พระเจ้าย็องโจแห่งโชซ็อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าย็องโจ
Korea-Yeongjo-King of Joseon-c1.jpg
พระมหากษัตริย์แห่งโชซ็อน

พระบรมนามาภิไธย อี กึม (이금, 李昑)
พระปรมาภิไธย พระเจ้าย็องโจ
พระราชอิสริยยศ พระราชาลำดับที่ 21 แห่งโชซ็อน
ราชวงศ์ โชซ็อน
ครองราชย์ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1724 – 10 มีนาคม ค.ศ. 1776
บรมราชาภิเษก 30 สิงหาคม ค.ศ. 1724
รัชกาล 51 ปี 188 วัน
รัชกาลก่อน พระเจ้าคย็องจง
รัชกาลถัดไป พระเจ้าช็องโจ
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 13 กันยายน ค.ศ. 1694(1694-09-13)
พระราชวังชังด็อกกุง เกาหลี
สวรรคต 5 มีนาคม ค.ศ. 1776 (81 พรรษา)
พระราชวังคย็องฮี เกาหลี
ฝังพระศพ พระราชสุสานว็อนนึง เกาหลี
พระราชบิดา พระเจ้าซุกจง
พระราชมารดา พระสนมซุกบินแห่งตระกูลแช
พระมเหสี พระมเหสีช็องซ็อง
พระมเหสีช็องซุน
พระสนม พระนางย็อนโฮ,
พระนางซ็อนฮี
พระราชบุตร องค์ชายรัชทายาทฮโยชัง, องค์ชายรัชทายาทซาโด, องค์หญิงฮวาวาน
พระเจ้าย็องโจแห่งโชซ็อน
ฮันกึล 영조
ฮันจา 英祖
RR Yeongjo
MR Yǒngjo
นามปากกา
ฮันกึล 양성헌
ฮันจา 養性軒
RR Yangseongheon
MR Yangsŏnghŏn
ชื่อเกิด
ฮันกึล 이금
ฮันจา 李昑
RR I Geum
MR Yi Kŭm
ชื่อสุภาพ
ฮันกึล 광숙
ฮันจา 光叔
RR Gwangsuk
MR Kwangsuk

พระเจ้าย็องโจ (เกาหลี: 영조, ฮันจา: 英祖, MC: Yeongjo, MR: Yǒngjo ค.ศ. 1694 - ค.ศ. 1776) ทรงเป็นกษัตริย์ลำดับที่ 21 แห่งราชวงศ์โชซ็อน (ค.ศ. 1724 - ค.ศ. 1776) พระเจ้าย็องโจทรงปฏิรูปการปกครองบ้านเมืองหลายประการ ทรงเป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ได้รับยกย่องที่สุดแห่งราชวงศ์โชซ็อน คู่กับพระนัดดา คือ พระเจ้าช็องโจแห่งโชซ็อน พระเจ้าย็องโจทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวที่สุดของราชวงศ์โชซ็อน

ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายโนนนและฝ่ายโซนน[แก้]

พระเจ้าย็องโจประสูติเมื่อค.ศ. 1694 เป็นพระโอรสของพระเจ้าซุกจง กับพระสนมซุกบิน ตระกูลชเว ได้รับพระนามเป็น องค์ชายย็อนอิง (연잉군 延礽君) ทรงเป็นองค์ชายที่ขุนนางฝ่ายตะวันตกให้การสนับสนุน มีพระเชษฐาต่างพระราชมารดาซึ่งเป็นพระโอรสของพระสนมฮีบิน ตระกูลชัง เมื่อปลายรัชสมัยพระเจ้าซุกจงขุนนางแตกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายตะวันตก (노론, 老論) สนับสนุนองค์ชายย็อนอิง ขณะที่ฝ่ายใต้ (소론, 少論) สนับสนุนองค์ชายรัชทายาท เมื่อค.ศ. 1720 พระเจ้าซุกจงสวรรคต องค์ชายรัชทายาทขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าคย็องจง

แต่ทว่าพระเจ้าคย็องจงมีพระพลานามัยที่ไม่สู้จะดีนัก ทรงใช้เวลาทั้งรัชสมัยส่วนใหญ่ไปกับการประชวรทำให้ทรงว่าราชการไม่ได้ และอำนาจจึงตกแก่ขุนนางฝ่ายโซนน ที่สำคัญพระเจ้าคย็องจงทรงไม่มีพระโอรสไว้สืบทอดราชบัลลังก์ ขุนนางฝ่ายโนนนจึงยื่นฎีกาถวายขอให้แต่งตั้งองค์ชายย็อนอิงเป็น พระอนุชารัชทายาท (왕세제, 王世弟) ซึ่งพระเจ้าคย็องจงก็ทรงอนุมัติเมื่อค.ศ. 1721 แต่เมื่อขุนนางฝ่ายโนนนพยายามจะผลักดันพระอนุชารัชทายาทขึ้นมาอีกขั้นโดยการขอให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทน ขุนนางโซนนจึงกล่าวหาว่าฝ่ายโนนนกำลังพยายามจะผลักดันให้องค์ชายย็อนอิงขึ้นมาเป็นกษัตริย์แทนพระเจ้าคย็องจง จึงเกิดการกวาดล้างขุนนางฝ่ายโนนนเมื่อค.ศ. 1722 ที่เรียกว่า การลงทัณฑ์ปีชินอิม (신임옥사, 辛壬獄事) ขุนนางฝ่ายโนนนถูกประหารชีวิตและเนรเทศ[1] รวมถึงพระสนมโซฮุน ตระกูลอี ซึ่งเป็นพระสนมของพระอนุชารัชทายาท (ภายหลังได้เป็น พระสนมช็องบิน ตระกูลอี 정빈 이씨, 靖嬪 李氏) และเป็นมารดาขององค์ชายคย็องอี (경의군, 敬義君 ภายหลังเป็น องค์ชายรัชทายาทฮโยจัง) ถูกสำเร็จโทษไปในคราวนี้ด้วย

พระอนุชารัชทายาทจึงได้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าคย็องจง จนพระเจ้าคย็องจงสวรรตเมื่อค.ศ. 1724 พระอนุชารัชทยาทจึงได้ขึ้นครองราชสมบัติ และแต่งตั้งองค์ชายคย็องอีพระโอรสเป็นองค์ชายรัชทายาท

รัชสมัย[แก้]

แม้จะทรงขึ้นครองราชสมบัติแล้วพระเจ้าย็องโจยังต้องทรงเผชิญกับปัญหาการต่อต้านจากฝ่ายโซนน ขุนนางฝ่ายโซนนกล่าวหาว่าฝ่ายโนนนได้กระทำการลอบปลงพระชนม์พระเจ้าคย็องจงเพื่อนำพระเจ้าย็องโจขึ้นครองราชย์ พระเจ้าย็องโจจึงทรงประกาศแผนการเพื่อความสมานฉันท์ (탕평책, 蕩平策)[2] ในปีค.ศ. 1728 เป็นการประกาศยุติการแบ่งฝ่ายของขุนนางและลงโทษขุนนางที่แสดงออกเป็นฝักฝ่าย แต่กลายเป็นว่าขุนนางฝ่ายโซนนกลายเป็นเป้าโจมตีถึงการแบ่งพรรคแบ่งพวก ทำให้ขุนนางฝ่ายโซนนต้องโทษและถูกเนรเทศออกราชสำนักจนหมด ฝ่ายโนนนจึงขึ้นมามีอำนาจ จนทำให้ขุนนางฝ่ายโซนนที่ถูกเนรเทศ นำโดย อีอินจวา (이인좌, 李麟佐) ก่อการกบฏในปีค.ศ. 1729 เพื่อยึดบัลลังก์ให้กับองค์ชายมิลพง (밀풍군, 密豊君 โหลนของ องค์ชายรัชทายาทโซฮย็อน) แต่ฝ่ายพระเจ้าย็องโจก็สามารถปราบปรามกบฏลงได้ ทำให้ฝ่ายโซนนถูกกวาดล้างไปหมดสิ้น

ในสมัยพระเจ้าย็องโจ การค้าของโชซ็อนพัฒนาขึ้นมามาก[3] ผู้คนในทุกระดับชั้นตั้งแต่ชาวบ้านถึงขุนนางพากับประกอบธุรกิจการค้า ชนชั้นพ่อต้าเรืองอำนาจและได้รับการสนับสนุนจากราชสำนักในการผูกขาดสินค้าแต่ละชนิดให้เป็นของตน เป็นการละทิ้งแนวความคิดแบบขงจื้อเดิม ที่ประมาณอาชีพค้าขายว่าเป็นอาชีพที่ต้อยต่ำ แต่ถ้าจะเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างราชวงศ์ชิงหรือญี่ปุ่นแล้ว กิจกรรมการค้าในเกาหลีนั้นยังไม่พัฒนาไปถึงขั้นนั้น เพียงแต่จากเดิมที่กิจกรรมการค้าจะมีนานๆทีก็กลายเป็นมีทุกวัน โดยเฉพาะในฮันยาง

องค์ชายรัชทายาทสิ้นพระชนม์เมื่อค.ศ. 1728 ได้รับพระนาม องค์ชายรัชทายาทฮโยจัง (효장세자, 孝章世子) พระเจ้าย็องโจจึงทรงขาดรัชทายาท จนกระทั่งพระสนมย็องบิน ตระกูลอี (영빈 이씨, 暎嬪 李氏) ประสูติพระโอรสในค.ศ. 1735 ในขณะที่พระมเหสีไม่มีพระโอรส พระเจ้าย็องโจจึงทรงตั้งขึ้นเป็น ภายหลังได้รับพระนาม องค์ชายรัชทายาทซาโด (사도세자, 思悼世子)

นโยบายความสมานฉันท์ของพระเจ้าย็องโจทำให้รัชสมัยของพระองค์ค่อนข้างสงบสุข ปราศจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายขุนนาง เป็นผลให้ประเทศเกาหลีมีโอกาสพัฒนาในด้านต่างๆ พระเจ้าย็องโจยังทรงได้ชื่อว่าทรงห่วงใยราษฎรโดยการเสด็จออกนอกวังไปเยี่ยมและถือความเดือดร้อนของราษฎรเป็นสำคัญ อย่างที่กษัตริย์เกาหลีเพราะองค์ก่อนๆไม่เคยทำ เรียกได้ว่า พระเจ้าย็องโจทรงเข้าใกล้ความเป็นกษัตริย์ในอุดมคติตามลัทธิขงจื้อ ทรงลดความหรูหราของราชสำนัก เพื่อลดค่าใช้จ่าย หรือทรงแม้แต่ห้ามการดื่มสุรา ซึ่งเป็นนโยบายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของพระองค์ และยังทรงเลิกการใส่วิกผมของสตรีชั้นสูง[4]

แม้ว่าพระเจ้าย็องโจจะทรงไม่เลือกฝ่ายขุนนาง แต่ในรัชสมัยของพระองค์นั้นขุนนางส่วนใหญ่มากจากฝ่ายโนนนทั้งสิ้น นำโดยคิมฮันกู (김한구, 金漢耉) พระราชบิดาของพระมเหสี และฮงพงฮัน (홍봉한, 洪鳳漢) พระบิดาของพระชายาขององค์ชายรัชทายาท เมื่อค.ศ. 1749 พระเจ้าย็องโจทรงตั้งองค์ชายรัชทายาทเป็นผู้สำเร็จราชการแทน (승명대리, 承命代理)[5]องค์ชายรัชทายาทซึ่งตลอดมาถูกขุนนางฝ่ายโนนนโจมตีนั้น ทรงหันไปหาขุนนางฝ่ายโซนน ซึ่งหมดอำนาจไปตั้งแต่ต้นรัชกาล ทำให้องค์ชายรัชทายาททรงเป็นที่เพ่งเล็งของพระเจ้าย็องโจและขุนนางฝ่ายโนนน

องค์ชายซาโด[แก้]

ดูบทความหลักที่: องค์ชายรัชทายาทซาโด

พระเจ้าย็องโจทรงเข้มงวดกับองค์ชายรัชทายาทอย่างมาก จนสร้างความเครียดให้กับองค์ชายทายาทจนทรงเสียพระสติ ทรงเข่นฆ่าข้าราชบริพารและนางรับใช้ แอบลักลอบออกไปประพาสนอกพระราชวัง จนในค.ศ. 1762 ขุนนางฝ่ายโนนนที่ชื่อว่า นาคย็องออน (나경언, 羅景彦) ซึ่งน้องชายได้ถูกองค์ชายรัชทายาทสังหาร ได้ถวายฎีกาขอให้พระเจ้าย็องโจทรงลงพระอาญาองค์ชายรัชทายาท ขุนนางฝ่ายโนนนพากันรบเร้าให้พระเจ้าย็องโจทำตามฎีกาของนาคย็องออน พระเจ้าย็องโจยังทรงลังเลอยู่จนกระทั่งพระสนมย็องบิน[6] พระราชมารดาขององค์ชายรัชทายาท ขอให้พระเจ้าย็องโจทรงทำตามเพื่อความสงบของประเทศ องค์ชายรัชทายาทจึงทรงถูกปลดและลงพระอาญาให้เสด็จเข้าไปอยู่ในกล่องไม้ใส่ข้าว หลังจากผ่านไปเจ็ดวัน อดีตองค์ชายรัชทายาทก็สิ้นพระชนม์

ต่อมาภายหลังพระเจ้าย็องโจทรงคืนตำแหน่งให้แก่อดีตองค์ชายรัชทายาท พระนามว่า องค์ชายรัชทายาทซาโด เหตุการณ์สำเร็จโทษองค์ชายรัชทายาทซาโดนั้นทำให้เกิดการแตกแยกครั้งใหม่ในหมู่ขุนนาง คือ ฝ่ายที่เห็นชอบกับการสำเร็จโทษขององค์ชายรัชทายาทยาทซาโด เรียกว่า ฝ่ายพยอกพา (벽파, 僻派) และฝ่ายที่ไม่เห็นชอบกับการสำเร็จโทษองค์ชาย และควรจะคืนตำแหน่งและเกียรติยศให้ดังเดิม เรียกว่า ฝ่ายชิพา (시파, 時派) ราชสำนักจึงเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความขัดแย้งอีกครั้ง

เมื่อค.ศ. 1775 พระเจ้าย็องโจทรงตั้งพระนัดดารัชทายาท (왕세손, 王世孫) ที่เป็นพระโอรสขององค์ชายรัชทายทาซาโด เป็นผู้สำเร็จราชการแทน ท่ามกลางการต่อต้านจากขุนนางฝ่ายพยอกพา พระเจ้าย็องโจสวรรคตในค.ศ. 1776 พระนัดดารัชทายาทขึ้นครองราชย์ต่อเป็นพระเจ้าช็องโจ พระสุสานพระนามว่า ว็อนนึง (원릉, 元陵)

พระนามเต็ม[แก้]

  • สมเด็จพระราชาย็องโจ ยังซุน ชีแฮ็ง แทโจ ซุนด็อก ย็องโม อึยรย็อล ชังอึย ฮงยุน ควังอิน ทนฮี เชช็อน ค็อนกึก ซ็องกง ชินฮวา แทซ็อง ควังอุน แคแท คีย็อง ยมย็อง ซุนช็อล ค็อนก็อน กอนย็อง แพมย็อง ซูทง คย็องนย็อก ฮงฮยู ชุงฮวา ยุงโด ซุกชัง ชังฮุน ช็องมุน ซ็อนมู ฮีกย็อง ฮย็อนฮโย แห่งเกาหลี


พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

พระมเหสี

พระสนม

  • พระสนมช็องบิน ตระกูลอี แห่งฮัมยาง (정빈 이씨) ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็น พระนางย็อนโฮ
  • พระสนมย็องบิน ตระกูลอี แห่งช็อนอึย (영빈 이씨, 1696 - 23 August 1764) ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็น พระนางซ็อนฮี
  • พระสนมควีอิน ตระกูลโช แห่งพุงยาง (귀인 조씨)
  • พระสนมซุกอึย ตระกูลมุน (숙의 문씨) ภายหลังถูกถอดจากตำแหน่งพระสนม

พระราชโอรส

  • องค์ชายฮโยชัง มกุฎราชกุมารแห่งโชซ็อน (효장세자, 1719–1728) ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็น พระเจ้าจินจง พระราชโอรสของพระสนมช็องบิน ตระกูลอี
  • องค์ชายซาโด มกุฎราชกุมารแห่งโชซ็อน (사도세자, 1735–1762) ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็น พระเจ้าชังโจ พระราชโอรสของพระสนมย็องบิน ตระกูลอี

พระราชธิดา

  • องค์หญิงฮวาอ๊อค (화억옹주) พระราชธิดาของพระสนมช็องบิน ตระกูลอี
  • องค์หญิงฮวาซุน (화순옹주) พระราชธิดาของพระสนมช็องบิน ตระกูลอี
  • องค์หญิงฮวาพย็อง (화평옹주) พระราชธิดาของพระสนมย็องบิน ตระกูลอี
  • องค์หญิงฮวาด็อก (화덕옹주)พระราชธิดาของพระสนมย็องบิน ตระกูลอี
  • องค์หญิงไม่ปรากฏพระนาม พระราชธิดาของพระสนมย็องบิน ตระกูลอี
  • องค์หญิงไม่ปรากฏพระนาม พระราชธิดาของพระสนมย็องบิน ตระกูลอี
  • เจ้าหญิงฮวาฮย็อบ (화협옹주) พระราชธิดาของพระสนมย็องบิน ตระกูลอี
  • องค์หญิงฮวาวาน (화완옹주) พระราชธิดาของพระสนมย็องบิน ตระกูลอี
  • องค์หญิงไม่ปรากฏพระนาม พระราชธิดาของพระสนมควีอิน ตระกูลโช
  • องค์หญิงฮวายู (화유옹주) พระราชธิดาของพระสนมควีอิน ตระกูลโช
  • องค์หญิงฮวากิล (화길옹주)พระราชธิดาของพระสนมซุกอึย ตระกูลมุน
  • องค์หญิงฮวาย็อง (화령옹주)พระราชธิดาของพระสนมซุกอึย ตระกูลมุน

อ้างอิง[แก้]

  1. Jae Un-Kang, Jae Eun-Kang. The land of scholars: two thousand years of Korean Confucianism.
  2. Michael J. Seth. A concise history of Korea: from the neolithic period through the nineteenth century.
  3. http://www.koreaaward.com/kor/history/151
  4. Yi I-hwa. Korea's pastimes and customs: a social history.
  5. JaHyun Kim Haboush. The memoirs of Lady Hyegyŏng: the autobiographical writings of a Crown Princess of Eighteenth-Century Korea.
  6. http://www.koreanhistoryproject.org/Ket/C15/E1501.htm
ก่อนหน้า พระเจ้าย็องโจแห่งโชซ็อน ถัดไป
พระเจ้าคย็องจง 2leftarrow.png พระมหากษัตริย์แห่งโชซ็อน
(ค.ศ. 1724–1778)
2rightarrow.png พระเจ้าช็องโจ