คำปฏิญาณสนามเทนนิส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
สำหรับหนังสือ ดู คำปฏิญาณสนามเทนนิส (หนังสือ), สำหรับภาพวาดของฌัก-หลุยส์ ดาวีด ดู คำปฏิญาณสนามเทนนิส (ดาวีด)
ภาพวาดการประกาศคำปฏิญาณสนามเทนนิสโดยจิตรกรฌัก-หลุยส์ ดาวีด ซึ่งต่อมาคือหนึ่งในสมาชิกสภากงว็องซียงแห่งชาติในปี พ.ศ. 2335

คำปฏิญาณสนามเทนนิส (ฝรั่งเศส: Serment du Jeu de Paume; แซร์ม็งดูเฌอเดอโปม) คือเหตุการณ์ครั้งสำคัญในช่วงต้นของการปฏิวัติฝรั่งเศส คำปฏิญาณซึ่งได้รับสัตยาบันของบุคคลทั้งสิ้น 576 คน จากสมาชิกฐานันดรที่สามทั้งหมด 577 คน ผู้ถูกกีดกันออกจากการประชุมสภาฐานันดรเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2332 สมาชิกฐานันดรที่สามที่ไม่ได้ให้สัตยาบันเพียงรายเดียวคือฌอแซฟ มาร์แตง-โดช จากเมืองกัสเตลโนดารี ผู้ที่จะไม่ตัดสินใจในกิจอันใดก็ตามที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบ[1] เหล่าสมาชิกสภาตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้ห้องประชุมภายในสนามเทนนิสที่ตั้งอยู่ในเขตแซ็งต์-หลุยส์ ในแวร์ซาย ใกล้กับพระราชวังแวร์ซาย

ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2332 สมาชิกฐานันดรที่สามภายใต้การนำของออ-นอเร กาบรีเอล รีเกอตี ริเริ่มการเรียกขานตนเองว่า สมัชชาแห่งชาติ[2] และในเช้าของวันที่ 20 มิถุนายน เหล่าสมาชิกฐานันดรที่สามต่างพากันตกตะลึงเมื่อพบว่าห้องโถงที่ใช้สำหรับการประชุมสภาฐานันดรถูกลงกลอนและเฝ้ายามโดยพลทหารของพระมหากษัตริย์ ด้วยเหตุที่รู้สึกเกรงกลัวและกังวลว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จะมีพระบัญชาให้ทหารเข้าโจมตีกลุ่มของตน สมาชิกฐานันดรที่สามจึงพากันไปรวมตัวที่สนามเทนนิสในร่มซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน (สนามเฌอเดอโปม; ฝรั่งเศส: Jeu de paume)[ต้องการอ้างอิง] ที่ซึ่งทั้งหมดร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณอย่างจริงจังว่า "จะไม่แตกแยก และเพื่อรวมตัวกันในสถานการณ์จำเป็นไม่ว่าแห่งหนใดก็ตาม จนกว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรจะถูกสถาปนาขึ้น"[3] นักประวัติศาตร์บางรายไม่เห็นด้วยกับข้อคิดเห็นที่ว่าความกลัวของฐานันดรที่สามและการเพิ่มความตึงเครียดทางการเมืองของฝรั่งเศสในขณะนั้นสมเหตุสมผลแล้ว อีกทั้งคำปฏิญาณดังกล่าวเกินเลยจากจุดมุ่งหมายในบริบทเดิมไปมาก[4]

สมาชิกฐานันดรที่สามให้สัตยาบันไว้ว่า จะไม่ล้มเลิกการประชุมจนกว่ารัฐธรรมนูญจะถูกร่างขึ้น แม้ว่าไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตจากกษัตริย์ก็ตาม คำปฏิญาณดังกล่าวถือว่าเป็นทั้งการปฏิวัติและการยืนยันสิทธิของประชาชนผ่านผู้แทนราษฎร แทนที่จะเป็นการใช้พระราชอำนาจจากพระมหากษัตริย์โดยตรงเหมือนเช่นแต่ก่อน การโดดเดียวจากฐานันดรที่สามดังกล่าวทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ต้องทรงออกพระบัญชาให้ฐานันดรที่หนึ่ง (นักบวช) และฐานันดรที่สอง (ขุนนาง) เข้าร่วมกับฐานันดรที่สามในสมัชชาแห่งชาติ เพื่อต้องการที่จะฉายภาพว่าพระองค์เป็นผู้มีอำนาจปกครองเหนือสมัชชาแห่งชาติ[2]

ความสำคัญ[แก้]

คำปฏิญาณสนามเทนนิสคือเครื่องหมายในเชิงสัญลักษณ์ชิ้นแรกที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวฝรั่งเศสลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 อย่างเป็นทางการ และท่าทีของสมัชชาแห่งชาติที่ไม่ยอมกลับไปสู่ระบอบเดิม ทำให้พระเจ้าหลุยส์ทรงต้องยอมโอนอ่อนตามฝ่ายประชาชน คำปฏิญาณนี้ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2319 โดยเฉพาะจากอารัมภกถาช่วงต้นของคำประกาศอิสรภาพ ฯ ดังกล่าว นอกจากนี้ คำปฏิญาณยังเป็นแรงบันดาลใจ ผลักดันกิจกรรมการปฏิวัติหลากหลายประการในเดือนต่อ ๆ มา ตั้งแต่การจลาจลไปทั่วชนบทของฝรั่งเศส เรีกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาอย่างถาวร ทั้งยังเป็นแรงสนับสนุนให้แก่สมัชชาแห่งชาติในการต่อกรให้กษัตริย์ทรงยอมรับรูปแบบการลงคะแนนเสียงตามจำนวนบุคคล แทนที่การลงคะแนนเสียงตามฐานันดรศักดิ์แบบเดิม[ต้องการอ้างอิง]

คำปฏิญาณสนามเทนนิสซึ่งเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2332 เรื่อยไปจนถึงวันที่ 4 สิงหาคม ปีเดียวกัน ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการล้มล้างระบบเจ้าขุนมูลนาย (เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในอังกฤษก่อนหน้าฝรั่งเศส 129 ปี เมื่อมีการฟื้นฟูให้พระเจ้าชาลส์ที่ 2 เสด็จ ฯ ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์อีกครั้ง) และก่อให้เกิดคำประกาศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง ในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2332

ภาพวาด[แก้]

ภาพวาดด้านบนแสดงให้เห็นว่ากรีสตอฟ อองตวน แฌร์เลอ คือหนึ่งในบุรุษตรงกลางสามคน เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ถึงดุลยภาพระหว่างรัฐกับศาสนา นอกจากนี้ภาพยังแสดงให้เห็นว่าฌอแซฟ มาร์แตง-โดช ปรากฎตัวอยู่ทางด้านขวาของภาพ นั่งก้มหัวพร้อมกับเอามือไขว้หน้าอกของตน[ต้องการอ้างอิง] ซึ่งเดิมทีดาวีดตั้งใจที่จะใช้ภาพนี้เป็นภาพร่างสำหรับการวาดและลงสีอย่างสมบูรณ์ แต่ภาพไม่เคยเสร็จสมบูรณ์[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. Hanson, Paul R. (2004). Historical Dictionary of the French Revolution. Lanham, MD: Scarecrow Press. ISBN 9780810850521. 
  2. 2.0 2.1 Doyle, William (1990). The Oxford History of the French Revolution. Oxford University Press. p. 105. ISBN 978-0192852212. 
  3. Thompson, Marshall Putnam (1914). "The Fifth Musketeer: The Marquis de la Fayette". Proceedings of the Bunker Hill Monument Association at the annual meeting. p. 50. สืบค้นเมื่อ 10 February 2011. 
  4. Osen, James L. (1995). Royalist Political Thought during the French Revolution. Westport, CT: Greenwood Publishing Group. ISBN 9780313294419. 
  5. Jonsson, Stefan (2008). A brief history of the masses: three revolutions. New York: Columbia University Press. pp. 27–29. ISBN 978-0-23114526-8. 

พิกัดภูมิศาสตร์: 48°48′3.64″N 02°07′26″E / 48.8010111°N 2.12389°E / 48.8010111; 2.12389