บ้านจันทร์ส่องหล้า
| บ้านจันทร์ส่องหล้า | |
|---|---|
![]() | |
| ข้อมูลทั่วไป | |
| ประเภท | บ้านพัก |
| ที่ตั้ง | 474 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 แยก 13 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด |
| เมือง | กรุงเทพมหานคร |
| ประเทศ | |
| พิกัด | 13°47′19″N 100°29′28″E / 13.788578°N 100.491117°E |
| เจ้าของ | ทักษิณ ชินวัตร |
บ้านจันทร์ส่องหล้า เป็นบ้านพักส่วนตัวของทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร 474 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 แยก 13 แขวงบางพลัด เขตบางพลัดกรุงเทพมหานคร ตัวบ้านเป็นคฤหาสน์หรูขนาดใหญ่ที่ถูกใช้ทั้งเป็นที่พักอาศัยและสถานที่จัดกิจกรรมทางการเมืองเป็นครั้งคราว โดยมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับพรรคการเมืองของทักษิณในช่วงที่ดำรงตำแหน่งและหลังจากนั้น
คำว่า "บ้านจันทร์ส่องหล้า" หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า "วังจันทร์ส่องหล้า" ยังถูกใช้ในแวดวงการเมืองไทยเพื่ออ้างถึงกลุ่มการเมืองภายในพรรคไทยรักไทย ที่มีความใกล้ชิดกับทักษิณ โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยกลุ่มหนึ่งที่ทักษิณให้การสนับสนุนโดยตรง
ประวัติ
[แก้]บ้านจันทร์ส่องหล้าสร้างขึ้นในช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย และกลายเป็นที่รู้จักในสังคมไทยในฐานะบ้านพักประจำของเขาในกรุงเทพมหานคร ตัวบ้านมีชื่อ "จันทร์ส่องหล้า" อันเป็นชื่อที่มีความหมายสื่อถึงแสงจันทร์อันสว่างไสว ซึ่งสะท้อนแนวคิดแบบวรรณศิลป์ตามความนิยมของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ภรรยาของทักษิณ
นอกจากการใช้งานส่วนตัว บ้านหลังนี้ยังถูกใช้ในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง รวมถึงบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ
เหตุการณ์สำคัญ
[แก้]การเยือนของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
[แก้]บ้านจันทร์ส่องหล้าเคยใช้เป็นสถานที่รับรองจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 41 และบิล คลินตัน ประธานาธิบดีคนที่ 42 ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทยหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย[1][2]
การใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง
[แก้]นับตั้งแต่ พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา คำว่า "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ถูกใช้โดยสื่อมวลชนและบุคคลในแวดวงการเมืองเพื่อหมายถึงกลุ่มการเมืองที่ใกล้ชิดกับทักษิณ ภายในพรรคไทยรักไทย ซึ่งต่อมาได้ขยายอิทธิพลไปยังพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย โดยบทบาทของกลุ่มนี้มีอิทธิพลในการจัดสรรตำแหน่งภายในพรรคและการตัดสินใจเชิงนโยบายในระดับสูง
กรณีข้อถกเถียงเรื่องสถานที่คุมขัง
[แก้]ในปลายปี พ.ศ. 2566 กรมราชทัณฑ์ออกระเบียบว่าด้วยการคุมขังในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำ โดยมีการเปิดทางให้ "บ้าน" สามารถใช้เป็นสถานที่คุมขังผู้ต้องขังได้ในบางกรณี เช่น ผู้ป่วยหนักหรือมีเหตุพิเศษ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าบ้านจันทร์ส่องหล้าอาจถูกใช้เป็นสถานที่คุมขังของทักษิณแทนเรือนจำ หลังจากเขาเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรับโทษจำคุกจากคดีต่าง ๆ[3]
การพักโทษและกลับเข้าบ้าน
[แก้]วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ทักษิณได้รับการอนุญาตให้พักโทษ และได้ออกจากโรงพยาบาลตำรวจเพื่อกลับเข้าพักอาศัยที่บ้านจันทร์ส่องหล้าในทันที[4] การกลับสู่บ้านของทักษิณครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างสูงจากสาธารณชน และสื่อมวลชนต่างจับตามองความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในบ้านหลังนี้
ความเคลื่อนไหวทางการเมือง พ.ศ. 2567
[แก้]ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางมาเยี่ยมทักษิณที่บ้านจันทร์ส่องหล้า แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แนบแน่นระหว่างทั้งสองบุคคล และมีนัยทางการเมืองระหว่างประเทศ[5]
ในช่วงกลางปีเดียวกัน บ้านจันทร์ส่องหล้ายังถูกใช้เป็นสถานที่ประชุมของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ภายหลังเศรษฐา ทวีสิน ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยการประชุมดังกล่าวนำไปสู่การเสนอชื่อชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่[6]
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ บ้านจันทร์ส่องหล้า
- ภาพถ่ายดาวเทียมจากวิกิแมเปีย หรือกูเกิลแมปส์
- แผนที่จากลองดูแมป หรือเฮียวีโก
- ภาพถ่ายทางอากาศจากเทอร์ราเซิร์ฟเวอร์

