แสง มนวิทูร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ศาสตราจารย์ ร.ต.ท. แสง มนวิทูร (28 กรกฎาคม พ.ศ. 2443 -7 ตุลาคม พ.ศ. 2516) เป็นนักวิชาการด้านภาษาบาลีและสันสกฤตของ กรมศิลปากร และศาสตราจารย์พิเศษคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยรับหน้าที่ในการสอนภาษาสันสกฤต บาลี และศาสนา ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร รวมทั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีผลงานแปลจากภาษาบาลีและสันสกฤตที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นจำนวนมาก อาทิ ชินกาลมาลีปกรณ์ ศาสนวงศ์ สิหิงคนิทาน รัตนพิมพวงศ์ รสวาหินี นาฏยศาสตร์ คัมภีร์ลลิตวิสตระ และภควัทคีตา เป็นต้น

ชาติภูมิ[แก้]

ศาสตราจารย์ แสง มนวิทูร เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 9 ตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2443 ที่บ้านหมู่ที่ 12 ต.บางโปรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ บิดาชื่อนายเจิม เป็นชาวบ้านบางระนก จ.นนทบุรี มารดาชื่อนางเพิ่ม เป็นชาวบางโปรง จ.สมุทรปราการ ในวัยเด็ก เด็กชายแสง มนวิทูรได้อยู่ในความอุปการะของยาย เนื่องจากทั้งบิดาและมารดาได้ถึงแก่กรรม เมื่อเจริญวัยย่างเข้า 8 ขวบ นายสาคร สุวรรณเวช ผู้เป็นน้าเขย ได้พาไปฝากกับพระครูวิสุทธิวงศ์ (ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นที่ พระอุดมญาณ) เจ้าอาวาสวัดกลางนา (ปัจจุบันคือวัดทรงธรรม) อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และได้เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนวัดกลางนา เรียนอยู่ประมาณ 2 ปีเศษ ก็เกิดเจ็บป่วยจึงต้องยุติการศึกษา และกลับมาอยู่กับยายที่บ้านบางโปรงระยะหนึ่ง จึงได้กลับไปศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดบางฝ้าย อ.พระประแดง ครั้น พ.ศ. 2454 ได้ย้ายไปเข้าโรงเรียนวัดบางหัวเสือ อ.พระประแดง จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขณะนั้นอายุได้ 15 ปี นายฮอก ลิมปิโกวิท (บิดาหลวงวจีสุนทราลักษณ์) ซึ่งมีฐานะเป็นตาเขยได้พาเข้ากรุงเทพ ฯ โดยฝากให้อยู่กับ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) วัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมุนี เพื่อให้เข้าเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย แต่ด้วยยังไม่มีผู้นำฝากเข้าเรียน จึงตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุ 17 ปี และได้ศึกษาเล่าเรียนต่อมาในวัดสุทัศนเทพวราราม

ศึกษาภาษาบาลีและสันสกฤต[แก้]

เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว สามเณรแสง มนวิทูร ได้พากเพียรศึกษาเล่าเรียนทั้งบาลีและนักธรรม และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ. 2464 ณ วัดบางฝ้าย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมุนี เป็นพระอุปัชฌายะ ได้รับฉายาว่า สุทฺธสีโล แล้วกลับมาจำพรรษา ณ วัดสุทัศนเทพวรารามตามเดิม และสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ในพ.ศ. 2470

มูลเหตุที่ท่านหันมาสนใจภาษาสันสกฤตก็คือ ขณะที่บวชเป็นพระภิกษุ และสอบได้เปรียญ 3 ประโยคแล้วนั้น พระมหาแสง มนวิทูรได้พบหนังสือสันสกฤตเล่มหนึ่ง เขียนด้วยอักษรเทวนาครี บนตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) จึงได้เกิดความสนใจ นำมาพิจารณาดูและพยายามอ่าน ก็เห็นมีที่เขียนเป็นอักษรไทยและคำแปลไว้โศลกหนึ่ง ว่า สตฺสงฺค เกศเว ภกฺติรฺ คงฺคามฺกสิ นิมชฺชนํ อสาเร ขลุ สำสาเร ตฺรีณิ สาราณิ ภาวเยตฺ (การคบสาธุชน 1 ภักดีต่อพระเจ้า 1 อาบน้ำในแม่น้ำคงคา 1 เมื่อโลกไม่มีสาระ สัตบุรุษพึงทำสาระ 3 อย่างนี้)

ค่ำวันหนึ่ง พระมหาแสงเดินไปตามถนนพาหุรัด ก็พบแขกขายผ้านั่งที่หน้าร้าน จึงได้หยุดสนทนากับแขกผู้นั้น โดยนำเอาโศลกข้างบนมากล่าวขึ้น แขกผู้นั้นจึงกล่าวขึ้นว่า “กุตฺร ปฺรติ วสติ ภวานฺ ?” พระมหาแสงฟังไม่ออกว่าเขาพูดว่ากระไร แขกคนนั้นจึงเอาดินสอเขียนลงกระดาษที่เป็นแกนม้วนผ้า พอพระมหาแสงได้เห็นตัวอักษรก็แปลคำที่แขกผู้นั้นพูดได้ว่า “ท่านอยู่วัดไหน” และก็ทราบทันทีว่าเหมือนตัวอักษรที่อยู่ในหนังสือฉบับที่ได้จากตำหนักสมเด็จ จึงเชิญแขกผู้นั้นมาที่กุฏิและหยิบหนังสือให้ดู จึงได้ทราบว่าเป็นหนังสือ "หิโตปเทศ"[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมาพระมหาแสงได้ขอร้องให้แขกผู้นั้นสอนภาษาสันสกฤตให้ จึงได้ทราบว่าท่านคือ บัณฑิต รฆุนาถ ศรฺมา ซึ่งเป็นพ่อค้าและนักปราชญ์ชาวอินเดียคนสำคัญผู้หนึ่งซึ่งมีนิวาสสถานอยู่ในประเทศไทย และท่านก็เต็มใจสอนให้ จากนั้นจึงได้เรียนต่อกับพราหมณ์ ป.ส. ศาสตรี ซึ่งเป็นปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญภาษาสันสกฤตของราชบัณฑิตยสภา ต่อมาหลังจากได้ลาสิกขาแล้วก็ยังได้ศึกษาต่อกับท่าน สวามี สัตยานันทปุรี และเรียนคัมภีร์ไตรเพทกับท่านสวามี สัตนารายณะ ทำให้เกิดความแตกฉานในภาษาสันสกฤตเป็นอย่างดียิ่ง

การรับราชการ[แก้]

เมื่อลาสิกขาแล้ว พระภิรมย์ราชา (พร้อม วาจรัต) ได้พาไปฝากเข้ารับราชการกับพระยามุขมนตรี (อวบ เปาโรหิต) โดยเริ่มทำงานเป็นเสมียนฝึกหัด ณ ศาลาว่าการนครบาล ต่อมาได้สอบเข้ารับราชการ โดยใช้ภาษาสันสกฤตเป็นวิชาเลือก ได้รับแต่งตั้งเป็นปลัดอำเภอเทิง จ.เชียงราย จากนั้นได้โอนย้ายไปรับราชการเป็นตำรวจ ได้เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกิ่งอ.เชียงแสน ได้นำกำลังตำรวจเข้ายึดพื้นที่ทุ่งดินดำในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส จนได้รับเหรียญชัยสมรภูมิ ในพ.ศ. 2484 ได้รับยศเป็นร้อยตำรวจโท และได้รู้จักคุ้นเคยและสนิทสนมกับ บ. บุญค้ำซึ่งดำรงตำหน่งธรรมการจังหวัดลานช้างในขณะนั้น ต่อมาได้โอนย้ายไปเป็นปลัดอำเภอในแถบภาคเหนืออีกหลายท้องที่ กระทั่งพ.ศ. 2494 จึงได้โอนย้ายมารับราชการอยู่ที่กรมศิลปากร จนเกษียณอายุราชการ

เหตุที่ได้เข้ามารับราชการในกรมศิลปากรนั้น เนื่องมาจากสมัยรับราชการเป็นปลัดอำเภอ อาจารย์แสงได้พยายามค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งจากตำนาน พงศาวดาร และพยายามเสาะหาสถานที่สำคัญตามที่ปรากฏในพงศาวดารตลอดจนตำนานโบราณต่าง ๆ ว่าปัจจุบันอยู่ ณ ที่ใด มีจริงดังที่โบราณกล่าวไว้ในพงศาวดารหรือไม่ ความรู้เหล่านี้มีประโยชน์สำคัญมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่จากส่วนกลางขึ้นไปในจังหวัดภาคเหนือ ผู้บังคับบัญชาจึงมักให้ท่านเป็นผู้มาให้ความรู้ด้านนี้อยู่เสมอ ๆ กระทั่ง พ.ศ. 2493 หลวงรณสิทธิพิชัย อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้นได้เดินทางไปสำรวจโบราณวัตถุในภาคเหนือ จึงได้รู้จักกับอาจารย์แสง มนวิทูร จนได้ประจักษ์ในความรู้ความสามารถ จึงได้ทาบทามให้มารับราชการในกรมศิลปากร อาจารย์แสงได้เข้ารับราชการในตำแหน่งหัวหน้าแผนกสำรวจ กองโบราณคดี และต่อมาได้ย้ายไปเป็นหัวหน้าแผนกหอวชิรญาณ ในกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร

ขณะรับราชการในกรมศิลปากร ท่านได้รับเชิญไปเป็นผู้บรรยายวิชาภาษาสันสกฤต และวิชาศาสนา ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้สอนภาษาสันสกฤตและปรัชญาตะวันออก ที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต่อมายังได้รับเชิญให้เป็นผู้บรรยายเรื่องศาสนาพราหมณ์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนั้นยังได้มีผู้มาขอให้สอนภาษาสันสกฤตเป็นการเฉพาะตัวอีกหลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ ท่านผู้หญิงดุษฎี มาลากุล ซึ่งท่านผู้หญิงได้เรียนรู้ภาษาสันสกฤตจนสามารถแปลบทละครสันสกฤตเป็นภาษาไทยได้ และได้ตีพิมพ์แล้วคือ สวัปนาวาสวทัตตา

อาจารย์แสง มนวิทูร ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางโบราณคดี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2511 และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์พิเศษในคณะโบราณคดี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2512 ต่อมาในวันที่ 22 กรกฎาคม 2513 ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา และเข็มศิลปวิทยา ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ถึงแก่กรรม[แก้]

อาจารย์แสง มนวิทูร เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ณ บ้านพัก ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2516 เวลาประมาณ 23.00 น. สิริอายุได้ 74 ปี

ผลงานสำคัญ[แก้]

  • งานแปลจากภาษาบาลี

ชินกาลมาลีปกรณ์, ศาสนวงศ์, สิหิงคนิทาน, รัตนพิมพวงศ์, รสวาหินี, โลกนิติปกรณ์, โมคคัลลานมหาวยากรณ ฯลฯ

  • งานแปลจากภาษาสันสกฤต

กังสะวธะ, นาฏยศาสตร์, ลลิตวิสตระ, ภควัทคีตา, ตรรกสาร เป็นต้น

  • งานแปลศิลาจารึก

จารึกภาษาสันสกฤตและเขมร จากปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา, จารึกภาษาบาลี จากรอยพระพุทธบาทวัดชมพูเวก นนทบุรี, จารึกสันสกฤต ที่ช่องสระแจง ปราจีนบุรี, จารึกหลักที่ 23 วัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช, จารึกหลักที่ 24 วัดหัวเวียง ไชยา เป็นต้น.

อ้างอิง[แก้]

  • แสง มนวิทูร. รวมบทความของศาสตราจารย์ ร.ต.ท.แสง มนวิทูร (ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารย์ ร.ต.ท.แสง มนวิทูร).กรุงเทพ ฯ :โรงพิมพ์พิฆเณศ, 2517