พระเจ้าซอนโจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าซอนโจ
선조 어필.JPG
กษัตริย์แห่งโจซอน
ครองราชย์ 1567∼1608
ก่อนหน้า มยองจง
ถัดไป ควางแฮกุน
ผู้สำเร็จราชการ องค์ชายควางแฮกุน (1592-1608)
พระอัครมเหสี Queen Uiin, Queen Inmok
พระราชบุตร Gwanghaegun
พระนามเต็ม
พระเจ้าซอนโจ
ราชวงศ์ Yi
พระราชบิดา Deokheung Daewongun
พระราชมารดา Hadongbu Daebuin Jeong
ประสูติ ค.ศ. 1552
Indalbang, Seoul
ลียอน
พระเจ้าซอนโจ
ฮันกึล 선조
ฮันจา
RR Seonjo
MR Sŏn-jo
ชื่อเกิด
ฮันกึล 이연
ฮันจา 李蚣
RR I Yeon
MR Yi Yŏn

พระเจ้าซอนโจ (เกาหลี: 선조 宣祖) เป็นกษัตริย์ราชวงศ์โจซอนองค์ที่ 14 (พ.ศ. 2110 ถึง พ.ศ. 2151) รัชสมัยของพระองค์เป็นเวลาที่วิกฤตที่สุดของเกาหลีและมีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่าง ทั้งการรุกรานของญี่ปุ่นและการแบ่งฝ่ายของกลุ่มซานิมออกเป็นฝ่ายตะวันออก และฝ่ายตะวันตก ที่จะส่งผลต่อการเมืองอาณาจักรโจซอนไปอีกหลายร้อยปี แม้ว่าในสมัยของพระเจ้าซอนโจจะมีผู้มีความสามารถมากมาย เช่น ลีซุนชิน ลีฮวาง ลีอี แต่ความแตกแยกก็ทำให้โจซอนต้องเผชิญกับศึกหนัก

องค์ชายฮาซง เป็นพระโอรสขององค์ชายทอกกึง ซึ่งเป็นพระโอรสของพระเจ้าจุงจงกับพระสนมอันชางบิน ทรงเป็นองค์ชายธรรมดาที่ห่างไกลจากราชบัลลังก์และไม่มีขุนนางใดสนับสนุนให้มีอำนาจ แต่ในพ.ศ. 2110 พระเจ้าเมียงจงสิ้นพระชนม์โดยที่ไม่มีทายาท บรรดาขุนนางจึงสรรหาพระราชวงศ์ที่ทรงพระเยาว์มาขึ้นครองราชย์ องค์ชายฮาซงจึงทรงถูกเลือกและขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าซอนโจ และเลื่อนสถานะของพระบิดาและพระมารดาเป็นแทวอนกุนและแทกุนบูอิน

การแบ่งฝ่ายของกลุ่มซานิม[แก้]

เช่นเดียวกับกษัตริย์เกาหลีองค์อื่น ในระยะแรกของรัชสมัยของพระเจ้าซอนโจ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทุ่มเทเพื่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และพัฒนาประเทศ เพราะอาณาจักรโจซอนประสบปัญหาความอ่อนแอของการปกครองเนื่องจากเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยองค์ชายยอนซัน สมัยพระเจ้าจุงจงที่ทรงไม่มีอำนาจปกครอง การแก่งแย่งอำนาจของฝ่ายยุนใหญ่และยุนเล็ก จนถึงการปกครองที่ทุจริตของยุนวอนฮัง พระเจ้าซอนโจทรงเปลี่ยนแปลงการสอบควากอ (จอหงวน) ใหม่โดยเพิ่มการสอบเกี่ยวกับรัฐศาสตร์การปกครองและประวัติศาสตร์เข้าไป ซึ่งแต่เดิมมีแต่การสอบปรัชญาขงจื้อและการแต่งกลอนเท่านั้น

เพื่อที่จะพัฒนาประเทศ พระเจ้าซอนโจทรงรับเอาปราชญ์กลุ่มซานิมกลับเข้ามารับราชการ ยกย่องขุนนางซานิมเก่าที่เคยถูกลงโทษ เช่น โจกวางโจ และทรงทำลายอำนาจของกลุ่มฮุงงู ในพ.ศ. 2118 ขุนนางซานิมสองคน คือ ชิมอึย-กยอม และคิมฮโยวอน แข่งขันกันเพื่อที่จะแย่งตำแหน่งจองนัง (ขั้น 4) สังกัดฝ่ายบุคคล (อีโจ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่สูงนักแต่มีอำนาจสามารถแนะนำขุนนางให้ดำรงตำแหน่งต่างๆในซัมซา (ผู้ตรวจรวจการทั้งสาม ประกอบด้วย ซาฮองบู ซากันวาน และฮงมุนวาน) ได้ ชิมอึยกยอมเป็นพระญาติของมเหสี ส่วนคิมฮโยวอนเป็นศิษย์ของลีฮวาง ปราชญ์ขงจื้อชื่อดัง

ขุนนางฝ่ายซานิมจึงแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุนชิมอึยกยอม เรียกว่า ฝ่ายตะวันตก (ซออิน) เพราะชิมอึยกยอมอาศัยทางตะวันตกของฮันซอง ประกอบด้วยขุนนางอาวุโส เพราะชิมอึยกยอมมีความเกี่ยวดองกับราชวงศ์ จึงมีขุนนางเก่าสนับสนุนมาก ออกไปทางอนุรักษนิยม ขณะที่ฝ่ายที่สนับสนุนคิมฮโยวอนเรียกว่าฝ่ายตะวันออก (ทงอิน) เพราะคิมฮโยวอนอาศัยอยู่ทางตะวันออกของฮันยาง คือพวกขุนนางอายุน้อย เพราะขุนนางรุ่นใหม่กำลังสนใจในปรัชญาแบบใหม่ของลีฮวาง มีความคิดแนวปฏิรูป

จนลีอี หัวหน้าขุนนางซานิมต้องมาไกล่เกลี่ยมิให้มีการแตกแยก โดยการส่งคิมฮโยวอนไปเมืองพูรยอง และส่งชิมอึยกยอมไปเมืองแคซอง เพื่อตัดปัญหา ให้ไปปกครองท้องถิ่นแทน แต่ฝ่ายทงอินกล่าวหาว่าลีอีเข้าข้างฝ่าซออิน เพราะส่งคิมฮโยวอนไปไกลทางเหนือ แต่ส่งชิมอึยกยอมไม่แค่เมืองแคซองใกล้ๆ ฝ่ายตะวันตกมีอำนาจขึ้นมาก่อนเพราะได้รับการสนับสนุนจากขุนนางอาวุโสและพระราชวงศ์ ขณะที่ฝ่ายตะวันออกเรียกร้องให้มีการปฏิรูปแต่ได้รับการปฏิเสธทุกครั้ง ในพ.ศ. 2126 ลีอี ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมกลาโหม เห็นว่าพวกแมนจูและญี่ปุ่นสะสมกำลังมากขึ้น โจซอนควรเตรียมรับมือให้พร้อมโดยการเพิ่มกำลังกองทัพ แต่ทั้งสองฝ่ายและพระเจ้าซอนโจไม่มีใครเห็นด้วยเลย เพราะเชื่อว่าบ้านเมืองจะสงบสุขตลอดไป แต่หารู้ไม่อีกไม่กี่ปีข้างหน้าโจซอนจะถูกทั้งญี่ปุ่นและแมนจูบดขยี้จนย่อยยับ ลีอีสิ้นชีวิตในพ.ศ. 2127

การรุกรานเกาหลีของญี่ปุ่น (พ.ศ. 2135-2141)[แก้]

โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ รวบรวมประเทศญี่ปุ่นในยุคเซงโงกุได้สำเร็จ และมีความทะเยอทะยานที่จะพิชิตจีน จึงส่งทูตมาโจซอนเพื่อขอความร่วมมือในการบุกยึดจีนในพ.ศ. 2130 โดยผ่านทางตระกูลโซเจ้าครองเกาะซึชิมา ซึ่งเป็นทางเดียวที่โจซอนติดต่อกับญี่ปุ่น แต่เจ้าครองเกาะเห็นว่า โจซอนไม่มีวันจะเข้ากับญี่ปุ่นรุกรานจีน หากส่งสาสน์ไปจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการค้าที่เกาะซึชิมาพึงมี จึงเปลี่ยนแปลงเนื้อความในสารให้เป็นการทำสัมพันธไมตรีธรรมดา ในพ.ศ. 2133 พระเจ้าซอนโจจึงส่งทูตไปขอบพระทัยโทโยโตมิที่เกียวโต แต่โทโยโตมิกำลังทำสงครามกับไดเมียวอื่นอยู่ ทำให้ทูตโจซอนต้องรออยู่หลายวัน และโทโยโตมิเข้าใจว่าทูตโจซอนมาส่งบรรณาการ จึงไม่ให้การต้องรับอย่างสมเกียรติเท่าที่ควร และเขียนสาสน์อย่างไม่เคารพพระเจ้าซอนโจ ให้ร่วมมือกันบุกยึดจีน

การกระทำของโทโยโตมิสร้างความแปลงประหลาดใจและความสงสัยให้กัยโจซอนอย่างมาก และไม่เชื่อว่าญี่ปุ่นจะมีความสามารถทำอะไรจีนราชวงศ์หมิงได้ ทูตฝ่ายตะวันตกรายงานว่าโทโยโตมิสะสมกำลังกองทัพไว้ขนาดใหญ่มาก แต่ทูตฝ่ายตะวันออกกลับบอกว่ากองทัพนี้เอาไว้รบกับไดเมียวอื่นๆในญี่ปุ่น พระเจ้าซอนโจทรงเชื่อฝ่ายตะวันออก และทรงละเลยความเป็นไปได้ของภัยคุกคามจากญี่ปุ่น

เมื่อไม่ได้รับการตอบรับ ในพ.ศ. 2134 โทโยโตมิจึงส่งสาสน์มาว่าจะยกทัพผ่านโจซอนไปจีน ทำให้ในที่สุดฝ่ายโจซอนจึงรู้ถึงสงครามที่กำลังจะเกิด จึงเร่งเตรียมกำลังทัพ แต่ไม่ทันเพราะปีถัดมาพ.ศ. 2135 โคะนิชิ ยุกินะกะ ยกทัพเรือบุกเผ่าเมืองท่าต่างๆทางตอนใต้และยกพลขึ้นบกได้ วันต่อมาคะโต คิโยะมะสะ ก็ตามมาเอาชนะแม่ทัพ ลีอิล ที่ซังจูและชุงจู และรุกคืบหาเมืองฮันซองอย่างรวดเร็ว

พระเจ้าซอนโจเมื่อทรงกลับมาก็พบว่าวังของพระองค์เหลือแต่เถ้าถ่าน จึงสร้างพระราชวังใหม่ชื่อว่า พระราชวังต๊อกซู (ต๊อกซูกุง) ยูซอง-ลยอง เสนอว่าโจซอนควรจะรับปืนมาใช้ และปรับปรุงกองทัพรวมทั้งเกณฑ์ไพร่พลทุกชนชั้นตั้งแต่ยังบันถึงชอนมิน พ.ศ. 2140 การเจรจาระหว่างจีนและญี่ปุ่นไม่เป็นผล ญี่ปุ่นจึงบุกโจซอนอีกครั้งแต่ไม่ง่ายเหมือนคราวก่อน ยึดได้แต่แคว้นเคียงซังและจอลลาทางใต้ ญี่ปุ่นยังวางแผนกำจัดลีซุนชินโดยการหลอกว่าจะส่งทัพเรือมาบุกฮันซองทางทะเล แต่ลีซุนชินไม่เชื่อว่าจะมาได้เพราะผิดหลักยุทธศาสตร์ แต่พระเจ้าซอนโจทรงเห็นว่าลีซุนชินขัดพระราชโองการจึงรับสั่งให้จับเข้าคุก เมื่อไม่มีลีซุนชอนโจซอนจึงพ่ายแพ้ยับเยินที่ชิลชอน-นยาง จึงทรงปล่อยตัวลีซุนชินและสามารถเอาชนะญี่ปุ่นที่เมียงนัง

ในพ.ศ. 2141 โทโยโตมิเสียชีวิต ได้สั่งเสียให้ถอนทัพจากโจซอน ทัพญี่ปุ่นจึงถอยกลับ ก่อนกลับยังพ่ายแพ้โจซอนอีกที่โน-นยาง แต่ลีซุนชินเสียชีวิตในการรบ เป็นอันสิ้นสุดสงครามเจ็ดปี หรือสงครามอิมิจิน

การแบ่งฝ่ายของฝ่ายตะวันออก[แก้]

สงครามอิมิจินได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพระเจ้าซอนโจทรงละเลยหน้าที่ในฐานะผู้นำประเทศ เพราะขณะที่ขุนพลทั้งหลายต่อสู้กับญี่ปุ่นแต่ทรงหลบหนีไปจีน และที่ทรงกระทำกับลีซุนชินนั้นก็เป็นการขัดขวางความสำเร็จของโจซอน ทำให้นักประวัติศาสตร์กล่าวว่าทรงเป็นหนึ่งในกษัตริย์เกาหลีที่อ่อนแอ

สำหรับสงครามการเมืองนั้น ฝ่ายตะวันออกมีชัย เพราะหลังจากผ่านสงครามมาทำให้ประเทศต้องการการเปลี่ยนแปลงปฏิรูป ซึ่งฝ่ายตะวันตกที่หัวโบราณไม่อาจจะแก้ไขปัญหาที่ประสบอยู่ได้ แต่ฝ่ายตะวันออกนั้นเร่งรัดการปฏิรูปจนยูซองนยองเสนอว่าไม่ควรจะปฏิรูปให้เร็วเกินไป ชะลอลงบ้าง เพราะยูซองนยองอาศัยอยู่ทางใต้ จึงเรียกฝ่ายสนับสนุนยูซองนยองว่าฝ่ายใต้ (นัมอิน) ส่วนที่เหลือเรียกว่าฝ่ายเหนือ (พุกอิน) และฝ่ายเหนือก็ยังแบ่งอีก เป็นฝ่ายเหนือใหญ่ (แทบุก) และฝ่ายเหนือเล็ก (โซบุก) เป็นการแบ่งฝ่ายอีกครั้ง ทำให้การเมืองโจซ็อนมีหลายพรรคหลายพวก ซึ่งจะขัดขวางความเจริญของประเทศไปอีกหลายร้อยปี

พระเจ้าซอนโจทรงเหน็จเหนื่อยหลังจากผ่านวิกฤตมามาก จึงมอบให้องค์ชายควางแฮว่าราชการแทน แต่เมื่อมเหสีอินมอกประสูติองค์ชายยอนชัง ก็เป็นเหตุให้ฝ่ายเหนือใหญ่และฝ่ายเหนือเล็กขัดแย้งกัน เพราะฝ่ายเหนือใหญ่สนับสนุนองค์ชาวควางแฮ และฝ่ายเหนือเล็กสนับสนุนองค์ชายยอนชัง

พระเจ้าซอนโจสิ้นพระชนม์ในพ.ศ. 2151 โดยที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคุกรุ่น องค์ชายควางแฮสืบบัลงก์ต่อจากพระองค์

พระนามเต็ม[แก้]

สมเด็จพระราชา ซอนโจ แทโจโซคยอง จองรยุน ริปกุ๊ก ซองด็อก ฮงรยอล จิซอง แดอึย คยอกชอล เฮอึน คยองมยอง ซินรยอก ฮงคง ยุนคอป ฮนอนมุน อึยมู ซอนคเย ดันฮโย แห่งเกาหลี

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา: องค์ชายท็อกฮึง แทวอนกุน
  • พระราชมารดา: พระนางฮาดง บูแทบูอิน ตระกูลจอง (하동부대부인 정씨)

พระมเหสี

พระสนม

  • พระสนมกงบิน ตระกูลคิม แห่งคิมแฮ (공빈 김씨)
  • พระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน (인빈 김씨)
  • พระสนมซุนบิน ตระกูลคิม (순빈 김씨)
  • พระสนมจองบิน ตระกูลมิน แห่งยอฮึง (정빈 민씨)
  • พระสนมจองบิน ตระกูลฮง แห้งนัมยาง (정빈 홍씨)
  • พระสนมอนบิน ตระกูลฮัน แห่งชองจู (온빈 한씨)
  • พระสนมควีอิน ตระกูลจอง แห่งยองอิล (귀인 정씨)
  • พระสนมซุกอึย ตระกูลจอง แห่งดงแร (숙의 정씨)
  • พระสนมโซวอน ตระกูลยุน (폐소원 윤씨) ภายหลังถูกถอดจากตำแหน่งพระสนม

พระราชโอรส

  • องค์ชายยองชาง ลีอึย (영창대군 ,永昌大君 ,1606 - 1614) พระราชโอรสของสมเด็จพระราชินีอินม็อก ตระกูลคิม แห่งยอนอัน
  • องค์ชายอิมแฮ ลีจิน (임해군 ,臨海君 ,1572 - 1609) พระราชโอรสของพระสนมกงบิน ตระกูลคิม แห่งกิมแฮ
  • องค์ชายควางแฮ (광해군 ,光海君 ,1575 - 1641)พระราชโอรสของพระสนมกงบิน ตระกูลคิม แห่งกิมแฮ
  • องค์ชายอึยอัน ลีซอง (의안군 ,義安君 ,1576 - 1588) พระราชโอรสของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์ชายซินซอง ลีฮู (신성군 ,信城君 ,1578 - 1592)พระราชโอรสของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์ชายจองวอน ลีบู (정원군 ,定遠君 ,1580 - 1619) พระราชโอรสของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์ชายอึยชาง ลีกวาง ( 의창군 ,義昌君 ,1589 - 1645)พระราชโอรสของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์ชายซุนฮวา ลีโบ (순화군 ,順和君 ,1580 - 1607)พระราชโอรสของพระสนมซุนบิน ตระกูลคิม
  • องค์ชายอินซอง ลีคง (인성군 ,仁城君 ,1588 - 1628)พระราชโอรสของพระสนมจองบิน ตระกูลมิน แห่งยอฮึง
  • องค์ชายอินฮึง ลียอง (인흥군 ,仁興君 ,1604 - 1651)พระราชโอรสของพระสนมจองบิน ตระกูลมิน แห่งยอฮึง
  • องค์ชายคยองชาง ลีจู (경창군 ,慶昌君 ,1596 - 1644)พระราชโอรสของพระสนมจองบิน ตระกูลฮง
  • องค์ชายฮึงอัน ลีเจ (흥안군 ,興安君 ,1598 - 1624)พระราชโอรสของพระสนมอนบิน ตระกูลฮัน
  • องค์ชายคยองพยอง ลีนึก (경평군 ,慶平君 ,1600 - 1673)พระราชโอรสของพระสนมอนบิน ตระกูลฮัน
  • องค์ชายยองซอง ลีคเย (영성군 ,寧城君 ,1605 - 1649)พระราชโอรสของพระสนมอนบิน ตระกูลฮัน

พระราชธิดา

  • องค์หญิงจองมยอง (정명공주 ,貞明公主 ,1603 - 1685)พระราชธิดาของสมเด็จพระราชินีอินม็อก ตระกูลคิม แห่งยอนอัน (ภายหลังองค์หญิงได้กลายเป็นต้นสายตระกูลของพระนางฮอนคยอง พระพันปีหลวง ตระกูลฮง แห่งพุงซาน (헌경왕후 홍씨))
  • องค์หญิงจองซิน (정신옹주 ,貞愼翁主 ,1583 - 1653)พระราชธิดาของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์หญิงจองฮเย (정혜옹주 ,靜惠翁主 ,1584 - 1638)พระราชธิดาของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์หญิงจองซุก (정숙옹주 ,貞淑翁主 ,1587 - 1627)พระราชธิดาของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์หญิงจองอัน (정안옹주 ,貞安翁主 ,1590 - 1660)พระราชธิดาของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์หญิงจองฮวี (정휘옹주 ,貞徽翁主 ,1593 - 1653)พระราชธิดาของพระสนมอินบิน ตระกูลคิม แห่งซูวอน
  • องค์หญิงจองอิน (정인옹주 ,貞仁翁主 ,1590 - 1656)พระราชธิดาของพระสนมจองบิน ตระกูลมิน แห่งยอฮึง
  • องค์หญิงจองซอน (정선옹주 ,貞善翁主 ,1594 - 1614)พระราชธิดาของพระสนมจองบิน ตระกูลมิน แห่งยอฮึง
  • องค์หญิงจองกึน (정근옹주 ,貞謹翁主 ,1601 - 1613)พระราชธิดาของพระสนมจองบิน ตระกูลมิน แห่งยอฮึง
  • องค์หญิงจองจอง (정정옹주 ,貞正翁主 ,1595 - 1666)พระราชธิดาของพระสนมจองบิน ตระกูลฮง
  • องค์หญิงจองฮวา (정화옹주 ,貞和翁主 ,1604 - 1667)พระราชธิดาของพระสนมอนบิน ตระกูลฮัน
ก่อนหน้า พระเจ้าซอนโจ ถัดไป
พระเจ้าเมียงจง 2leftarrow.png ประมุขแห่งเกาหลี
(พ.ศ. 2110 - พ.ศ. 2151)
2rightarrow.png องค์ชายควางแฮ