โดราเอมอน ตอน ฝ่าแดนเขาวงกต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โดราเอมอน ตอน ฝ่าแดนเขาวงกต
กำกับ สึโตะมุ ชิบะยะมะ
อำนวยการสร้าง โซะอิชิ เบชโช
โทะชิฮิเดะ ยะมะดะ
โยะชิอะกิ โคะอิซุมิ
เขียน โนะบุอะกิ คิชิมะ
สึโตะมุ ชิบะยะมะ
ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ
นำแสดง โนะบุโยะ โอยะมะ
โนะริโกะ โอะฮะระ
กำกับภาพ โอะซะกะเบะ โทะรุ
ฮิเดะโกะ ทะกะฮะชิ
ค่าย อะซะสึ
จำหน่าย/เผยแพร่ บริษัทโทะโฮะ
ฉาย 6 มีนาคม พ.ศ. 2536 (ญี่ปุ่น)
ความยาว 100 นาที
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภาษา ญี่ปุ่น
รายได้ 1.65 พันล้านเยน[1]

โดราเอมอน ตอน ฝ่าแดนเขาวงกต (ญี่ปุ่น: ドラえもん のび太とブリキの迷宮 Doraemon Nobita to Buriki no Rabirinsu) เป็นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาว มีความยาวทั้งสิ้น 100 นาที ภาพยนตร์ชุดนี้ถือเป็นตอนที่ 14 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2536 และ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ในประเทศไทย

เนื้อเรื่อง[แก้]

กลางดึกวันหนึ่ง ขณะที่โนบิ โนบิสึเกะบิดาของโนบิตะกำลังเมาหลับอยู่หน้าโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ ก็ได้มีการฉายโฆษณาโรงแรมบลิคิน (ブリキンホテル) บนเกาะบลิคิน (ブリキン島)[ก] ที่มีภูมิทัศน์สวยงาม มีชายหาดและภูเขาหิมะให้เล่นตลอดทั้งปี โนบิสึเกะจึงสั่งจอง "ปากเปล่า" กับโฆษณานั้นแล้วผล็อยหลับไป ต่อมาในเย็นวันนั้นขณะที่โนบิตะเลิกโรงเรียน กลุ่มเพื่อนสนิทคือซึเนะโอะโอ้อวดแผนการเดินทางไปเที่ยวฮาวายช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิเช่นเดียวกับชิซุกะและญาติของไจแอนท์ ซึ่งแทงใจดำโนบิตะที่ครอบครัวไม่เคยพาไปเที่ยวช่วงปิดเทอมบ้างจึงกล่าวตัดพ้อกับโดราเอมอน ครั้นทามาโกะมารดาได้ยินบทสนทนาดังกล่าวจึงปรึกษากับโนบิสึเกะผู้เป็นสามี โนบิสึเกะจึงเข้าไปคุยกับโนบิตะว่าตนได้จองที่พักที่โรงแรมบลิคินแล้ว เมื่อโนบิตะได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ รีบโทรศัพท์ไปอวดเพื่อนว่าตนได้ท่องเที่ยวช่วงปิดเทอมแล้ว แต่เวลาต่อมาโนบิสึเกะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตนนั้นเมาคงฝันไปและไม่ได้จองโรงแรมดังว่า โนบิตะจึงกระดากอายที่จะพบเพื่อนในโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น

เย็นวันต่อมาหลังเลิกโรงเรียน โนบิตะได้พบกับกระเป๋าเดินทางปริศนาหน้าประตูบ้านจึงนำไปให้โดราเอมอนดู ก็พบว่าเมื่อเปิดกระเป๋าออกมาก็กลายเป็นประตูทุกหนแห่ง เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่าเป็นโรงแรมบลิคินอย่างที่โนบิสึเกะว่าไว้ บนเกาะบลิคินมีภูมิทัศน์สวยงามอย่างประหลาด เพราะดูคล้ายกับของเล่นและทำจากสังกะสี เมื่อถึงโรงแรมก็พบกับบลิคิน (ブリキン) หุ่นยนต์ตุ๊กตาสังกะสีเป็นผู้จัดการโรงแรม พร้อมกับหุ่นยนต์อีกสองตัวคือแท็ป (タップ) และปิเอโร (ピエロ) ซึ่งโรงแรมแห่งนี้เพิ่งเปิดกิจการจึงสามารถเข้าพักฟรีไม่คิดมูลค่า และยังเชื้อเชิญให้โนบิตะพาเพื่อน ๆ มาเข้าพักฟรี ๆ ด้วย โดยมีข้อห้ามว่ามิให้เข้าไปยังห้องใต้ดินเด็ดขาด ในเวลาต่อมาโนบิตะและโดราเอมอนได้ไปเล่นสกีบนภูเขาหิมะ แต่โนบิตะพบว่าโดราเอมอนหายตัวไป โดยเข้าใจว่าโดราเอมอนโกรธที่โนบิตะเรียกร้องแต่ของวิเศษมาทุ่นแรงจึงหนีกลับไปโลกอนาคต แต่แท้จริงแล้วโดราเอมอนถูกคนบางกลุ่มจับตัวไป โนบิตะจึงตามหาโดราเอมอนจนทั่วแต่กลับไม่พบ จึงเดินเข้าไปประตูชั้นใต้ดินของโรงแรม แต่โนบิตะกลัวประตูทางเข้าชั้นใต้ดิน จึงรีบกลับบ้านและไม่คิดจะกลับไปโรงแรมบลิคินอีก

เย็นวันต่อมาโนบิตะทนคำเย้ยหยันของไจแอนท์และซึเนะโอะที่กล่าวหาว่าโนบิตะกุเรื่องไปท่องเที่ยวไม่ไหว จึงได้นำกระเป๋าเดินทางทุกหนแห่งนั้นมาเปิดพาเพื่อน ๆ เพื่อไปยังโรงแรมบลิคิน แต่ระหว่างที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวนั้นก็พบว่าโรงแรมกำลังถูกโจมตีโดยกองกำลังไม่ทราบฝ่าย พวกโนบิตะจึงโต้กลับและไล่ติดตามไปจนพบยานอวกาศรูปร่างประหลาดจอดอยู่กลางป่า ที่คนในยานนั้นกล่าวว่าพวกเขาได้จับกุมตัวโดราเอมอนไว้ แล้วบินหนีออกไปในอวกาศ หลังทราบความดังนั้นพวกโนบิตะที่กำลังเดินทางกลับไปยังกระเป๋าเดินทางทุกหนแห่ง ก็พบว่าเกาะบลิคินกำลังบินขึ้นสู่อวกาศ ส่วนกระเป๋าเดินทางทุกหนแห่งนั้นก็ถูกแท็ป หุ่นยนต์กระต่ายของโรงแรมเก็บไป พวกโนบิตะจึงไล่ตามจนถึงหน้าโรมแรมบลิคินแล้วพบกับซาพิโอ บลิคิน (サピオ・ブリーキン) ซึ่งมาอธิบายว่าพวกเขานั้นเป็นมนุษย์ต่างดาวจากดาวจาโมจา (チャモチャ星) ที่กำลังถูกกองกำลังของนาโพกิสโทร่าที่ 1 (ネジリン将軍) หุ่นยนต์ที่สถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิคุกคาม จึงได้ขอให้พวกโนบิตะช่วยเหลือมนุษย์ชาวจาโมจาให้รอดพ้นจากการปกครองของพวกหุ่นยนต์ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นโดราเอมอนถูกดอกเตอร์โรบอต (ロボット博士) สอบสวนและทรมานโดราเอมอนเพื่อสืบข้อมูลเกี่ยวกับซาพิโอแต่โดราเอมอนนั้นปฏิเสธความข้องเกี่ยว จึงถูกไฟช็อตจนคอมพิวเตอร์ภายในไหม้เสียหายก่อนถูกทิ้งเป็นขยะในทะเลบนดาวจาโมจา

เมื่อเกาะบลิคินเดินทางถึงดาวจาโมจา ซาพิโอจึงวางแผนช่วยเหลือดาวจาโมจาโดยแบ่งพวกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือโนบิตะและชิซุกะจะเดินทางเข้าเขาวงกต (ラビリンス) ใต้โรงแรมบลิคินซึ่งภายในเป็นห้องทดลองของตระกูลบลิคินกับซาพิโอและแท็ปเพื่อหางานวิจัยของดยุคแกลเลียน บลิคิน (ガリオン・ブリーキン公爵) สำหรับกำจัดนาโพกิสโทร่า ซึ่งต้องใช้หนูนำทางซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่จะพาไปยังห้องทดลองกลางเขาวงกต ส่วนอีกกลุ่มคือไจแอนท์กับซึเนะโอะแทรกซึมเข้าไปในเมืองเมกะโพลิสโดยทั้งสองต้องปลอมตัวเป็นหุ่นยนต์ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นกองทัพของนาโพกิสโทร่าได้ตรวจพบเกาะบลิคินจึงส่งกองทัพเรือและทัพอากาศเข้าโจมตีเกาะ จากการโจมตีทำให้โรงแรมและเขาวงกตพังทลาย หนูนำทางพังเสียหาย พวกโนบิตะจึงเดินวนอยู่ในเขาวงกต ส่วนบลิคินและปิเอโร่ถูกจับกุมตัว ทั้งยังมีทหารของนาโพกิสโทร่าพยายามเข้าเขาวงกต ซาพิโอจึงตัดสินใจให้โนบิตะและชิซุกะกลับโลกไป ส่วนไจแอนท์และซึเนะโอะที่แทรกซึมไปในเมืองได้แล้วนั้นก็พบโรงงานผลิตอาหารสำหรับมนุษย์ที่จะถูกส่งไปยังทัณฑสถานทั้งสองจึงซ่อนตัวในบรรจุภัณฑ์อาหาร

โนบิตะและชิซุกะกลับโลกใบเดิมที่ไม่มีเพื่อน ๆ อยู่กันพร้อมหน้า โนบิตะจึงเข้าไปยังห้องของโดราเอมอนด้วยความคิดถึง ก็พบว่ามีกระเป๋าสำรองใบหนึ่งใต้หมอนที่เชื่อมต่อกับกระเป๋าสี่มิติตรงหน้าท้องของโดราเอมอนอยู่ จึงได้ชวนชิซุกะเข้าไปด้วยกันแล้วพบว่าโดราเอมอนเสียไปแล้วและเป็นขยะอยู่ใต้ทะเล โนบิตะจึงใช้มินิโดรามาซ่อมโดราเอมอนจนกลับมาใช้การได้ และพากันกลับเกาะบลิคิน ส่วนไจแอนท์และซึเนะโอะที่ซ่อนตัวในบรรจุภัณฑ์อาหารก็พบว่ามนุษย์ดาวจาโมจาถูกกักกันไว้ในทัณฑสถานแต่กลับถูกพวกนาโพกิสโทร่าจับได้ ทั้งสองจึงหลบหนีโดยเครื่องบิน ทว่าระหว่างขึ้นบินกลับเจอสภาพอากาศที่ย่ำแย่ เครื่องบินจึงตกที่ขั้วโลกเหนือแต่ได้รับการช่วยเหลือจากซานตาครอส (サンタクロース)

เมื่อโดราเอมอน, โนบิตะและชิซุกะเดินทางถึงเกาะบลิคินที่พังเสียหาย โดราเอมอนจึงใช้ของวิเศษคือ "ลูกบอลสำรวจเส้นทางเขาวงกต" สำหรับตามหาซาพิโอและตามหาห้องทดลองจนพบ เมื่อเข้าไปภายในห้องทดลองจึงได้แผ่นดิสก์ไวรัสซึ่งถูกวิจัยโดยดยุคบลิคินอันจะทำให้ระบบคอมพิวเตอร์หุ่นยนต์พังทั้งหมด เมื่อพบของที่ต้องการแล้วทั้งหมดจึงกลับขึ้นไปด้านบน แล้วพบกับพวกไจแอนท์ที่ได้รับการอนุเคราะห์จากซานตาครอสมาส่งให้ พร้อมกับของเล่นจำนวนหนึ่ง ซึ่งของเล่นเหล่านี้จะถูกโดราเอมอนดัดแปลงเป็นอาวุธของเล่นบังคับวิทยุสำหรับเข้าบุกเมือง ซึ่งต่อมาได้แบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ ไจแอนท์และซึเนะโอะรับหน้าที่ใช้ของเล่นโจมตีเมือง, โดราเอมอนและโนบิตะจะติดตั้งไวรัสใส่นาโพกิสโทร่า ส่วนซาพิโอและชิซุกะจะไปปลดปล่อยมนุษย์ชาวดาวจาโมจาที่ทัณฑสถาน หลังโดราเอมอนใส่แผ่นดิสก์ไวรัสเข้าไปยังนาโพกิสโทร่าแล้วจึงทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหุ่นยนต์พังเสียหายทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ชาวดาวจาโมจาจึงรอดพ้นจากการปกครองของเหล่าหุ่นยนต์และเริ่มศักราชใหม่ของมนุษย์บนดาวจาโมจาอีกครั้งหนึ่ง

ตัวละครที่ปรากฏ[แก้]

โรงแรมบลิคิน[แก้]

  • ซาพิโอ บลิคิน[2] (サピオ・ブリーキン) หรือฉบับภาพยนตร์เรียก ซาพิโอ แกลเลียน (サピオ・ガリオン) เป็นบุตรชายของดยุคแกลเลียน บลิคิน[3] (ฉบับภาพยนตร์เรียก มาร์ควิสแกลเลียน) ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ หลังบิดามารดาถูกควบคุมตัวในเรือนจำขณะกลับไปยังเมืองหลวง เขาจึงรับหน้าที่ปกป้องห้องทดลองของครอบครัวบนเกาะบลิคิน ภายหลังได้หลบลี้ทหารของดาวจาโมจาไปยังดาวโลก แล้วขอความช่วยเหลือจากพวกโนบิตะที่เข้ามาพักในโรงแรมบลิคิน ทั้งนี้เขามีร่างกายอ่อนแอ ต้องอาศัยในแคปซูลสำหรับอำนวยความสะดวก[4]
  • บลิคิน[5] (ブリキン) เป็นหุ่นยนต์รูปตุ๊กตาสังกะสีของดยุคบลิคิน และเป็นผู้จัดการโรงแรมบลิคินที่พวกโนบิตะเข้าพัก ถือเป็นหุ่นยนต์ที่ทั้งดยุคบลิคินและซาพิโอไว้วางใจ
  • แท็ป[6] (タップ) เป็นหุ่นยนต์รูปกระต่ายเพศชายของดยุคบลิคิน แท็ปมีความสามารถพิเศษคือสามารถใช้ปากกลืนบรรจุของขนาดใหญ่ได้จำนวนมากเช่นเดียวกับกระเป๋าสี่มิติของโดราเอมอน[7] รวมทั้งใบหูที่สามารถรับเสียงฝีเท้าในระยะไกล[8]
  • ปิเอโร (ピエロ) เป็นหุ่นยนต์รูปตัวตลกของดยุคบลิคิน มีหน้าที่ขนสิ่งของและสัมภาระของลูกค้าภายในโรงแรมบลิคิน

กองทัพนาโพกิสโทร่า[แก้]

  • นาโพกิสโทร่าที่ 1[9] (ナポギストラー一世) เป็นหุ่นยนต์ที่นักประดิษฐ์ชาวดาวจาโมจาพัฒนาขึ้น แม้นาโพกิสโทร่านั้นเป็นเพียงหุ่นยนต์ แต่ก็มีความฉลาดเฉลียวด้วยสามารถคิดค้นและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่มนุษย์ที่เรียกว่า "อิมเมจคอน" (イメコン) แต่เพื่อลุแก่อำนาจภายหลังได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งจาโมจาปกครองหุ่นยนต์และกำจัดมนุษย์บนดาว
  • นายพลเนะจิริน[10] (ネジリン将軍) เป็นนายทหารใต้บังคับบัญชาของนาโพกิสโทร่า มีอำนาจควบคุมกองทัพหุ่นยนต์จาโมจาทั้งหมด ลักษณะพิเศษคือมีหนวดเครายาวรกรอบปาก ทั้งเป็นหุ่นยนต์รุ่นเก่าที่ยังใช้ระบบไขลาน[11]
  • ผู้กอง[12] (隊長) เป็นหุ่นยนต์ทหารใต้บังคับบัญชาของนายพลเนะจิริน มีลักษณะเด่นคือมีหนวดเคราแต่สั้นกว่านายพลเนะจิริน ซึ่งผู้กองเป็นผู้ลักพาตัวโดราเอมอนขณะพักอยู่ในโรงแรมบลิคิน เพราะเข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกับซาพิโอที่พวกเขาตามจับกุม
  • ดอกเตอร์โรบอต (ロボット博士) เป็นหุ่นยนต์นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการสอบปากคำและทรมานโดราเอมอนด้วยการช็อตไฟฟ้าแรงสูงใส่เพื่อสืบเสาะข้อมูลเกี่ยวกับซาพิโอ แต่โดราเอมอนปฏิเสธ จึงถูกช็อตจนคอมพิวเตอร์ภายในไหม้เสียหายทำให้โดราเอมอนหยุดการทำงาน ดอกเตอร์โรบอตจึงมีคำสั่งให้แบนโดราเอมอนเป็นเศษเหล็กแล้วทิ้งเป็นขยะลงทะเล
  • ทหาร (兵士) เป็นหุ่นยนต์ทหารของฝ่ายนาโพกิสโทร่า เป็นหุ่นยนต์ที่ใช้ระบบไขลาน แต่ไม่มีหนวด, สวมหมวกใบเรียบ และมีจำนวนหลายตัว

ผู้คนบนดาวจาโมจา[แก้]

  • ดยุคแกลเลียน บลิคิน[3] (ガリオン・ブリーキン公爵) หรือฉบับภาพยนตร์เรียก มาร์ควิสแกลเลียน (ガリオン侯爵) เป็นนักวิทยาศาสตร์ดาวจาโมจา เจ้าของเกาะบลิคิน และเป็นบิดาของซาพิโอ เขาเป็นคนแรกที่เห็นอันตรายระยะยาวหากมนุษย์บนดาวจาโมจาใช้อิมเมจคอนเพื่อความสะดวกสบาย หลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงได้เข้าใช้ห้องทดลองกลางเขาวงกตซึ่งอยู่ใต้ดินของโรงแรมบลิคินเพื่อทำการวิจัยกับภริยาในนั้นแรมปี เมื่อเมื่อการวิจัยสำเร็จ จึงได้เดินทางไปยังเมืองหลวงพร้อมภริยาเพื่อทูลพระราชาเพื่อแก้ปัญหา แต่กลับถูกพวกนาโพกิสโทร่าจับกุมตัวเสียก่อน
  • คุณนายบลิคิน (ブリーキン夫人) หรือฉบับภาพยนตร์เรียก คุณนายแกลเลียน (ガリオン夫人) เป็นภริยาของดยุคบลิคิน และเป็นมารดาของซาพิโอ เธอมีส่วนช่วยสามีสำหรับการค้นคว้าวิจัยในห้องทดลองบนเกาะบลิคินแรมปี แต่ภายหลังถูกควบคุมตัวพร้อมกับสามี
  • พระราชาอันแลค[3] (アンラック王) เป็นพระราชาของดาวจาโมจา พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในการค้นคว้าที่สร้างความสะดวกสบายแก่มนุษย์ของนาโพกิสโทร่า แต่มิทรงสนพระทัยคำเตือนของดยุคบลิคินว่านาโพกิสโทร่าจะก่อกบฏ หลังนาโพกิสโทร่ายึดอำนาจ พระองค์จึงประทับอยู่ในคุก
  • ซานตาคลอส[13] (サンタクロース) เป็นชายชราที่อาศัยอยู่ในขั้วโลกเหนือของดาวจาโมจาผู้มีหน้าที่แจกของขวัญแก่เด็กมนุษย์บนดาว แต่ทว่ามนุษย์บนดาวจาโมจาถูกควบคุมไปจนสิ้นแล้ว ทั้งนี้ซานตาคลอสที่ให้การช่วยเหลือซึเนะโอะและไจแอนท์ที่เครื่องบินตกบริเวณขั้วโลกเหนือก่อนพาส่งกลับเกาะบลิคิน อนึ่งซานตาคลอสในฉบับมังงะนั้นมีลักษณะเป็นหุ่นยนต์ แต่ในฉบับภาพยนตร์การ์ตูนมีลักษณะเป็นมนุษย์

ของวิเศษที่ปรากฏ[แก้]

  • "สัมภาระสำหรับขนสัมภาระ"[14] (荷物運び用お荷物)
  • "สกีอุลตร้าบาลานซ์"[15] (ウルトラバランススキー)
  • "คอปเตอร์ไม้ไผ่"[16] (タケコプター)
  • "ตะกร้าขยะสี่มิติ"[17] (四次元くずかご)
  • "กระเป๋าสำรอง"[18] (スペアポケット)
  • "แสงปรับสภาพ"[19] (テキオー灯)
  • "มินิโดรา"[20] (ミニドラえもん)
  • "ไฟฉายย่อส่วน"[20] (スモールライト)
  • "แพช่วยชีวิตปลอดภัยแน่นอน"[21] (絶対安全救命いかだ)
  • "ลูกบอลสำรวจเส้นทางเขาวงกต"[22] (迷路探査ボール)
  • "ห่วงผ่านทะลุ"[23] (通りぬけフープ)
  • "หนังสติ๊กปาเป้าแม่น ๆ"[24] (必中ゴムパチンコ)

เชิงอรรถ[แก้]

หมายเหตุ

มาจากคำว่า blik ในภาษาดัตช์[25]

อ้างอิง
  1. Jaeger, Eren. "Past Doraemon Films". Forums.BoxOffice.com. สืบค้นเมื่อ 20 May 2014. 
  2. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 78
  3. 3.0 3.1 3.2 ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 90
  4. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 79
  5. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 22
  6. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 99
  7. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 115
  8. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 121
  9. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 89
  10. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 49
  11. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 102
  12. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 46
  13. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 167
  14. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 23
  15. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 33
  16. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 68-69
  17. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 143
  18. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 144
  19. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 145
  20. 20.0 20.1 ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 147
  21. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 149
  22. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 156
  23. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 166
  24. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 178
  25. ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ, หน้า 21
บรรณานุกรม
  • ฟุจิโกะ เอฟ. ฟุจิโอะ (2556, 15 พฤศจิกายน). โดราเอมอน (ชุดพิเศษเล่ม 13 ฝ่าแดนเขาวงกต). กรุงเทพฯ : เนชั่นเอ็ดดูเทนเมนท์. ISBN 978-616-516-676-8

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]