เภสัชกรรมคลินิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เภสัชกรรมคลินิก (อังกฤษ:Clinical Pharmacy) เป็นกลุ่มวิชาที่ว่าด้วยเรื่องการใช้ยา และศึกษาผลข้างเคียงจากการใช้ยาซึ่งรายละเอียดของวิชาดังต่อไปนี้

  1. กระบวนการแปรสภาพยาในร่างกายขั้นสูง
  2. เภสัชบำบัดขั้นสูง
  3. การตรวจติดตามปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
  4. การให้คำปรึกษาทางเภสัชกรรม
  5. ยาใหม่และแนวคิดใหม่
  6. การประเมินค่าใช้จ่ายของยาทางคลินิก
  7. ชีวเภสัชกรรมและเภสัชจลนศาสตร์ขั้นสูง
  8. การตรวจติดตามระดับยาในร่างกาย
  9. ระบบเภสัชสนเทศทางคลินิก
  10. การออกแบบการวิจัยยาทางคลินิก
  11. ระบบการกระจายยาในโรงพยาบาล
  12. การเตรียมและการจ่ายเภสัชภัณฑ์โดยวิธีปราศจากเชื้อแบบพิเศษ

กระบวนการแปรสภาพยาในร่างกายขั้นสูง[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เกี่ยวกับกระบวนการแปรสภาพยาในร่างกายโดยเน้นถึงกลไกการแปรสภาพและผลที่เกิดขึ้น
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการแปรสภาพยาในร่างกายและทราบถึงสาเหตุของอาการคนไข้ที่ปรากฏทั้งทางด้านเภสัชวิทยาและพิษวิทยา เนื่องจากฤทธิ์ของยาได้อย่างถูกต้องตามเหตุผล และช่วยให้นักศึกษาสามารถพิจารณาอย่างมีเหตุในการเลือกใช้ยาทางคลินิคได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เภสัชบำบัดขั้นสูง[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นการรักษาด้วยยา การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลสำหรับโรคและความผิดปกติของระบบต่างๆ เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบของไตและตับ โรคติดเชื้อ ระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ระบบทางเดินอาหาร ความผิดปกติทางจิตเวช ระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ ระบบเลือด กลุ่มโรคมะเร็ง ระบบสูตินรีเวช ระบบทางกระดูกและผิวหนัง
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและความผิดปกติของระบบต่างๆ โดยเน้นหนักในเรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลสำหรับโรคและความผิดปกติของระบบนั้นๆ

การตรวจติดตามปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดจากการใช้ยา ปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาเทคนิคในการติดตามผลอันไม่พึงประสงค์ การสืบหาปัญหา การบันทึก การรวบรวมข้อมูล การประเมินปฏิกิริยาที่สงสัยว่าจะเกิดจากการใช้ยา ลักษณะและชนิดของปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์ ความแปรปรวนของแต่ละบุคคลในการเกิดปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์ แบบและชนิดของเครื่องมือที่เหมาะสมในการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์และประเมินผลข้อมูล
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้นักศึกษาทราบหลักการของการตรวจติดตามปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา รวมทั้งมีความรู้มนการบ่งชี้และการประเมินการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา การเฝ้าระวังและติดตาม

การให้คำปรึกษาทางเภสัชกรรม[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นวิธีการค้นหาและแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาในผู้ป่วยเฉพาะราย ทักษะสำหรับการสื่อสารที่จำเป็นในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม หลักการและวิธีการของการสื่อสารระหว่างบุคคล เพื่อให้เป็นที่เข้าใจกับคนไข้ในสภาวะต่างๆ จริยธรรมที่เกี่ยวข้อง การให้ความร่วมมือและการไม่ให้ความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วย ปัจจัยที่มีผลต่อการให้ความร่วมมือในการใช้ยา เทคนิคและวิธีการในการเสริมสร้างให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการใช้ยา การให้การศึกษาแก่ผู้ป่วยทั้งในลักษณะเฉพาะรายและรายกลุ่ม การเขียนเกณฑ์ในการให้คำปรึกษาทางยา
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้
    1. ให้นักศึกษาทราบถึงหลักการ,ขบวนการ และขั้นตอนในการให้คำปรึกษา
    2. นักศึกษาสามารถให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยเฉพาะราย
    3. สามารถนำความรู้ด้านทักษะการสื่อสารมาใช้ในการปฏิบัติงานด้านเภสัชกรรมคลินิก
    4. ทราบเครื่องมือที่ใช้ในงานบริการให้คำปรึกษา

ยาใหม่และแนวคิดใหม่[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นการศึกษายาใหม่ๆ และแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งค้นหาได้จากสิ่งตีพิมพ์ วรรณกรรมต่างๆ และโดยการอภิปราย การเปรียบเทียบคุณสมบัติทางเภสัชวิทยา, พิษวิทยา, ปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์ ข้อดีและข้อเสียของยาใหม่ ผลของการนำมาใช้ในทางคลินิก โดยเปรียบเทียบระหว่างยาใหม่กับยาเก่า
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยาใหม่และแนวความคิดใหม่ สามารถเปรียบเทียบยวใหม่กับยาเก่าในแง่คุณสมบัติทางเภสัชวิทยา พิษวิทยา ข้อดี-ข้อเสีย และผลการนำมาใช้ในทางคลินิก และสามารถนำไปประยุกต์ในการบริการเภสัชกรรมได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

การประเมินค่าการใช้ยาทางคลินิก[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นแนวคิดในการทบทวนและประเมินการใช้ยา วิธีการและแผนของการจัดเก็บข้อมูล แบบเก็บข้อมูล การประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บได้ วิธีการให้คำแนะนำการใช้ยาเพื่อให้สมเหตุสมผล เกณฑ์ที่เหมาะสมในการให้ยา
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจในหลักการ วิธีการ และประโยชน์ในการทำการประเมินค่าการใช้ยา

ชีวเภสัชกรรมและเภสัชจลนศาสตร์ขั้นสูง[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นรูปแบบของยาและการออกแบบรูปแบบของยา ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆต่อไบโออว่ายลาบิลีตี ปัจจัยต่างๆ ต่อค่าความเข้มข้นของยาในเลือด ตามค่าการเปลี่ยนแปลงของเวลา รวมทั้งปัจจัยต่างๆ ต่อปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์จากยา การใช้คณิตศาสตร์มาคำนวณและทำนาย ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในร่างกาย
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ทราบหลักการต่างๆ ในด้านชีวเภสัชกรรมและเภสัชจลนพลศาสตร์ และสามารถนำไปคาดการณ์เกี่ยวกับการแปรสภาพยาต่างๆในร่างกายและผลที่เกิดขึ้นได้

การตรวจติดตามระดับยาในร่างกาย[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นหลักการและวิธีการในการตรวจติดตามวัดระดับยาในเลือด และในสิ่งส่งตรวจต่างๆ การคำนวณค่าพารามิเตอร์ทางจลนพลศาสตร์ของยาในผู้ป่วยเฉพาะราย เพื่อทำการปรับเปลี่ยนขนาดและวิธีการให้ยาอย่างเหมาะสมในผู้ป่วยที่มีพยาธิสรีรวิทยาต่างๆ การหาพารามิเตอร์ทางจลนพลศาสตร์ของยาในประชากร และการบริหารจัดการในการให้บริการตรวจติดตามระดับยาในโรงพยาบาล
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจในหลักการและวิธีการในการตรวจวัดและแปลผลระดับยาในร่างกายได้อย่างถูกต้อง และเกิดทักษะในการดำเนินกิจกรรมการติดตามวัดระดับยาในร่างกายได้อย่างเหมาะสม

ระบบเภสัชสนเทศทางคลินิก[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นแนวคิดและระบบในการบริหารจัดการข้อมูลของยาที่ใช้ใน การบริการทางคลินิก โดยเน้นการค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูล การรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารจัดการกับฐานข้อมูลและการสื่อการข้อมูลโดยวิธีต่างๆ
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ได้ทราบและเข้าใจหลักการความสำคัญของระบบสารสนเทศทางคลินิกได้ทราบขั้นตอนในการจัดการกับคำถามที่ได้รับในการปฏิบัติงามให้ข้อมูลสารสนเทศทางคลินิก

การออกแบบการวิจัยยาทางคลินิก[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นแนวคิดและขั้นตอนของการพัฒนายา โดยเน้นในเรื่องแบบการทดลองศึกษาถึงวิธีการขั้นตอนที่จะประเมินประสิทธิภาพและวิจัยการใช้ยาในคน ความปลอดภัยของการทดลองใช้ยาในคนทางคลินิก จริยธรรมและกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการทดลองในคน รวมทั้งกฎหมายสากลในเรื่องดังกล่าว
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้สามารถออกแบบและดำเนินการวิจัยได้อย่างถูกต้องทั้งทางด้านจริยธรรม และกฎหมาย

ระบบการกระจายยาในโรงพยาบาล[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เกี่ยวกับแนวคิดทั่วไปในการกระจายยา ธรรมชาติของวิถีการกระจายยาทั้งระบบรวมศูนย์ และระบบไม่รวมศูนย์ ชนิดของระบบการกระจายยาที่ใช้เพื่อให้มียาเพียงพอแก่การใช้ในตึกผู้ป่วย รวมทั้งระบบยูนิตโด๊ส โดยจะเน้นเรื่องการดำเนินการของระบบ ยูนิสโดส ข้อดี-ข้อเสีย และข้อจำกัดของระบบนึ้ การนำระบบการกระจายยาชนิดต่างๆมาใช้ในเมืองไทย
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ได้ทราบถึงหลักการและรูปแบบต่างๆ ของการกระจายยาในโรงพยาบาล รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินงาน และข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละรูปแบบ

การเตรียมและการจ่ายเภสัชภัณฑ์โดยวิธีปราศจากเชื้อแบบพิเศษ[แก้]

  1. ลักษณะกระบวนวิชา เป็นการคำนวณ การตั้งตำรับ และการเตรียมเภสัชภัณฑ์พิเศษปราศจากเชื้อที่ให้แก่ผู้ป่วยเฉพาะราย แผนการให้และการติดตามผลการให้สารผสมที่ให้ทางหลอดเลือดดำ สารอาหารที่ให้ทางหลอดเลือด การเตรียมยาที่เป็นพิษต่อเซลล์ร่างกาย (ยารักษามะเร็ง) ปฏิสัมพันธ์ระหว่างยา ความคงตัวของยา การคำนวณขนาดของยา สารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ และอีเลกโตรไลท์
  2. วัตถุประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจถึงหลักการเตรียมยาและสารอาหารปราศจากเชื้อ ทราบเทคนิคการเตรียมและการติดตามการใช้ยาเตรียมผสมที่ให้แก่ผู้ป่วยแต่ละราย