คาวทอง
| คาวทอง | |
|---|---|
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Plantae |
| (unranked): | Angiosperms |
| (unranked): | Magnoliids |
| อันดับ: | Piperales |
| วงศ์: | Saururaceae |
| สกุล: | Houttuynia Thunb. |
| ชนิด: | H. cordata |
| ชื่อทวินาม | |
| Houttuynia cordata Thunb. |
|
ผักคาวทอง เป็น ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 15-30 ซม. ลำต้นกลม สีเขียว รากแตกออกตามข้อ มีกลิ่นคาวทั้งต้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบยาวและโคนเป็นกาบหุ้มลำต้น ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีใบประดับสีขาว 4 ใบ ที่โคนช่อดอก ปลายมน ดอกเล็กจำนวนมาก สีขาวยออกเหลือง ผล เป็นผลแห้ง แตกออกได้ เมล็ดรี
คาวทองเป็นยาสมุนไพรทั้งต้น เก็บในฤดูร้อน และฤดูหนาว ถอนทั้งต้นและราก ล้างให้สะอาด ตากแห้งเก็บไว้ใช้ ช่อดอก ดอกย่อย ช่อดอกแก่ ผล เมล็ด
ผักคาวทองชื่อพื้นเมืองอื่นๆอีกได้แก่: คาวตอง (ลำปาง,อุดร) คาวทอง (มุกดาหาร,อุตรดิตถ์) ผักก้านตอง (แม่ฮ่องสอน) ผักเข้าตอง,ผักคาวตอง ผักคาวปลา (ภาคเหนือ) พลูคาว (ภาคกลาง)
เนื้อหา |
การกระจายพันธุ์ [แก้]
อินโดจีน, จีน, ประเทศไทยพบตามที่ชื้นแฉะริมน้ำทางภาคเหนือหรือปลูกไว้เป็นยาหรืออาหาร
สรรพคุณ [แก้]
- ทั้งต้น รสฉุน เย็นจัด ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ ฝีบวมอักเสบ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไอ บิด โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หูชั้นกลางอักเสบ และริดสีดวงทวาร ถ้ารับประทานมากเกินไปจะทำให้หายใจสั้นและถี่ อาจเป็นอันตรายได้
- ต้นสด ใช้ภายนอก พอกฝี บวมอักเสบ บาดแผล โรคผิวหนัง ดากออก งูพิษกัด และช่วยทำให้กระดูกเชื่อมติดกันเร็วขึ้น
- ใบสด ผิงไฟพอนิ่ม ใช้พอกเนื้องอกต่างๆ ใบสดใช้ป้องกันปลาเน่าเสีย ต้มน้ำรดต้นฝ้าย ข้าวสาลี และข้าว ป้องกันพืชเป็นโรคเหี่ยวเฉาตาย พืชนี้ใช้รับประทานเป็นยาระบาย ขับพยาธิ แก้ไข้ อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ออกหัด
- ดอก ใช้ขับทารกที่ตายในท้อง
ใช้พืชนี้ต้มรับประทานติดต่อกันเป็นประจำ แก้โรคน้ำกัดเท้า อาจรับประทานน้ำต้มจากพืชอย่างเดียวหรือผสมวิตามินเอและวิตามินรวมด้วย ได้มีการขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์ตำรับยานี้ นอกจากนี้มีผู้ขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์เครื่องสำอางโดยใช้น้ำมันจากผักคาวทองเป็นครีม ทาแก้ผิวหนังหยาบกร้าน และใช้ป้องกันผิวหนังแตกเป็นร่อง
ปริมาณที่ใช้ [แก้]
ทั้งต้น แห้ง 15-30 กรัม (สด 30-60 กรัม) ต้มน้ำดื่ม ก่อนต้มให้แช่น้ำไว้สัก 1-3 นาที ต้มให้เดือดประมาณ 5 นาที (ถ้าใช้ร่วมกับยาอื่น ให้ต้มยาอื่นให้เดือดก่อนจึงใส่ยานี้ต้มให้เดือด ดื่ม) ใช้สด ตำคั้นเอาน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ต้มเอาน้ำชะล้างหรือตำพอก
สารเคมีที่พบ [แก้]
พบทั้งต้น
- ในญี่ปุ่น : มีน้ำมันระเหย 0.0049% ประกอบด้วยสารมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อคือ Decanoylacetaldehyde และยังมี methyl - n - nonylketone, myrcene, lauric alldehyde, capric aldehyde, capric acid
- ในจีน: มีน้ำมันระเหย ประกอบด้วย Decanoylacetaldehyde dodecanaldehlyde, 2-undecanone, caryophyllene α -pinene, camphene, myrcene, d-limonene, linalool และ bornyl acetate
- ในเนปาล : ใช้ลำต้นใต้ดิน ในตำรับยาที่เกี่ยวกับโรคของสตรี ใช้ทั้งต้นเป็นยาช่วยย่อย บรรเทาอาการอักเสบ และขับระดู ใบใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง แก้บิด และริดสีดวงทวาร
- ในอินเดีย : ใช้ทั้งใบหรือทั้งต้นเป็นผักต้มกิน
นอกจากนี้ยังมี โปแตสเซียมคลอไรด์ โปแตสเซียมซัลเฟต และ cordarine
- ดอกและใบ สารพวก flavone ประกอบด้วย Quercirin, Isoquercitrin, quercetin, reynoutrin และ hyperin
- ราก มีน้ำมันหอมระเหย ที่ประกอบด้วย decanoyl acetaldehyde.
การนำสารเคมีในผักคาวทองไปประยุกต์ใช้ [แก้]
จากผลงานวิจัยของอาจารย์แพทย์ ที่ม.เชียงใหม่ และม.ขอนแก่น พบว่าสารเคมีที่พบนั้นเป็นสารจำพวกโพรไบโอติกส์ที่ไม่ทำลายตับ-ไตเพราะไม่มีแอลกอฮอล์ปนเปื้อนแม้แต่น้อย และสามารถใช้ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์เช่นเคมีบำบัด หรือการฉายรังสี จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้น้อยลง สมุนไพรที่มีความบริสุทธิ์ไม่มีสารพิษหรือเคมี และได้จุลินทรีย์ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายอย่างดี ทำให้เหมาะกับผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกาย ผู้ป่วยในระยะพักฟื้น หรือต้องการ detox ล้างพิษออกจากร่างกายป้องกันโรคร้าย ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น เนื่องจากร่างกายคนเรามีระบบธรรมชาติบำบัด ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้โรคต่าง ๆ มีอาการดีขึ้น และหายจากอาการของโรคต่างๆได้ในที่สุด
ในประเทศจีนมีการใช้พลูคาวเป็นส่วนผสมตำรับยาต้าน Influenza virus เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่ใช้ในการป้องกันและรักษาอาการของโรคที่เกิดจากไวรัสในไก่ โดยใช้ผสมในอาหารหรือน้ำดื่มที่ใช้เลี้ยงไก่ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมในตำรับยารับประทานสำหรับลดไข้ รักษาโรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง เป็นส่วนประกอบในตำรับยาใช้รักษาการติดเชื้อเฉียบพลัน หวัด ไข้หวัดใหญ่และการติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นส่วนผสมในตำรับยาที่เป็นน้ำยาข้นใช้ทารักษาโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คางทูม ต่อมทอนซิลอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก
ล่าสุดได้มีการศึกษาคุณสมบัติของพลูคาว ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าสามารถนำมาพัฒนาเป็นยาต้านไวรัสของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ได้หรือไม่ เชื่อว่าจะสามารถต้านเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเชื้อ HIV
การประยุกต์ใช้ทางด้านการแพทย์ [แก้]
- โรคทางเดินหายใจอักเสบ
- โรคหลอดลมขยายตัวมากเกินไป
- โรคไอกรน
- อาการคั่งน้ำในอกจากโรคคมะเร็ง
- ป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัด
- โรคท้องเสียจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
- โรคตับอักเสบชนิดดีซ่าน
- อาการไตผิดปกติ
- รักษาแผลอักเสบคอมดลูก
- การอักเสบบริเวณกระดูกเชิงกราน
- การอักเสบชนิดธรรมดาบริเวณแก้วตา
- โรคหัด
- โรคต่อมทอนซิลอักเสบจากการระบาด
อ้างอิง [แก้]
- http://www.biogang.net/content_detail.php?menu=biodiversity&uid=1001&id=23918
- http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_19_1.htm
- ความเป็นมาของการศึกษาวิจัยพลูคาวในประเทศไทย
- เต็ม สมิตินันทน์. 2523. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์-ชื่อพื้นเมือง). กรมป่าไม้ 379 หน้า.
- สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. 2546. ผักคาวตอง 3,7,9,19 หน้า