เจดีย์ซู่เล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจดีย์ซู่เล
ဆူးလေဘုရား
20160815 Sule Pagoda Yangon 0307.jpg
ศาสนา
ศาสนาพุทธ
นิกายเถรวาท
ภูมิภาคเขตย่างกุ้ง
ที่ตั้ง
เทศบาลย่างกุ้ง
ประเทศพม่า
เจดีย์ซู่เลตั้งอยู่ในประเทศพม่า
เจดีย์ซู่เล
ที่ตั้งในประเทศพม่า
พิกัดภูมิศาสตร์16°46′28″N 96°09′32″E / 16.774422°N 96.158756°E / 16.774422; 96.158756พิกัดภูมิศาสตร์: 16°46′28″N 96°09′32″E / 16.774422°N 96.158756°E / 16.774422; 96.158756

เจดีย์ซู่เล (พม่า: ဆူးလေဘုရား; ออกเสียง: [sʰúlè pʰəjá]) เป็นเจดีย์ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองย่างกุ้ง เป็นพื้นที่ภูมิศาสตร์สำคัญของการเมืองพม่าร่วมสมัย ตามตำนานระบุว่าเจดีย์สร้างขึ้นก่อนเจดีย์ชเวดากอง ในช่วงพระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ ทำให้เจดีย์องค์นี้เก่าแก่กว่า 2,500 ปี ตำนานระบุว่าสถานที่สำหรับก่อสร้างเจดีย์ชเวดากองได้รับการแนะนำจากนะ (วิญญาณ) เก่าแก่ของเมืองที่สถิตอยู่บริเวณเจดีย์ซู่เล[1][2][3]

เจดีย์ซู่เลเป็นจุดศูนย์กลางทางการเมืองของย่างกุ้งและพม่า เป็นสถานที่ชุมนุมประท้วงในเหตุการณ์ปฏิวัติ 8888 ในปี พ.ศ. 2531[4] และการปฏิวัติผ้ากาสาวพัสตร์ ในปี พ.ศ. 2550[2][5] เจดีย์ซู่เลจัดอยู่ในรายชื่อโบราณสถานของเมืองย่างกุ้ง[6]

เจดีย์[แก้]

เจดีย์ซู่เลโครงสร้างเดิมคาดว่าได้รับอิทธิพลจากสถูปเจดีย์ของอินเดียซึ่งทำรูปแบบคล้าย ๆ กันคือเป็นรูปเนินดินสำหรับเก็บพระธาตุ ต่อมาเริ่มได้รับวัฒนธรรมท้องถิ่น รูปแบบอิทธิพลของอินเดียตอนใต้จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นเป็นรูปของเจดีย์ เป็นที่เชื่อกันว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ที่ได้ประทานให้แก่พี่น้องพ่อค้าสองคนคือ ตปุสสะและภัลลิกะ[1][2]

ประวัติและตำนาน[แก้]

ตามตำนานที่ตั้งของเจดีย์ซู่เลในปัจจุบันเคยเป็นที่สถิตของนะนามว่า ซู่เล เมื่อท้าวสักกะอยากจะช่วยเหลือกษัตริย์โอะกะลาปะ เพื่อหาสถานที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ แต่ท้าวสักกะไม่ทราบว่าควรเป็นที่ไหน เหล่าเทวดา มนุษย์ พร้อมด้วยกษัตริย์โอะกะลาปะจึงมาประชุมบริเวณซู่เล และนะซู่เลจึงได้แนะนำสถานที่สำหรับการสร้างเจดีย์ชเวดากอง[2][3]

เจดีย์ซู่เลเริ่มเป็นศูนย์กลางของย่างกุ้งโดยร้อยโท อเล็กซานเดอร์ เฟรเซอร์ (Lt. Alexander Fraser) วิศวะกรจากเบงกอล ผู้ซึ่งวางผังรูปแบบถนนย่างกุ้งอย่างในปัจจุบัน ไม่นานนักหลังจากการยึดครองของจักรวรรดิอังกฤษในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 (มีการนำชื่อของเขาไปตั้งชื่อถนนเฟรเซอร์ แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นถนนอโนรธา และยังคงเป็นหนึ่งในเส้นทางสายหลักของย่างกุ้ง)[2][3]

เจดีย์เป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมซึ่งแต่ละด้านมีความยาว 24 ฟุต (7 เมตร) สูง 144 ฟุต 9½ นิ้ว (44 เมตร) เจดีย์ได้รับการบูรณะและมีขนาดเท่าปัจจุบันในสมัยพระนางเชงสอบู (ค.ศ. 1453–1472) รอบ ๆ เจดีย์มีระฆังสัมฤทธิ์ 10 ใบขนาดและอายุแตกต่างกันไปโดยมีการจารึกชื่อผู้บริจาคและวันที่ถวาย คำอธิบายเกี่ยวกับชื่อเจดีย์แตกต่างกันไปตามความเชื่อเช่น มาจาก ซู-เว หมายถึง "การชุมนุมโดยรอบ" มาจากเมื่อครั้งกษัตริย์โอะกะลาปะและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ สืบหาที่ตั้งของเนินเขาสิงคุตระเพื่อสร้างเจดีย์ชเวดากอง อีกความเชื่อกล่าวว่ามาจาก ซู-เล หมายถึงพุ่มไม้ป่าชนิดหนึ่ง และสมมุติฐานใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับตำนานมาจากความเชื่อมโยงกับภาษาบาลีคำว่า จุลฺล หมายถึง "เล็ก" และ เจติย หมายถึง "เจดีย์"[1][2][3]

ที่ตั้ง[แก้]

เจดีย์ซู่เลตั้งอยู่ใจกลางกรุงย่างกุ้งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองทั้งด้านเศรษฐกิจและชีวิตของประชาชน ระหว่างการชุมนุมประท้วงเมื่อปี พ.ศ. 2531[4] และ พ.ศ. 2550 เจดีย์ซู่เลเป็นจุดนัดพบของผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลและผู้ประท้วงเพื่อประชาธิปไตย[1][5]

สถานที่ทางการเมือง[แก้]

ในช่วงเหตุการณ์ปฏิวัติ 8888 เจดีย์เป็นจุดนัดพบและจุดหมายปลายทางที่ได้รับการเลือก เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งและเป็นนัยสำคัญทางสัญลักษณ์[4] ในปี พ.ศ. 2550 ระหว่างการปฏิวัติผ้ากาสาวพัสตร์ เจดีย์ซู่เลใช้เป็นจุดชุมนุมในการประท้วงเพื่อประชาธิปไตย พระสงฆ์จำนวนหลายพันรูปมาชุมนุมกันเพื่อสักการะรอบพระเจดีย์ และเป็นสถานที่แรกที่ได้เห็นถึงปฏิกิริยารุนแรงของรัฐบาลพม่าต่อกลุ่มผู้ประท้วง[1][5]

คลังภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 Sule Pagoda Facelift. buddhistdoor.net.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 Building the Future, The Role of Heritage in the Sustainable Development of Yangon (PDF). World Monuments Fund & Yangon Heritage Trust. Yangon, Myanmar. 15–17 มกราคม 2015. ISBN 978-0-9903322-0-6.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 Khin Maung Nyunt (31 มกราคม 1988). from a series of articles on famous bells in Burma in The Working People's Daily.
  4. 4.0 4.1 4.2 Seth Mydans (12 สิงหาคม 1988). "Uprising in Burma: The Old Regime Under Siege". The New York Times. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 มกราคม 2013.
  5. 5.0 5.1 5.2 Saffron Revolution: A Rangoon Diary. irrawaddy.com.
  6. "Special Reports: Heritage List". The Myanmar Times. 29 ตุลาคม 2001. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 มิถุนายน 2009.
บรรณานุกรม
  • Barnes, Gina L. (ตุลาคม 1995). "An Introduction to Buddhist Archaeology". World Archaeology. 27 (2): 165–182. ISSN 0043-8243.
  • Raga, Jose Fuste (10 กุมภาพันธ์ 2009). "Sule pagoda, in the centre of Yangon, Myanmar". Encyclopædia Britannica.
  • Soni, Sujata (1991). Evolution of Stupas in Burma: Pagan Period, 11th to 13th Centuries A.D., Buddhist Traditions, Vol XII. Delhi: Motilal Banarsidass Publishers. ISBN 81-208-0626-3.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]