คบเพลิงโอลิมปิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คบเพลิงโอลิมปิกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ณ เมืองซอลต์เลกซิตี (Salt Lake City) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2545

คบเพลิงโอลิมปิก (อังกฤษ: Olympic Flame, Olympic Fire, Olympic Torch, Olympic Light, Olympic Eye, Olympic Sun) คือคบเพลิงที่ใช้จุดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เป็นสัญลักษณ์และอนุสรณ์ถึงเพลิงที่เทพเจ้าโพรเมเทอุสขโมยจากเทพเจ้าซุสมามอบให้แก่มนุษยชาติมีไว้บริโภคเป็นครั้งแรก การจุดคบเพลิงโอลิมปิกเป็นประเพณีปฏิบัติแต่สมัยกรีกโบราณที่ต้องรักษาให้เพลิงโชติช่วงตลอดการแข่งขันกีฬาดังกล่าว

สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยุคปัจจุบัน ประเพณีการจุดคบเพลิงเช่นว่านี้ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม พ.ศ. 2471 สืบมาจนทุกวันนี้ ส่วนการส่งผ่านและวิ่งซึ่งคบเพลิงโอลิมปิกจากประเทศกรีซผ่านประเทศเครือข่ายต่าง ๆ ไปยังประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันนั้นมีนายคาร์ล ไดเอ็ม (Carl Diem) และนายโจเซฟ โกเอ็บเบลส์ (Joseph Goebbels) เป็นผู้ริเริ่มในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงเบอร์ลิน พ.ศ. 2479[1]

"คบเพลิง" ในภาษาไทย[แก้]

ในภาษาไทย อาจใช้ได้ทั้ง "คบ" "คบไฟ" และ "คบเพลิง" ซึ่งคำทั้งสามมีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ว่า[2] "น. ของใช้สำหรับจุดไฟให้สว่าง ทำด้วยของแห้งเช่นใบไม้และขี้กบเป็นต้น เอามามัดเป็นดุ้นยาว, มัดเชื้อเพลิง ก็ว่า."

ลักษณนามของคำ "คบ" "คบไฟ" และ "คบเพลิง" ได้แก่ "ดุ้น" หรือ "อัน"[3]

ประวัติ[แก้]

โบราณกาล[แก้]

ในสมัยกรีกโบราณ เพลิงถือว่าไฟเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพดาด้วยเชื่อถือกันว่าเทพเจ้าโพรเมเทอุสขโมยจากเทพเจ้าซุสลงมามอบให้แก่มนุษยชาติมีไว้บริโภคเป็นครั้งแรก ดังนั้น จึงมีการจุดและรักษาเพลิงให้โชติช่วงไว้ตลอด ณ ศาสนสถานหลายแห่งในเมืองโอลิมเปีย (Olympia) ประเทศกรีซ เช่นเดียวกับในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอันมีขึ้นเพื่อเฉลิมเกียรติของเทพเจ้าซุส ที่มีการจุดและรักษาเพลิงไว้ ณ วิหารของซุสและวิหารแห่งเทวีเฮรา (Hera) ภริยาของซุส

ปัจจุบัน ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกแต่ละครั้ง จะเริ่มจุดเพลิงโอลิมปิกขึ้นเป็นหนแรกจากวิหารแห่งเทวีเฮราที่ประเทศกรีซ

ปัจจุบันกาล[แก้]

ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปัจจุบัน ประเพณีการจุดและรักษาเพลิงไว้เช่นเดียวกับสมัยโบราณได้รับการฟื้นฟูขึ้นในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม พ.ศ. 2471 โดยพนักงานการไฟฟ้าแห่งอัมสเตอร์ดัมผู้หนึ่งเป็นผู้จุดเพลิงโอลิมปิกปัจจุบันเพลิงแรกขึ้น ณ หอมาราทอนเทาเวอร์ (Marathon Tower) ที่สนามกีฬาโอลิมปิก กรุงอัมสเตอร์ดัม

ส่วนประเพณีการส่งผ่านและวิ่งซึ่งคบเพลิงโอลิมปิกระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องไปสิ้นสุดยังประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันนั้น มีนายคาร์ล ไดเอ็ม (Carl Diem) และนายโจเซฟ โกเอ็บเบลส์ (Joseph Goebbels) เป็นผู้ริเริ่มในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงเบอร์ลิน พ.ศ. 2479[4]

ประเพณีการส่งคบเพลิงผ่านระหว่างประเทศดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ทางการโฆษณาชวนเชื่อบทหนึ่งของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้ต้องการเชื่อมโยงปรัมปรากรีกโบราณเข้ากับตนเอง เพราะมีความเชื่อส่วนตัวว่าชาวกรีกโบราณเป็นอารยชนผู้เป็นรากเหง้าของชาวเยอรมัน ฮิตเลอร์เห็นว่าการแข่งขันกีฬาจากสมัยโบราณย่อมเป็นหนทางอันประเสริฐที่จะแสดงและอธิบายความเชื่อดังกล่าวของตน[5]

ทั้งนี้ ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส่วนใหญ่จะกำหนดให้มีผู้วิ่งคบเพลิง และการส่งคบเพลิงผ่านระหว่างประเทศได้กระทำหลายทาง เช่น ทางเรือใน พ.ศ. 2491 ผ่านช่องแคบอังกฤษ และทางอากาศเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2495 ไปยังกรุงเฮลซิงกิ อนึ่ง ใน พ.ศ. 2499 ซึ่งการแข่งขันขี่ม้าได้ย้ายจากเมืองเมลเบิร์นมาจัดที่กรุงสต็อกโฮล์ม ได้มีการลำเลียงคบเพลิงโอลิมปิกไปบนหลังม้าอีกด้วย

กรรมวิธี[แก้]

การจุดคบเพลิงนั้นมีอยูหลายแบบ

  1. แบบใช้ไฟวิ่ง(ลูกหนู)วิ่งไปที่คบเพลิงในขณะที่ผู้รักษาคบเพลิงได้เปิดแก๊สทิ้งใว้
  2. แบบใช้ระบบเลเซอร์ ยกตังอย่างกีฬาเมืองช้างเกมส์ ปี พ.ศ. 2553 ผู้จุดแต่งตัวเป็นองค์อัมรินทร์พระอินทร์ (โดยคุณจา พนม ) นั่งช้างเอราวัณ (ตราจังหวัดสุรินทร์)ที่ถือตรีศูล ชี้ไปที่กระถางคบเพลิงแล้วยิงขึ้น ไฟจึงลุกขึ้น โดยผู้รักษาคบเพลิงไดัเปิดแก๊สไว้อยู่แล้ว

ผู้จุดคบเพลิง[แก้]

  • ผู้จุดคบเพลิงกีฬาโอลิมปิกจะต้องเป็นผู้ที่เป็นนักกีฬาที่มีความสำคัญกับวงการกีฬาของประเทศที่เป็นเจ้าภาพ หรือเกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิก เช่น ได้เหรียญรางวัลในกีฬาโอลิมปิก เป็นต้น แต่ในกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่น ผู้จุดคบเพลิงในพิธีเปิด ไม่ได้เป็นนักกีฬา แต่เป็นผู้เกิดในวันที่นครฮิโรชิม่าถูกทิ้งระเบิดปรามณู ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในกีฬาโอลิมปิกที่คนจุดคบเพลิง ไม่ได้เป็นนักกีฬา

การดับของเพลิง[แก้]

มาตรการเกี่ยวกับการดับของเพลิง[แก้]

โดยปรกติแล้ว เป็นความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องระแวดระวังไม่ให้เพลิงในคบดับตั้งแต่ช่วงการจุดแรกเริ่มและการส่งคบเพลิงผ่านระหว่างประเทศ จนกว่าจะมีพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนั้น เพื่อการนี้ ได้มีมาตรการป้องกันหลากประเภท เป็นต้นว่า มีการส่งคบเพลิงหลายอันไปในการส่งผ่านระหว่างประเทศเพื่อกันเหตุไม่พึงประสงค์และเพื่อหลอกล่อผู้ไม่ประสงค์ดี หรือมีการส่งคบสำรองไปด้วย ในกรณีที่เพลิงดับกลางคัน จะได้มีการจุดขึ้นใหม่จากคบสำรองที่ส่งไปพร้อมกันนั้น ด้วยเหตุนี้ ย่อมเชื่อมั่นได้ว่าเพลิงที่ใช้จุดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทุกแห่งมีที่มาจากต้นเพลิงที่จุดขึ้นในพิธีที่ประเทศกรีซ

อย่างไรก็ดี ในกระบวนการตั้งแต่พิธีจุดเพลิง การส่งคบเพลิงผ่านระหว่างประเทศ ตลอดจนการจุดเพลิงในพิธีเปิดการแข่งขัน ไม่จำเป็นต้องใช้คบอันเดียวกัน แต่เพลิงในคบนั้นย่อมมีที่มาจากต้นเพลิงในพิธีที่ประเทศกรีซอยู่แล้ว

เหตุเพลิงดับ[แก้]

พ.ศ. 2519[แก้]

กรณีคบเพลิงโอลิมปิกดับอันเป็นที่จดจำได้มากที่สุดกรณีหนึ่งได้แก่ในคราวแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ณ เมืองมอนเทรออล (Montreal) รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา พ.ศ. 2519 ซึ่งเป็นเพราะพายุฝนที่ซัดทั่วบริเวณการเข่งขันอย่างรุนแรงหลังวันพิธีเปิดไม่กี่วัน และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ได้แอบจุดเพลิงขึ้นใหม่โดยใช้เพลิงจากบุหรี่ของตน คณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันจึงเร่งนำคบที่สำรองมาจากต้นเพลิงไปจุดขึ้นใหม่อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

พ.ศ. 2547[แก้]

อีกกรณีหนึ่งเป็นคราที่คบเพลิงโอลิมปิกไปถึงสนามกีฬาพานาเทแน็ก (Panathinaiko Stadium) กรุงเอเธนส์ ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ณ ประเทศกรีซ พ.ศ. 2547 และเมื่อนางไจแอนนา แองเจโลพูโลส-ดาสกาลากี (Gianna Angelopoulos-Daskalaki) กรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน จะได้จุดเพลิงในกระถางระหว่างพิธีเปิดการแข่งขัน บังเกิดพายุพัดอย่างแรงเป็นเหตุให้เพลิงในคบดับทันที อย่างไรก็ดี คณะกรรมการอำนวยการฯ ได้นำคบสำรองมาจุดขึ้นใหม่

พ.ศ. 2551[แก้]

ในการวิ่งคบเพลิงในโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคบเพลิงได้ดับเพลิงอย่างน้อยสองคราเพื่อให้การลำเลียงคบเพลิงด้วยรถระหว่างการแห่รอบกรุงปารีสที่ต้องผจญบรรดาผู้ประท้วงเป็นไปโดยเรียบร้อย[6] สำหรับการจุดเพลิงขึ้นใหม่นั้น ใช้คบสำรองที่รักษาไว้บนเครื่องบินโดยเข้มงวด คณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันแถลงภายหลังว่า ในการแข่งขันครั้งนี้จำต้องมีการจุดเพลิงในคบขึ้นใหม่ทุก ๆ สิบห้านาทีเหตุเพราะการประท้วงในหลายประเทศที่เกี่ยวข้อง

ข้อขัดแย้ง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Hitler's Berlin Games Helped Make Some Emblems Popular. (2004, 14 August). [Online]. Available : http://www.nytimes.com/2004/08/14/sports/olympics/14torch.html?ex=1208664000&en=b02c58ede10258d7&ei=5070. (Accessed on 18 April 2008).
  2. ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. [ออนไลน์]. สืบค้นได้จาก: http://rirs3.royin.go.th/new-search/word-search-all-x.asp. (เข้าถึงเมื่อ: 18 เมษายน 2551).
  3. ราชบัณฑิตยสถาน. (ม.ป.ป.). ลักษณนาม. [ออนไลน์]. สืบค้นได้จาก: http://www.royin.go.th/th/profile/index.php?PageNo=4&PageShow=360&SystemModuleKey=265. (เข้าถึงเมื่อ: 18 เมษายน 2551).
  4. Hitler's Berlin Games Helped Make Some Emblems Popular. (2004, 14 August). [Online]. Available : http://www.nytimes.com/2004/08/14/sports/olympics/14torch.html?ex=1208664000&en=b02c58ede10258d7&ei=5070. (Accessed on 19 April 2008).
  5. Timesonline.co.uk. (2008, 7 April). Who put the Olympic flame out? [Online]. Available: http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/europe/article3699278.ece. (Accessed on: 19 April 2008).
  6. Thisislondon.co.uk. (2008, 4 April). Paris protests force Olympic flame to be extinguished. [Online]. Available: http://www.thisislondon.co.uk/sport/article-23475330-details/Paris+protests+force+Olympic+flame+to+be+extinguished/article.do. (Accessed on: 19 April 2008).