จังหวัดไซตะมะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดไซตะมะ
จังหวัด
การถอดอักษรญี่ปุ่น
 • โรมะจิ Saitama
โลโก้ของจังหวัดไซตะมะ
สัญลักษณ์ของจังหวัดไซตะมะ
ที่ตั้งของจังหวัดไซตะมะ
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภาค คันโต
เกาะ ฮนชู
เมืองเอก ไซตะมะ
การปกครอง
 • ผู้ว่าราชการ คิโยชิ อุเอดะ
เนื้อที่
 • ทั้งหมด 3,797.00 ตร.กม. (1,466.03 ตร.ไมล์)
อันดับเนื้อที่ 39
ประชากร (1 กันยายน พ.ศ. 2553)
 • ทั้งหมด 7,190,817 คน
 • อันดับ 5
 • ความหนาแน่น 1,893.82 คน/ตร.กม. (4,905.0 คน/ตร.ไมล์)
ISO 3166 JP-11
อำเภอ 9
เทศบาล 72
ดอกไม้ พริมโรส (Primula sieboldii)
ต้นไม้ เคยากิ (Zelkova serrata)
นก Eurasian collared dove (Streptopelia decaocto)
เว็บไซต์ http://www.pref.saitama.lg.jp/index_e.html
เมืองไซตะมะ

จังหวัดไซตะมะ (ญี่ปุ่น: 埼玉県 Saitama-ken ?) เป็นเขตการปกครองระดับจังหวัดของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณภาคคันโต มีเมืองหลวงชื่อเดียวกันคือ ไซตะมะ

จังหวัดไซตะมะเป็นที่ตั้งของสนามกีฬาไซตะมะ 2002เป็นสนามกีฬาฟุตบอลที่ใช้แข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2002 ศูนย์กีฬาในร่มไฮเทคไซตะมะซูเปอร์อารีนา จังหวัดไซตะมะเป็นจังหวัดที่มีความเจริญมากเพราะอยู่ติดกับกรุงโตเกียว ซึ่งเขตชิชิบุ(秩父) (ชิชิบุ) ในจังหวัดนี้มีเทือกเขา ทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม จึงเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมา ส่วนสถานที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งก็คือ หมู่บ้านบอนไซ โอมิยะ

ประวัติศาสตร์[แก้]

ในสมัยโบราณ เริ่มมีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไซตะมะตั้งแต่ประมาณเมื่อ 30,000 ปีก่อน โดยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เมืองโทะโกะโระซะวะ(所沢) หรือเมืองคะวะโมโตะ ทำให้ทราบว่าผู้คนในสมัยโบราณนั้นหาอาหารจากการล่าสัตว์และจับปลา หลังจากนั้นก็พบเครื่องใช้ในการหุงหาและเก็บรักษาอาหารในสมัยโจมงที่มีอายุเก่าแก่ 10,000 ปีก่อนหน้านี้ในภายหลัง ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารของคนในสมัยโบราณอย่างแน่ชัด

เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ก็ได้มีการนำการปลูกข้าวขึ้นมาเผยแพร่จากฝั่งตะวันตกของประเทศ พร้อมทั้งยังมีการนำวัฒนธรรมการใช้วัสดุทองเหลืองต่าง ๆ ขึ้นมาเผยแพร่พร้อมกันอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครื่องใช้ไม้สอยในสมัยยะโยะอิขึ้นในช่วงนี้ด้วย

และเมื่อประมาณ 1,600 ปีก่อน ก็ได้เริ่มมีการสร้างหลุมศพแบบสมัยโบราณขึ้นมา ซึ่งมีหลุมศพขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมา 9 แห่ง และ 1 ในนั้นก็มีความสำคัญต่อการศึกษาวัฒนธรรมในสมัยนั้นอย่างมาก หลุมศพสมัยโบราณที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองไซตะมะ

เมื่อถึงสมัยนะระ ได้มีการร่างกฎหมายและมีการทำสำมะโนประชากรขึ้น มีการมอบพื้นที่ในการทำกสิกรรมให้กับพลเรือนและมีการเก็บภาษีจากพลเมืองอีกด้วย ในสมัยเฮอันที่พวกราชวงศ์และขุนนางอาศัยกันอยู่อย่างหรูหราในเมืองหลวง พื้นที่ห่างไกลอย่างไซตะมะก็มีพวกนักรบขึ้นมาครองอำนาจครอบครองและมีบทบาทอย่างมาก สมัยคะมะกุระนั้น ก็มีนักรบหลายคนขึ้นครองอำนาจในเขตต่าง ๆ ของเมืองไซตะมะด้วย

เมื่อถึงสมัยเอะโดะ มีการพัฒนาเมืองเอะโดะขนานใหญ่ ทำให้จังหวัดไซตะมะได้รับการพัฒนาขึ้น มีถนนใหญ่หลายสายตัดผ่านมาและมีการวางท่อชลประทานขนาดใหญ่มากมายด้วย โดยในสมัยนั้นได้พัฒนาพื้นที่เขตคันโตโดยยึดไซตะมะเป็นแกนกลางสำคัญในการพัฒนา

จนเมื่อรัฐบาลโตกุกาวะล่มสลายลง การปกครองภายในจังหวัดก็เกิดการเปลี่ยนแปลง จนมีการจัดตั้ง "จังหวัดไซตะมะ" ขึ้นเมื่อปีเมจิที่ 4 แต่ก็มีเมืองที่ขึ้นอยู่กับจังหวัดไม่มาก จนในช่วงหลังสงครามโลกก็ได้รวบรวมเมืองต่าง ๆ ขึ้นมาจนเป็นจังหวัดในปัจจุบันได้


การปกครอง[แก้]

เมืองขนาดใหญ่[แก้]

จังหวัดไซตะมะแบ่งการปกครองออกเป็น 40 เมือง

เมืองขนาดเล็กและหมู่บ้าน[แก้]

ฮิงะชิชิชิบุ
มินะโนะ
นะงะโตะโระ
โอะงะโนะ
โยะโกะเซะ
ฮะโตะยะมะ
คะวะจิมะ
นะเมะงะวะ
โอะงะวะ
รังซัง
โทะกิงะวะ
โยะชิมิ
มิโยะชิ
โมะโระยะมะ
โอโงะเซะ
อินะ
มะสึบุชิ
ซุงิโตะ
คะมิกะวะ
คะมิซะโตะ
มิซะโตะ
มิยะชิโระ
โยะรี


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]