ข้ามไปเนื้อหา

อำเภอร่องคำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอร่องคำ
การถอดเสียงอักษรโรมัน
  อักษรโรมันAmphoe Rong Kham
คำขวัญ: 
ใต้สุดกาฬสินธุ์ ดินแดนพระเก่ง
กลองเส็งคู่บ้าน เบ่งบานประชาธิปไตย
แผนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เน้นอำเภอร่องคำ
แผนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เน้นอำเภอร่องคำ
พิกัด: 16°16′0″N 103°44′26″E / 16.26667°N 103.74056°E / 16.26667; 103.74056
ประเทศ ไทย
จังหวัดกาฬสินธุ์
พื้นที่
  ทั้งหมด82.137 ตร.กม. (31.713 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2564)
  ทั้งหมด16,492 คน
  ความหนาแน่น200.79 คน/ตร.กม. (520.0 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 46210
รหัสภูมิศาสตร์4604
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอร่องคำ หมู่ที่ 13 ตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46210
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ร่องคำ เป็นอำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมเป็นพื้นที่ของอำเภอกมลาไสย

ที่ตั้งและอาณาเขต

[แก้]

อำเภอร่องคำ มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงต่อไปนี้

ประวัติ

[แก้]

ร่องคำ เดิมเป็นหมู่บ้านของตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย ต่อมาแยกตำบลโพนงาม จัดตั้งเป็นตำบลสามัคคี[1] ต่อมานายบุรี พรหมลักขโณ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์พิจารณาพื้นที่ตำบลสามัคคี มีระยะทางห่างจากอำเภอต้นสังกัดมากกว่า 23 กิโลเมตร จึงแยกพื้นที่ตำบลสามัคคี จัดตั้งเป็นตำบลร่องคำ[2] และให้ 2 ตำบลตั้งขึ้นเป็น กิ่งอำเภอร่องคำ[3] ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2516 โดยเริ่มเปิดใช้ที่ว่าการกิ่งอำเภอวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และแยกตำบลร่องคำ จัดตั้งเป็นตำบลเหล่าอ้อย[4]

ต่อมา พ.ต.ดาวเรือง นิชรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และหัวหน้ากิ่งอำเภอร่องคำ (ปลัดอำเภอกมลาไสย) เห็นว่าพื้นที่มีระยะเวลาการเป็นกิ่งอำเภอล่วงมาถึง 19 ปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันชุมชนและความเจริญขยายตัวตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2116 สายขอนแก่น–โพนทอง มีการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีพื้นที่รวม 3 ตำบล 82.1 ตารางกิโลเมตร 35 หมู่บ้าน ประชากร 14,746 คน 2,826 ครัวเรือน[5] ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2536 จึงยกฐานะขึ้นเป็น อำเภอร่องคำ[6] รวมการเป็นกิ่งอำเภอ 20 ปี 274 วัน

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค

[แก้]

อำเภอร่องคำแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 3 ตำบล 40 หมู่บ้าน

1.ร่องคำ(Rong Kham)13 หมู่บ้าน
2.สามัคคี(Samakkhi)15 หมู่บ้าน
3.เหล่าอ้อย(Lao Oi)12 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น

[แก้]

ท้องที่อำเภอร่องคำประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลร่องคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลร่องคำทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสามัคคี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสามัคคีทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าอ้อย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเหล่าอ้อยทั้งตำบล

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์, อำเภอเมืองขอนแก่น และกิ่งอำเภอกระนวน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น, อำเภอเมืองชัยภูมิ และอำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ, อำเภอเชียงคำ จังหวัดเชียงราย, อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี, อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม, อำเภอกบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์, อำเภอลำปลายมาศ และกิ่งอำเภอกระสัง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์, อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก, อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์,อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอพนมไพร และอำเภอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอสังขะ และอำเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์, อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี, อำเภอพิบูลย์มังสาหาร และอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 74 (107 ง): 2901–2928. วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2500
  2. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอกมลาไสย อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอท่าคันโท และอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 87 (80 ง): 2367–2379. วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2513
  3. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอร่องคำ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 90 (13 ง): 239. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516
  4. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอห้วยเม็ก อำเภอหนองกุงศรี กิ่งอำเภอร่องคำ อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 101 (113 ง): 2864–2871. วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2527
  5. ประชากรรายตำบลในประเทศไทย ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2536 (เขตกิ่งอำเภอร่องคำ อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์) สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2567
  6. "พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอลำทับ อำเภอร่องคำ อำเภอเวียงแหง อำเภอนาโยง อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอโนนแดง อำเภอบ้านหลวง อำเภอกะพ้อ อำเภอศรีบรรพต อำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองสูง อำเภอสบเมย อำเภอเมยวดี อำเภอโคกเจริญ อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอผาขาว อำเภอวังหิน อำเภอดอนพุด อำเภอบึงโขงหลง และอำเภอห้วยคต พ.ศ. ๒๕๓๖" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 110 (179 ก): (ฉบับพิเศษ) 1-3. วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536