์”
การกเรียกขานใช้อนุภาค a ซึ่งทำให้พยัญชนะต้นของคำนามอ่อนเสียง และคำนามเพศชายบางกลุ่มยังเปลี่ยนพยัญชนะท้ายจากเสียงกว้างเป็นเสียงแคบ เช่น
| รูปพื้นฐาน | รูปเรียกขาน | ความหมาย |
|---|---|---|
| Seán | a Sheáin | ชอน!/คุณชอน! |
| fear | a fhir | คุณผู้ชาย! |
| mac | a mhic | ลูกเอ๋ย! |
| Máire | a Mháire | แมรี! |
กลุ่มการผันคำนาม
[แก้]ตามธรรมเนียม คำนามภาษาไอริชแบ่งออกเป็นกลุ่มการผันหลักห้ากลุ่ม การจัดกลุ่มพิจารณาจากวิธีสร้างสัมพันธการกเอกพจน์และพหูพจน์ กลุ่มการผันช่วยคาดเดารูปคำได้ในระดับหนึ่ง แต่แต่ละกลุ่มยังมีข้อยกเว้นจำนวนมาก[18][21]
| กลุ่ม | ลักษณะทั่วไป | ประธานเอกพจน์ | สัมพันธการกเอกพจน์ | พหูพจน์ |
|---|---|---|---|---|
| กลุ่มที่ 1 | ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ลงท้ายด้วยพยัญชนะกว้าง
และมักทำพยัญชนะท้ายให้แคบในสัมพันธการก |
fear | fir | fir |
| กลุ่มที่ 2 | ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง สัมพันธการกมักลงท้ายด้วย -e | bróg | bróige | bróga |
| กลุ่มที่ 3 | มีทั้งสองเพศ สัมพันธการกมักลงท้ายด้วย -a | múinteoir | múinteora | múinteoirí |
| กลุ่มที่ 4 | มีทั้งสองเพศ สัมพันธการกเอกพจน์มักเหมือนรูปพื้นฐาน | cailín | cailín | cailíní |
| กลุ่มที่ 5 | ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง สัมพันธการกมักลงท้ายด้วยพยัญชนะกว้าง | cathair | cathrach | cathracha |
คำนำหน้านาม
[แก้]ภาษาไอริชไม่มีคำนำหน้านามไม่ชี้เฉพาะที่ตรงกับ a หรือ an ในภาษาอังกฤษ คำนามที่ไม่มีคำนำหน้าอาจหมายถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยไม่ชี้เฉพาะได้ เช่น Tá cat sa teach อาจแปลว่า “มีแมวตัวหนึ่งอยู่ในบ้าน”
คำนำหน้านามชี้เฉพาะมีเพียงสองรูปหลัก ได้แก่ an และ na แต่การเลือกรูปและการกลายเสียงของคำนามขึ้นอยู่กับเพศ พจน์ และการก[18]
| การก | เพศชายเอกพจน์ | เพศหญิงเอกพจน์ | พหูพจน์ |
|---|---|---|---|
| ประธาน–กรรมตรง | an fear
ชายคนนั้น |
an bhean
หญิงคนนั้น |
na fir / na mná
ชายเหล่านั้น/หญิงเหล่านั้น |
| สัมพันธการก | hata an fhir
หมวกของชายคนนั้น |
hata na mná
หมวกของหญิงคนนั้น |
hataí na bhfear / hataí na mban
หมวกของชาย/หญิงเหล่านั้น |
| หลังบุพบท | leis an bhfear | leis an mbean | leis na fir / leis na mná |
ในโครงสร้างสัมพันธการกที่คำนามส่วนหลังชี้เฉพาะ โดยทั่วไปจะไม่ใส่คำนำหน้านามซ้ำหน้าคำนามส่วนแรก เช่น Áras an Uachtaráin แปลตรงตัวว่า “ทำเนียบของประธานาธิบดี” ไม่ใช่ *an tÁras an Uachtaráin
คำคุณศัพท์
[แก้]คำคุณศัพท์ขยายนามโดยทั่วไปวางหลังคำนาม และอาจเปลี่ยนรูปหรือกลายเสียงให้สอดคล้องกับเพศ พจน์ และการกของคำนาม[18]
| ตัวอย่าง | คำอธิบาย | ความหมาย |
|---|---|---|
| fear mór | คำนามเพศชายเอกพจน์ คำคุณศัพท์คงรูป | ชายตัวใหญ่ |
| bean mhór | คำนามเพศหญิงเอกพจน์ทำให้คำคุณศัพท์อ่อนเสียง | หญิงตัวใหญ่ |
| an fear mór | เพศชาย ประธานเอกพจน์ | ชายตัวใหญ่คนนั้น |
| an bhean mhór | เพศหญิง ประธานเอกพจน์ | หญิงตัวใหญ่คนนั้น |
| hata an fhir mhóir | คำคุณศัพท์ผันตามสัมพันธการกเพศชาย | หมวกของชายตัวใหญ่ |
| na fir mhóra | คำคุณศัพท์อยู่ในรูปพหูพจน์และถูกทำให้อ่อนเสียง | ชายตัวใหญ่หลายคน |
| na mná móra | คำคุณศัพท์พหูพจน์แต่ไม่ถูกทำให้อ่อนเสียง | หญิงตัวใหญ่หลายคน |
คำคุณศัพท์บางคำวางหน้าคำนาม โดยเฉพาะคำที่มีหน้าที่คล้ายตัวกำหนดหรือเป็นส่วนของคำประสม เช่น sean “เก่า” ใน seanteach “บ้านเก่า” และ droch “เลว/ไม่ดี” ใน drochaimsir “สภาพอากาศเลวร้าย”
ขั้นกว่าของคำคุณศัพท์มักใช้ níos และคำว่า ná “กว่า” ส่วนขั้นสุดใช้รูปเดียวกับขั้นกว่าในอนุประโยคสัมพันธ์ที่มี is
| ระดับ | ภาษาไอริช | ความหมาย |
|---|---|---|
| ขั้นปกติ | Tá Seán ard. | ชอนตัวสูง |
| ขั้นกว่า | Tá Seán níos airde ná Máire. | ชอนสูงกว่าแมรี |
| ขั้นสุด | Is é Seán an duine is airde. | ชอนเป็นคนที่สูงที่สุด |
สรรพนาม
[แก้]สรรพนามบุรุษในภาษาไอริชแยกรูปบุรุษที่ 2 เอกพจน์และพหูพจน์อย่างชัดเจน และสรรพนามบุรุษที่ 3 มีรูปประธานและรูปที่ใช้เป็นกรรมหรือภาคแสดงต่างกันบางส่วน
| บุรุษ | รูปประธาน | รูปกรรมหรือรูปไม่เน้น | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| บุรุษที่ 1 เอกพจน์ | mé | mé | ฉัน |
| บุรุษที่ 2 เอกพจน์ | tú | tú | คุณหนึ่งคน |
| บุรุษที่ 3 เอกพจน์ เพศชาย | sé | é | เขา/มันเพศชาย |
| บุรุษที่ 3 เอกพจน์ เพศหญิง | sí | í | เธอ/มันเพศหญิง |
| บุรุษที่ 1 พหูพจน์ | muid หรือ sinn | muid หรือ sinn | พวกเรา |
| บุรุษที่ 2 พหูพจน์ | sibh | sibh | พวกคุณ |
| บุรุษที่ 3 พหูพจน์ | siad | iad | พวกเขา/พวกมัน |
สรรพนามสามารถเติมปัจจัยเน้นเสียงได้ เช่น mise “ฉันเอง”, tusa “คุณเอง”, seisean “เขาคนนั้นเอง”, sise “เธอคนนั้นเอง”, sinne “พวกเราเอง” และ siadsan “พวกเขาเอง” เช่น Is mise Seán “ฉันนี่แหละคือชอน”
คำแสดงความเป็นเจ้าของ
[แก้]คำแสดงความเป็นเจ้าของวางหน้าคำนามและก่อให้เกิดการกลายเสียงต่างกัน ความแตกต่างระหว่าง “ของเขา”, “ของเธอ” และ “ของพวกเขา” จึงมองเห็นได้จากการกลายเสียงของคำนาม แม้ทั้งสามรูปจะเขียนด้วย a เหมือนกัน[18]
| รูป | การกลายเสียง | ตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| mo | ทำให้อ่อนเสียง | mo chat | แมวของฉัน |
| do | ทำให้อ่อนเสียง | do chat | แมวของคุณ |
| a “ของเขา” | ทำให้อ่อนเสียง | a chat | แมวของเขา |
| a “ของเธอ” | ไม่กลายเสียงพยัญชนะ; เติม h- หน้าสระ | a cat; a hainm | แมวของเธอ; ชื่อของเธอ |
| ár | บดบังเสียงต้น | ár gcat | แมวของพวกเรา |
| bhur | บดบังเสียงต้น | bhur gcat | แมวของพวกคุณ |
| a “ของพวกเขา” | บดบังเสียงต้น | a gcat; a n-ainm | แมวของพวกเขา; ชื่อของพวกเขา |
บุพบทผัน
[แก้]เมื่อกรรมของบุพบทเป็นสรรพนาม บุพบทกับสรรพนามจะรวมกันเป็นคำเดียว เรียกว่า บุพบทผันหรือสรรพนามบุพบท เช่น ag “ที่/กับ” รวมกับ mé เป็น agam “ที่ฉัน” ลักษณะนี้เป็นลักษณะสำคัญของกลุ่มภาษาเกลิก[19]
| บุพบท | ฉัน | คุณ | เขา | เธอ | พวกเรา | พวกคุณ | พวกเขา |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ag “ที่/กับ” | agam | agat | aige | aici | againn | agaibh | acu |
| ar “บน” | orm | ort | air | uirthi | orainn | oraibh | orthu |
| le “กับ” | liom | leat | leis | léi | linn | libh | leo |
| do “แก่/สำหรับ” | dom | duit | dó | di | dúinn | daoibh | dóibh |
บุพบทผันใช้สร้างสำนวนพื้นฐานจำนวนมาก ซึ่งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษอาจใช้คำกริยาหรือคำคุณศัพท์แทน
| ภาษาไอริช | แปลตรงตัว | ความหมายไทย |
|---|---|---|
| Tá leabhar agam. | มี/อยู่ หนังสือ ที่-ฉัน | ฉันมีหนังสือ |
| Tá Gaeilge aici. | มี ภาษาไอริช ที่-เธอ | เธอรู้หรือพูดภาษาไอริชได้ |
| Tá ocras orm. | มี ความหิว บน-ฉัน | ฉันหิว |
| Tá eagla air. | มี ความกลัว บน-เขา | เขากลัว |
| Tá orm imeacht. | อยู่ บน-ฉัน จากไป | ฉันจำเป็นต้องไป |
| Is maith liom caife. | เป็นสิ่งดี กับ-ฉัน กาแฟ | ฉันชอบกาแฟ |
| Is liomsa é. | เป็น กับ-ฉัน-เน้น มัน | มันเป็นของฉัน |
| Seán is ainm dom. | ชอน คือชื่อ แก่-ฉัน | ฉันชื่อชอน |
คำกริยาและการผันกริยา
[แก้]กริยาภาษาไอริชผันตามกาล มาลา บุรุษ และพจน์ ภาษาไอริชมีกลุ่มการผันกริยาปกติสองกลุ่ม ได้แก่การผันที่หนึ่งและการผันที่สอง ตลอดจนกริยาไม่ปกติสำคัญ 11 คำ ได้แก่ abair “กล่าว”, beir “จับ/ให้กำเนิด”, bí “อยู่”, clois หรือ cluin “ได้ยิน”, déan “ทำ”, faigh “ได้รับ”, feic “เห็น”, ith “กิน”, tabhair “ให้”, tar “มา” และ téigh “ไป”[18]
รูปกริยาบางรูปเป็นรูปสังเคราะห์ซึ่งส่วนท้ายกริยาบอกบุรุษและพจน์อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีสรรพนามประธาน เช่น léim “ฉันอ่าน” และ léimid “พวกเราอ่าน” ขณะที่รูปวิเคราะห์ต้องตามด้วยสรรพนาม เช่น léann tú “คุณอ่าน” และ léann siad “พวกเขาอ่าน” ในภาษาพูดอาจพบทั้ง léimid และ léann muid สำหรับ “พวกเราอ่าน”
กาลและมาลา
[แก้]ระบบกริยามีกาลหลัก ได้แก่ ปัจจุบัน อดีต อดีตที่เป็นกิจวัตร และอนาคต นอกจากนี้ยังมีมาลาเงื่อนไข มาลาคำสั่ง และมาลาสมมุติ[18]
| กาลหรือมาลา | ชื่อภาษาไอริช | ตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| ปัจจุบัน | an aimsir láithreach | Léim gach lá. | ฉันอ่านทุกวัน |
| อดีต | an aimsir chaite | Léigh mé inné. | ฉันอ่านเมื่อวาน |
| อดีตที่เป็นกิจวัตร | an aimsir ghnáthchaite | Léinn gach lá. | เมื่อก่อนฉันเคยอ่านทุกวัน |
| อนาคต | an aimsir fháistineach | Léifidh mé amárach. | ฉันจะอ่านพรุ่งนี้ |
| เงื่อนไข | an modh coinníollach | Léifinn dá mbeadh am agam. | ฉันคงจะอ่านถ้าฉันมีเวลา |
| คำสั่ง | an modh ordaitheach | Léigh an leabhar! | จงอ่านหนังสือ! |
| สมมุติ | an modh foshuiteach | Go n-éirí leat! | ขอให้คุณประสบความสำเร็จ! |
“กาลปัจจุบัน” ของกริยาทั่วไปมักมีความหมายเป็นกิจวัตร ข้อเท็จจริงทั่วไป หรือเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ เช่น Léann sé gach maidin “เขาอ่านหนังสือทุกเช้า” หากต้องการกล่าวถึงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ จะใช้ bí ร่วมกับบุพบท ag และอาการนามหรือนามกริยา เช่น Tá sé ag léamh “เขากำลังอ่าน”
อาการนามและลักษณะของเหตุการณ์
[แก้]ภาษาไอริชไม่มีรูปกริยาไม่ผันที่ตรงกับอินฟินิทีฟของภาษาอังกฤษโดยสมบูรณ์ แต่ใช้อาการนามหรือ an t-ainm briathartha ซึ่งมีคุณสมบัติทั้งของคำนามและกริยา เช่น léamh “การอ่าน/อ่าน”, dul “การไป/ไป” และ ceannach “การซื้อ/ซื้อ”
| โครงสร้าง | ตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|
| bí + ag + อาการนาม | Tá mé ag léamh. | ฉันกำลังอ่าน |
| เปลี่ยนกาลที่ bí | Bhí mé ag léamh. | ฉันกำลังอ่านอยู่ในเวลานั้น |
| อกรรมหรือกรรมอยู่หน้าอาการนาม | Ba mhaith liom an leabhar a léamh. | ฉันอยากอ่านหนังสือเล่มนั้น |
| อาการนามตามด้วยกรรมในสัมพันธการก | Tá mé ag léamh an leabhair. | ฉันกำลังอ่านหนังสือเล่มนั้น |
ในภาษาเขียนแบบดั้งเดิม กรรมชี้เฉพาะของอาการนามมักอยู่ในสัมพันธการก เช่น an leabhar → ag léamh an leabhair อย่างไรก็ตาม มาตรฐานฉบับใหม่และภาษาพูดอนุญาตหรือพบการใช้รูปประธานแทนสัมพันธการกในโครงสร้างบางชนิดมากขึ้น
ภาษาไอริชสร้างความหมายใกล้เคียงกับกาลสมบูรณ์โดยใช้คำคุณศัพท์กริยาร่วมกับ bí และมักใช้ ag เพื่อบอกผู้กระทำหรือผู้มีประสบการณ์ เช่น
| ภาษาไอริช | แปลตรงตัว | ความหมาย |
|---|---|---|
| Tá an doras dúnta. | ประตูอยู่ในสภาพถูกปิด | ประตูปิดอยู่ |
| Tá an obair déanta agam. | งานอยู่ในสภาพทำเสร็จที่ฉัน | ฉันทำงานเสร็จแล้ว |
| Tá an leabhar léite aici. | หนังสืออยู่ในสภาพอ่านแล้วที่เธอ | เธออ่านหนังสือเล่มนั้นแล้ว |
รูปอิสระและรูปตาม
[แก้]กริยาบางคำ โดยเฉพาะกริยาไม่ปกติ มีรูปอิสระซึ่งใช้ในประโยคบอกเล่าหลัก และรูปตามซึ่งใช้หลังอนุภาคคำถาม ปฏิเสธ อนุประโยค หรืออนุภาคบางคำ ความแตกต่างอาจเห็นได้ชัดมาก[19]
| รูปอิสระ | รูปตาม | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| tá | fuil | Tá sé anseo. “เขาอยู่ที่นี่”
An bhfuil sé anseo? “เขาอยู่ที่นี่หรือไม่” Deir sí go bhfuil sé anseo. “เธอบอกว่าเขาอยู่ที่นี่” |
| chonaic | faca | Chonaic mé é. “ฉันเห็นเขา”
An bhfaca tú é? “คุณเห็นเขาหรือไม่” Ní fhaca mé é. “ฉันไม่เห็นเขา” |
| chuaigh | deachaigh | Chuaigh sí abhaile. “เธอกลับบ้าน”
Ní dheachaigh sí abhaile. “เธอไม่ได้กลับบ้าน” |
ประโยคคำถามและปฏิเสธ
[แก้]ประโยคคำถามและปฏิเสธสร้างด้วยอนุภาคที่วางหน้ากริยา อนุภาคเหล่านี้อาจทำให้กริยากลายเสียงและอาจบังคับให้ใช้รูปตาม
| ชนิด | ปัจจุบันหรืออนาคต | อดีต |
|---|---|---|
| คำถาม | An gceannaíonn tú é?
คุณซื้อมันหรือไม่ |
Ar cheannaigh tú é?
คุณซื้อมันแล้วหรือไม่ |
| ปฏิเสธ | Ní cheannaím é.
ฉันไม่ซื้อมัน |
Níor cheannaigh mé é.
ฉันไม่ได้ซื้อมัน |
| คำถามปฏิเสธ | Nach gceannaíonn tú é?
คุณไม่ซื้อมันหรือ |
Nár cheannaigh tú é?
คุณไม่ได้ซื้อมันหรือ |
รูปไม่ระบุผู้กระทำ
[แก้]กริยาภาษาไอริชมีรูปไม่ระบุผู้กระทำหรือ an saorbhriathar ซึ่งบอกว่ามีการกระทำเกิดขึ้นโดยไม่ระบุประธาน รูปนี้อาจแปลเป็นประโยคกรรมวาจกหรือใช้สรรพนามไม่ชี้เฉพาะอย่าง “คนเขา” หรือ “มีผู้...” ในภาษาไทย
| ภาษาไอริช | แปลตรงตัว | ความหมาย |
|---|---|---|
| Léitear an leabhar sna scoileanna. | มีการอ่านหนังสือเล่มนั้นในโรงเรียน | หนังสือเล่มนั้นได้รับการอ่านในโรงเรียน |
| Tógtar tithe anseo. | มีการสร้างบ้านที่นี่ | มีคนสร้างบ้านที่นี่ |
| Dúnadh an doras. | มีการปิดประตู | ประตูถูกปิด |
กริยา bí และคอปูลา is
[แก้]ภาษาไอริชมีโครงสร้างที่ภาษาไทยและภาษาอังกฤษมักแปลด้วยคำว่า “เป็น” อย่างน้อยสองระบบ ได้แก่ กริยา bí ซึ่งมีรูปปัจจุบันว่า tá และคอปูลา is ความแตกต่างไม่ได้เท่ากับความแตกต่างระหว่าง “ชั่วคราว” กับ “ถาวร” โดยตรง แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของภาคแสดงและโครงสร้างประโยค[18][19]
bí ใช้กล่าวถึงการมีอยู่ ตำแหน่งที่ตั้ง สภาวะ คุณสมบัติที่แสดงด้วยคำคุณศัพท์ และการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่
| ภาษาไอริช | หน้าที่ | ความหมาย |
|---|---|---|
| Tá sí anseo. | ตำแหน่ง | เธออยู่ที่นี่ |
| Tá Seán tinn. | สภาวะ | ชอนป่วย |
| Tá an teach mór. | คุณสมบัติ | บ้านหลังนั้นใหญ่ |
| Tá na páistí ag súgradh. | การกระทำกำลังดำเนินอยู่ | เด็ก ๆ กำลังเล่น |
| Tá Máire ina múinteoir. | บทบาทหรือสถานภาพ | แมรีเป็นครู |
คอปูลา is ใช้จำแนกประเภท ระบุตัวตน เชื่อมคำนามกับคำนาม และสร้างประโยคเน้นหรือสำนวนแสดงการประเมิน ความชอบ และความเป็นเจ้าของ
| ภาษาไอริช | หน้าที่ | ความหมาย |
|---|---|---|
| Is múinteoir í Máire. | จำแนกประเภท | แมรีเป็นครู |
| Is í Máire an múinteoir. | ระบุตัวตน | แมรีคือครูคนนั้น |
| Is fear maith é. | จำแนกพร้อมคำขยาย | เขาเป็นคนดี |
| Is maith liom ceol. | การประเมิน/ความชอบ | ฉันชอบดนตรี |
| Is liomsa an carr. | ความเป็นเจ้าของ | รถคันนั้นเป็นของฉัน |
คอปูลาไม่ผันเหมือนกริยาทั่วไป รูปปัจจุบันหรืออนาคตพื้นฐานคือ is ส่วนอดีตและเงื่อนไขมักใช้ ba เช่น Ba mhúinteoir é “เขาเคยเป็นครู” และ Ba mhaith liom cupán tae “ฉันอยากได้ชาหนึ่งถ้วย” รูปปฏิเสธและคำถามเปลี่ยนไปตามกาล เช่น Ní múinteoir é “เขาไม่ใช่ครู” และ An múinteoir é? “เขาเป็นครูหรือไม่”
การแสดงความมีและสภาวะ
[แก้]ภาษาไอริชไม่มีกริยา “มี” ที่ใช้งานเหมือน have ในภาษาอังกฤษ แต่แสดงความครอบครองด้วย tá ร่วมกับบุพบทผันของ ag กล่าวคือ สิ่งที่ถูกครอบครองทำหน้าที่เป็นประธานทางไวยากรณ์ ส่วนผู้ครอบครองปรากฏในรูปบุพบทผัน
| ภาษาไอริช | แปลตรงตัว | ความหมายไทย |
|---|---|---|
| Tá leabhar agam. | หนังสืออยู่ที่ฉัน | ฉันมีหนังสือ |
| Tá carr nua acu. | รถใหม่อยู่ที่พวกเขา | พวกเขามีรถใหม่ |
| Bhí madra aici. | สุนัขเคยอยู่ที่เธอ | เธอเคยมีสุนัข |
| Beidh teach againn. | บ้านจะอยู่ที่พวกเรา | พวกเราจะมีบ้าน |
สภาพทางกายและอารมณ์จำนวนมากใช้โครงสร้าง tá ร่วมกับ ar “บน” เช่น Tá ocras orm “ฉันหิว”, Tá tart air “เขากระหาย”, Tá áthas uirthi “เธอดีใจ” และ Tá náire orthu “พวกเขาละอาย”
อนุประโยคสัมพันธ์และประโยคเน้น
[แก้]ภาษาไอริชแยกอนุประโยคสัมพันธ์เป็นสองประเภทหลัก ได้แก่อนุประโยคสัมพันธ์ตรงและอนุประโยคสัมพันธ์อ้อม ความแตกต่างแสดงด้วยอนุภาค รูปกริยา และการกลายเสียงต้นคำ[18]
อนุประโยคสัมพันธ์ตรงใช้เมื่อคำนามที่ถูกขยายทำหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมตรงภายในอนุประโยค โดยมักใช้อนุภาค a ซึ่งทำให้กริยาอ่อนเสียง
| ภาษาไอริช | ความหมาย |
|---|---|
| an fear a cheannaigh an carr | ชายผู้ซื้อรถคันนั้น |
| an carr a cheannaigh an fear | รถที่ชายคนนั้นซื้อ |
| an bhean a scríobh an leabhar | หญิงผู้เขียนหนังสือเล่มนั้น |
อนุประโยคสัมพันธ์อ้อมใช้เมื่อคำนามที่ถูกขยายสัมพันธ์กับบุพบท ความเป็นเจ้าของ หรือส่วนอื่นที่ไม่ใช่ประธานและกรรมตรง กริยามักอยู่ในรูปตามและเกิดการบดบังเสียง
| ภาษาไอริช | แปลตรงตัว | ความหมาย |
|---|---|---|
| an fear a bhfuil a mhac anseo | ชายที่ลูกชายของเขาอยู่ที่นี่ | ชายผู้มีลูกชายอยู่ที่นี่ |
| an teach a bhfuil mé i mo chónaí ann | บ้านที่ฉันอยู่ในมัน | บ้านที่ฉันอาศัยอยู่ |
| an bhean ar thug mé an leabhar di | หญิงที่ฉันให้หนังสือแก่เธอ | หญิงผู้ที่ฉันมอบหนังสือให้ |
ภาษาไอริชใช้ประโยคแยกส่วนที่มีคอปูลาอย่างแพร่หลายเพื่อเน้นองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง เช่น Is é Seán a cheannaigh an carr “ชอนต่างหากที่ซื้อรถ” และ Is é an carr a cheannaigh Seán “รถต่างหากที่ชอนซื้อ” โครงสร้างนี้ทำให้ภาษามีความยืดหยุ่นในการเน้นข้อมูล แม้ลำดับคำพื้นฐานของประโยคทั่วไปจะเป็น VSO
ความแตกต่างระหว่างภาษามาตรฐานกับภาษาถิ่น
[แก้]An Caighdeán Oifigiúil เป็นมาตรฐานสำหรับการเขียน มิใช่มาตรฐานการออกเสียงหรือภาษาพูดเพียงรูปเดียว ภาษาถิ่นทั้งสามกลุ่มจึงอาจใช้รูปที่แตกต่างจากมาตรฐานหรือจากกันเอง เช่น การเลือก muid หรือ sinn สำหรับ “พวกเรา” การใช้ clois หรือ cluin สำหรับ “ได้ยิน” รูปพหูพจน์ของกริยา และการทำให้อ่อนเสียงหรือบดบังเสียงหลังบุพบทกับคำนำหน้านาม[18][20]
ตัวอย่างเช่น วลีที่มีความหมายว่า “กับชายคนนั้น” อาจปรากฏเป็น leis an bhfear ตามระบบการบดบังเสียงที่ใช้ทั่วไปในมาตรฐานและภาษาถิ่นคอนน็อต ขณะที่ภาษาถิ่นอัลสเตอร์อาจนิยมรูปที่ใช้การทำให้อ่อนเสียงมากกว่า ความแตกต่างดังกล่าวไม่จำเป็นต้องหมายความว่ารูปหนึ่ง “ผิด” แต่สะท้อนความแตกต่างระหว่างมาตรฐานภาษาเขียนกับขนบของชุมชนผู้พูดแต่ละพื้นที่
ตัวอย่างภาษา
[แก้]| ภาษาไอริช | อ่านโดยประมาณ | ความหมาย |
|---|---|---|
| Dia dhuit. | เดีย กวิท / เจีย กวิท | สวัสดี; แปลตรงตัวว่า “พระเจ้าอยู่กับคุณ” |
| Dia is Muire dhuit. | เดีย อิส มุเรอะ กวิท | คำตอบรับ “สวัสดี”; แปลตรงตัวว่า “พระเจ้าและพระแม่มารีอยู่กับคุณ” |
| Conas atá tú? | คะนัส อะ-ทอ ทู | คุณเป็นอย่างไรบ้าง |
| Tá mé go maith. | ทอ เม เกอะ มาห์ | ฉันสบายดี |
| Go raibh maith agat. | เกอะ เรว์ มาห์ อะกัต | ขอบคุณ |
| Slán. | สลอน | ลาก่อน; ปลอดภัย |
| Éire go Brách. | เอ-เระ เกอะ บรอค | ไอร์แลนด์ตลอดไป |
ตัวอย่างจากข้อ 1 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนภาษาไอริช:
- Saolaítear na daoine uile saor agus comhionann ina ndínit agus ina gcearta. Tá bua an réasúin agus an choinsiasa acu agus dlíd iad féin d'iompar de mheon an bhráthrachais i leith a chéile.
แปลไทยโดยความหมาย:
- มนุษย์ทั้งปวงเกิดมาโดยเสรีและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและสิทธิ ต่างมีเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันด้วยจิตวิญญาณแห่งภราดรภาพ
คำศัพท์และอิทธิพลต่อภาษาอื่น
[แก้]คำศัพท์ภาษาไอริชมีทั้งคำดั้งเดิมเกลิก คำยืมจากภาษาละติน นอร์สเก่า นอร์มันฝรั่งเศส และภาษาอังกฤษ ภาษาละตินมีอิทธิพลมากในศัพท์ศาสนาและการศึกษา เช่นคำที่เกี่ยวข้องกับคริสต์ศาสนา ส่วนนอร์สเก่ามีอิทธิพลในชื่อเมืองและคำเกี่ยวกับการค้าและทะเล เช่นชื่อเมืองดับลินซึ่งมีรูปนอร์สเก่า Dyflin จากชื่อไอริชเดิม Dubhlinn
ภาษาไอริชมีอิทธิพลต่อภาษาอังกฤษไอร์แลนด์และคำอังกฤษสากลบางคำ เช่น banshee จาก bean sí “สตรีแห่งซิธ”, Tory จากคำไอริชที่เดิมเกี่ยวกับผู้ถูกตามล่า, galore จาก go leor “มากพอ/มากมาย”, และ smithereens ที่มักโยงกับคำไอริช smidiríní “ชิ้นเล็กชิ้นน้อย”
ภาษาไอริชในระบบการศึกษาและสื่อ
[แก้]ภาษาไอริชเป็นวิชาบังคับในโรงเรียนส่วนใหญ่ของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ และมีโรงเรียนที่ใช้ภาษาไอริชเป็นภาษาหลักในการสอน เรียกว่า gaelscoil ในระดับประถม และ gaelcholáiste ในระดับมัธยม โรงเรียนเหล่านี้เป็นหนึ่งในแหล่งสำคัญของผู้พูดรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนอกเกลทัคท์
สื่อภาษาไอริชร่วมสมัยได้แก่ สถานีโทรทัศน์ TG4, สถานีวิทยุราดิโอ เนอ เกลทัคเทอ Raidió na Gaeltachta, หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ข่าว เช่น Tuairisc.ie[22] ตลอดจนวรรณกรรม เพลง ภาพยนตร์ พอดแคสต์ และสื่อสังคมออนไลน์ การมีสื่อสมัยใหม่ทำให้ภาษาไอริชไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาพ “ภาษาโบราณ” หรือ “ภาษาชนบท” แต่ยังเป็นภาษาของเมือง การศึกษา วัฒนธรรมป๊อป และการเมืองร่วมสมัย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่ช่องว่างระหว่าง “ผู้เรียน” กับ “ผู้ใช้จริง” มีประชากรจำนวนมากที่เรียนภาษาไอริชในโรงเรียนและระบุว่าสามารถพูดได้ แต่ไม่ใช้เป็นภาษาประจำวัน สำมะโน ค.ศ. 2022 ระบุว่าในบรรดาผู้ที่กล่าวว่าสามารถพูดภาษาไอริชได้ มี 472,887 คนที่ไม่เคยพูดภาษาไอริช และมีอีกจำนวนมากที่ใช้ภาษาไอริชเฉพาะในระบบการศึกษา[1]
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 "Education and Irish Language: Census of Population 2022 Summary Results". Central Statistics Office. 30 พฤษภาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 "Census 2021 Main Statistics Language Tables". Northern Ireland Statistics and Research Agency. 22 กันยายน 2022. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 "Identity and Language (Northern Ireland) Act 2022". legislation.gov.uk. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 "Irish is now at the same level as the other official EU languages". European Commission. 3 มกราคม 2022. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 4 Stifter, David (2017). "Irish Language: Historical Linguistic Overview" (PDF). Maynooth University. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
{{cite journal}}: การอ้างอิง journal จำเป็นต้องระบุ|journal=(วิธีใช้) - 1 2 "Irish language". Encyclopaedia Britannica. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 "Article 8 – Constitution of Ireland". Government of Ireland. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 "Census of Population 2022 Profile 8: The Irish Language and Education – Irish Language and the Gaeltacht". Central Statistics Office. 19 ธันวาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 "History of the Irish Language". Údarás na Gaeltachta. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 "Gramadach na Gaeilge: An Caighdeán Oifigiúil" (PDF). Houses of the Oireachtas Service. 2017. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 "Gaeilge". Teanglann.ie. Foras na Gaeilge. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "About Foras na Gaeilge". Foras na Gaeilge. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "About the Language". An Coimisinéir Teanga. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 "The Gaeltacht". Údarás na Gaeltachta. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Rannóg an Aistriúcháin". Houses of the Oireachtas. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Ireland. Oireachtas. Rannog an Aistriúcháin (2012). Gramadach na Gaeilge : an caighdeán oifigiúil, caighdeán athbhreithnithe. Internet Archive. Baile Átha Cliath : Seirbhís Thithe an Oireachtais. ISBN 978-1-4064-2576-5.
{{cite book}}: CS1 maint: publisher location (ลิงก์) - ↑ Nic Fhlannchadha, Siobhán; Hickey, Tina M. (2016). "Minority Language Ownership and Authority: Perspectives of Native Speakers and New Speakers". International Journal of Bilingual Education and Bilingualism. 21 (1): 38–53. doi:10.1080/13670050.2015.1127888.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 Rannóg an Aistriúcháin (2017). Gramadach na Gaeilge: An Caighdeán Oifigiúil (PDF) (ภาษาไอริช). Baile Átha Cliath: Seirbhís Thithe an Oireachtais. สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2026.
- 1 2 3 4 5 6 Stenson, Nancy (2019). Modern Irish: A Comprehensive Grammar. Routledge. ISBN 978-1-138-23652-3.
- 1 2 Ó Siadhail, Mícheál (1989). Modern Irish: Grammatical Structure and Dialectal Variation. Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-42519-3.
- ↑ "Irish Grammar Database". Teanglann.ie (ภาษาไอริช และ อังกฤษ). Foras na Gaeilge. สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 2026.
- ↑ "Front Page". Tuairisc.ie (ภาษาไอริช). สืบค้นเมื่อ 2026-07-21.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Ó Siadhail, Mícheál (1989). Learning Irish. Yale University Press. ISBN 978-0300042245.
- Stifter, David (2006). Sengoidelc: Old Irish for Beginners. Syracuse University Press. ISBN 9780815630722.
- Ó hUiginn, Ruairí (2009). "Irish". ใน Ball, Martin J.; Müller, Nicole (บ.ก.). The Celtic Languages (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). Routledge. ISBN 9780415422796.
- Hickey, Raymond (2011). The Dialects of Irish: Study of a Changing Landscape. De Gruyter Mouton. ISBN 9783110238303.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Teanglann.ie – พจนานุกรมและคลังการออกเสียงภาษาไอริช
- Foclóir.ie – พจนานุกรมอังกฤษ–ไอริช
- ABAIR – ระบบสังเคราะห์เสียงและทรัพยากรเสียงภาษาไอริช
- Foras na Gaeilge
- TG4 – สถานีโทรทัศน์ภาษาไอริช
- Gramadach na Gaeilge – มาตรฐานทางการภาษาไอริช
- An Caighdeán Oifigiúil (Unofficial English Translation) – มาตรฐานทางการภาษาไอริช ฉบับแปลภาษาอังกฤษอย่างไม่เป็นทางการ