ราบีปราโซล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Rabeprazole
Rabeprazole.png
Rabeprazole3d.png
ข้อมูลทางคลินิก
ชื่อทางการค้าAciphex
AHFS/Drugs.comMonograph
MedlinePlusa699060
ข้อมูลทะเบียนยา
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
  • US: B (ไม่มีความเสี่ยงในสัตว์)
ช่องทางการรับยาปาก
รหัส ATC
กฏหมาย
สถานะตามกฏหมาย
ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
ชีวประสิทธิผล52%
การเปลี่ยนแปลงยาmostly non-enzymatic,
partly hepatic (CYP2C19)
ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ1 - 1.5 hours
การขับออก90% ไต
ตัวบ่งชี้
เลขทะเบียน CAS
PubChem CID
DrugBank
ChemSpider
UNII
ChEBI
ChEMBL
ECHA InfoCard100.123.408
ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
สูตรC18H21N3O3S
มวลต่อโมล359.444 g/mol
แบบจำลอง 3D (JSmol)
  (verify)
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม

ราบีปราโซล (อังกฤษ: Rabeprazole) หรือ ราบีปราโซล โซเดียม มีชื่อทางการค้าว่า Pariet เป็นยาในกลุ่มยายับยั้งการหลั่งกรด เพื่อยับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร [1] ใช้รักษาโรคระบบทางเดินอาหาร หรือความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร[2] เช่น โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน ภาวะกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป หรือ ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อกำจัดแบคทีเรีย Helicobacter pylori ในกระเพาะอาหาร [3] ผลิตโดย บริษัท Eisai จำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น

กลไกออกฤทธิ์[แก้]

กลไกการออกฤทธิ์ของยาราเบปราโซลคือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ H+/K+ ATPase (proton pump) ซึ่งอยู่ที่ในสมองส่วน parietal cell เอนไซม์ชนิดนี้จะผลิตกรดสู่ลูเมนในกระเพาะอาหาร การยับยั้งเอนไซม์จึงส่งผลต่อการยับยั้งการหลั่งกรด[4]

การใช้ยา[แก้]

เป็นยาชนิดเม็ดใช้สำหรับรับประทาน การหยุดใช้ยาต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน ไม่ควรแบ่งหรือเคี้ยวเม็ดยา ควรกลืนยาทั้งเม็ด

ในผู้จำเป็นต้องใช้ยาทั่วไปรับประทานวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ ส่วนการใช้เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ควรใช้ยาหลังอาหารเช้า

การใช้ยาร่วมกับยาอื่น ๆ เพื่อกำจัดเชื้อHelicobacter pylori ในกระเพาะอาหาร รับประทานวันละ 2 ครั้ง หรือให้ใช้ยาตามที่ระบุไว้ในฉลาก[3]

ผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์[แก้]

อาการที่ต้องแจ้งต่อแพทย์หรือเภสัชกรทันที
ใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก ลิ้น คอ บวม กลืนอาหารลำบาก มีผื่นบริเวณผิวหนังไม่หาย เป็นไข้ เจ็บคอ เลือดออก หรือมีรอยฟกช้ำผิดปกติ ตัวหรือตาเหลือง
อาการอื่นที่อาจเกิดได้ระหว่างการใช้ยา
หากเป็นอย่างต่อเนื่อง หรือ รบกวนชีวิตประจำวัน ให้ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ เช่น สับสน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูก ปวดศีรษะ คลื่นไส้[3]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]