คำปฏิญาณสนามเทนนิส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คำปฏิญาณสนามเทนนิส
Serment du Jeu de Paume
จิตรกรรม คำปฏิญาณสนามเทนนิส โดยฌัก-หลุยส์ ดาวีด

สถานที่ สนามเฌอเดอโปม เมืองแวร์ซาย
วันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1789

ในวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1789 เหล่าผู้แทนฐานันดรที่สามซึ่งถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมประชุมสภา ได้ร่วมกันประกาศ คำปฏิญาณสนามเทนนิส (ฝรั่งเศส: Serment du Jeu de Paume แซร์ม็งดูเฌอเดอโปม) ว่า "จะไม่มีวันแตกแยก และจะรวมตัวกันไม่ว่าในที่แห่งหนหรือสถานการณ์ใดก็ตาม จนกว่าธรรมนูญแห่งอาณาจักรจะถูกตราขึ้น" ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในช่วงต้นการปฏิวัติฝรั่งเศส

เหตุการณ์[แก้]

ในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1789 คณะฐานันดรที่สามซึ่งนำโดยออนอเร มีราโบ เริ่มเรียกคณะของตนว่าสมัชชาแห่งชาติ (Assemblée nationale) [1] และในเช้าของวันที่ 20 มิถุนายน เหล่าสมาชิกสมัชชาแห่งชาติต่างพากันตกตะลึงเมื่อพบว่าห้องโถงที่ใช้สำหรับการประชุมสภาฐานันดรถูกลงกลอนและเฝ้ายามโดยทหารหลวง เหล่าสมาชิกกลัวว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จะมีบัญชาให้ทหารเข้าโจมตีกลุ่มของตน เหล่าสมาชิกจึงพากันไปรวมตัวที่สนามเฌอเดอโปม (Jeu de paume) อันเป็นสนามเทนนิสในร่มซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันแทน ฌ็อง ซีลแว็ง บายี ได้นำสมาชิกทั้งหมดร่วมกันกล่าวคำคำปฏิญาณอย่างจริงจังว่า:

เราขอสาบานว่าจะไม่มีวันแตกแยก และจะรวมตัวกันไม่ว่าในที่แห่งหนหรือสถานการณ์ใดก็ตาม จนกว่าธรรมนูญแห่งอาณาจักรจะถูกตราขึ้นและตั้งอยู่บนรากฐานอันมั่นคง[2]

คำปฏิญาณซึ่งนี้ได้รับสัตยาบันโดยสมาชิกฐานันดรที่สาม 576 คนจากทั้งหมด 577 คน สมาชิกเพียงรายเดียวที่ไม่ร่วมสัตยาบันคือฌอแซ็ฟ มาร์แตง-โดช จากเมืองกัสเตลโนดารี ผู้ที่จะไม่ตัดสินใจในกิจอันใดก็ตามที่องค์กษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบ[3] นักประวัติศาตร์บางรายไม่เห็นด้วยกับข้อคิดเห็นที่ว่าความกลัวของฐานันดรที่สามและการเพิ่มความตึงเครียดทางการเมืองของฝรั่งเศสในขณะนั้นสมเหตุสมผลแล้ว อีกทั้งคำปฏิญาณดังกล่าวเกินเลยจากจุดมุ่งหมายในบริบทเดิมไปมาก[4]

สมาชิกฐานันดรที่สามให้สัตยาบันไว้ว่า จะไม่ล้มเลิกการประชุมจนกว่ารัฐธรรมนูญจะถูกร่างขึ้น แม้ว่าไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตจากกษัตริย์ก็ตาม คำปฏิญาณดังกล่าวถือว่าเป็นทั้งการปฏิวัติและการยืนยันสิทธิของประชาชนผ่านผู้แทนราษฎร แทนที่จะเป็นการใช้พระราชอำนาจจากพระมหากษัตริย์โดยตรงเหมือนเช่นแต่ก่อน การโดดเดียวจากฐานันดรที่สามดังกล่าวทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ต้องทรงออกพระบัญชาให้ฐานันดรที่หนึ่ง (นักบวช) และฐานันดรที่สอง (ขุนนาง) เข้าร่วมกับฐานันดรที่สามในสมัชชาแห่งชาติ เพื่อต้องการที่จะฉายภาพว่าพระองค์เป็นผู้มีอำนาจปกครองเหนือสมัชชาแห่งชาติ[1]

ความสำคัญ[แก้]

ฌ็อง ซีลแว็ง บายี ผู้นำกล่าวคำปฏิญาณ

คำปฏิญาณสนามเทนนิสคือเครื่องหมายในเชิงสัญลักษณ์ชิ้นแรกที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวฝรั่งเศสลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 อย่างเป็นทางการ และท่าทีของสมัชชาแห่งชาติที่ไม่ยอมกลับไปสู่ระบอบเดิม ทำให้พระเจ้าหลุยส์ทรงต้องยอมโอนอ่อนตามฝ่ายประชาชน คำปฏิญาณนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ. 1776 โดยเฉพาะจากอารัมภกถาช่วงต้นของคำประกาศอิสรภาพ ฯ ดังกล่าว นอกจากนี้ คำปฏิญาณยังเป็นแรงบันดาลใจ ผลักดันกิจกรรมการปฏิวัติหลากหลายประการในเดือนต่อ ๆ มา ตั้งแต่การจลาจลไปทั่วชนบทของฝรั่งเศส เรีกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาอย่างถาวร ทั้งยังเป็นแรงสนับสนุนให้แก่สมัชชาแห่งชาติในการต่อกรให้กษัตริย์ทรงยอมรับรูปแบบการลงคะแนนเสียงตามจำนวนบุคคล แทนที่การลงคะแนนเสียงตามฐานันดรศักดิ์แบบเดิม[ต้องการอ้างอิง]

คำปฏิญาณสนามเทนนิสซึ่งเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1789 เรื่อยไปจนถึงวันที่ 4 สิงหาคม ปีเดียวกัน ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการล้มล้างระบบเจ้าขุนมูลนาย (เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษก่อนหน้าฝรั่งเศส 129 ปี เมื่อมีการฟื้นฟูให้พระเจ้าชาลส์ที่ 2 เสด็จ ฯ ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์อีกครั้ง) และก่อให้เกิดคำประกาศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง ในวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1789

จิตรกรรม[แก้]

ภาพวาดด้านบนแสดงให้เห็นว่ากรีสตอฟ อองตวน แฌร์เลอ คือหนึ่งในบุรุษตรงกลางสามคน เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ถึงดุลยภาพระหว่างรัฐกับศาสนา นอกจากนี้ภาพยังแสดงให้เห็นว่าฌอแซฟ มาร์แตง-โดช ปรากฏตัวอยู่ทางด้านขวาของภาพ นั่งก้มหัวพร้อมกับเอามือไขว้หน้าอกของตน[ต้องการอ้างอิง] ซึ่งเดิมทีดาวีดตั้งใจที่จะใช้ภาพนี้เป็นภาพร่างสำหรับการวาดและลงสีอย่างสมบูรณ์ แต่ภาพไม่เคยเสร็จสมบูรณ์[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Doyle, William (1990). The Oxford History of the French Revolution. Oxford University Press. p. 105. ISBN 978-0192852212.
  2. Thompson, Marshall Putnam (1914). "The Fifth Musketeer: The Marquis de la Fayette". Proceedings of the Bunker Hill Monument Association at the annual meeting. p. 50. สืบค้นเมื่อ 10 February 2011.
  3. Hanson, Paul R. (2004). Historical Dictionary of the French Revolution. Lanham, MD: Scarecrow Press. ISBN 9780810850521.
  4. Osen, James L. (1995). Royalist Political Thought during the French Revolution. Westport, CT: Greenwood Publishing Group. ISBN 9780313294419.
  5. Jonsson, Stefan (2008). A brief history of the masses: three revolutions. New York: Columbia University Press. pp. 27–29. ISBN 978-0-23114526-8.

พิกัดภูมิศาสตร์: 48°48′3.64″N 02°07′26″E / 48.8010111°N 2.12389°E / 48.8010111; 2.12389