โดราเอมอน (ตัวละคร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โดราเอมอน
ตัวละครใน โดราเอม่อน
คนสร้าง ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ
คนพากย์ ดูข้างล่าง
ประวัติ
เผ่าพันธุ์ หุ่นยนต์
เพศ ชาย
ญาติ โดเรมี (น้องสาว)
Doraemon opening tv ntv.png

โดราเอมอน (Doraemon) เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง โดราเอมอน เป็นหุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคตในยุค คริสต์ศตวรรษที่ 22 เกิดวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2655 ลักษณะตัวอ้วนกลมสีฟ้า (เมื่อแรกเกิดมามีสีเหลือง) ไม่มีใบหู เนื่องจากถูกหนูแทะ มีหน้าที่เป็นหุ่นยนต์พี่เลี้ยงซึ่งคนที่ซื้อโดราเอมอนมาคือ เซวาชิ เหลนของ โนบิตะ วันหนึ่งเซวาชิเกิดอยากรู้สาเหตุที่ฐานะทางบ้านยากจนจึงได้กลับไปในอดีตด้วยไทม์แมชชีนจึงได้รู้ว่าโนบิตะ (ผู้เป็นเทียด) เป็นตัวต้นเหตุ เซวาชิจึงได้ตัดสินใจให้โดราเอมอนย้อนเวลาไปคอยช่วยเหลือดูแลเวลาโนบิตะโดนแกล้งโดยใช้ของวิเศษที่หยิบจากกระเป๋า 4 มิติ

โดราเอมอนเคยได้รับเลือกจาก นิตยสารไทม์เอเชีย ให้เป็น 1 ในวีรบุรุษของทวีปเอเชียและในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 มาซาฮิโกะ คามูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นได้แต่งตั้งให้โดราเอมอนเป็นทูตสันถวไมตรีอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมของประเทศ โดยนับเป็น "ทูตแอนิเมชั่น" ตัวแรกของประเทศญี่ปุ่นและโดราเอมอนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูต โอลิมปิกฤดูร้อน 2020 อย่างเป็นทางการ

แรงบันดาลใจ[แก้]

ตัวละครโดราเอมอนนั้น ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2512 เนื่องจากนักวาดการ์ตูนทั้ง 2 ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ ได้ลงโฆษณาการ์ตูนเรื่องใหม่ของเขาทั้งสองไว้ว่าจะมีตัวเอกที่ออกมาจากลิ้นชัก ในนิตยสารการ์ตูนฉบับต้อนรับปีใหม่ แต่ในความจริงแล้วทั้ง 2 ยังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้แม้แต่น้อยเลย เมื่อใกล้ถึงเวลาส่งต้นฉบับก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับทั้ง 2 เป็นอย่างมาก

ฮิโรชิ ฟุจิโมโตะ 1 ในนักวาดการ์ตูน ได้เผอิญเห็นแมวจรจัดที่มักแอบเข้ามาเล่นที่บ้านของตนเองเป็นประจำ เขามักจะชอบจับแมวตัวนี้มาหาหมัด จนเวลาล่วงเลยมาถึง 4.00 น. ก็ยังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องใหม่ ทำให้ฮิโรชิโมโหตัวเองเป็นอย่างมาก และคิดเลยเถิดไปว่าโลกนี้น่าจะมีไทม์แมชชีน เพื่อย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต หลังจากนั้นฮิโรชิได้เผลอหลับไปด้วยความอ่อนล้า เมื่อเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา ทำให้เขาตกใจว่าตนเองเผลอหลับไป จึงรีบวิ่งลงจากบันไดบ้านไปสะดุดกับตุ๊กตาล้มลุกญี่ปุ่นของลูกสาวที่ตกอยู่บนพื้น

เหตุนี้เองทำให้ฮิโรชิเกิดไอเดียขึ้นโดยนำหน้าแมวจรจัดมาผสมกับตุ๊กตาญี่ปุ่น สร้างออกมาเป็นตัวละครหุ่นยนต์แมวจากอนาคตคอยช่วยเหลือเด็กชายที่แสนจะไม่ได้เรื่อง และตั้งชื่อว่า โดราเอม่อน เป็นคำผสมระหว่าง "โดราเนโกะ" กับ "เอมอน" ในภาษาญี่ปุ่น โดราเนโกะนั้นแปลว่าแมวหลงทาง ส่วนคำว่า "เอม่อน" เป็นคำเรียกต่อท้ายชื่อของเด็กชายในสมัยก่อนของประเทศญี่ปุ่น ชื่อโดราเอม่อน มีทั้งหมด 5 ชื่อ ด้วยกัน ชื่อที่ 1 โดราเอมอน ชื่อที่ 2 โดเรมอน ชื่อที่ 3 โดราจัง ชื่อที่ 4 โดราม่อน ชื่อที่ 5 โดราเอม่อนแมวจอมยุ่ง มีน้องสาวชื่อว่า โดรามี่

ต้นกำเนิด[แก้]

โดราเอมอนสมัยตัวสีเหลืองมีหู

โดราเอม่อนถูกผลิตขึ้นในโรงงานมัตซึชิบะที่เมือง โตเกียว เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2655 ในศตวรรษที่ 22 แต่ในระหว่างการผลิตเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ทำให้โดราเอมอนมีคุณสมบัติไม่เหมือนหุ่นยนต์แมวตัวอื่น ต้องเข้ารับการอบรมในห้องเรียนคลาสพิเศษของโรงเรียนหุ่นยนต์ (และได้พบกับเพื่อนๆ แก๊งขบวนการโดราเอมอนที่นั่น) จนกระทั่งวันหนึ่งในงาน "โรบ็อต ออดิชั่น"(การแสดงหุ่นยนต์) ซึ่งเป็นงานที่จัดให้มีการแสดงความสามารถของหุ่นยนต์ที่ได้ผ่านการอบรมแล้ว ด้วยความซุกซนของ เซวาชิ ในวัยเด็ก เขาจึงได้กดปุ่มเลือกซื้อโดราเอมอนมาไว้ที่บ้าน ด้วยเหตุนี้โดราเอมอนจึงได้มาอยู่อาศัยที่บ้านของเซวาชิ ในฐานะของหุ่นยนต์เลี้ยงเด็กแต่ในต้นฉบับดั้งเดิมนั้นจะแตกต่างกันคือโดราเอมอนได้ถูกนำไปขายทอดตลาดเพราะเป็นสินค้าไม่ได้คุณภาพ จากนั้นคุณพ่อและคุณแม่ของเซวาชิจึงมาซื้อโดราเอมอนเพราะเห็นว่าราคาถูกจึงเอาไปไว้ที่บ้านเป็นพี่เลี้ยงเซวาชิ

แต่เดิมนั้นตัวโดราเอมอนมีสีเหลืองและมีหู แต่แล้วในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2665 เซวาชิได้ใช้หุ่นยนต์หนูแก้รูปปั้นที่จะให้โดราเอมอนแต่หุ่นยนตหนูเข้าใจว่าให้แก้ที่หูของโดราเอมอน ขณะที่โดราเอมอนหลับอยู่นั้นใบหูก็โดนหนูแทะจนแหว่งไปทั้ง 2 ข้างและไม่สามารถซ่อมแซมให้เหมือนเดิมได้ หลังจากรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หุ่นยนต์แมว "โนราเมียโกะ" แฟนสาวของโดราเอมอนก็มาเยี่ยมแต่พอรู้ว่าโดราเอมอนไม่มีหู เหลือแต่หัวกลมๆ โนราเมียโกะถึงกับหัวเราะเป็นการใหญ่ ทำให้โดราเอมอนเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ก็พยายามทำใจด้วยการดื่มยาเสริมกำลังใจแต่โดราเอมอนหยิบผิดกลายเป็นดื่มยาโศกเศร้าแทน ทำให้เขาโศกเศร้ากว่าเดิม และร้องไห้ไม่หยุดอยู่ริมชายหาด 3 วัน 3 คืนจนสีลอกเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน หลังจากนั้นโดราเอมอนจึงเกลียดกลัวหนูเป็นอย่างมากและไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองเกี่ยวกับเรื่องความรัก

นอกจากนั้น โดราเอมอนยังมีน้องสาวชื่อโดเรมี ที่จริงก็แค่ใช้เศษเหล็กแบบเดียวกันในการผลิตแต่โดเรมีใช้น้ำมันรุ่นใหม่ ขณะที่ผลิตโดราเอมอนอยู่ถูกฟ้าผ่าทำให้ตื่นก่อนกำหนดกับเผลอทำชิปควบคุมหลักหล่นหายไป 1 ส่วนจึงทำให้ความสามารถของโดราเอมอนนั้นต่ำกว่าหุ่นยนต์รุ่นเดียวกันมากจึงหยิบของวิเศษผิดพลาดบ่อยๆ กับความสามารถทางกายภาพจะอ่อนกว่ารวมถึงกินจุมากกว่าด้วย

โดราเอมอนมีหุ่นผู้ช่วยคือมินิโดรา เป็นหุ่นโดราเอมอนขนาดเล็กจำนวนมาก โดยทุกตัวจะไม่มีหูมีสีที่แตกต่างกับไป แล้วก็พูดแต่คำว่า "โดราโดรา" เป็นภาษาโดราเอมอนที่มีแต่โดราเอมอนกับโดเรมีที่จะเข้าใจภาษา กับมินิโดราจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแทนตอนโดราเอมอนไม่อยู่หรือตอนโดราเอมอนพังจะมาช่วยซ่อมให้ โดยมินิโดราถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้โดราเอมอนเป็นต้นแบบ

พอเมื่อมาอยู่กับโนบิตะนั้น โดราเอมอนใช้ชีวิตในฐานะหุ่นยนต์แมวตัวสีฟ้าที่พูดได้ โดยโดราเอมอนเมื่อโดนเรียกว่าทานุกิหรือแรคคูนจะโกรธเอามากๆ โดยใช้ชีวิตร่วมกับโนบิตะกับให้ยืมใช้ของวิเศษต่างๆ แม้จะเกิดเรื่องโกลาหลกว่าตลอดก็ตาม โดยโดราเอมอนนอนอยู่ในห้องเก็บของที่อยู่ในห้องนอนของโนบิตะกับไทม์แมชชีนไว้ในลิ้นชักที่ใต้โต๊ะของโนบิตะ โดยให้โนบิตะ, ชิซุกะ, ไจแอนท์และซูเนโอะ ปิดเรื่องไทม์แมชชีนเป็นความลับไม่ให้คนอื่นรู้ว่าโดราเอมอนมาจากอนาคต

สาเหตุที่โดเรมอนไปอยู่กับโนบิตะกับความผิดพลาดที่เห็นแก่ตัวของโดเรมอน[แก้]

สาเหตุที่แท้จริงของโดเรมอนที่ไปอยู่กับโนบิตะนั้นเป็นเหตุผลง่ายๆ เพราะตอนที่โดเรมอนโดนหนูกัดหูขาดไปนั้น โดเรมอนถูกส่งไปโรงพยาบาล โดยคุณหมอนั้นตัดหูทิ้งไปจนหัวกลมกับเกิดอาการกลัวหนูมากเกินเหตุถึงขนาดตัวซีดเป็นสีฟ้ามาถึงปัจจุบัน จากนั้นเสียใจมากจึงไปถามเซวาชิว่าทำไมไม่ซ่อมหูให้ในเมื่อครอบครัวเซวาชิเป็นเจ้าของต้องหาทางช่วยได้แต่เซวาชิก็บอกว่าที่ฐานะทางบ้านยากจนมากเพราะโนบิตะที่เป็นบรรพบุรุษของตนนั้นได้ก่อเรื่องสร้างหนี้สินสารพัดไว้มากมายมหาศาลหนี้ใช้ยังไม่หมดจนลูกหลานตระกูลโนบิรุ่นหลังต้องมารับเคราะใช้หนี้กับลำบากมาก โดเรมอนจึงคิดได้ว่าถ้าย้อนอดีตไปอยู่กับโนบิตะที่เป็นวัยหัวเลี้ยงหัวต่อ โดยเป็นวันที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องร้ายๆ เข้ามาในชีวิตของโนบิตะในวันปีใหม่กับแก้ไขเวลาในช่วงอดีตนับจากนั้นใช้ชีวิตปรับปรุงโนบิตะให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีก็จะสามารถช่วยให้ตระกูลโนบิรุ่นหลังมาจะไม่มีหนี้สินกับมีความเจริญมากขึ้น ทำให้ครอบครัวของเซวาชินั้นสามารถมีเงินมีฐานะปกติหรือรวยมากพอที่จะซ่อมหูให้ตนได้ เพราะถ้าโดเรมอนไม่โดนหนูกัดหูจนขาดหรือตระกูลโนบิรุ่นเซวาชิไม่มีหนี้สิน โดเรมอนก็ไม่มีเหตุผลที่ย้อนอดีตไปในยุคของโนบิตะโดยเด็ดขาดแต่พอเมื่อย้อนอดีตมานั้นโดเรมอนได้เปลี่ยนแปลงเส้นเวลาของตัวเองกับเส้นเวลาที่โนบิตะอาศัยอยู่ทำให้เกิดเส้นเวลาใหม่ขึ้นมาคือโนบิตะมีชีวิตเหมือนคนปกติไม่โชคร้ายเกินไปไม่เป็นหนี้แต่งงานกับชิซุกะสร้างครอบครัวกัน ทำให้เซวาชิที่เป็นสายเลือดของตระกูลโนบิกับโกดะไม่ได้เกิดขึ้นมาไม่มีตัวตนในเส้นเวลาใหม่ โดยตระกูลโนบิจะไม่เป็นเครือญาติกับตระกูลโกดะ

เมื่อเซวาชิไม่ได้เกิด โดเรมอนก็จะไม่ถูกซื้อมาเป็นหุ่นยนต์พี่เลี้ยงให้เซวาชิ ทำให้โดเรมอนเป็นหุ่นยนต์พี่เลี้ยงที่ไม่มีใครอยากได้ เมื่อโดเรมอนไม่ได้ถูกซื้อมาเป็นพี่เลี้ยงกับถูกกำจัดทิ้งเพราะเป็นของไร้ค่าในอนาคต ส่วนโดเรมี่ก็จะไม่ถูกสร้างขึ้นมาหรือก็คือโดเรมอนคิดย้อนอดีตมา โดยสร้างเส้นเวลาใหม่เพราะความเห็นแก่ตัวของโดเรมอนเองเพื่ออยากได้หูคืนกับให้ครอบครัวเจ้าของมีฐานะการเงินมากเพียงพอแค่นั้น โดยไม่คำนึงถึงอนาคตของตนกับเซวาชิและโดเรมี่กับเหตุการณ์ที่ทำให้คนสำคัญในโลกอนาคตที่เกี่ยวข้องนั้นถูกลบหายไปทั้งกาลเวลาทำให้เกิดเส้นเวลาที่ไม่มีโดเรมอนกับเซวาชิและโดเรมี่อยู่นั้นเกิดขึ้นมาได้ ทำให้เส้นเวลาของโดเรมอนถูกลบหายไปจากประวัติศาสตร์

ซึ่งช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับโนบิตะนั้น ทำให้โดเรมอนล้มเลิกเรื่องซ่อมหูไปกับ ใช้ชีวิตในฐานะทานุกิตัวสีฟ้าประหลาดพูดได้ที่เป็นสัตว์เลี้ยงของตระกูลโนบิ หรือคนบ้าที่ใส่ชุดตุ๊กตาประหลาดที่าขออยู่ชั่วคราว เพื่อไม่ให้ในคนในอดีตส่วนใหญ่รู้เรื่องอนาคตมากเกินไป ในช่วงปัจจุบันกับครอบครัวของโนบิตะจนกว่าโนบิตะจะเรียนจบประถมแล้วตนค่อยกลับอนาคตของตนก็ตามกับเน้นเป้าหมายคือให้โนบิตะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเท่านั้น แม้ว่าในเส้นเวลาของตนจะหายไปตลอดกาลก็ตาม ตอนโนบิตะไปเรียนโดราเอมอนจะอยู่บ้านหรือไม่ก็ไปเล่นนอกบ้านโดยเดทกับมี่จัง

แม้ว่าการที่โดเรมอนเปลี่ยนแปลงอนาคตนั้นทำให้พวกเซวาชิหายไปแต่โดเรมอนจะไม่หายไป เนื่องจากกฎของการท่องเวลาที่เดินทางข้ามกาลเวลาเปลี่ยนอดีตไปมาหลายครั้งมากเกินไป กฎการหายตัวไปตามเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปมาจะทำให้โดเรมอนนั้นไม่หายไปตามกระแสของเวลาที่เปลี่ยนแปลงในทันทีแต่ตัวโดเรมอนจะค่อยๆหายไปทีละนิด ต่อให้โนบิตะถูกฆ่าหรือฆ่าตัวตายก่อนแต่งงาน แม้ว่าจะทำให้โดเรมอนหายตัวไปแต่มันจะไร้ผลเนื่องจากมันจะส่งผลต่อเซวาชิกับโดเรมี่และทุกคนในเส้นเวลาของโดเรมอนแต่ไม่ใช่ตัวโดเรมอน เพราะกฎของการเดินทางข้ามกาลเวลานั้นไร้ผล เพราะผลกระทบของการเดินทางข้ามกาลเวลามากเกินไป แต่มันจะส่งผลกระทบสู่โดเรมอนอย่างช้าๆ

โดยเมื่อเส้นเวลาบรรจบกับแยกเส้นเวลาใหม่ออกจากกันคือตอนเหตุการณ์ใหญ่ในเส้นเวลา แบบตอนโดเรมอนอยู่กับโนบิตะนั้นถ้าอยู่กันแค่ไม่นานแล้วกลับไป เส้นเวลายังคงเดิมคือ โดยโนบิตะต้องไปแต่งงานกับไจโกะ เซวาชิลูกหลานในอนาคตก็เกิดขึ้นมาแล้วโดเรมอนก็ถูกซื้อเพราะเป็นของราคาถูก เป็นวงปิดเหมือนไก่กับไข่แต่เมื่อโดเรมอนเปลี่ยนอดีตสำเร็จ อนาคตอันใหม่โนบิตะแต่งงานกับชิซุกะ ทำให้โนบิตะไม่เคยแต่งงานกับไจโกะ ไม่เคยเป็นหนี้สิน ลูกหลานอย่างเซวาชิไม่เคยเกิด โดเรมอนไม่ถูกซื้อในอนาคตแปลว่าโดเรมอนจะหายไปในช่วงเวลาจะแตกต่างกันหรือไม่ก็โดเรมอนกับเซวาชิและโดเรมี่หลอกโนบิตะมาแต่เรื่องแต่งงานกับไจโกะ เพราะทั้ง 3 คนเอาแต่บอกว่าโนบิตะให้แต่งงานกับชิซุกะ ไม่เห็นพูดเรื่องที่ว่าไจโกะดียังไงแม้แต่อย่างเดียวหรือก็คือทั้ง 3 คน จงใจให้โดเรมอนมาอยู่กับโนบิตะเพื่อให้ความแน่ใจว่าโนบิตะจะมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกับการที่ทำให้พวกตนได้เกิดขึ้นมา

แต่ว่าความจริงนั้นสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ คือโดเรมอนใช้ผ้าคลุมกาลเวลา แค่นี้ตนก็จะมีหูหรือไม่ก็ทำการล้างสมองโนบิตะด้วยการใช้ของวิเศษเช่น เปลี่ยนโนบิตะให้เป็นคนหัวดีกับเพิ่มฐานะการเงินด้วยธนาคารเพิ่มจำนวนกับเก็บเงียบไว้หลายปีแค่นี้ต่อให้ครอบครัวจะลำบากหรือไม่ก็มีฐานะกับใช้ชีวิตที่ดีได้เพียงแค่นี้

นักพากย์[แก้]

ญี่ปุ่น[แก้]

  • โคเซ โทมิตะ ต่อมาเปลี่ยนเป็น มาซาโกะ โนซาวะ (2516 - 2522)
  • โนบุโยะ โอยามะ (2522 - 2548)
  • วาซาบิ มิซึตะ (2548 - ปัจจุบัน)

ไทย[แก้]

อ้างอิง[แก้]