Nepenthes gracilis

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนี้มีชื่อบทความเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ เนื่องจากไม่มีชื่อสามัญเป็นภาษาไทย?
Nepenthes gracilis
Nepenthes gracilis orange pitcher.jpg
หม้อบนของ N. gracilis.
อุทยาน Bako, บอร์เนียว
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: พืช (Plantae)
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Caryophyllales
วงศ์: Nepenthaceae
สกุล: Nepenthes
สปีชีส์: N.  gracilis
ชื่อทวินาม
Nepenthes gracilis
Korth. (1839)
ชื่อพ้อง
  • Nepenthes angustifolia
    Mast. (1881)
  • Nepenthes distillatoria
    auct. non L.: Jack (1835)
  • Nepenthes distillatoria
    auct. non L.: Wall. (1828)
    [=N. distillatoria/N. gracilis]
  • Nepenthes korthalsiana
    Miq. (1858)
  • Nepenthes laevis
    Lindl. (1848)
  • Nepenthes laevis
    Korth. ex Hook.f. in DC. (1873)
  • Nepenthes longinodis
    G.Beck (1895)
  • Nepenthes obrieniana
    Linden & Rodigas (1890) nom.ambiguum
    [=?N. gracilis × N. rafflesiana × N. hirsuta × N. distillatoria/N. gracilis/N. mirabilis]
  • Nepenthes teysmanniana
    Miq. (1858)
    [=N. albomarginata/N. gracilis]

Nepenthes gracilis ( มาจากภาษาละติน: gracilis = ผอมบาง, ยาวเรียว) หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า Slender Pitcher-Plant[1] เป็นหม้อข้าวหม้อแกงลิงพื้นราบธรรมดาที่กระจายตัวไปทั่วหมู่เกาะซุนดา มีหม้อที่ไม่มีอะไรโดดเด่นด้วยเพอริสโตมที่บางมากและรูปร่างที่ไม่มีอะไรพิเศษ แม้จะเป็นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่มีการกระจายตัวที่กว้าง แต่ลูกผสมทางธรรมชาติระหว่าง N. gracilis และหม้อข้าวหม้อแกงลิงชนิดอื่นกับหาได้ยาก

Nepenthes gracilis ยังมีชื่อพื้นเมืองอื่นๆอีกดังนี้: หม้อข้าวหม้อแกงลิง (ใต้,นราธิวาส) [2], หม้อใบไผ่[3]


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

Nepenthes gracilis มีลำต้นทรงสามเหลี่ยมยาวไม่เกิน 6 มม. หนาไม่เกิน 5 มม. ระยะระหว่างปล้องไม่เกิน 10 ซม. แผ่นใบหนาเหมือนภาพยนตร์ยาวไม่เกิน 12 ซม. กว้างไม่เกิน 2 ซม. ใบเรียวแหลมไม่มีก้านใบ สายดิ่งยาว 15 ซม.

หม้อล่างก้นหม้อเป็นกระเปาะ สูงไม่เกิน 10 ซม. กว้างไม่เกิน 3 ซม. ช่วงบน 2 ใน 3 ส่วนของหม้อเป็นทรงกระบอกแคบ มีปีก 1 คู่ กว้างไม่เกิน 3 มม. ด้านหน้า ปากหม้อกลม เพอริสโตมเล็กมากหนาไม่เกิน 3 มม. ไม่มีฟัน ฝาหม้อกลม เดือยขั้วเดี่ยวหลังฝายาวไม่เกิน 3 มม. บริเวณที่มีต่อมผลิตน้ำย่อยปกคลุมผนังด้านใน 1 ใน 4 ส่วนบริเวณก้นหม้อ หม้อมีสีเขียว ,แดงจนถึงดำ สามารถแตกโคนเป็นหม้อผุดได้ หม้อบนไม่มีปีก

ช่อดอกเป็นแบบช่อกระจะเดี่ยว ก้านช่อยาวไม่เกิน 5 ซม. ช่อดอกยาวไม่เกิน 20 ซม. ก้านดอกยาวไม่เกิน 10 มม. กลีบดอกตัวเมียรูปไข่ ส่วนกลีบดอกตัวผู้รูปปลายหอกยาวไม่เกิน 5 มม.

อนุกรมวิธาน[แก้]

ในปี ค.ศ. 2001 ชาร์ลส์ คลาร์ก (Charles Clarke) ได้ทำการวิเคราะห์ลำดับชั้นบนพื้นฐานของการวิวัฒนาการชาติพันธุ์ของ หม้อข้าวหม้อแกงลิง บนเกาะสุมาตราและเพนนิซูล่า มาเลเซีย โดยใช้รูปร่างลักษณะ 70 ลักษณะของอนุกรมวิธาน ตามส่วนของแผนภาพวิวัฒนาการชาติพันธุ์ที่ได้ แสดงในส่วนของ "เครือบรรพบุรุษที่ 6 (Clade 6)" N. angasanensis และ N. mikei มีส่วนเหมือนถึง 79% [4]


unnamed

N. gracilis



N. reinwardtiana



unnamed


N. tobaica


     79%

N. angasanensis



N. mikei







หน่วยอนุกรมวิธานต่ำกว่าระดับชนิด[แก้]

  • Nepenthes gracilis f. angustifolia (Mast.) Hort.Westphal (1993)
  • Nepenthes gracilis var. angustifolia (Mast.) Hort.Weiner in sched. (1985)
  • Nepenthes gracilis var. arenaria Ridl. ex Macf. (1908)
  • Nepenthes gracilis var. elongata Bl. (1852)
  • Nepenthes gracilis var. longinodis G.Beck (1895)
  • Nepenthes gracilis var. major Hort.Lindsay ex Dixon (1889)
  • Nepenthes gracilis var. teysmanniana (Miq.) Beck (1895)

ลูกผสมตามธรรมชาติ[แก้]

ลูกผสมทางทางธรรมชาติของ N. gracilis ที่ถูกบันทึกไว้มีดังนี้

อ้างอิง[แก้]

  1. Phillipps, A. & A. Lamb 1996. Pitcher-Plants of Borneo. Natural History Publications (Borneo) , Kota Kinabalu.
  2. สำนักงานหอพรรณไม้. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย เต็ม สมิตินันทน์ -- กรุงเทพมหานคร : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2549
  3. Nepenthes gracilisneofarmthailand
  4. 4.0 4.1 Clarke, C.M. 2001. Nepenthes of Sumatra and Peninsular Malaysia. Natural History Publications (Borneo) , Kota Kinabalu.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 Clarke, C.M. 1997. Nepenthes of Borneo. Natural History Publications (Borneo) , Kota Kinabalu.
  6. Lee, C.C. 2004. Nepenthes. In: Sarawak Bau Limestone Biodiversity. H.S. Yong, F.S.P. Ng and E.E.L. Yen (eds). The Sarawak Museum Journal Vol. LIX, No. 80; Special Issue No. 6: 71–77.