ถ้ำเอลิแฟนตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ถ้ำเอลิแฟนตา *
Welterbe.svg  แหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก
Trimurti, Cave No. 1, Elephanta Caves - 1.jpg
พระตรีมูรติจำหลัก เทวรูปองค์ประทานของวัด
ประเทศมุมไบ เกาะเอลิแฟนตา
รัฐมหาราษฏระ
ธงของประเทศอินเดีย อินเดีย
ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา(i) (iii)
ประวัติการขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียน2530 (คณะกรรมการสมัยที่ 11)
* ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีแหล่งมรดกโลก
** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก

หมู่ถ้ำเอลิแฟนตา (Elephanta Caves) เป็นแหล่งมรดกโลก ของวัดฮินดูที่แกะสลักเข้าไปในถ้ำของประเทศอินเดีย โดยสร้างขึ้นเพื่อบูชาพระศิวะเป็นหลัก[1][2][3] ถ้ำเหล่านี้ตั้งอยู่บนเกาะเอลิแฟนตา หรือ เกาะการปุรี (แปลว่า เมืองแห่งถ้ำ) ในอ่าวมุมไบ ห่างจากนครมุมไบไป 10 กิโลเมตรทางทิศตะวันออก 2 กิโลเมตรจากท่าเรือจวาร์หาลาล เนห์รู หมู่โบราณสถานประกอบด้วยโบสถ์พราหมณ์ลัทธิไศวะ 5 แห่ง และซากของสถูปพุทธบางส่วน เชื่อว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่ราว 2 ศตวรรศก่อนคริสต์ศตวรรศ[4][2][5][6][7]

ภายในหมู่ถ้ำเป็นรูปปั้นแกะสลักเข้าไปในหิน แสดงเทพฮินดูและพุทธศาสนบุคคล[5][8][9] แกะสลักในหินบะซอลต์ เทวรูปส่วนใหญ่ถูกทำลาย ตัดเศียร สลักพระพักตร์ออกไปหมดแล้ว[10] รูปปั้นสำคัญหลักของวัดคือรูปจำหลักในหินใหญ่ก้อนเดียว (โมโนลิธิก; monolithic) ความสูง 20 ฟุต (6.1 เมตร) แสดงพระศิวะตรีมูรติ, นาฏราชา และ โยคีชวรา[2][11][12]

ชื่อเอเลแฟนตา (Elephanta) มาจากคำว่า เอเลเฟนเต้ (Elefante) ซึ่งอาณานิคมโปรตุเกสเป็นผู้ตั้งชื่อให้หลังพบรูปปั้นช้างเป็นรูปปั้นแรกบนเกาะ ซึ่งทหารเหล่านี้ได้ตั้งฐานทัพบนเกาะ และทำลายถ้ำ และหินจำหลักของถ้ำหมายเลข 1 (ถ้ำหลัก) ไปอย่างน่าเสียดาย ส่งผลให้วัดบนเกาะหมดสถานะการเป็นศาสนสถานไป[2] รัฐบาลเพิ่งมาสนใจและประกาศสถานะการคุ้มครองเมื่อปี ค.ศ. 1909 โดยบริธิช ราช[13] คริสต์ทศวรรศที่ 1970 ถ้ำได้รับการบูรณะ[2] ก่อนจะได้รับเลือกเป็นแหล่งมรดกโลกในปี ค.ศ. 1987[8][9]

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ historic_places
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 Elephanta Island, Encyclopedia Britannica
  3. Carmel Berkson; Wendy Doniger; George Michell (1999). Elephanta: The Cave of Śiva. Princeton University Press (Motilal Banarsidass, Reprint). pp. 3–5. ISBN 978-81-208-1284-0.
  4. "There are remains of a brick built Buddhist stupa nearby which may belong to circa second century BC. Around it are seven smaller stupas, which may be votive." in Dhavalikar, M. K. (Madhukar Keshav) (2007). Elephanta. Archaeological Survey of India. p. 75.
  5. 5.0 5.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ geo
  6. Brockman, Norbert (2011). Encyclopedia of Sacred Places (in อังกฤษ). ABC-CLIO. p. 153. ISBN 9781598846546.
  7. Brunn, Stanley D. (2015). The Changing World Religion Map: Sacred Places, Identities, Practices and Politics (in อังกฤษ). Springer. p. 514. ISBN 9789401793766.
  8. 8.0 8.1 "Elephanta Caves" (pdf). Unesco. สืบค้นเมื่อ 2010-02-10.
  9. 9.0 9.1 "Elephanta Caves". Works Heritage: Unesco.org. สืบค้นเมื่อ 2010-02-10.
  10. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Kramrisch1988p443
  11. Constance Jones; James D. Ryan (2006). Encyclopedia of Hinduism. Infobase. pp. 148–149. ISBN 978-0-8160-7564-5.
  12. Stella Kramrisch (1988). The Presence of Siva. Motilal Banarsidass. pp. 443–459. ISBN 978-81-208-0491-3.
  13. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ collins25