พระนางฮเยกย็อง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระนางฮเยกย็อง

พระนามเต็ม พระนางฮเยกย็องกุง
ราชวงศ์ โชซอน
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ พ.ศ. 2278
สวรรคต พ.ศ. 2358 พระชนมายุ 81 ปี
พระบิดา ฮงพงฮัน
พระราชสวามี องค์ชายรัชทายาทซาโด
พระบุตร องค์ชายรัชทายาทอึยโซ และพระเจ้าจองโจ

พระนางฮเยกย็องกุง (เกาหลี: 혜경궁, ฮันจา: 惠慶宮, MC: Hyegyeonggung, MR: Hyegyǒnggung) เป็นพระชายาขององค์ชายรัชทายาทซาโด และเป็นพระราชมารดาของพระเจ้าจองโจ หลังจากที่พระสวามีถูกลงพระอาญาจนสิ้นพระชนม์แล้วพระนางฮเยคย็องกุงก็ต้องมีพระชนม์ชีพที่ยากลำบาก เป็นแรงบันดาลใจให้พระนางทรงเขียนบันทึก เรียกว่า ฮันจุงนก (한중록 閑中錄) เพื่อบันทึกเรื่องราวพระชนม์ชีพในฐานะพระชายาที่อาภัพ

พระนางฮเยกย็องกุง ประสูติในปี พ.ศ. 2278 สมัยพระเจ้าย็องโจ เป็นธิดาของฮงพงฮัน สกุลฮงแห่งพงซาน เมื่อพระชนมายุ 9 ปี ได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายรัชทายาทจางฮอน พระราชโอรสของพระเจ้าย็องโจ ตั้งแต่นั้นมาจึงมีพระยศเป็นเซจาบิน (世子嬪) หรือ พระชายาขององค์ชายรัชทายาท ในพ.ศ. 2293 พระชายาก็ประสูติพระโอรสองค์แรก คือ องค์ชายรัชทายาทอึยโซ แต่ดำรงพระชนม์ชีพอยู่เพียงสองปีก็สิ้นพระชนม์ ในพ.ศ. 2295 พระชายาก็ประสูติพระโอรสอีกพระองค์ ได้รับแต่งตั้งเป็นวังเซซน (王世孫 พระนัดดารัชทายาท) ซึ่งภายหลังได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าจองโจ

แต่องค์ชายรัชทายาทจางฮอนพระสวามีทรงเริ่มมีอาการทางพระสติ ทรงหวาดกลัวสิ่งต่างๆรอบตัวและเข่นฆ่าขันทีและนางรับใช้ต่างๆในวัง เป็นที่เดือดร้อนไปทั่ว จนในพ.ศ. 2305 ขุนนางถวายฎีกาให้พระเจ้าย็องโจลงพระอาญาองค์ชายจางฮอน พระเจ้าย็องโจยังทรงลังเลอยู่ จนพระสนมอีย็องบิน พระมารดาขององค์ชายจางฮอนไปทูลขอให้พระเจ้าย็องโจลงพระอาญาพระโอรส โดยมีจดหมายถึงพระชายาว่า[1]

ข่าวลือที่ข้าได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นร้ายแรงกว่าทุกเรื่องที่ข้าเคยได้ยิน ให้ข้าตายเสียงยังจะดีกว่าต้องมาทนรับฟังเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าข้าต้องอยู่ต่อไป สิ่งที่ข้าควรทำเท่านั้นคือปกป้องพระราชอาณาจักรและวังเซซน แม้ว่าข้าอาจจะสู้หน้าเจ้าต่อไปไม่ได้อีกเลยทั้งชีวิต

พระเจ้าย็องโจมีพระราชโองการปลดองค์ชายจางฮอนจากตำแหน่งรัชทายาท และปลดพระชายาฮงจากตำแหน่ง และเนรเทศนางกลับบ้านเดิมคือบ้านของฮงพงฮัน องค์ชายจางฮอนเข้าไปอยู่ในกล่องไม้ใส่ข้าวตอกตะปูแน่น เป็นเวลาเจ็ดวันจึงสิ้นพระชนม์ ต่อมาพระเจ้าย็องโจทรงรู้สึผิด ทรงคืนตำแหน่งให้อดีตองค์ชายรัชทายาทใหม่พระนามว่า องค์ชายรัชทายาทซาโด ส่วนอดีตพระชายาฮงนั้น ก็ได้คืนตำแหน่งเป็น พระชายาฮเยบิน (惠嬪)

แต่พระเจ้าย็องโจทรงให้วังเซซนเป็นพระโอรสบุญธรรมขององค์ชายรัชทายาทฮโยจาง และพระชายาฮโยซุน เพื่อจะได้ไม่ต้องมีพระราชบิดาที่ต้องโทษ เมื่อวังเซซนขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าจองโจในพ.ศ. 2319 จึงทรงแต่งตั้งพระราชบิดาและพระราชมารดาที่แท้จริงขึ้นเป็นกษัตริย์ไม่ได้เพราะความผิดขององค์ชายซาโดยังเป็นที่ประจักษ์ และก็มีพระราชบิดาและพระราชมารดาบุญธรรมที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกษัตริย์อยู่แล้ว (องค์ชายรัชทายาทฮโยจาง เป็น พระเจ้าจินจง) แต่พระเจ้าจองโจก็ถวายพระนามใหม่แก่พระนางฮเยบิน ซึ่งเป็นพระราชมารดาแท้ๆว่า พระนางฮเยกย็องกุง(惠慶宮) อันจะเป็นชื่อสุสานของนางเมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว "กุง" เป็นสุสานระดับของพระสนม

พระนางฮเยกย็องกุง สกุลฮงสิ้นพระชนม์ในพ.ศ. 2358 ในรัชกาลของพระเจ้าซุนโจ ซึ่งเป็นพระนัดดา ณ พระตำหนักคย็องชอนจอน(景春殿) ในพระราชวังชางกย็องกุง(昌慶宮) สิริพระชนมายุ 81 ปี พระนางมีพระนามเต็มอย่างเป็นทางการภายหลังสิ้นพระชนม์ว่า พระนางฮโยคัง ชาฮี จ็องซ็อน ฮวีมก ฮอนกย็อง ฮเยบิน(孝康慈禧貞宣徽穆獻敬惠嬪) แต่โดยทั่วไปก็ยังออกพระนามว่าพระนางฮเยกย็องกุง สกุลฮง(惠慶宮 洪氏)อยู่นั่นเอง

ในรัชกาลพระเจ้าโคจง(พ.ศ. 2395-2462) ได้โปรดให้เฉลิมพระยศมกุฎราชกุมารซาโดและพระนางฮเยกย็องกุง สกุลฮง พระชายาขึ้นเป็นกษัตริย์และราชินี โดยพระนางฮเยกย็องกุง สกุลฮงนั้นได้รับการถวายพระนามว่าพระมเหสีฮอนกย็องวังฮู(獻敬王后)

ต่อมาเมื่อพระเจ้าโกจงทรงยกฐานะราชอาณาจักรโชซ็อนขึ้นเป็นจักรวรรดิ และเฉลิมพระยศพระองค์เองขึ้นเป็นฮวางเจซึ่งเทียบเท่ากับตำแหน่งฮ่องเต้ของราชสำนักต้าชิงแล้ว ได้โปรดเกล้าฯให้เฉลิมพระยศกษัตริย์และพระราชินีรัชกาลก่อนๆของโชซ็อนย้อนหลังขึ้นเป็นพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีด้วย โดยพระราชินีฮอนกย็องได้รับการถวายพระนามว่า พระจักรพรรดินีอึย (อึยฮวางฮู 懿皇后)

อ้างอิง[แก้]

JaHyun Kim Haboush. The Memoir of Lady Hyegyong: The Autobiographical Writings of a Crown Princess of Eighteenth-Century Korea.