ซง โกคู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โงกุน)
ซง โกคู
ตัวละครใน ดราก้อนบอล
โกคูในวัยต่างๆ.jpg
ซง โกคูในวัยต่าง ๆ
ปรากฏครั้งแรก มังงะ
ดราก้อนบอล ตอนที่ 1
อะนิเมะ
ดราก้อนบอล ตอนที่ 1
คนสร้าง อะกิระ โทะริยะมะ
ประวัติ
เผ่าพันธุ์ ไซย่า
เพศ ชาย
ญาติ บาร์ดัค (่พ่อ)
กิเน (แม่)
ราดิช (พี่ชาย)
จีจี้ (ภรรยา)
ซง โกฮัง (บุตรชาย)
ซง โกเท็น (บุตรชาย)
ปัง (หลานสาว)
ซง โกคู ในวัยเด็ก
ซง โกคู ในสภาพซูเปอร์ไซย่า

ซง โกคู (孫悟空, そんごくう, ซง โงะคู) ตัวละครหลักจากการ์ตูนชุดเรื่องดราก้อนบอล และเป็นตัวละครการ์ตูนที่เป็นที่นิยมที่สุดคนหนึ่ง ทั้งนี้ ชื่อ ซง โกคู มาจากชื่อ ตัวละคร ซง หงอคง ในนิยายเรื่องไซอิ๋ว ซึ่งสะกดว่า 孫悟空 (ซน โงะกู) ในภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน โกคู หรือ ซง โกคู ในประเทศไทยเรียกชื่อ ซุน โงกุน ซึ่งน่าจะอ่านคล้ายกับ โงะกู หรือ หงอคงในภาษาจีน เป็นพระเอกของเรื่องเป็นชาวไซย่าที่เก่งที่สุด มีพ่อชื่อบาดั๊ก พี่ชายชื่อ ราดิซ โกคูเป็นชาวไซย่าที่มีอีกชื่อหนึ่งว่า คาคาล็อต โกคูเมื่อตอนเริ่มเรื่องเล่มที่ 1 บอกกับบูลม่าว่ามีอายุ 14 ปี แต่ในเล่ม 3 บอกว่าอายุ 12 ปี เนื่องจากนับเลขผิด โกคูได้ช่วยปกป้องโลกเอาไว้หลายครั้งแล้วจากการทำลายโลกของฝ่ายร้าย เช่น จอมมารพิคโกโร่ ฟรีเซอร์ เซล จอมมารบู โกคูชอบกินข้าวมากๆ และชอบชวนคนอื่นอาบน้ำ และจะหิวบ่อยเป็นคนที่อารมณ์ดีไม่ชอบทะเลาะ ซึ่งต่างกับเบจิต้าอย่างมาก

โกคูได้เรียนฝึกวิชากังฟูกับ ซง โก ฮัง ปู่บุญธรรม ซึ่งถูกโกคูที่แปลงเป็นลิงยักษ์หลังจากเผลอไปมองดวงจันทร์เต็มดวงเหยียบตาย จากนั้นไปเรียนวิชากับผู้เฒ่าเต่า หรือผู้เฒ่ามูเท็น ซึ่งเป็นอาจารย์ของ ซง โก ฮัง และ ราชาปีศาจวัว ต่อมาเป็นท่านคารินแห่งหอคอยคาริน ถัดมาอีกได้ไปฝึกกับพระเจ้าโดยมีมิสเตอร์โปโปเป็นผู้ช่วยสอน ต่อมาเป็นท่านจ้าวพิภพได้สอนพลังหมัดจ้าวพิภพจนโกคูเก่งขึ้นมาก พลังที่มากที่สุดของโกคูคือพลังบอลเก็งกิ ซึ่งเอาพลังของสิ่งมีชีวิตทั้งโลกหรือจักรวาลมารวมกันแล้วปล่อยออกไปซึ่งสามารถทำลายล้างได้สูงมาก อาจาย์คนต่อมาของโกคูคือ ชาวดาวยาโดแร็ต ซึ่งยานที่โกคูใช้หนีออกจากดาวนาเม็กได้ตั้งที่หมายไว้อัตโนมัติ ในเรื่องไม่ได้เอ่ยชื่อว่าชื่ออะไร ซึ่งโกคูได้เล่าว่าอ้อนวอนอยู่นานจึงจะสอนวิชาเคลื่อนย้ายในพริบตาให้ อาจารย์คนสุดท้ายของโกคูคือ ชาวดาวเมตามอร์ ที่สอนวิชาฟิวชั่นให้ในปรโลก เป็นวิชาที่ใช้รวมร่างกับคนที่มีขนาดของพลังเท่าๆ กันซึ่งจะทำให้พลังและความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ในเรื่องไม่ได้เอ่ยชื่อ

ประวัติของซง โกคู[แก้]

ประวัติตามท้องเรื่อง[แก้]

โกคูมีอาจารย์ถึง 7 คน เวลาต่อสู้ทุกครั้งโกคูจะดีใจและตื่นเต้นเพราะจะได้สู้กับคนที่เก่งที่สุดอย่างเช่นฟรีเซอร์ และชาวไซย่าโบรลี่ โกคูถึงแม้จะเก่งที่สุดในเรื่อง แต่เคยเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขันศึกชิงเจ้ายุทธภพเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น โดยครั้งแรกที่เข้าแข่งขันในศึกชิงเจ้ายุทธภพครั้งที่ 21 แพ้ให้แก่ แจ๊คกี้ ชุน ซึ่งก็คือผู้เฒ่าเต่าที่ปลอมตัวมาเข้าแข่งขัน ป้องกันไม่ให้ลูกศิษย์ทั้งสองคือ โกคู และ คูริริน คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ครั้งที่สองในศึกชิงเจ้ายุทธภพครั้งที่ 22 แพ้ให้แก่ เท็นชินฮัง โดยถูกรถชนระหว่างที่ปลิวออกนอกสนามไปทั้งคู่ ครั้งที่สามในศึกชิงเจ้ายุทธภพครั้งที่ 23 ชนะ พิคโกโร่ จูเนียร์ และได้รางวัลผู้ชนะเลิศศึกชิงเจ้ายุทธภพเป็นครั้งแรก ครั้งที่สี่ในภาคจอมมารบู สู้กับเบจิต้า ซึ่งถูกจอมมารบาบิดี้ครอบงำและได้ฆ่าคนดูในสนามตายมากมาย โกคู จึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่ไปสู้กับ เบจิต้า เพียงแค่สองคน และเป็นครั้งแรกที่เผยโฉมว่า โกคู สามารถเป็น ซุปเปอร์ไซย่า ขั้นที่ 2 ได้ โดยโกคูสามารถแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่า ขั้นที่ 3 ได้ในภาคจอมมาร บู ซุปเปอร์ไซย่า ขั้นที่ 4 ได้ในภาค GT โดยจะแปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่า ขั้นที่ 4 ได้นั้น ต้องแปลงเป็นลิงยักษ์เสียก่อน และสุดท้าย ซุปเปอร์ไซย่า ขั้นที่ 5 และ ขั้นที่ 6 ในภาค AF (After Future) ซึ่งภาค GT และ AF นั้น เป็นการ์ตูน โดจิน หรือ แฟนๆ เป็นผู้เขียน ไม่ใช่ อ.โทริยาม่า เขียน

ประวัติในช่วงเติบโต[แก้]

ซง โกคูเป็นชาวไซย่า และโตที่โลก โดยมีชื่อเดิมว่า"คาคาร็อต" (แผลงมาจากคำว่า แครอท) โดยมีบิดาที่ชื่อ บาร์ดัคในตอนเด็กซงโกคูจะมีหางงอกมาเหมือนลิง ถ้าเขามองดวงจันทร์เต็มดวงเมื่อไหร่เขาจะกลายร่างเป็นลิงยักษ์ ไม่สามารถควบคุมสติได้ แต่มีพลังโจมตีมหาศาล ตอนโตขึ้นมา เขาสามารถพัฒนาพลังต่อสู้ จนผ่านพ้นขีดขั้นของชาวไซย่าปรกติได้ จนกลายเป็น ซุปเปอร์ไซย่า โดยผมเปลี่ยนเป็นสีทอง และมีพลังโจมตีมหาศาล มีออร่ารอบตัว ในตอนนี้โกคูสามารถแปลงร่างเป็นได้ทั้งหมด 8 ร่าง (ยกเว้นภาค AF) คือ

1.False Super Saiyan 

ผมเปลี่ยนเป็นสีนํ้าตาล ปรากฏตัวเฉพาะใน Dragon Ball Z The Movie: Lord Slug หรือชื่อไทยคือ ซุปเปอร์ไซย่า ซงโงกุน เป็นร่างที่มีพละกำลังและพลังเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นซุปเปอร์ไซย่า (แต่ไม่เกี่ยวข้องกับในซีรีส์หลักนะครับ)

2.Super Saiyan 1 

ผมและคิ้วเปลี่ยนเป็นสีทอง ผมตั้งมากกว่าปกติ มีนัยน์ตาเป็นสีเขียว มีพลังและความเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 เท่า ปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่สู้กับฟรีซเซอร์ เกิดมาจากการที่คูริรินถูกฟรีซเซอร์ฆ่าตาย ทำให้โงกุนโกรธและกลายร่างเป็นร่างนี้

3.Super Saiyan 2 

ผมและคิ้วเปลี่ยนเป็นสีทองและยาวมากขึ้น ผมตั้งมากกว่าซุปเปอร์ไซย่า 1 มีนัยน์ตาเป็นสีเขียว เป็นร่างที่พัฒนามาจากซุปเปอร์ไซย่า 1 โดยร่างนี้เกิดจากความโกรธที่สูงขึ้นไปอีก โดยจะมีพลังและความเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 เท่า และมีสายฟ้ารอบตัว ปรากฏตัวในตอนที่สู้กับเบจิต้าที่โดนแม่มดบาบิดี้ครอบงำ ที่โกคูสามารถแปลงได้เพราะฝึกกับท่านไคโอสูงสุดมา

4.Super Saiyan 3 

มีผมที่ยาวขึ้น ไม่มีคิ้ว มีนัยน์ตาเป็นสีฟ้า และมีสายฟ้ารอบตัว เป็นร่างที่พัฒนามาจากซุปเปอร์ไซย่า 2 โดยร่างนี้เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนัก โดยจะมีพลังและความเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิม 400 เท่า เป็นร่างที่ใช้พลังงานมากและร่างกายจะได้รับภาระอย่างหนัก จึงไม่ค่อยได้ใช้สักเท่าไหร่ โดยจะปรากฏตัวครั้งแรกในช่วงที่สู้กับจอมมารบู

5.Super Saiyan 4 

มีผมและคิ้วสีดำ มีนัยน์ตาเป็นสีดำ-เหลือง ขนสีแดงครึ่งตัว โดยเงื่อนไขในการแปลงร่างคือต้องแปลงร่างเป็นลิงยักษ์สีทอง และต้องควบคุมให้ได้ ถึงจะสามารถแปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่า 4 ได้ โดยจะปรากฏตัวครั้งแรกใน Dragon Ball GT เมื่อตอนที่สู้กับเบบี้

6.Super Saiyan God 

มีผมและคิ้วเป็นสีแดงเรืองแสง โดยทรงผมจะเหมือนกับร่างปกติ มีนัยน์ตาเป็นสีแดงเรืองแสง มีออร่ารอบตัวเป็นเหมือนเปลวเพลิงสีแดง โดยเกิดจากการนำพลังของชาวไซย่าคุณธรรมทั้ง 5 คนมารวมอยู่ในคนเดียว โดยจะปรากฏตัวใน Dragon Ball Z The Movie: Battle Of God หรือชื่อไทยคือ ศึกสงครามเทพเจ้า และ Dragon Ball Super

7.Super Saiyan Blue 

มีผมและคิ้วเป็นสีฟ้าเรืองแสง มีนัยน์ตาเป็นสีฟ้าเรืองแสง มีออร่ารอบตัวเป็นลักษณะสีฟ้าอ่อน เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนักและอยู่ในที่ของพระเจ้า โดยจะปรากฏตัวใน Dragon Ball Z The Movie: Resurrection Of F หรือ Revival Of F หรือ ชื่อไทยคือ การกลับมาของฟรีซเซอร์ และ Dragon Ball Super

8.Ultra Instinct

มีผมและคิ้วเป็นสีดำ มีนัยน์ตาเป็นสีเงิน มีออร่ารอบตัวเป็นลักษณะสีน้ำเงิน เกิดจากการที่บอลเกงกิระเบิดใส่โกคูและพลังโกคูได้ต่อต้านไว้ทำให้ดึงพลังที่ซ่อนทั้งหมดออกมา โดยลักษณะพิเศษร่างนี้คือร่างกายจะตอบสนองไปเองโดยไม่ได้นึกคิดหลบหลีกป้องกันโจมตีได้เอง ซึ่งถ้าหากร่างนี้สมบูรณ์จะมีผมสีขาวและมีพลังที่เหนือกว่าเทพทำลายล้างและเป็นร่างที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของโกคู

ครอบครัว[แก้]

ร่างต่างๆและท่าไม้ตายของโกคู[แก้]

  • หมัดเป่ายิ้งฉุบ (Rock, Scissors 'N' Paper) - ใช้ตอนที่ยังเป็นเด็ก
  • ท่าแยกร่างภาพลวงตา 3 ชั้น (Afterimage Technique) - ใช้ตอนที่ยังเป็นเด็กในศึกชิงเจ้ายุทธภพครั้งที่ 21 โดยลอกเลียนท่าจาก แจ๊คกี้ ชุน (ผู้เฒ่าเต่า) ที่ใช้ภาพลวงตา 2 ชั้น โดยเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำตามได้ โกคูสามารถพัฒนาวิชานี้ และนำมาใช้ในการต่อสู้อยู่บ่อย ๆ
  • พลังคลื่นเต่า (Kamehameha (かめはめ波) ทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษใช้คำๆเดียวกัน) - เป็นท่าที่โกคูเห็นผู้เฒ่าเต่าทำครั้งเดียวก็สามารถทำตามได้
  • วิชาเหินเวหา หรือ บิน (Flight) - ปูอัลบินได้คนแรกในเรื่อง และเป็นท่าที่ เท็นชิงฮัง และ เจ่าซือ ทำปรากฏให้เห็นในศึกชิงเจ้ายุทธภพครั้งที่ 22 โกคู สามารถบินได้หลังจากไปฝึกวิชากับพระเจ้า
  • หมัดเจ้าพิภพ (Kaio-ken) - เรียนมาจากท่านเจ้าพิภพ เป็นการเพิ่มพลังและความเร็วขึ้นอย่างฉับพลันได้หลายเท่าของพลังร่างกาย โดยจะมีออร่าสีแดงปรากฏขึ้นรอบกาย ใช้ครั้งแรกกับนับป่ะ 1 เท่า เบจิต้า 3 เท่า กินิว 1 เท่า และครั้งสุดท้ายกับฟรีเซอร์ เคยใช้ได้สูงสุด 20 เท่า โดยหลังจากเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้แล้ว ท่านี้ก็มาใช้อีกทีในภาค Dragon Ball Super โดยใช้ร่วมกับ Super Saiyan Blue ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับภาระอย่างหนัก ทำให้ควบคุมร่างกายและพลังของตนเองไม่ได้
  • บอลเก็งกิ (The Spirit Bomb) - จะมีอยู่ 2 แบบ แบบแรก เป็นขนาดเล็กที่โกคูสามารถถือไว้ในมือข้างเดียวได้ กับ แบบที่ 2 เป็นแบบลูกใหญ่ที่ต้องใช้ทั้งสองมือ(เป็นท่าที่ใช้ปราบจอมมารบู(เด็ก)) ท่านี้เป็นท่าที่รวบรวมพลังมาจากสิ่งมีชีวิต เป็นท่าที่ต้องรวบรวมพลังนานที่สุดในบรรดาทุกท่าไม้ตายของโกคู
  • หมัดตะวัน (Solar Flare) - เป็นท่าไม้ตายของเท็นชินฮัง โกคู สามารถลอกเลียนท่าได้ และหยิบยืมมาใช้ในยามคับขันหลายครั้ง
  • หมัดเทพมังกร (Dragon Fist) - เป็นท่าเฉพาะของซูเปอร์ไซย่าขั้น 3 กับ 4 เท่านั้นใช้กับ ฮิรูดีการ์น และ มังกร 3 ดาว
  • เคลื่อนไหวในพริบตา (Instantaneous Transmission) - เป็นท่าที่โกคูเรียนมาจาก ชาวดาวยาโดแรต เป็นวิชาที่จะเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังสถานที่ใดๆก็ได้ในจักรวาล ตามคลื่นจิตของสิ่งมีชีวิตที่ต้องการจับพลัง
  • ฟิวชั่น - เรียนมาจากชาวดาวเมตามอร์ในปรโลก เป็นวิชาที่ใช้รวมร่างกับคนที่มีพลังเท่าๆ กัน ซึ่งจะทำให้ทั้งพลังและความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่มีเวลาจำกัด30นาที การฟิวชั่นยังมีอีกวิธีนึง คือ การใช้ตุ้มหูโปตาร่า แต่จะให้พลังน้อยกว่าการใช้ท่าฟิวชั่น(ตามข้อมูลของอ.โทริยาม่าที่ลงไว้ในออฟฟิสเชี่ยล) มีเวลาจำกัดเต็มที่1ชั่วโมงสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับเทพจะแยกร่างกันไม่ได้อีก การคูณพลังของร่างฟิวชั่น คือ พลังสูงสุดของทั้งสองคนที่ทำฟิวชั่นรวมกัน(+)แล้วคูณ100เท่า
  • แก่นแท้แห่งอัตนิยม (Ultra Instinct) เรียนมาจากวิส อาจารย์ของบิลส์ ท่านี้ร่างกายสามารถตอบสนองและเคลื่อนไหวได้เองโดยที่ไม่ต้องคิด

ชื่อภาษาญี่ปุ่น[แก้]

ในประเทศไทย ได้มีการแปลชื่อของ ซง โกคู ไปหลากหลายชื่อ ซึ่งรวมถึง "ซง โงกุน" และ "ซง หงอคง" ซึ่ง "ซง โงกุน" เป็นการแปลที่ผิดไปจากต้นฉบับดั้งเดิม โดยชื่อจากภาษาญี่ปุ่น เขียนในคันจิว่า 孫悟空 นั้นหากอ่านตาม การอ่านชื่อคนในแบบญี่ปุ่น (เสียงคุง ซึ่งจะอ่านตามตัว) จะอ่านว่า ซง โกคู

สำหรับการแปลชื่อเป็น "ซง หงอคง" แปลตามที่มาของภาษาญี่ปุ่น ให้สอดคล้องกับเจตนาของผู้แต่งที่ต้องการเชื่อมโยงตัวละครเข้ากับ ซง หงอคงในเรื่องไซอิ๋ว โดยในภาษาญี่ปุ่น ซง หงอคง ในเรื่องไซอิ๋ว สะกดว่า 孫悟空 (ซง โกคู) เหมือนกัน

ในภาษาอังกฤษ ผู้แต่งโทริยามา อากิรา ใช้ชื่อว่า Son Goku ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้อย่างเป็นทางการ แต่ในภาษาญี่ปุ่นกลับเขียนภาษาอังกฤษว่า Son Gokou หรือ Son Gokuh แทน

นักพากย์[แก้]

ญี่ปุ่น
สหรัฐอเมริกา
ไทย

เกร็ดเล็กน้อย[แก้]

  • ชื่อของคาคาล็อต มาจากชื่อ แครอท

ดูเพิ่ม[แก้]