พระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษ
Henrytreti.jpg

พระปรมาภิไธย พระเจ้าเฮนรีที่ 3
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์อังกฤษ
ราชวงศ์ แพลนแทเจเนต
ครองราชย์ 18 ตุลาคม ค.ศ. 121616 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272
บรมราชาภิเษก 28 ตุลาคม ค.ศ. 1216 ที่กลอสเตอร์
17 พฤษภาคม ค.ศ. 1220 ที่เวสต์มินสเตอร์แอบบี
รัชกาล 56 ปี
รัชกาลก่อน พระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ
รัชกาลถัดไป พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1207
ปราสาทวินเชสเตอร์ แฮมเชอร์ อังกฤษ
สวรรคต 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272
พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ลอนดอน อังกฤษ
พระราชบิดา พระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ
พระราชมารดา พระนางอิซาเบลลาแห่งอ็องกูแลม
พระมเหสี พระนางเอลินอร์แห่งพรอว็องส์
พระราชบุตร พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ

พระเจ้าเฮนรีที่ 3[1] แห่งอังกฤษ (อังกฤษ: Henry III of England ) (1 ตุลาคม ค.ศ. 120716 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272) เป็นพระเจ้าแผ่นดินราชอาณาจักรอังกฤษสมัยราชวงศ์แพลนแทเจเนต

พระเจ้าเฮนรีที่ 3 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1207 ที่ปราสาทวินเชสเตอร์ แฮมเชอร์ ประเทศอังกฤษ เป็นพระราชโอรสองค์โตในพระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ หรือจอห์น แลกแลนด์ และอิซาเบลลาแห่งอ็องกูแลม อภิเษกสมรสกับพระนางเอลินอร์แห่งพรอว็องส์ และทรงราชย์ระหว่างวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1216 จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272 ที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ลอนดอน อังกฤษ พระบรมศพอยู่ที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์

พระเจ้าเฮนรีที่ 3 ทรงขึ้นครองราชสมบัติตั้งแต่ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ แม้ว่าจะทรงราชย์เป็นระยะเวลานานแต่ไม่ทรงมีความสำเร็จอะไรมากนักและมิได้ทรงเป็นนักการทหารหรือนักการปกครองผู้สามารถแต่อย่างใด แต่อังกฤษมีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในรัชสมัยของพระองค์ ทรงใช้เมืองวินเชสเตอร์เป็นที่ว่าราชการ พระองค์ทรงขยายแอบบีและทรงสร้างอนุสรณ์แก่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี

ระหว่างที่ยังทรงพระเยาว์พระเจ้าเฮนรีทรงมีวิลเลียม มาร์แชลเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ อังกฤษที่พระองค์ได้รับมาผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในสมัยของพระราชบิดา ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ในรัชสมัยต่อสู้กับขุนนางเรื่องมหากฎบัตร (Magna Carta)[ต้องการอ้างอิง] และสิทธิในการเป็นพระมหากษัตริย์ ในที่สุดก็ทรงถูกบังคับให้เรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1264 นอกจากนั้นก็ยังไม่ประสพความสำเร็จอย่างในบนผืนแผ่นดินใหญ่ยุโรปในการพยายามรักษาอำนาจของอังกฤษในนอร์ม็องดี อ็องฌู และอากีแตน

ชีวิตวัยเด็ก[แก้]

เฮนรีเสด็จพระราชสมภพที่ปราสาทวินเชสเตอร์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1207 เป็นพระโอรสคนโตในพระโอรสห้าคนของพระเจ้าจอห์นกับพระมเหสีคนที่สอง อิซาเบลลา เคานเตสแห่งอองกูแลมตามสิทธิ์ของตนเอง ลูกคนแรกของทั้งคู่ถูกตั้งชื่อตามพระบิดาของจอห์น พระเจ้าเฮนรีที่ 2 พี่น้องของเฮนรีทุกคนมีชีวิตรอดถึงวัยผู้ใหญ่ มีการแต่งงานที่ยอดเยี่ยม และทุกคนยกเว้นโจนมีลูก

พี่น้องของเฮนรี

การราชาภิเษก[แก้]

Manuscript picture of Henry III's coronation
ภาพวาดพิธีราชาภิเษกของเฮนรีในคริสตศตวรรษที่ 13

พระเจ้าจอห์นสิ้นพระชนม์เมื่อ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1216 ทิ้งให้เฮนรี วัย 9 พรรษา สืบทอดบัลลังก์ท่ามกลางสงครามบารอนครั้งที่ 1 (ปี ค.ศ. 1215 – 17) ที่กลุ่มของบารอนกบฏที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพฝรั่งเศสทำสงครามกับพระเจ้าจอห์น เพราะพระองค์ปฏิเสธที่จะยอมรับและปฏิบัติตามแม็กนาคาร์ตา เพราะพื้นที่ขนาดใหญ่ของอังกฤษตะวันออกตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบารอนกบฏกับชาวฝรั่งเศส จึงมีความคิดว่าเฮนรีควรได้รับการสวมมงกุฎโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสิทธิ์ในราชบัลลังก์ของพระองค์ เฮนรีจึงได้รับการสวมมงกุฎเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1216 ที่มหาวิหารกลอสเตอร์ โดยมีรัดเกล้าที่เป็นของพระมารดาเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ราชาภิเษกที่เวสต์มินสเตอร์ในลอนดอน

วิลเลียม มาร์แชล เอิร์ลที่ 1 แห่งเพมโบรกที่เคยรับใช้กษัตริย์มาสามพระองค์ คือ เฮนรีที่ 2, ริชาร์ดที่ 1 และจอห์น ถูกประกาศชื่อเป็นผู้พิทักษ์ของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 และผู้สำเร็จราชการแผ่นดินของราชอาณาจักร ทั้งที่อายุราว 70 ปี แต่มาร์แชลมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในสงครามกับชาวฝรั่งเศสและบารอนกบฏด้วยพลังงานที่น่าเหลือเชื่อ ในสมรภูมิลินคอล์น เขาประจำการและต่อสู้ในแนวหน้าของกองทัพของกษัตริย์น้อย นำพวกเขาไปสู่ชัยชนะ เขากำลังเตรียมที่จะปิดล้อมชาวฝรั่งเศสในลอนดอนในตอนที่สงครามจบลงด้วยชัยชนะทางทะเลที่สมรภูมิโดเวอร์และสมรภูมิแซนด์วิช หลังการตายของเขาในปี ค.ศ. 1219 ที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเฮนรีน้อย มาร์แชลได้รับการยกย่องว่าเป็น "อัศวินที่ดีที่สุดที่เคยมีชีวิตอยู่" โดยสตีเฟน แลงตัน อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์บรี

Sketch of Henry's second coronation
ภาพวาดพิธีราชาภิเษกครั้งที่สองของเฮนรีในปี ค.ศ. 1220 ของแมตธิว ปารีส

ในเดือนกรกฎาคมของปี ค.ศ. 1217 พระมารดาของเฮนรี อิซาเบลลาแห่งอองกูแลม ทิ้งพระองค์ไว้ในการดูแลของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน วิลเลียม มาร์แชล เอิร์ลที่ 1 แห่งเพมโบรก และกลับไปฝรั่งเศสเพื่ออ้างสิทธิ์ในการควบคุมมรดกของพระองค์ อองกูแลม ทรงทิ้งพระโอรสธิดาที่มีกับพระเจ้าจอห์น ในปี ค.ศ. 1220 ทรงแต่งงานกับยูกที่ 10 แห่งลูซินญ็อง เคานต์แห่งลา มาร์ช ที่พระองค์มีลูกด้วยเก้าคน การศึกษาของเฮนรีถูกมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของปีเตอร์ เดอ โรช บิชอปแห่งวินเชสเตอร์ และอูแบร์ต์ เดอ เบรอะ เอิร์ลที่ 1 แห่งเคนต์กลายเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหลังการตายของวิลเลียม มาร์แชล เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1220 เฮนรีได้รับการสวมมงกุฎครั้งที่สองในเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ด้วยพิธีราชาภิเษกแบบเต็มรูปแบบ เฮนรีถูกประกาศว่าบรรลุนิติภาวะในปี ค.ศ. 1223 โดยพระสันตะปาปา แต่พระองค์ไม่ได้ครองราชย์อย่างอิสระอย่างแท้จริงจนถึงปี ค.ศ. 1227 ตอนพระชนมายุ 20 พรรษา

การอภิเษกสมรส[แก้]

Medieval genealogical picture
ลำดับของต้นที่แสดงให้เห็นถึงเฮนรี (ด้านบน) กับพระโอรสธิา (ซ้ายไปขวา) เอ็ดเวิร์ด, มาร์กาเร็ต, เบียทริซ, เอ็ดมุนด์ และแคทเธอรีน ค.ศ. 1300 – 1308

เมื่อวันที่ 14 มกราคา ค.ศ. 1236 ที่มหาวิหารแคนเทอร์บรี เฮนรีวัย 29 พรรษาอภิเษกสมรสกับเอเลนอร์แห่งโพรว็องซ์วัย 13 พรรษา ลูกสาวคนที่สองในลูกสาวสี่คนของรามอน เบเรนเกร์ที่ 4 เคานต์แห่งโพรว็องซ์กับเบียทริซแห่งซาวอย ลูกสาวทั้งสี่คนแต่งงานกับกษัตริย์และได้เป็นพระราชินี

เฮนรีกับเอเลนอร์มีพระโอรสธิดา 5 คน

ญาติสายซาวอยทางฝั่งแม่ของเอเลนอร์หลายคนมาที่ราชสำนักอังกฤษรวมถึงปิเอโตรกับโบนิฟิซิโอ ปิเอโตรอาศัยอยู่ในอังกฤษเป็นเวลานาน รับใช้เป็นทูต และกลายเป็นเอิร์ลแห่งริชมอนด์ ในปี ค.ศ. 1263 เขากลายเป็นเคานต์แห่งซาวอย โบนิฟิซิโอกลายเป็นอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์บรี ในปี ค.ศ. 1247 พี่น้องชายร่วมแม่ของเฮนรีจากการแต่งงานครั้งที่สองของพระมารดา พวกลูซินญ็อง มาที่อังกฤษและช่วงชิงดินแดนและการเลื่อนตำแหน่งกับพระญาติสายซาวอยของพระราชินี แลกกับการสูญเสียครั้งใหญ่ของบารอนอังกฤษ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1236 ถึง 1258 กษัตริย์ที่อ่อนแอไขว้เขวไปมาระหว่างที่ปรึกษาหลายคน รวมถึงพระอนุชาของพระองค์ ริชาร์ดแห่งคอร์นวอลล์ กับพี่น้องชายร่วมแม่ชาวลูซินญ็อง ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างใหญ่หลวงแก่บารอนอังกฤษ บวกกับบารอนอังกฤษไม่พอใจการเรียกร้องเงินทุนเพิ่มของเฮนรีที่ 3 วิธีการบริหารปกครอง และภาวะอดอยากที่แพร่กระจายเป็นวงกว้าง

สงครามบารอนครั้งที่สอง[แก้]

ความไม่พอใจของขุนนางอังกฤษที่มีต่อกษัตริย์สุดท้ายแล้วเป็นผลให้เกิดสงครามกลางเมือง สงครามบารอนครั้งที่สอง (ปี ค.ศ. 1264 – 1267) ผู้นำของกองทัพฝ่ายตรงข้ามของเฮนรีคือพระขนิษฐภรรดา (น้องเขย) ซิมง เดอ มงต์ฟอร์ต์ เอิร์ลที่ 6 แห่งเลสเตอร์ ที่แต่งงานกับพระขนิษบาของเฮนรี เอเลนอร์ เดอ มงต์ฟอร์ต์ต้องการตอกย้ำแม็กนาคาร์ตาและบีบกษัตริย์ให้ยอมมอบอำนาจให้สภาขุนนางมากขึ้น

Painting of Edward I
ภาพวาดของพระโอรสคนโตของเฮนรี เอ็ดเวิร์ด อาจจะในปลายคริสตศตวรรษที่ 13 หรือต้นคริสตศตวรรษที่ 14

ในปี ค.ศ. 1264 ที่สมรภูมิลูอิส เฮนรีกับพระโอรส อนาคตพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 พ่ายแพ้และถูกจับกุม เฮนรีถูกบีบให้เรียกประชุมรัฐสภาและให้สัญญาว่าจะปกครองโดยรับฟังคำปรึกษาของสภาขุนนาง เฮนรีถูกลดบทบาทเป็นกษัตริย์หุ่นเชิด ส่วนเดอ มงต์ฟอร์ต์ขยับขยายเป็นตัวแทนรัฐสภาที่อยู่เหนือกลุ่มขุนนาง สมาชิกของแต่ละเคานตีของอังกฤษกับเมืองสำคัญๆ สิบห้าเดือนต่อมา เอ็ดเวิร์ดนำกลุ่มผู้จงรักภักดีของกษัตริย์เข้าสู่สมรภูมิอีกครั้ง ทรงปราบและสังหารเดอ มงต์ฟอร์ต์ที่สมรภูมิอีฟชามในปี ค.ศ. 1265 ท้ายที่สุดแล้วอำนาจถูกกอบกู้คืนให้พระเจ้าเฮนรีที่ 3 และการลงโทษที่รุนแรงถูกใช้กับบารอนกบฏ ในปี ค.ศ. 1266 การประนีประนอมระหว่างกษัตริย์กับบารอนเกิดขึ้นด้วยถ้อยแถลงแห่งเคนิลเวิร์ธ ในหลายปีหลังการเสียชีวิต หลุมศพของซิมง เดอ มงต์ฟอร์ต์มักได้รับการเยี่ยมเยียนจากนักแสวงบุญ ทุกวันนี้เดอ มงต์ฟอร์ต์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบิดาของการบริหารปกครองผ่านตัวแทน

การสิ้นพระชนม์[แก้]

Photograph of Henry's tomb
หลุมฝังศพของเฮนรีในเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ ลอนดอน

เฮนรีเริ่มป่วยหนักขึ้นและอ่อนแอลงในช่วงปีท้ายๆ พระโอรสและทายาทของพระองค์ เอ็ดเวิร์ด กลายเป็นผู้ดูแลของอังกฤษและเริ่มมีบทบาทอำนาจมากขึ้นในการบริการปกครอง มรดกที่สำคัญที่สุดของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 คือเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ ในปี ค.ศ. 1042 เอ็ดเวิร์ดผู้สารภาพเริ่มสร้างแอบบีย์ของนักบุญปีเตอร์ขึ้นมาใหม่เพื่อสร้างที่ฝังพระศพหลวงให้ตนเอง เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ยุคแรก การก่อสร้างโบสถ์ในยุคที่สองและเป็นโบสถ์ปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1245 โดยพระเจ้าเฮนรีที่ 3 ที่เลือกให้เป็นที่ฝังพระศพของตนเอง ในปี ค.ศ. 1269 เฮนรีกำกับดูแลพิธีการใหญ่เพื่อฝังเอ็ดเวิร์ดผู้สารภาพใหม่ในแท่นบูชาใหม่ที่วิจิตรงดงาม ทรงให้ความช่วยเหลือเป็นการส่วนตัวในการแบกพระศพไปสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่

พระเจ้าเฮนรีที่ 3 สิ้นพระชนม์ด้วยพระชนมายุ 69 พรรษาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272 ที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ด้วยการกำหนดของพระองค์เอง เฮนรีถูกฝังในโลงศพเดิมของเอ็ดเวิร์ดผู้สารภาพ สุดท้ายแล้วหลุมฝังศพที่ใหญ่กว่าเดิมถูกสร้างขึ้นมาให้เฮนรีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1209 อัฐิของพระองค์ถูกย้ายไปตำแหน่งที่ตั้งในปัจจุบันในเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ ในสุสานที่อยู่ตรงไปทางเหนือของแท่นบูชาของเอ็ดเวิร์ดผู้สารภาพ

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชบัณฑิตยสถาน, สารานุกรมประเทศในทวีปยุโรป ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ราชบัณฑิตยสถาน, 2550, หน้า 245

แหล่งข้อมูล[แก้]

http://www.unofficialroyalty.com/king-henry-iii-of-england/

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษ ถัดไป
พระเจ้าจอห์น 2leftarrow.png Royal Arms of England.svg
พระมหากษัตริย์อังกฤษ
(ราชวงศ์แพลนแทเจเนต)

(ค.ศ. 1216ค.ศ. 1272)
2rightarrow.png พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1