สงครามสหสัมพันธมิตรครั้งที่หนึ่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สงครามประสานมิตรครั้งที่ 1
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามปฏิวัติฝรั่งเศส
Napoleon at the Battle of Rivoli.jpg
นโปเลียนที่ยุทธการริโวลี โดย Felix Philipoteaux
วันที่ ค.ศ. 1793-ค.ศ. 1797
สถานที่ ฝรั่งเศส, ยุโรปกลาง, อิตาลี, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์, สเปน, แคริบเบียน
ผลลัพธ์ ฝรั่งเศสได้รับชัยชนะ, สนธิสัญญาแคมโปฟอร์มิโอ
คู่ขัดแย้ง
ราชอาณาจักรฝรั่งเศส Army of Condé

 สาธารณรัฐดัตช์
(จนถึงปี 1795)
 บริเตนใหญ่
 จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (จนถึงปี 1797)
, Austrian Netherlands และ Duchy of Milan

ราชอาณาจักรนาโปลี
 โปรตุเกส
 ปรัสเซีย [2]
 ซาร์ดีเนีย [3]
สเปน Spain [4]

ฝรั่งเศส ราชอาณาจักรฝรั่งเศส
ฝรั่งเศส สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 1
 สาธารณรัฐบาตาเวีย [5]
  1. บางส่วนของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่เนเธอร์แลนด์ของออสเตรียและอาณาจักรดยุคแห่งมิลานอยู่ภายใต้การปกครองของออสเตรียโดยตรง นอกจากนั้นก็รวมรัฐอิตลาลีอีกหลายรัฐ และรัฐที่ปกครองโดยฮับส์บวร์ก เช่นอาณาจักรแกรนด์ดยุคแห่งทัสเคนี
  2. เป็นกลางหลังสนธิสัญญาบาเซิลในปี ค.ศ. 1795
  3. เป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศส ค.ศ. 1796 หลังจากสนธิสัญญาซานอิลเดฟอนโซที่ 2.
  4. รัฐอิตลาลีแทบทั้งหมดรวมทั้นรับเป็นกลาง รวมทั้งอาณาจักรพระสันตะปาปาและสาธารณรัฐเวนิสถูกพิชิตหลังจากการรุกรานในปี ค.ศ. 1796 ของนโปเลียน และกลายเป็นรัฐบริวารของฝรั่งเศส
  5. เข้าเป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1795 ในฐานะสาธารณรัฐบาตาเวียหลังจากสนธิสัญญาสันติภาพบาเซิล
  6. มาถึงฝรั่งเศสหลังจากการยุบเลิกเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย หลังจากการแบ่งแยกครั้งที่สามค.ศ. 1795

สงครามประสานมิตรครั้งที่ 1 (อังกฤษ: War of the First Coalition) เป็นส่วนหนึ่งของสงครามปฏิวัติฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1793 ถึง ค.ศ. 1797 ที่เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายมหาอำนาจพันธมิตรยุโรปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะควบคุมอำนาจของฝรั่งเศส สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเริ่มต้นของสงครามปฏิวัติฝรั่งเศส

หลังจากการประกาศวัตถุประสงค์ในการประชุมรัฐสภาในการสนับสนุนการปฏิวัติ, การบั่นพระเศียรของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และ การเปิดคลองเชล็คแล้วก็ได้มีการก่อตั้งพันธมิตรในการต่อต้านฝรั่งเศส

กลุ่มพันธมิตรเข้าโจมตีฝรั่งเศสทั้งทางบกและทางทะเล โดย ปรัสเซีย และ ออสเตรียทำการโจมตีจากเนเธอร์แลนด์ของออสเตรียและจากแม่น้ำไรน์ และเกรตบริเตนทำการสนับสนุนฝ่ายปฏิวัติในชนบทในฝรั่งเศสและทำการล้อมเมืองตูลง ฝรั่งเศสเสียทีใน ยุทธการเนียร์วินเดน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 1793 และจากการปฏิวัติภายใน การปฏิวัติวองเด) ซึ่งทำให้เกิดการดำเนินการโต้ตอบอย่างรุนแรงโดยการก่อตั้งคณะกรรมการเพื่อความปลอดภัยของสาธารณชนเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1793 และเพิ่มอายุการเกณฑ์ทหารของผู้มีอายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี (levée en masse) กองทัพฝรั่งเศสใหม่สามารถทำการต่อต้านผู้รุกรานได้ และขยายตัวออกไปนอกราชอาณาจักร และทำการก่อตั้งสาธารณรัฐบาตาเวียเป็น รัฐบริวารเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1795) จากนั้นฝรั่งเศสก็ยึดบริเวณไรน์แลนด์ของปรัสเซียได้ในสนธิสัญญาบาเซิล สเปนลงนามในสนธิสัญญาอีกฉบับหนึ่งกับฝรั่งเศส (สนธิสัญญาบาเซิลฉบับที่สอง) หลังจากนั้นฝรั่งเศสก็วางแผนที่จะรุกรานเยอรมนีและตอนเหนือของอิตาลี


อ้างอิง[แก้]

  1. Left the war after signing the Peace of Leoben with France.
  2. Left the war after signing the Peace of Basel with France.
  3. Left the war after signing the Treaty of Paris with France.
  4. Left the war after signing the Peace of Basel with France.
  5. The French Revolutionary Army overthrew the Dutch Republic and established the Batavian Republic as a puppet state in its place.
  6. Formed in French-allied Italy in 1797, following the abolition of the Polish–Lithuanian Commonwealth after the Third Partition in 1795.
  • Doyle, William. The Oxford History of The French Revolution. Oxford: Oxford University Press, 1989. pp 191-192.

ดูเพิ่ม[แก้]