โอมีปราโซล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
1 : 1 mixture (racemate)Omeprazole
Omeprazole.svg
Omeprazole 3d structure.png
ชื่อสารเคมีในระบบ IUPAC
(RS)-6-methoxy-2-((4-methoxy-3,5-dimethylpyridin-2-yl) methylsulfinyl)-1H-benzo[d]imidazole
ทะเบียนยา
เลขทะเบียน CAS 73590-58-6
รหัส ATC A02BC01
PubChem 4594
DrugBank DB00338
ChemSpider 4433
ข้อมูลทางเคมี
สูตรเคมี C17H19N3O3S 
น้ำหนักโมเลกุล 345.4 g/mol
SMILES eMolecules & PubChem
ข้อมูลทางเภสัชจลนศาสตร์
ชีวปริมาณออกฤทธิ์ 35–76%[1][2]
การจับกับโปรตีน 95%
เมแทบอลิซึม ตับ (CYP2C19, CYP3A4)
ครึ่งชีวิตของการกำจัด 1 – 1.2 ชั่วโมง
การขับถ่าย 80% ไต
20% อุจจาระ
ข้อมูลทางคลินิก
Licence data

US

ลำดับขั้นของยาต่อการตั้งครรภ์

B3 (AU) C (US)

สถานะตามกฎหมาย

Prescription Only (S4) (AU) POM (UK) OTC (US)

ช่องทางการรับยา ปาก, หลอดเลือดดำ
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม

โอมีปราโซล (อังกฤษ: Omeprazole) เป็นยาในกลุ่มยายับยั้งการขับโปรตอน หรือยับยั้งเอนไซน์ hydrogen-potassium adenosine triphosphatase เพื่อลดการหลั่งกรด ใช้รักษาโรคระบบทางเดินอาหาร หรือความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน ภาวะกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อกำจัดแบคทีเรีย H.pylori ในกระเพาะอาหาร[3]

กลไกการออกฤทธิ์[แก้]

ยาโอมีปราโซลออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ hydrogen-potassium adenosine triphosphatase (H+/K+ ATPase (proton pump)) บนmembraneของเซลล์pareital เอนไซม์ชนิดนี้จะผลิตกรดสู่ลูเมนในกระเพาะอาหาร การยับยั้งเอนไซม์จึงส่งผลต่อการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารน้อยลง[3][4]

การใช้ยา[แก้]

เป็นยาชนิดเม็ดใช้สำหรับรับประทาน การหยุดใช้ยาต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน ไม่ควรแบ่งหรือเคี้ยวเม็ดยา ควรกลืนยาทั้งเม็ด

ในผู้จำเป็นต้องใช้ยาทั่วไปรับประทานวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ ส่วนการใช้เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ควรใช้ยาหลังอาหารเช้า

การใช้ยาร่วมกับยาอื่นๆเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย H. Pylori ในกระเพาะอาหาร รับประทานวันละ 2 ครั้ง หรือให้ใช้ยาตามที่ระบุไว้ในฉลาก

การใช้ยาควรระมัดระวังกับผู้ป่วยโรคตับ สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร นอกจากนี้ฤทธิ์ของยายังอาจบดบังอาการของมะเร็งกระเพาะอาหารจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษควรมีการวินิจฉัยแยกโรคมะเร็งกระเพาะอาหารก่อนการรักษาด้วยยา omeprazole[3]

ผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์[แก้]

ผลข้างเคียงของยาที่พบได้ เช่น รบกวนระบบทางเดินอาหาร จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด ท้องร่วง ท้องผูก ปวดศีรษะและวิงเวียนศีรษะ

ส่วนผลข้างเคียงที่พบได้น้อย เช่น ปากแห้ง นอนไม่หลับ ง่วงซึม รู้สึกไม่สบาย มองไม่ชัด มีผื่นขึ้นและอาการคัน

ผลข้างเคียงอื่นที่พบน้อยมากได้แก่ การรับรสผิดปกติของลิ้น ตับทำงานผิดปกติ บวมน้ำบริเวณแขนขา แพ้ยา ลมพิษ angioedema หลอดลมหดเกร็ง ไวต่อแสง มีไข้ เหงื่อออก ซึมเศร้า เนื้อเยื่อแทรกในไต ภาวะเม็ดเลือดขาวน้อยหรือมากกว่าปกติ ภาวะพร่องเม็ดเลือดทุกชนิด ภาวะเกล็ดเลือดน้อย ลดการดูดซึมวิตามิน B12 ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปฏิกิริยาผิวหนังของกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน[5] และกรดในกระเพาะอาหารลดลงอาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร[3]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]