รายพระนามพระมหากษัตริย์อังกฤษ

บทความนี่รวบรวมรายพระนามพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระราชินีนาถแห่งราชอาณาจักรอังกฤษ ตั้งแต่พระเจ้าอัลเฟรดมหาราช ผู้ปกครองเวสเซกซ์ในช่วงแรก นับเป็นหนึ่งในเจ็ดอาณาจักรแองโกล-แซกซันซึ่งต่อมารวมกันเป็นประเทศอังกฤษในปัจจุบัน โดยทรงขนานนามพระองค์ว่าเป็นพระมหากษัตริย์แห่งชาวแองโกล-แซกซันตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 886 แม้จะไม่ใช่กษัตริย์พระองค์แรกที่อ้างสิทธิ์เหนือชาวอังกฤษทั้งปวง แต่รัชสมัยของพระองค์ถือเป็นจุดเริ่มต้นของราชสันตติวงศ์ของพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนอังกฤษทั้งหมดได้อย่างต่อเนื่องเป็นราชวงศ์แรก ซึ่งก็คือราชวงศ์เวสเซกซ์[1]
ทั้งนี้ มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ที่เชื่อว่าทรงปกครองอาณาจักรแองโกล-แซกซันมากพอที่จะได้รับการยกย่องเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษพระองค์แรก ตัวอย่างเช่น นักเขียนบางกลุ่มระบุว่าพระเจ้าออฟฟาแห่งเมอร์เซียและพระเจ้าเอ็กเบิร์ตแห่งเวสเซกซ์คือพระมหากษัตริย์อังกฤษ ทว่าในมุมมองของนักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่ถือว่าการแผ่ขยายอำนาจของทั้งสองพระองค์เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรวมชาติอังกฤษ ไซมอน เคนส์ นักประวัติศาสตร์ระบุว่า "พระเจ้าออฟฟาทรงขับเคลื่อนด้วยความกระหายในอำนาจ มิใช่ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะรวมอังกฤษให้เป็นปึกแผ่น สิ่งที่พระองค์หลงเหลือไว้จึงเป็นเพียงชื่อเสียง มิใช่มรดกทางประวัติศาสตร์"[2] ซึ่งสื่อถึงช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 8 ที่พระเจ้าออฟฟาทรงมีอำนาจเหนืออาณาจักรต่าง ๆ ในอังกฤษตอนใต้ แต่ทว่าอำนาจดังกล่าวสิ้นสุดลงพร้อมกับการสวรรคตของพระองค์ในปี ค.ศ. 796[3][4] เช่นเดียวกับพระเจ้าเอ็กเบิร์ตแห่งเวสเซกซ์ที่ทรงพิชิตเมอร์เซียได้ในปี ค.ศ. 829 แต่ก็สูญเสียอำนาจการปกครองไปในเวลาต่อมา
ประวัติศาสตร์ล่วงเลยผ่านมาจนกระทั่งปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 จึงเริ่มปรากฏอาณาจักรที่โดดเด่นขึ้นมาเพียงหนึ่งเดียวคือเวสเซกซ์ พระเจ้าอัลเฟรดมหาราชทรงเป็นเจ้าอธิราชเหนือเมอร์เซียตะวันตกและทรงใช้พระราชอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งชาวแองโกลและแซกซัน แม้จะไม่ได้ปกครองพื้นที่ทางตะวันออกและตอนเหนือ (ซึ่งขณะนั้นเรียกว่าเดนลอว์และถูกยึดครองโดยชาวเดนส์จากสแกนดิเนเวียตอนใต้) ต่อมาพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส พระราชโอรส ทรงพิชิตเดนลอว์ตะวันตกได้สำเร็จ และพระเจ้าแอเทลสแตน พระราชนัดดา ทรงกลายเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ปกครองดินแดนอังกฤษทั้งหมดได้สำเร็จหลังการพิชิตนอร์ทัมเบรียในปี ค.ศ. 927 นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่บางส่วนถือว่าพระเจ้าแอเทลสแตนคือกษัตริย์แห่งอังกฤษที่แท้จริงพระองค์แรก[3][4] โดยปรากฏการใช้พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งชาวอังกฤษ (King of the English หรือ Rex Anglorum ในภาษาละติน) เป็นครั้งแรกในพระราชสาส์นปี ค.ศ. 928 ฉบับหนึ่ง ซึ่งพระราชอิสริยยศนี้ถูกใช้สืบต่อมาจนถึงรัชสมัยพระเจ้าจอห์น จนกระทั่งปี ค.ศ. 1016 พระเจ้าคนุตมหาราช กษัตริย์ชาวเดนมาร์ก ทรงเป็นพระองค์แรกที่ขนานนามพระองค์เองว่า พระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ (King of England) ต่อมาในสมัยนอร์มัน พระมหากษัตริย์แห่งชาวอังกฤษ ยังคงเป็นพระอิสริยยศมาตรฐาน โดยมีการใช้ พระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ หรือ Rex Anglie บ้างในบางโอกาส จนกระทั่งรัชสมัยของพระเจ้าจอห์นเป็นต้นไป ตำแหน่งอื่นถูกยกเลิกและหันมาใช้เพียงพระมหากษัตริย์หรือสมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษแทน
ราชรัฐเวลส์ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรอังกฤษภายใต้บทบัญญัติรุดลัน (Statute of Rhuddlan) ในปี ค.ศ. 1284 และในปี ค.ศ. 1301 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ทรงสถาปนาพระราชโอรสพระองค์โต (ซึ่งต่อมาคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2) เป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระราชโอรสพระองค์โตของพระมหากษัตริย์อังกฤษทุกพระองค์ (ยกเว้นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3[a]) จะได้รับพระราชทานพระอิสริยยศนี้
ภายหลังการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 ในปี ค.ศ. 1603 พระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ ผู้เป็นพระญาติ ได้สืบราชสมบัติก์ต่อด้วยพระนามพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ ส่งผลให้ราชอาณาจักรอังกฤษและสกอตแลนด์รวมกันเป็นรัฐร่วมประมุข และพระเจ้าเจมส์ทรงขนานนามพระองค์เองตามพระราชโองการว่า พระมหากษัตริย์แห่งบริเตนใหญ่ ทว่าราชอาณาจักรดังกล่าวได้ถูกสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการก็ต่อเมื่อปี ค.ศ. 1707 ในรัชสมัยสมเด็จพระราชินีนาถแอนน์ เมื่ออังกฤษและสกอตแลนด์ร่วมสหภาพเป็นราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ โดยมีรัฐสภาบริเตนใหญ่เพียงหนึ่งเดียว ณ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ และนับเป็นจุดสิ้นสุดของราชอาณาจักรอังกฤษในฐานะรัฐเอกราช
ราชวงศ์เวสเซกซ์
[แก้]พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของอังกฤษเริ่มต้นนับที่พระเจ้าอัลเฟรดมหาราช ซึ่งแต่เดิมเป็นกษัตริย์แห่งเวสเซกซ์มาตั้งแต่ ค.ศ. 871 พระองค์ทรงเอาชนะพวกเดนมาร์กในปี ค.ศ. 878 และได้ทรงรวบรวมอาณาจักรให้เป็นปึกแผ่นก่อนสถาปนาเป็นราชอาณาจักรอังกฤษ และทรงปราบดาภิเษกพระองค์เองขึ้นเป็น พระมหากษัตริย์แห่งชนแองโกล-แซกซอน หลังจากยึดและสร้างนครลอนดอนจากชาวเดนมาร์กในปี ค.ศ. 886
| พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าอัลเฟรดมหาราช (Alfred the Great) |
ประมาณ ค.ศ. 849 |
26 ตุลาคม ค.ศ. 899 |
ประมาณ ค.ศ. 871 (เวสเซกซ์) ประมาณ ค.ศ. 886 (อังกฤษ) |
6 ตุลาคม ค.ศ. 899 |
• พระราชโอรสในเอเธล์วูลฟ์ กษัตริย์แห่งเวสเซ็กซ์และพระนางออสเบอร์ • เสกสมรสกับพระนางเอลสวิธ (ค.ศ. 868) • สนธิสัญญาเวดมอร์[5][6][7] | |
| 49 หรือ 50 ปี | 27 หรือ 28 ปี (เวสเซกซ์) 12 หรือ 13 ปี (อังกฤษ) | |||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส (Edward the Elder) |
ประมาณ ค.ศ. 874 |
17 กรกฎาคม ค.ศ. 924 |
26 ตุลาคม ค.ศ. 899 |
17 กรกฎาคม ค.ศ. 924 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอัลเฟรดมหาราชและพระนางเอลสวิธ • เสกสมรสกับพระนางเอ็กวิน (ค.ศ. 893) พระนางเอลฟ์เฟลด (ค.ศ. 900) และพระนางอีดกิฟูแห่งเคนต์ (ค.ศ. 919)[8] | |
| 49 หรือ 50 ปี | 24 ปี 8 เดือน 21 วัน | |||||
| พระเจ้าแอเทลสแตน (Æthelstan) |
ประมาณ ค.ศ. 894 |
27 ตุลาคม ค.ศ. 939 |
ประมาณ ค.ศ. 924 (แองโกล-แซกซัน) ประมาณ ค.ศ. 927 (อังกฤษ) |
ประมาณ ค.ศ. 927 (แองโกล-แซกซัน) 27 ตุลาคม ค.ศ. 939 (อังกฤษ) |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอัลเฟรดมหาราช • ไม่ทรงอภิเษกสมรส[9] | |
| 44 หรือ 45 ปี | 2 หรือ 3 ปี (แองโกล-แซกซัน) 11 หรือ 12 ปี (อังกฤษ) | |||||
| พระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 1 หรือ พระเจ้าเอ็ดมันด์ผู้สูงส่ง (Edmund I หรือ Edmund the Magnificent) |
ประมาณ ค.ศ. 921 |
26 พฤษภาคม ค.ศ. 946 |
27 ตุลาคม ค.ศ. 939 |
26 พฤษภาคม ค.ศ. 946 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอัลเฟรดมหาราชและพระนางอีดกิฟูแห่งเคนต์ • เสกสมรสกับพระนางพระราชินีเอลฟ์จิฟู (ไม่ทราบปี ค.ศ.) และพระนางพระราชินีเอเธลเฟลด (ค.ศ. 944) • สวรรคตที่พัคเคิลเชิร์ชจากเหตุทะเลาะวิวาท[10] | |
| 24 หรือ 25 ปี | 6 ปี 6 เดือน 29 วัน | |||||
| พระเจ้าเอเดรด (Eadred) |
ประมาณ ค.ศ. 923 |
25 พฤศจิกายน ค.ศ. 955 |
26 พฤษภาคม ค.ศ. 946 |
25 พฤศจิกายน ค.ศ. 955 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าอัลเฟรดมหาราชและพระนางอีดกิฟูแห่งเคนต์ • ไม่ทรงอภิเษกสมรส • สวรรคตที่ฟรูม[11] | |
| 31 หรือ 32 ปี | 9 ปี 5 เดือน 30 วัน | |||||
| พระเจ้าเอ็ดวี หรือ พระเจ้าเอ็ดวีผู้งามหมดจด (Eadwig หรือ Eadwig All-Fair) |
ประมาณ ค.ศ. 940 |
1 ตุลาคม ค.ศ. 959 |
23 พฤศจิกายน 955 |
1 ตุลาคม ค.ศ. 959 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดมันด์ผู้สูงส่งและพระนางพระราชินีเอลฟ์จิฟู • เสกสมรสกับพระนางพระราชินีเอลฟ์จิฟู (ไม่ทราบปี ค.ศ.)[12] | |
| 18 หรือ 19 ปี | 3 ปี 10 เดือน 8 วัน | |||||
| พระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบ (Edgar the Peaceful) |
ประมาณ ค.ศ. 943 |
8 กรกฎาคม ค.ศ. 975 |
1 ตุลาคม ค.ศ. 959 |
8 กรกฎาคม ค.ศ. 975 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดมันด์ผู้สูงส่งและพระนางพระราชินีเอลฟ์จิฟู • เสกสมรสกับพระราชินีเอเธลฟรีด (ค.ศ. 960) และพระนางเอลฟรีดา (ค.ศ. 964) • สวรรคตที่วินเชสเตอร์[13] | |
| 31 หรือ 32 ปี | 15 ปี 9 เดือน 7 วัน | |||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดมรณสักขี (Edward the Martyr) |
ประมาณ ค.ศ. 962 |
18 มีนาคม ค.ศ. 978 |
8 กรกฎาคม ค.ศ. 975 |
18 มีนาคม ค.ศ. 978 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบและพระราชินีเอเธลฟรีด • ไม่ทรงอภิเษกสมรส • ถูกลอบปลงพระชนม์และสวรรคตที่ปราสาทคอร์ฟ[14] | |
| 15 หรือ 16 ปี | 2 ปี 8 เดือน 10 วัน | |||||
| พระเจ้าแอเธลผู้ไม่พร้อม (Æthelred the Unready) (ครองราชย์ครั้งที่ 1)[b] |
ประมาณ ค.ศ. 966 |
23 เมษายน ค.ศ. 1016 |
18 มีนาคม ค.ศ. 978 |
ประมาณ ค.ศ. 1013 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบและพระนางเอลฟรีดา • เสกสมรสกับพระราชินีเอลจิฟูแห่งยอร์ก (ค.ศ. 991) และพระราชินีเอ็มมา (ค.ศ. 1002) • สวรรคตที่ลอนดอน[15][16] | |
| 49 หรือ 50 ปี | 34 หรือ 35 ปี | |||||
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์
[แก้]มีหลักฐานบางชิ้นบ่งชี้ว่าพระเจ้าเอลฟ์เวียร์ดแห่งเวสเซกซ์ อาจจะทรงเป็นกษัตริย์ในช่วงสั้น ๆ ในปี ค.ศ. 924 คั่นกลางระหว่างพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโสและพระเจ้าแอเทลสแตน ถึงแม้พระองค์จะไม่ได้รับการราชาภิเษกก็ตาม รายพระนามพระมหากษัตริย์อังกฤษในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 12 บันทึกไว้พระองค์ทรงราชย์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ แต่พงศวดารแองโกล-แซกซันกล่าวว่าพระองค์สวรรคต 16 วันหลังจากพระราชบิดา[17] เรื่องนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์ว่าหากเจ้าชายเอลฟ์เวียร์ดได้ขึ้นครองราชย์จริง พระองค์ทรงปกครองทั้งอาณาจักรหรือทรงปกครองแค่เพียงบริเวณเวสเซกซ์ ข้อสันนิฐานหนึ่งคือพระเจ้าเอลฟ์เวียร์ดปกครองเวสเซ็กซ์ ขณะที่พระเจ้าแอเทลสแตนปกครองเมอร์เซีย[4]
| พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | ||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||
| พระเจ้าเอลฟ์เวียร์ด (Ælfweard) |
ประมาณ ค.ศ. 901 |
2 สิงหาคม ค.ศ. 924[α] |
ประมาณ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 924 |
2 สิงหาคม ค.ศ. 924[4] |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโสและพระนางเอลฟ์เฟลด • ไม่ทรงอภิเษกสมรส[19][20][21] |
| 22 หรือ 23 ปี | 16 วัน (เป็นที่ถกเถียง) | ||||
ราชวงศ์เดนมาร์ก
[แก้]อังกฤษตกอยู่ใต้การปกครองของพระเจ้าสเวน ฟอร์กเบียร์ด พระมหากษัตริย์แห่งเดนมาร์ก หลังการรุกรานในปี ค.ศ. 1013 ซึ่งพระเจ้าแอเธลเรดทรงสละราชบัลลังก์และลี้ภัยไปยังดัชชีนอร์ม็องดี
| พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าสเวน หรือ พระเจ้าสเวน ฟอร์กเบียร์ด (Sweyn หรือ Sweyn Forkbeard) |
17 เมษายน ค.ศ. 963 |
3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1014 |
กลางปี ค.ศ. 1013 |
3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1014 |
• ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ด้วยราชสิทธิ์ของผู้ปราบดา (และพระราชปนัดดาในพระมหากษัตริย์แห่งนอร์ทัมเบรีย) • เสกสมรสกับพระนางกันฮิลด์แห่งเว็นเด็น (ประมาณ ค.ศ. 990) และพระราชินีซิกริดผู้ทรนง (ประมาณ ค.ศ. 1000) • สวรรคตที่เกนส์เบอโร[22] | |
| 50 ปี 9 เดือน 17 วัน | 0 หรือ 1 ปี | |||||
ราชวงศ์เวสเซกซ์ (ฟื้นฟูครั้งที่หนึ่ง)
[แก้]หลังการสวรรคตของพระเจ้าสเวน ฟอร์กเบียร์ด พระเจ้าแอเธลเรดผู้ไม่พร้อมทรงได้รับทูลเชิญกลับมาจากการลี้ภัยและได้ขึ้นครองราชย์อีกครั้งในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1014 หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคต พระราชโอรสทรงรับราชสมบัติต่อหลังจากได้รับเลือกจากชาวเมืองลอนดอนและสมาชิกสภาวิททัน[23] แม้ว่าชาวเดนส์จะยังคงพยายามชิงบัลลังก์จากชาวแองโกล-แซกซันอยู่ก็ตาม
| พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าแอเธลผู้ไม่พร้อม (Æthelred the Unready) (ครองราชย์ครั้งที่ 2) |
ประมาณ ค.ศ. 966 |
23 เมษายน ค.ศ. 1016 |
ต้นปี ค.ศ. 1014 |
23 เมษายน ค.ศ. 1016 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบและพระนางเอลฟรีดา • เสกสมรสกับพระราชินีเอลจิฟู (ค.ศ. 991) และพระราชินีเอ็มมา (ค.ศ. 1002) • สวรรคตที่ลอนดอน[15][16] | |
| 49 หรือ 50 ปี | 1 หรือ 2 ปี | |||||
| พระเจ้าเอ็ดมันด์ผู้ทนทาน (Edmund Ironside) |
ประมาณ ค.ศ. 990 |
30 พศจิกายน ค.ศ. 1016 |
23 เมษายน ค.ศ. 1016 |
30 พศจิกายน ค.ศ. 1016 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าแอเธลผู้ไม่พร้อมและพระราชินีเอลจิฟู • เสกสมรสกับพระนางเอลด์จิธแห่งอีสต์แองเกลีย • สวรรคตที่กลาสตันบรี[23][24] | |
| 25 หรือ 26 ปี | 7 เดือน 7 วัน | |||||
ราชวงศ์เดนมาร์ก (ฟื้นฟู)
[แก้]ภายหลังความพ่ายแพ้ในยุทธการที่แอชชิงดัน (Battle of Ashingdon) พระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 2 จึงจำยอมลงพระปรมาภิไธยในสนธิสัญญากับเจ้าชายคนุต (ต่อมาคือพระเจ้าคนุตมหาราช) ภายใต้เงื่อนไขของสนธิสัญญาดังกล่าว ดินแดนอังกฤษทั้งหมด (ยกเว้นเวสเซกซ์) จะตกเป็นของเจ้าชายคนุต[25] พระเจ้าเอ็ดมันด์เสด็จสวรรคตในวันที่ 30 พฤศจิกายน จึงทำให้พระเจ้าคนุตกลายเป็นพระมหากษัตริย์แต่เพียงพระองค์เดียว
| พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าคนุตมหาราช (Cnut the Great) |
ประมาณ ค.ศ. 995 |
12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1035 |
23 เมษายน ค.ศ. 1016 |
12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1035 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าสเวน ฟอร์กเบียร์ดและพระราชินีซิกริดผู้ทรนง • เสกสมรสกับพระนางเอลฟ์จิฟูแห่งนอร์แธมตัน (ไม่ทราบปี ค.ศ.) และพระราชินีเอ็มมา (ค.ศ. 1017) • สนธิสัญญาเดียร์เฮสต์ (Treaty of Deerhurst) • สวรรคตที่ชาฟท์สบรี[26] | |
| 39 หรือ 40 ปี | 19 ปี 6 เดือน 20 วัน | |||||
| พระเจ้าฮาโรลด์ แฮร์ฟุต (Harold Harefoot) |
ประมาณ ค.ศ. 1016 |
17 มีนาคม ค.ศ. 1040 |
12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1035 |
17 มีนาคม ค.ศ. 1040[c] |
• พระราชโอรสในพระเจ้าคนุตมหาราชและพระนางเอลฟ์จิฟูแห่งนอร์แธมตัน • หลักฐานการเสกสมรสไม่ปรากฎแน่ชัด • สวรรคตที่ออกซฟอร์ด[28][27] | |
| 23 หรือ 24 ปี | 4 ปี 4 เดือน 5 วัน | |||||
| พระเจ้าฮาร์ธาคนุต (Harthacnut) |
ค.ศ. 1018 | 8 มิถุนายน ค.ศ. 1042 |
17 มีนาคม ค.ศ. 1040 |
8 มิถุนายน ค.ศ. 1042 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าคนุตมหาราชและพระราชินีเอ็มมาแห่งนอร์มังดี • ไม่ทรงอภิเษกสมรส • สวรรคตที่แลมเบ็ธ[29] | |
| 23 หรือ 24 ปี | 2 ปี 2 เดือน 22 วัน | |||||
ราชวงศ์เวสเซกซ์ (ฟื้นฟูครั้งที่สอง)
[แก้]ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้าฮาร์ธาคนุต ราชวงศ์เวสเซกซ์ถูกฟื้นฟูขึ้นมาเป็นระเวลาสั้น ๆ ระหว่าง ค.ศ. 1042 ถึง ค.ศ. 1066
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขี (Edward the Confessor) |
ประมาณ ค.ศ. 1003 |
5 มกราคม ค.ศ. 1066 |
8 มิถุนายน ค.ศ. 1042 |
5 มกราคม ค.ศ. 1066 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าแอเธลผู้ไม่พร้อมและพระราชินีเอ็มมาแห่งนอร์มังดี • พระราชบุตรบุญธรรมในพระเจ้าคนุตมหาราชและพระเชษฐาธิราชต่างพระมารดาในพระเจ้าฮาร์ธาคนุต • เสกสมรสกับพระราชินีอีดิธ • สวรรคตที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์[30] | ||
| 62 หรือ 63 ปี | 23 ปี 6 เดือน 28 วัน | ||||||
ราชวงศ์กอดวิน
[แก้]| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าฮาโรลด์ที่ 2 หรือ พระเจ้าฮาโรลด์ กอดวินสัน (Harold II หรือ Harold Godwinson) |
ประมาณ ค.ศ. 1022 |
14 ตุลาคม ค.ศ. 1066 |
6 มกราคม ค.ศ. 1066 |
14 ตุลาคม ค.ศ. 1066 |
• พระราชโอรสในกอดวิน เอิร์ลแห่งเวสเซ็กซ์และกีธา ธอร์เคลสเดิทเทียร์ • เสกสมรสกับพระนางอีดิธ สวอนเน็ก และพระราชินีเอลด์กีธ • สวรรคตในระหว่างการสู้รบที่เฮสติงส์[31] | ||
| 43 หรือ 44 ปี | 9 เดือน 8 วัน | ||||||
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์จากราชวงศ์เวสเซกซ์
[แก้]ภายหลังจากพระเจ้าแฮโรลด์เสด็จสวรรคตในยุทธการที่เฮสติงส์ สภาวิททันได้ลงมติเลือกเอ็ดการ์ เอเธลลิง ขึ้นเถลิงราชย์เป็นกษัตริย์ ทว่าในช่วงเวลานั้นฝ่ายนอร์มันสามารถเข้าควบคุมทั่วทั้งอาณาจักรไว้ได้แล้ว พระเจ้าเอ็ดการ์จึงมิเคยได้ปกครองแผ่นดินอย่างแท้จริง และท้ายที่สุดพระองค์ได้ทรงยอมสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต
| พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | |||
| พระเจ้าเอ็ดการ์ เอเธลลิง (Edgar Ætheling) |
ประมาณ ค.ศ. 1051 |
ค.ศ. 1125 หรือ ค.ศ. 1126 |
15 ตุลาคม ค.ศ. 1066 |
17 ธันวาคม ค.ศ. 1066[d] |
• พระราชนัดดาในพระเจ้าเอ็ดมันด์ผู้ทนทาน • พระราชโอรสในเอ็ดเวิร์ดผู้ลี้ภัยและพระนางอากาธา • หลักฐานการเสกสมรสไม่ปรากฎแน่ชัด[32][33] | |
| 74 หรือ 75 ปี | 2 เดือน 2 วัน | |||||
ราชวงศ์นอร์มัน
[แก้]ใน ค.ศ. 1066 เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดธรรมสักขีเสด็จสวรรคตโดยปราศจากรัชทายาทสายตรง ได้ปรากฏผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์อังกฤษหลายฝ่าย บุคคลสำคัญในกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วย ฮาโรลด์ กอดวินสัน (ผู้ซึ่งสภาวิททันให้การรับรองเป็นกษัตริย์ต่อจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด) ฮารัลด์ ฮาดราดา (กษัตริย์แห่งนอร์เวย์ผู้อ้างสิทธิ์ในฐานะทายาทโดยชอบธรรมของพระเจ้าฮาร์ทาคนุต) และดยุกวิลเลียมที่ 2 แห่งนอร์มังดี (ขุนนางผู้สวามิภักดิ์ต่อกษัตริย์แห่งฝรั่งเศส และมีศักดิ์เป็นพระญาติชั้นหลานของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ด) ซึ่งทั้งฮารัลด์ ฮาดราดา และดยุกวิลเลียมต่างแยกกันยกทัพเข้ารุกรานอังกฤษในปี ค.ศ. 1066 และแม้พระเจ้าฮาโรลด์จะสามารถต้านทานการรุกรานของฮารัลด์ ฮาดราดา ได้สำเร็จ แต่ท้ายที่สุดพระองค์กลับต้องสูญเสียราชบัลลังก์อังกฤษไปในการพิชิตของชาวนอร์มัน
ภายหลังจากพระเจ้าฮาโรลด์ กอดวินสัน เสด็จสวรรคตในยุทธการที่เฮสติงส์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 1066 สภาสภาวิททันของชาวแองโกล-แซกซันได้ลงมติเลือกเอ็ดการ์ เอเธลลิง พระโอรสในเอ็ดเวิร์ดผู้ลี้ภัยและพระราชนัดดาในพระเจ้าเอ็ดมันด์ผู้ทนทาน ขึ้นเป็นกษัตริย์ ทว่ายุวกษัตริย์พระองค์นี้มิอาจต่อต้านกองทัพผู้รุกรานได้และมิเคยผ่านพิธีบรมราชาภิเษก ดยุกวิลเลียมจึงได้เข้าพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ ณ เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ ในวันคริสต์มาสปี ค.ศ. 1066 ซึ่งปัจจุบันพระองค์เป็นที่รู้จักในพระนาม พระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต พระเจ้าวิลเลียมบุตรนอกกฎหมาย หรือ พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 ทั้งนี้ ยังทรงย้ายเมืองหลวงจากวินเชสเตอร์มาลอนดอนเป็นการถาวรอีกด้วย
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 หรือ พระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต[e] (William I หรือ William the Conqueror) |
ประมาณ ค.ศ. 1028 |
9 กันยายน ค.ศ. 1087 |
25 ธันวาคม ค.ศ. 1066 |
9 กันยายน ค.ศ. 1087[β] |
• บุตรนอกกฎหมายของดยุกรอแบร์ที่ 1 แห่งนอร์ม็องดีและแอร์เลอวาแห่งฟาเลส • เสกสมรสกับพระราชินีมาทิลดา (ค.ศ. 1053) • สวรรคตที่รูอ็อง[34] | ||
| 58 หรือ 59 ปี | 20 ปี 8 เดือน 15 วัน | ||||||
| พระเจ้าวิลเลียมที่ 2 หรือ พระเจ้าวิลเลียม รูฟัส (William II หรือ William Rufus) |
ประมาณ ค.ศ. 1056 |
2 สิงหาคม ค.ศ. 1100 |
26 กันยายน ค.ศ. 1087[i] |
2 สิงหาคม ค.ศ. 1100 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าวิลเลียมวิลเลียมผู้พิชิตและพระราชินีมาทิลดา • ไม่ทรงอภิเษกสมรส • สวรรคตที่นิวฟอเรสต์[35] | ||
| 43 หรือ 44 ปี | 12 ปี 10 เดือน 7 วัน | ||||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 1 หรือ พระเจ้าเฮนรี โบเคลิร์ก (Henry I หรือ Henry Beauclerc) |
เดือนกันยายน ค.ศ. 1068 |
1 ธันวาคม ค.ศ. 1135 |
5 สิงหาคม ค.ศ. 1100[ii] |
1 ธันวาคม ค.ศ. 1135[γ] |
• พระราชโอรสในพระเจ้าวิลเลียมวิลเลียมผู้พิชิตและพระราชินีมาทิลดา • เสกสมรสกับพระราชินีมาทิลดา (11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1100) และพระราชินีอเดลีซา (29 มกราคม ค.ศ. 1121) • สวรรคตที่ลียงลาฟอเรต์[36] | ||
| 67 ปี 2 หรือ 3 เดือน | 35 ปี 3 เดือน 26 วัน | ||||||
พระเจ้าเฮนรีที่ 1 ไม่เหลือรัชทายาทชายโดยชอบธรรมหลังเจ้าชายวิลเลียม อาเดลิน พระราชโอรสพระองค์เดียว สิ้นพระชนม์ในภัยพิบัติเรือขาว (White Ship disaster) เมื่อ ค.ศ. 1120 นับเป็นการสิ้นสุดสายราชสันตติวงศ์โดยตรงของกษัตริย์นอร์มันในอังกฤษ ทั้งนี้ พระเจ้าเฮนรีได้ทรงสถาปนาพระราชธิดาองค์โต คือ จักรพรรดินีมาทิลดา (จักรพรรดินีหม้ายในจักรพรรดิไฮน์ริชที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้ต่อมาเสกสมรสครั้งที่สองกับฌอฟฟรัว แพลนแทเจอนิต เคานต์แห่งอ็องฌู เป็นเคาน์เตสแห่งอ็องฌู) เป็นรัชทายาทสืบราชสมบัติ
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์
[แก้]หลังการสิ้นพระชนม์ของพระราชโอรสพระองค์เดียวในภัยพิบัติเรือขาว พระเจ้าเฮนรีที่ 1 ทรงประกาศให้จักรพรรดินีมาทิลดา พระราชธิดาองค์โตเป็นรัชทายาทโดยสันนิษฐาน โดยเป็นที่ยอมรับของเหล่าขุนนาง ทว่าเมื่อพระเจ้าเฮนรีที่ 1 เสด็จสวรรคต เอเตียนแห่งบลัว ผู้เป็นพระญาติของจักรพรรดินีมาทิลดา กลับฉวยอำนาจและเถลิงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แทน และในระหว่างยุคอนาธิปไตยที่เกิดความวุ่นวายโกลาหลนั้นเอง จักรพรรดินีมาทิลดาเข้าควบคุมและปกครองอังกฤษได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ไม่กี่เดือนในปี ค.ศ. 1141 ซึ่งแม้ว่าพระนางจะเป็นสตรีพระองค์แรกที่ก้าวขึ้นมากุมอำนาจปกครองแผ่นดิน แต่เนื่องจากมิเคยบรมราชาภิเษก จึงมักไม่ปรากฏพระนามในรายชื่อพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษส่วนใหญ่หลายฉบับ[37]
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| จักรพรรดินีมาทิลดา[f] (Empress Matilda) |
7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1102 |
6 มกราคม ค.ศ. 1167 |
7 เมษายน ค.ศ. 1141 |
1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1141 |
• พระราชธิดาในพระเจ้าเฮนรีที่ 1และพระราชินีมาทิลดา • เสกสมรสกับจักรพรรดิไฮน์ริชที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (6 มกราคม ค.ศ. 1114) และฌอฟฟรัว แพลนแทเจอนิต เคานต์แห่งอ็องฌู (22 พฤษภาคม ค.ศ. 1128) • สวรรคตที่รูอ็อง[39][38] | ||
| 64 ปี 10 เดือน 30 วัน | 6 เดือน 25 วัน | ||||||
ราชวงศ์บลัว
[แก้]ก่อนที่พระเจ้าเฮนรีจะทรงประกาศสถาปนาจักรพรรดินีมาทิลดาเป็นรัชทายาท พระองค์เคยทรงอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อแต่งตั้งเอเตียนแห่งบลัว พระภาคิไนย (หลานชาย) ขึ้นสืบราชบัลลังก์แทน อย่างไรก็ตาม เมื่อพระเจ้าเฮนรีเสด็จสวรรคต เอเตียนได้รีบเสด็จมายังอังกฤษและก่อรัฐประหารด้วยการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แทนที่พระนางมาทิลดา อันนำไปสู่ช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า ยุคอนาธิปไตย เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่ายต่างทำสงครามสู้รบกันอย่างเปิดเผยทั้งในเกาะบริเตนและบนภาคพื้นทวีปยุโรปเป็นเวลานานร่วมสองทศวรรษ
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าสตีเฟน หรือ พระเจ้าสตีเฟนแห่งบลัว (Stephen หรือ Stephen of Blois) |
ประมาณ ค.ศ. 1096 |
25 ตุลาคม ค.ศ. 1154 |
22 ธันวาคม ค.ศ. 1135[iii] |
25 ตุลาคม ค.ศ. 1154 |
• พระโอรสของเคานต์เอเตียนที่ 2 แห่งบลัวและอาแดลแห่งนอร์ม็องดี • เสกสมรสกับพระราชินีมาทิลดาแห่งบูลอญ (ค.ศ. 1125) • สวรรคตที่ปราสาทโดเวอร์[40][39] | ||
| 38 หรือ 39 ปี | 18 ปี 10 เดือน 3 วัน | ||||||
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1152 พระเจ้าสตีเฟนสถาปนาอุสตัชที่ 4 เคานต์แห่งบูลอญ พระราชโอรส เป็นพระมหากษัตริย์ร่วม (co-King) เพื่อรับประกันสิทธิ์สืบราชสันตติวงศ์ (ตามธรรมเนียมปฏิบัติของฝรั่งเศส แต่ไม่ใช่ธรรมเนียมของอังกฤษ) อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่พระสันตะปาปาเอวเจนีอุสที่ 3 มิทรงเห็นชอบ ทำให้เคานต์อุสตัชที่ 4 มิได้เข้าพิธีบรมราชาภิเษกและได้สิ้นพระชนม์ลงในปีถัดมาขณะที่พระราชบิดายังทรงพระชนม์ชีพอยู่ จึงมิได้เถลิงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์โดยพระองค์เอง[41]
ราชวงศ์แพลนแทเจอนิต
[แก้]ราชวงศ์แพลนแทเจอนิตมีที่มาจากพระนามของฌอฟฟรัว แพลนแทเจอนิต เคานต์แห่งอ็องฌู พระสวามีในจักรพรรดินีมาทิลดา และพระราชบิดาในพระเจ้าเฮนรีที่ 2 โดยแต่เดิม แพลนแทเจอนิต ไม่ได้มีสถานะเป็นนามสกุลวงศ์อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งริชาร์ดแห่งยอร์กได้นำมาใช้เป็นชื่อราชสกุลของตนในคริสต์ศตวรรษที่ 15 หลังจากนั้นนักประวัติศาสตร์จึงได้นำชื่อนี้มาใช้เรียกย้อนหลังครอบคลุมถึงพระมหากษัตริย์อังกฤษนับตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 2 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่นิยมอ้างถึงพระเจ้าเฮนรีที่ 2 และพระรัชทายาทเป็นเชื้อพระวงศ์อ็องเฌอแว็ง (Angevins) เนื่องจากขอบเขตการปกครองที่ครอบคลุมดินแดนภาคพื้นทวีปอันกว้างใหญ่ อีกทั้งพระมหากษัตริย์อ็องเฌอแว็งส่วนใหญ่ (ก่อนรัชสมัยพระเจ้าจอห์น) มักพำนักอยู่ในยุโรปภาคพื้นทวีปมากกว่าในอังกฤษ
พระมหากษัตริย์อ็องฌูแห่งอังกฤษ
[แก้]พระเจ้าสตีเฟนทรงบรรลุข้อตกลงกับจักรพรรดินีมาทิลดาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1153 ด้วยการลงนามในสนธิสัญญาวัลลิงเฟิร์ด (Treaty of Wallingford) ซึ่งพระเจ้าสตีเฟนทรงรับรองให้เจ้าชายเฮนรี พระโอรสของพระนางมาทิลดากับฌอฟฟรัว แพลนแทเจอนิต เคานต์แห่งอ็องฌู เป็นรัชทายาทผู้สืบราชบัลลังก์ และราชวงศ์ที่สืบสายพระโลหิตจากพระนางมาทิลดาและเคานต์ฌอฟฟรัวเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในสองชื่อ คือ ราชวงศ์อ็องฌู (ตามตำแหน่งเคานต์แห่งอ็องฌู) หรือ ราชวงศ์แพลนแทเจอนิต (ตามพระสมัญญานามของเคานต์ฌอฟฟรัว) ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางส่วนนิยมจำแนกกษัตริย์ในราชวงศ์นี้ออกเป็นสองกลุ่ม คือช่วงก่อนและหลังการสูญเสียดินแดนส่วนใหญ่ในฝรั่งเศส แม้ว่าโดยนิตินัยแล้วจะไม่ใช่ราชวงศ์ที่แยกจากกันก็ตาม
เชื้อพระวงศ์อ็องเฌอแว็ง (มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึง "ผู้มาจากอ็องฌู") ปกครองจักรวรรดิอ็องฌูในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึง 13 ซึ่งมีอาณาเขตแผ่ขยายตั้งแต่เทือกเขาพิรินีไปจนถึงไอร์แลนด์ พระมหากษัตริย์จากราชวงศ์นี้มิได้ถือว่าอังกฤษเป็นราชสำนักหลักจนกระทั่งดินแดนส่วนใหญ่บนภาคพื้นทวีปถูกยึดครองไปในรัชสมัยพระเจ้าจอห์น ทั้งนี้ ราชสันตติวงศ์ฝ่ายหน้า (บุรุษ) สายตรงสืบแต่พระเจ้าเฮนรีที่ 2 มักถูกเรียกขานรวมกันว่าราชวงศ์แพลนแทเจอนิต ซึ่งเป็นนามที่ใช้เรียกราชวงศ์หลังจากสูญเสียดินแดนภาคพื้นทวีปส่วนใหญ่ไปแล้ว ขณะที่ราชสันตติวงศ์สายรองได้กลายเป็นที่รู้จักในนาม ราชวงศ์แลงคัสเตอร์ และ ราชวงศ์ยอร์ก ในช่วงสงครามดอกกุหลาบ
นอกจากนี้ เชื้อพระวงศ์อ็องเฌอแว็งยังเป็นผู้สถาปนาตราแผ่นดินของอังกฤษ ซึ่งมักแสดงสัญลักษณ์ของอาณาจักรอื่นที่ตนปกครองหรืออ้างสิทธิ์ แม้จะยังไม่มีสัญลักษณ์ของไอร์แลนด์ปรากฏอยู่เป็นเวลานานก็ตาม ส่วนคำขวัญ ดีเยอเอต์มงดรัวต์ (ฝรั่งเศส: Dieu et mon droit; พระเจ้าและสิทธิ์แห่งข้า) ถูกนำมาใช้เป็นสิงหนาท (ฺBattle cry) ครั้งแรกโดยพระเจ้าริชาร์ดที่ 1 เมื่อ ค.ศ. 1198 ในยุทธการที่กีซอร์ (Battle of Gisors) เมื่อทรงได้รับชัยชนะเหนือกองทัพของพระเจ้าฟีลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศส[42][43] และต่อมาในภายหลัง พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ได้ทรงนำมาใช้เป็นคำขวัญประจำพระองค์พระมหากษัตริย์อังกฤษนับแต่นั้นเป็นต้นมา[42]
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 2 หรือ พระเจ้าเฮนรีเสื้อคลุมสั้น (Henry II หรือ Henry Curtmantle) |
5 มีนาคม ค.ศ. 1133 |
6 กรกฎาคม ค.ศ. 1189 |
19 ธันวาคม ค.ศ. 1154[iv] |
6 กรกฎาคม ค.ศ. 1189[δ] |
• พระราชนัดดาในพระเจ้าเฮนรีที่ 1 • พระราชโอรสในจักรพรรดินีมาทิลดาและฌอฟฟรัว แพลนแทเจอนิต เคานต์แห่งอ็องฌู • เสกสมรสกับพระราชินีเอเลนอร์ (18 พฤษภาคม ค.ศ. 1152) • สวรรคตที่ชีนง[44] | ||
| 56 ปี 4 เดือน 1 วัน | 34 ปี 6 เดือน 17 วัน | ||||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 2 ทรงแต่งตั้งพระราชโอรส คือ เฮนรียุวกษัตริย์ (ค.ศ. 1155 - 1183) เป็นพระมหากษัตริย์ร่วมปกครองตามธรรมเนียมของชาวนอร์มันในการสถาปนารัชทายาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเฮนรียุวกษัตริย์ได้เสด็จสวรรคตก่อนพระราชบิดาและมิได้ครองราชย์โดยพระราชอำนาจของพระองค์เอง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ปรากฏพระนามในลำดับพระมหากษัตริย์อังกฤษ | |||||||
| พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 หรือ พระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ (Richard I หรือ Richard the Lionheart) |
8 กันยายน ค.ศ. 1157 |
6 เมษายน ค.ศ. 1199 |
3 กันยายน ค.ศ. 1189[v] |
6 เมษายน ค.ศ. 1199[ε] |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเฮนรีที่ 2 และพระราชินีเอเลนอร์ • เสกสมรสกับพระราชินีเบเรนแกเรีย (12 พฤษภาคม ค.ศ. 1191) • สวรรคตที่ชาลุสหลังถูกยิงด้วยลูกเหล็กหน้าไม้[45] | ||
| 41 ปี 6 เดือน 29 วัน | 9 ปี 7 เดือน 3 วัน | ||||||
| พระเจ้าจอห์น หรือ พระเจ้าจอห์นผู้เสียแผ่นดิน (John หรือ John Lackland) |
24 ธันวาคม ค.ศ. 1166 |
19 ตุลาคม ค.ศ. 1216 |
27 พฤษภาคม ค.ศ. 1199[vi] |
19 ตุลาคม ค.ศ. 1216[ζ] |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเฮนรีที่ 2 และพระราชินีเอเลนอร์ • เสกสมรสกับพระนางอิซาเบลลาแห่งกลอสเตอร์ (29 สิงหาคม ค.ศ. 1189) และพระราชินีอิซาเบลลาแห่งอ็องกูแลม (24 สิงหาคม ค.ศ. 1200) • สวรรคตที่นิวอาร์กออนเทรนต์[46] | ||
| 49 ปี 9 เดือน 25 วัน | 17 ปี 4 เดือน 22 วัน | ||||||
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์จากราชวงศ์กาแป
[แก้]เจ้าชายหลุยส์ (ผู้ต่อมาเสวยราชย์เป็นพระเจ้าหลุยส์ที่ 8 แห่งฝรั่งเศส) ทรงแผ่อำนาจการปกครองเหนืออาณาเขตสองในสามของอังกฤษช่วงสั้น ๆ ระหว่างเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1216 ถึงเดือนกันยายน ค.ศ. 1217 ซึ่งเป็นช่วงปลายของสงครามขุนนางครั้งที่หนึ่งเพื่อต่อต้านพระเจ้าจอห์น ซึ่งได้เสด็จขึ้นบก ณ เกาะธาเน็ต นอกชายฝั่งทางตอนเหนือของเคนต์ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1216 ก่อนจะยาตราทัพเข้าสู่ลอนดอนโดยปราศจากการต่อต้านท่ามกลางการต้อนรับของประชาชน ต่อมาในวันที่ 2 มิถุนายน ได้จัดพระราชพิธีปราบดาภิเษก (แต่มิได้บรมราชาภิเษก) เป็น พระเจ้าหลุยส์แห่งอังกฤษ ณ อาสนวิหารเซนต์พอลอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีคณะสงฆ์ ขุนนางอังกฤษ และนายกเทศมนตรีแห่งลอนดอน รวมถึงพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งสกอตแลนด์ เข้าร่วมพิธี จากนั้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน พระเจ้าหลุยส์ทรงเข้าควบคุมพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศและได้รับแรงสนับสนุนจากขุนนางถึงสองในสาม อย่างไรก็ดี กองทัพของพระองค์พ่ายแพ้แก่กองเรืออังกฤษ จนนำไปสู่การลงพระนามในสนธิสัญญาแลมเบท (Treaty of Lambeth) เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1217 โดยทรงได้รับเงินจำนวน 10,000 มาร์ก และยอมรับว่ามิใช่กษัตริย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของอังกฤษ[47] ส่งผลให้พระเจ้าหลุยส์กลายเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ผู้ถูกลืมเลือนมากที่สุด แม้จะเคยปกครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของอังกฤษก็ตาม[48]
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าหลุยส์ หรือ พระเจ้าหลุยส์ราชสีห์ (Louis หรือ Louis the Lion) |
5 กันยายน ค.ศ. 1187 |
8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1226 |
2 มิถุนายน ค.ศ. 1216 |
20 กันยายน ค.ศ. 1217 |
• พระญาติในพระเจ้าเฮนรีที่ 2 ผ่านทางพระมเหสี (พระราชมารดาของพระนางบลังกาเป็นพระราชธิดาในพระเจ้าเฮนรีที่ 2) • พระราชโอรสในพระเจ้าฟีลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศสและพระราชินีอิซาเบลลาแห่งแอโน • เสกสมรสกับพระราชินีบลังกา (23 พฤษภาคม ค.ศ. 1200) • สวรรคตที่มงป็องซีเย[49] | ||
| 39 ปี 2 เดือน 3 วัน | 1 ปี 3 เดือน 18 วัน | ||||||
ราชวงศ์แพลนแทเจอนิตสายหลัก
[แก้]นับตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 3 เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์จากราชวงศ์แพลนแทเจอนิตทรงเริ่มมีอัตลักษณ์ความเป็นอังกฤษเด่นชัดขึ้น หลังจากสูญเสียดินแดนในการควบคุมของราชวงศ์ในภาคพื้นทวีปยุโรปเกือบทั้งหมด ทั้งนี้ ราชวงศ์แลงคัสเตอร์และราชวงศ์ยอร์กต่างก็เป็นสาขาย่อยที่สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์แพลนแทเจอนิตสายหลัก
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 3 หรือ พระเจ้าเฮนรีแห่งวินเชสเตอร์ (Henry III หรือ Henry of Winchester) |
1 ตุลาคม ค.ศ. 1207 |
16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272 |
28 ตุลาคม ค.ศ. 1216[vii] |
16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าจอห์นและพระราชินีอิซาเบลลาแห่งอ็องกูแลม • เสกสมรสกับพระราชินีเอเลนอร์แห่งพรอว็องส์ (14 มกราคม ค.ศ. 1236) • สวรรคตที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์[50] | ||
| 65 ปี 1 เดือน 15 วัน | 56 ปี 19 วัน | ||||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 หรือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด ลองแชงก์ส (Edward I หรือ Edward Longshanks) |
17 มิถุนายน ค.ศ. 1239 |
7 กรกฎาคม ค.ศ. 1307 |
20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272[viii] |
7 กรกฎาคม ค.ศ. 1307 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเฮนรีที่ 3 และพระราชินีเอเลนอร์แห่งพรอว็องส์ • เสกสมรสกับพระราชินีเอเลนอร์แห่งกัสติยา (18 ตุลาคม ค.ศ. 1254) และพระราชินีมาร์กาเรต (10 กันยายน ค.ศ. 1299) • สวรรคตที่เบิร์กบายแซนด์[51] | ||
| 68 ปี 20 วัน | 34 ปี 7 เดือน 17 วัน | ||||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 หรือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดแห่งคายร์นาร์วอน (Edward II หรือ Edward of Caernarfon) |
25 เมษายน ค.ศ. 1284 |
21 กันยายน ค.ศ. 1327[g] |
8 กรกฎาคม ค.ศ. 1307[ix] |
20 มกราคม ค.ศ. 1327 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 และพระราชินีเอเลนอร์แห่งกัสติยา • เสกสมรสกับพระราชินีอิซาเบลลาแห่งฝรั่งเศส (24 มกราคม ค.ศ. 1308) • ทรงถูกจับกุมและบังคับให้สละราชสมบัติแก่พระราชโอรสหลังการก่อกบฏโดยพระมเหสี • สวรรคตขณะถูกคุมขังที่ปราสาทบาร์กลีย์ (สันนิษฐานว่าอาจถูกปลงพระชนม์)[53] | ||
| 43 ปี 4 เดือน 27 วัน | 19 ปี 6 เดือน 12 วัน | ||||||
(ถึง ค.ศ. 1340 และ ค.ศ. 1360 - 1369) (ค.ศ. 1340 - 1360 และตั้งแต่ ค.ศ. 1369) |
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 หรือ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดแห่งวินด์เซอร์ (Edward III หรือ Edward of Windsor) |
13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1312 |
21 มิถุนายน ค.ศ. 1377 |
25 มกราคม ค.ศ. 1327[x] |
21 มิถุนายน ค.ศ. 1377 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 และพระราชินีอิซาเบลลาแห่งฝรั่งเศส • เสกสมรสกับพระราชินีฟิลิปปา (25 มกราคม ค.ศ. 1328) • สวรรคตที่พระราชวังชีน[54] | |
| 64 ปี 7 เดือน 8 วัน | 50 ปี 4 เดือน 27 วัน | ||||||
| พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 หรือ พระเจ้าริชาร์ดแห่งบอร์โด (Richard II หรือ Richard of Bordeaux) |
6 มกราคม ค.ศ. 1367 |
14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1400 |
22 มิถุนายน ค.ศ. 1377[xi] |
29 กันยายน ค.ศ. 1399 |
• พระราชนัดดาในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 • พระโอรสในเอ็ดเวิร์ด เจ้าชายดำ และโจนแห่งเคนต์ เจ้าหญิงแห่งเวลส์ • เสกสมรสกับพระราชินีแอนนา (14 มกราคม ค.ศ. 1382) และพระราชินีอิซาเบลลาแห่งวาลัว (4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1396) • สวรรคตที่ปราสาทพอนเทอแฟรกต์[55] | ||
| 33 ปี 1 เดือน 8 วัน | 22 ปี 3 เดือน 7 วัน | ||||||
ราชวงศ์แลงคัสเตอร์
[แก้]ราชวงศ์นี้สืบเชื้อสายมาจากเจ้าชายจอห์นแห่งกอนต์ ดยุกที่ 1 แห่งแลงคัสเตอร์ พระราชโอรสพระองค์ที่สามที่ยังมีพระชนม์ชีพของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 โดยพระเจ้าเฮนรีที่ 4 ได้ทรงยึดอำนาจจากพระเจ้าริชาร์ดที่ 2 และแย่งชิงสิทธิ์สืบราชสมบัติจากเอ็ดมันด์ มอร์ติเมอร์ (ซึ่งขณะนั้นมีพระชันษา 7 พรรษา) ผู้สืบเชื้อสายมาจากไลโอเนลแห่งแอนต์เวิร์ป พระราชโอรสพระองค์ที่สองของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
(ถึง ค.ศ. 1406) (ตั้งแต่ ค.ศ. 1406) |
พระเจ้าเฮนรีที่ 4 หรือ พระเจ้าเฮนรีแห่งบอลิงโบร์ก (Henry IV หรือ Henry of Bolingbroke) |
ประมาณ เดือนเมษายน ค.ศ. 1367 |
20 มีนาคม ค.ศ. 1413 |
30 กันยายน ค.ศ. 1399[xii] |
20 มีนาคม ค.ศ. 1413 |
• พระราชนัดดาในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 • พระราชโอรสในดยุกที่ 1 แห่งแลงคัสเตอร์และบลานช์แห่งแลงคัสเตอร์ • เสกสมรสกับพระนางแมรี เดอ โบฮัน (27 กรกฎาคม ค.ศ. 1380) และพระราชินีโจน (7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1403) • สวรรคตที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์[56] | |
| 45 ปี 10 หรือ 11 เดือน | 13 ปี 5 เดือน 20 วัน | ||||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 5 หรือ พระเจ้าเฮนรีแห่งมอนมัท (Henry V หรือ Henry of Monmouth) |
16 กันยายน ค.ศ. 1386 |
31 สิงหาคม ค.ศ. 1422 |
21 มีนาคม ค.ศ. 1413[xiii] |
31 สิงหาคม ค.ศ. 1422 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเฮนรีที่ 4 และพระนางแมรี เดอ โบฮัน • เสกสมรสกับพระราชินีแคเธอริน (2 มิถุนายน ค.ศ. 1420) • สวรรคตที่ปราสาทแว็งแซน[57] | ||
| 35 ปี 6 เดือน 15 วัน | 9 ปี 10 วัน | ||||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 6 (Henry VI) (ครองราชย์ครั้งที่ 1) |
6 ธันวาคม ค.ศ. 1421 |
21 พฤษภาคม ค.ศ. 1471 |
1 กันยายน ค.ศ. 1422[xiv] |
4 มีนาคม ค.ศ. 1461 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเฮนรีที่ 5 และพระราชินีแคเธอริน • เสกสมรสกับพระราชินีมาร์กาเรตแห่งอ็องฌู (22 เมษายน ค.ศ. 1445) • สวรรคตที่หอคอยแห่งลอนดอน (สันนิษฐานว่าอาจถูกปลงพระชนม์)[58][59] | ||
| 49 ปี 5 เดือน 15 วัน | 38 ปี 6 เดือน 3 วัน | ||||||
ราชวงศ์ยอร์ก
[แก้]ราชวงศ์ยอร์กอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ผ่านทางสายพระโลหิตของไลโอเนลแห่งแอนต์เวิร์ป พระราชโอรสพระองค์ที่สองที่ยังมีพระชนม์ชีพของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ทว่านามของราชวงศ์นั้นสืบทอดมาจากเอ็ดมันด์แห่งแลงลีย์ ดยุกที่ 1 แห่งยอร์ก ซึ่งเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่สี่ที่ยังมีพระชนม์ชีพของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ทั้งนี้ ในช่วงสงครามดอกกุหลาบ (ค.ศ. 1455 – 1485) อำนาจในการครองราชบัลลังก์ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปมาระหว่างราชวงศ์คู่แข่งอย่างแลงคาสเตอร์และยอร์ก
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 (Edward IV) (ครองราชย์ครั้งที่ 1) |
28 เมษายน ค.ศ. 1442 |
9 เมษายน ค.ศ. 1483 |
4 มีนาคม ค.ศ. 1461 |
3 ตุลาคม ค.ศ. 1470 |
• พระโอรสในดยุกริชาร์ด แพลนแทเจเนตและดัชเชสเซซิลี เนวิลล์ • เสกสมรสกับพระราชินีเอลิซาเบธ วูดวิลล์ (1 พฤษภาคม ค.ศ. 1464) • สวรรคตที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์[60] | ||
| 40 ปี 11 เดือน 12 วัน | 9 ปี 6 เดือน 29 วัน | ||||||
ราชวงศ์แลงคัสเตอร์ (ฟื้นฟู)
[แก้]| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 6 (Henry VI) (ครองราชย์ครั้งที่ 2) |
6 ธันวาคม ค.ศ. 1421 |
21 พฤษภาคม ค.ศ. 1471 |
3 ตุลาคม ค.ศ. 1470 |
11 เมษายน ค.ศ. 1471 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเฮนรีที่ 5 และพระราชินีแคเธอริน • เสกสมรสกับพระราชินีมาร์กาเรตแห่งอ็องฌู (22 เมษายน ค.ศ. 1445) • สวรรคตที่หอคอยแห่งลอนดอน (สันนิษฐานว่าอาจถูกปลงพระชนม์)[58] | ||
| 49 ปี 5 เดือน 15 วัน | 6 เดือน 8 วัน | ||||||
ราชวงศ์ยอร์ก (ฟื้นฟู)
[แก้]| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 (Edward IV) (ครองราชย์ครั้งที่ 2) |
28 เมษายน ค.ศ. 1442 |
9 เมษายน ค.ศ. 1483 |
11 เมษายน ค.ศ. 1471 |
9 เมษายน ค.ศ. 1483 |
• พระโอรสในดยุกริชาร์ด แพลนแทเจเนตและดัชเชสเซซิลี เนวิลล์ • เสกสมรสกับพระราชินีเอลิซาเบธ วูดวิลล์ (1 พฤษภาคม ค.ศ. 1464) • สวรรคตที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์[60] | ||
| 40 ปี 11 เดือน 12 วัน | 11 ปี 11 เดือน 29 วัน | ||||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 (Edward V) |
2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1470 |
กลางปี ค.ศ. 1483 |
9 เมษายน ค.ศ. 1483 |
25 มิถุนายน ค.ศ. 1483[h] |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 และพระราชินีเอลิซาเบธ วูดวิลล์ • ไม่ทรงอภิเษกสมรส • ถูกคุมขังที่หอคอยแห่งลอนดอนและไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 1483 (สันนิษฐานว่าอาจถูกปลงพระชนม์)[61][62] | ||
| 12 หรือ 13 ปี | 2 เดือน 16 วัน | ||||||
| พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 (Richard III) |
2 ตุลาคม ค.ศ. 1452 |
22 สิงหาคม ค.ศ. 1485 |
26 มิถุนายน ค.ศ. 1483[xv] |
22 สิงหาคม ค.ศ. 1485 |
• พระอนุชาในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 และพระพระปิตุลา (อา) ในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 • พระโอรสในดยุกริชาร์ด แพลนแทเจเนตและดัชเชสเซซิลี เนวิลล์ • เสกสมรสกับพระราชินีแอนน์ เนวิลล์ (12 กรกฎาคม ค.ศ. 1472) • สวรรคตในระหว่างการสู้รบที่บอสเวิร์ธฟิลด์[63] | ||
| 32 ปี 10 เดือน 20 วัน | 2 ปี 1 เดือน 27 วัน | ||||||
ราชวงศ์ทิวดอร์
[แก้]ราชวงศ์ทิวดอร์สืบเชื้อสายทางฝ่ายมารดาจากจอห์น โบเฟิร์ต ซึ่งเป็นหนึ่งในบุตรนอกสมรสของเจ้าชายจอห์นแห่งกอนต์ (พระราชโอรสองค์ที่สามในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3) กับคาเธอริน สวินฟอร์ด สตรีผู้เป็นภรรยาลับมาอย่างยาวนาน ซึ่งโดยปกติแล้ว เชื้อสายบุตรนอกสมรสของพระมหากษัตริย์อังกฤษจะไม่มีสิทธิ์ในการสืบราชสันตติวงศ์ ทว่าในปี ค.ศ. 1396 สถานการณ์กลับมีความซับซ้อนขึ้นเมื่อเจ้าชายจอห์นแห่งกอนต์และคาเธอริน สวินฟอร์ด ได้เสกสมรสกันในท้ายที่สุด (ขณะที่จอห์น โบเฟิร์ต มีอายุได้ 25 ปี) ส่งผลให้ในปีเดียวกันนั้น คริสตจักรได้ออกสารตราพระสันตะปาปาประกาศให้ตระกูลโบเฟิร์ตมีสถานะเป็นบุตรในสมรสย้อนหลัง[64] เช่นเดียวกับรัฐสภาที่ได้ผ่านพระราชบัญญัติรองรับในลักษณะเดียวกันในปีถัดมา[65] ต่อมาพระเจ้าเฮนรีที่ 4 พระราชโอรสในสมรสของเจ้าชายจอห์นแห่งกอนต์ ทรงออกประกาศรับรองสถานะของตระกูลโบเฟิร์ตเช่นกัน แต่ได้ระบุเงื่อนไขห้ามมิให้คนในตระกูลนี้มีสิทธิ์สืบราชสมบัติ[66] อย่างไรก็ตาม ตระกูลโบเฟิร์ตยังคงเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์แลงคัสเตอร์ซึ่งเป็นรัชทายาทสายตรงมาโดยตลอด
เลดีมาร์กาเรต โบเฟิร์ต หลานสาวของจอห์น โบเฟิร์ต ได้สมรสกับเอ็ดมันด์ ทิวดอร์ ผู้เป็นบุตรของโอเวน ทิวดอร์ ข้าราชสำนักชาวเวลส์ กับแคเธอรินแห่งวาลัว พระราชินีหม้ายในพระเจ้าเฮนรีที่ 5 แห่งราชวงศ์แลงคัสเตอร์ ทั้งนี้ เอ็ดมันด์ ทิวดอร์และพี่น้อง ผู้ซึ่งมีสถานะเป็นบุตรนอกสมรสหรือเกิดจากการสมรสอย่างลับ ๆ สั่งสมความมั่งคั่งของตนจากทรัพย์สมบัติที่พระเจ้าเฮนรีที่ 6 ผู้เป็นพระเชษฐาต่างพระมารดา พระราชทานให้ด้วยพระเมตตา และเมื่อราชวงศ์แลงคัสเตอร์เสื่อมอำนาจลง ตระกูลทิวดอร์จึงต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกัน
ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 ตระกูลทิวดอร์กลายเป็นความหวังสุดท้ายของฝ่ายสนับสนุนราชวงศ์แลงคัสเตอร์ และในปี ค.ศ. 1485 เอ็ดมันด์ ทิวดอร์ ได้รับชัยชนะเหนือพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 ในยุทธการที่บอสเวิร์ธฟิลด์ อันเป็นการสิ้นสุดสงครามดอกกุหลาบ จากนั้นจึงได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเฮนรีที่ 7 ต่อมาทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งยอร์ก พระราชธิดาในพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ซึ่งถือเป็นการรวมราชวงศ์แลงคัสเตอร์และราชวงศ์ยอร์กเข้าด้วยกัน
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 7 (Henry VII) |
28 มกราคม ค.ศ. 1457 |
21 เมษายน ค.ศ. 1509 |
22 สิงหาคม ค.ศ. 1485[xvi] |
21 เมษายน ค.ศ. 1509 |
• พระโอรสในเอ็ดมันด์ ทิวดอร์ และเลดีมาร์กาเรต โบเฟิร์ต • เสกสมรสกับพระราชินีเอลิซาเบธแห่งยอร์ก (18 มกราคม ค.ศ. 1486) • สวรรคตที่พระราชวังริชมอนด์[67] | ||
| 52 ปี 2 เดือน 24 วัน | 23 ปี 7 เดือน 30 วัน | ||||||
| พระเจ้าเฮนรีที่ 8 (Henry VIII) |
28 มิถุนายน ค.ศ. 1491 |
28 มกราคม ค.ศ. 1547 |
22 เมษายน ค.ศ. 1509[xvii] |
28 มกราคม ค.ศ. 1547 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเฮนรีที่ 7 และพระราชินีเอลิซาเบธแห่งยอร์ก • เสกสมรสกับ
| ||
| 55 ปี 7 เดือน | 37 ปี 9 เดือน 6 วัน | ||||||
| พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 (Edward VI) |
12 ตุลาคม ค.ศ. 1537 |
6 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 |
28 มกราคม ค.ศ. 1547[xviii] |
6 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และพระราชินีเจน ซีมอร์ • ไม่ทรงอภิเษกสมรส • สวรรคตที่พระราชวังเกรนิช[69] | ||
| 15 ปี 8 เดือน 24 วัน | 6 ปี 5 เดือน 8 วัน | ||||||
| พระราชินีนาถแมรีที่ 1 (Mary I) |
18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1516 |
17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1558 |
19 กรกฎาคม ค.ศ. 1553[xix] |
17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1558 |
• พระราชธิดาในพระเจ้าเฮนรีที่ 8และพระราชินีแคเทอรินแห่งอารากอน • เสกสมรสกับพระเจ้าฟิลิป (25 กรกฎาคม ค.ศ. 1554) • สวรรคตที่พระราชวังเซนต์เจมส์[70] | ||
| 42 ปี 8 เดือน 30 วัน | 5 ปี 3 เดือน 29 วัน | ||||||
| พระเจ้าฟิลิป (Philip) (พระราชสิทธิ์ผ่านพระมเหสี) |
21 พฤษภาคม ค.ศ. 1527 |
13 กันยายน ค.ศ. 1598 |
25 กรกฎาคม ค.ศ. 1554[j] |
17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1558 |
• พระราชโอรสในจักรพรรดิชาร์ลที่ 5 และจักรพรรดินีอิซาเบลลาแห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ • เสกสมรสกับพระราชินีนาถแมรีที่ 1 (25 กรกฎาคม ค.ศ. 1554) • สวรรคตที่เอลเอสโกเรียล[71] | ||
| 71 ปี 3 เดือน 23 วัน | 4 ปี 3 เดือน 23 วัน | ||||||
| พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 (Elizabeth I) |
7 กันยายน ค.ศ. 1533 |
24 มีนาคม ค.ศ. 1603 |
17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1558[xx] |
24 มีนาคม ค.ศ. 1603 |
พระราชธิดาในพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และพระราชินีแอนน์ บุลิน • ไม่ทรงอภิเษกสมรส • สวรรคตที่พระราชวังริชมอนด์[72] | ||
| 69 ปี 6 เดือน 17 วัน | 44 ปี 4 เดือน 7 วัน | ||||||
ภายใต้เงื่อนไขการอภิเษกสมรสระหว่างพระเจ้าฟิลิปโปที่ 1 แห่งนาโปลี (ซึ่งต่อมาเสวยราชย์ปกครองสเปนเป็น พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1556 และปกครองอังกฤษเป็น พระเจ้าฟิลิป ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1554) และพระราชินีนาถแมรีที่ 1 มีบทบัญญัติให้พระเจ้าฟิลิปดำรงพระอิสริยยศและพระเกียรติเสมอกับพระราชินีนาถแมรีจนกว่าการสมรสดังกล่าวจะจบสิ้นลง โดยบรรดาเอกสารทางราชการรวมถึงพระราชบัญญัติที่ผ่านโดยรัฐสภาทั้งหมด จักต้องระบุพระนามของทั้งสองพระองค์ควบคู่กัน และการเรียกประชุมรัฐสภาจะต้องกระทำภายใต้พระราชอำนาจร่วมของทั้งสองพระองค์
แม้ว่าพระราชบัญญัติการอภิเษกสมรสของพระราชินีนาถแมรี ค.ศ. 1554 (Queen Mary's Marriage Act 1554) จะถวายพระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์ (King) แก่พระเจ้าฟิลิป และระบุว่าพระองค์ "จักทรงเกื้อหนุนสมเด็จพระราชินีนาถ... ในการปกครองแผ่นดินใต้อาณัติของพระนางเจ้าโดยผาสุข"[73] ทว่าในบทบัญญัติส่วนอื่นของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันกลับยืนยันสถานภาพของพระราชินีนาถแมรีในฐานะ สมเด็จพระราชินีนาถแต่เพียงผู้เดียว (Sole Queen) อย่างไรก็ตาม ในทางนิตินัยถือว่าพระเจ้าฟิลิปได้ทรงราชย์ร่วม (Co-reign) กับพระมเหสีในฐานะพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ[71][k]
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์
[แก้]พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 ทรงระบุในพระพินัยกรรมแต่งตั้งให้เลดีเจน เกรย์ เป็นรัชทายาทผู้สืบทอดราชบัลลังก์ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจที่อยู่เหนือพระราชบัญญัติการสืบราชสมบัติ ฉบับที่ 3 ที่ตราขึ้นโดยรัฐสภา และหลังการสวรรคตของพระองค์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 ได้ 4 วัน เลดีเจนเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระราชินีนาถ นับเป็นสตรีคนแรกในบรรดาสตรีสามท่านแห่งราชวงศ์ทิวดอร์ที่ได้รับประกาศสถาปนาขึ้นเป็นเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงราชย์ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นได้เพียง 9 วันคือในวันที่ 19 กรกฎาคม คณะองคมนตรีได้เปลี่ยนไปสวามิภักดิ์และประกาศสถาปนาพระนางแมรี พระขนิษฐาต่างพระมารดาผู้เป็นคาทอลิกของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีนาถแทน และได้ออกพระราชโองการสำเร็จโทษเลดีเจน เกรย์ ด้วยข้อหากบฏในเวลาต่อมา
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระราชินีนาถเจน หรือ เลดีเจน เกรย์ (Jane หรือ Lady Jane Grey) |
ราวปี ค.ศ. 1536 |
12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1554 |
10 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 |
19 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 |
• ถูกตั้งเป็นรัชทายาทสืบราชสมบัติโดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 • พระราชปนัดดาในพระเจ้าเฮนรีที่ 7 • เสกสมรสกับลอร์ดกิลฟอร์ด ดัดลีย์ • ถูกสำเร็จโทษด้วยการบั่นพระเศียรที่หอคอยแห่งลอนดอนตามพระราชโองการของพระราชินีนาถแมรีที่ 1[77] | ||
| 17 หรือ 18 ปี | 9 วัน | ||||||
ราชวงศ์สทิวเวิร์ต
[แก้]พระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ พระญาติในพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 สืบราชสมบัติในฐานะพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ และนำไปสู่การรวมราชบัลลังก์ โดยทรงสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ทิวดอร์ผ่านทางพระปัยยิกาคือ มาร์กาเรต ทิวเดอร์ พระราชธิดาพระองค์โตในพระเจ้าเฮนรีที่ 7 และพระมเหสีในพระเจ้าเจมส์ที่ 4 แห่งสกอตแลนด์ ในปี ค.ศ. 1604 พระองค์ทรงสถาปนาพระอิสริยยศเป็น พระมหากษัตริย์แห่งบริเตนใหญ่ อย่างไรก็ตาม รัฐสภาของทั้งสองอาณาจักรยังคงแยกจากกัน จนกระทั่งมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสหภาพในปี ค.ศ. 1707[78]
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าเจมส์ที่ 1 (James I) |
19 มิถุนายน ค.ศ. 1566 |
27 มีนาคม ค.ศ. 1625 |
24 มีนาคม ค.ศ. 1603[xxi] |
27 มีนาคม ค.ศ. 1625 |
• รัชทายาทในพระเจ้าเฮนรีที่ 7 ผ่านทางพระราชมารดา (พระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งสกอตแลนด์เป็นพระราชปนัดดาในพระเจ้าเฮนรีที่ 7) • พระราชโอรสในพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ และเฮนรี สจวต ลอร์ดดาร์นลีย์ • เสกสมรสกับพระราชินีแอนน์ (23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1589) • สวรรคตที่พระตำหนักเธโอบาลด์[79] | ||
| 36 ปี 9 เดือน 5 วัน | 22 ปี 3 วัน | ||||||
| พระเจ้าชาลส์ที่ 1 (Charles I) |
19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1600 |
30 มกราคม ค.ศ. 1649 |
27 มีนาคม ค.ศ. 1625[xxii] |
30 มกราคม ค.ศ. 1649 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเจมส์ที่ 1 และพระราชินีแอนน์ • เสกสมรสกับพระราชีนีเฮนเรียตตา มาเรีย (13 มิถุนายน ค.ศ. 1625) • สวรรคตที่พระราชวังไวต์ฮอล[80] | ||
| 48 ปี 2 เดือน 11 วัน | 23 ปี 10 เดือน 3 วัน | ||||||
ช่วงว่างระหว่างรัชกาลครั้งที่หนึ่ง
[แก้]ภายหลังการสำเร็จโทษพระเจ้าชาลส์ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1649 อังกฤษเข้าสู่สภาวะไร้พระมหากษัตริย์ปกครอง โดยในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1649 ถึง 1653 ไม่มีผู้ใดดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐเพียงผู้เดียว แต่รัฐสภารัมป์ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองโดยตรงและมีสภาแห่งรัฐเป็นผู้ใช้อำนาจบริหาร ซึ่งสมัยนี้ถูกเรียกว่ายุคเครือจักรภพแห่งอังกฤษ
ภายหลังการรัฐประหารในปี ค.ศ. 1653 โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ได้ใช้กำลังเข้ายึดอำนาจการปกครองอังกฤษจากรัฐสภาและสั่งยุบรัฐสภารัมป์ด้วยกองกำลังทหาร ส่งผลให้อังกฤษเข้าสู่ยุครัฐในอารักขาภายใต้การปกครองโดยตรงของครอมเวลล์ในฐานะ เจ้าผู้อารักขา
เจ้าผู้อารักขามีอำนาจในการคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งด้วยตนเอง ซึ่งโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ได้เลือกริชาร์ด ครอมเวลล์ บุตรชายคนโตให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากตน
| ตราประจำ ตำแหน่ง |
ชื่อ | ช่วงชีวิต | วาระดำรงตำแหน่ง | หมายเหตุ | |||
| เกิด | ถึงแก่กรรม | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (Oliver Cromwell) |
25 เมษายน ค.ศ. 1599 |
3 กันยายน ค.ศ. 1658 |
16 ธันวาคม ค.ศ. 1653 |
3 กันยายน ค.ศ. 1658 |
• บุตรของโรเบิร์ต ครอมเวลล์ และเอลิซาเบธ สจวต • สมรสกับเอลิซาเบธ บูร์เชียร์ (22 สิงหาคม ค.ศ. 1620) • ถึงแก่กรรมที่ไวต์ฮอล[81][82] | ||
| 59 ปี 4 เดือน 9 วัน | 4 ปี 8 เดือน 18 วัน | ||||||
| ริชาร์ด ครอมเวลล์ (Richard Cromwell) |
4 ตุลาคม ค.ศ. 1626 |
12 กรกฎาคม ค.ศ. 1712 |
3 กันยายน ค.ศ. 1658 |
7 พฤษภาคม ค.ศ. 1659 |
• บุตรของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ และเอลิซาเบธ บูร์เชียร์ • สมรสกับดอรอธี ไมเจอร์ (พฤษภาคม ค.ศ. 1649) • ถึงแก่กรรมที่เชสฮันต์[83][84] | ||
| 85 ปี 9 เดือน 8 วัน | 8 เดือน 4 วัน | ||||||
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1659 ริชาร์ด ครอมเวลล์ ถูกถอดถอนจากตำแหน่งโดยคณะกรรมธิการความปลอดภัย (Committee of Safety) ทำให้อังกฤษปกครองโดยไร้ประมุขแห่งรัฐอีกครั้ง และหลังจากเผชิญสถานการณ์แบบอนาธิปไตยเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี ระบอบกษัตริย์จึงได้รับการฟื้นฟูอย่างเป็นทางการ เมื่อพระเจ้าชาลส์ที่ 2 เสด็จนิวัติจากฝรั่งเศสเพื่อขึ้นครองราชสมบัติ
ราชวงศ์สทิวเวิร์ต (ฟื้นฟู)
[แก้]ระบอบกษัตริย์ของอังกฤษได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในรัชกาลของพระเจ้าชาลส์ที่ 2
| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระเจ้าชาลส์ที่ 2 (Charles II) |
29 พฤษภาคม ค.ศ. 1630 |
6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1685 |
29 พฤษภาคม ค.ศ. 1660[xxiii] |
6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1685 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าชาลส์ที่ 1 และพระราชีนีเฮนเรียตตา มาเรีย • เสกสมรสกับพระราชินีแคเทอรินแห่งบรากังซา (21 พฤษภาคม ค.ศ. 1662) • สวรรคตที่พระราชวังไวต์ฮอล[85] | ||
| 54 ปี 8 เดือน 25 วัน | 24 ปี 8 เดือน 25 วัน | ||||||
| พระเจ้าเจมส์ที่ 2 (James II) |
14 ตุลาคม ค.ศ. 1633 |
16 กันยายน ค.ศ. 1701 |
6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1685[xxiv] |
23 ธันวาคม ค.ศ. 1688 |
• พระราชโอรสในพระเจ้าเจมส์ที่ 1 และพระราชินีแอนน์ • เสกสมรสกับดัชเชสแอนน์ ไฮด์ (3 กันยายน ค.ศ. 1660) และพระราชินีแมรีแห่งโมดีนา (21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1673) • สวรรคตที่พระราชวังแซ็ง-แฌร์แม็ง-อ็อง-แล[86] | ||
| 67 ปี 11 เดือน 2 วัน | 3 ปี 10 เดือน 17 วัน | ||||||
ช่วงว่างระหว่างรัชกาลครั้งที่สอง
[แก้]ระหว่างปี ค.ศ. 1688 ถึง ค.ศ. 1689 พระเจ้าเจมส์ที่ 2 ถูกรัฐสภาถอดถอนจากราชบัลลังก์หลังครองราชย์ได้ไม่ถึง 4 ปี นำไปสู่สภาวะไร้พระมหากษัตริย์ครั้งที่สองในรอบศตวรรษ และเพื่อยุติปัญหาว่าผู้ใดควรได้รับสิทธิ์สืบราชสันตติวงศ์หลังการถอดถอนพระมหากษัตริย์ รัฐสภาคอนเวนชัน (Convention Parliament) จึงได้เลือกเจ้าหญิงแมรี พระราชธิดา และเจ้าชายวิลเลียมที่ 3 พระสวามีของเจ้าหญิงแมรี และพระภาคิไนย (หลานลุง) ในพระเจ้าเจมส์ที่ 2 เสด็จขึ้นครองราชย์ร่วมกันในฐานะประมุขร่วมในระหว่างการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์
ราชวงศ์สทิวเวิร์ตและออเรนจ์
[แก้]| พระราช ลัญจกร |
พระนาม | พระชนม์ชีพ | รัชกาล | หมายเหตุ | |||
| ประสูติ | สวรรคต | เริ่มต้น | สิ้นสุด | ||||
| พระราชินีนาถแมรีที่ 2 (Mary II) |
30 เมษายน ค.ศ. 1662 |
28 ธันวาคม ค.ศ. 1694 |
13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1689[xxv] |
28 ธันวาคม ค.ศ. 1694 |
• พระราชธิดาในพระเจ้าเจมส์ที่ 2 และดัชเชสแอนน์ ไฮด์ • เสกสมรสกับพระเจ้าวิลเลียมที่ 3 (4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1677) • สวรรคตที่พระราชวังเค็นซิงตัน[87] | ||
| 32 ปี 7 เดือน 28 วัน | 5 ปี 10 เดือน 15 วัน | ||||||
| พระเจ้าวิลเลียมที่ 3 หรือ พระเจ้าวิลเลียมแห่งออเรนจ์ (William III หรือ William of Orange) |
4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1650 |
8 มีนาคม ค.ศ. 1702 |
13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1689[xxv] |
8 มีนาคม ค.ศ. 1702 |
• พระราชโอรสในเจ้าชายวิลเลียมที่ 2 เจ้าชายแห่งออเรนจ์ และเจ้าหญิงแมรี พระราชกุมารีและเจ้าหญิงแห่งออเรนจ์ • เสกสมรสกับพระราชินีนาถแมรีที่ 2 (4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1677) • สวรรคตที่พระราชวังเค็นซิงตัน[87][88] | ||
| 51 ปี 4 เดือน 4 วัน | 13 ปี 23 วัน | ||||||
| พระราชินีนาถแอนน์ (Anne) |
6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1665 |
1 สิงหาคม ค.ศ. 1714 |
8 มีนาคม ค.ศ. 1702[xxvi] |
1 พฤษภาคม ค.ศ. 1707 (อังกฤษ) 1 สิงหาคม ค.ศ. 1714 (บริเตนใหญ่) |
• พระราชธิดาในพระเจ้าเจมส์ที่ 2 และดัชเชสแอนน์ ไฮด์ • เสกสมรสกับเจ้าชายจอร์จแห่งเดนมาร์ก (28 กรกฎาคม ค.ศ. 1683) • สวรรคตที่พระราชวังเค็นซิงตัน[89] | ||
| 49 ปี 5 เดือน 26 วัน | 5 ปี 1 เดือน 23 วัน (อังกฤษ) 12 ปี 4 เดือน 24 วัน (บริเตนใหญ่) | ||||||
แม้ว่าพระเจ้าเจมส์ที่ 2 และผู้สืบเชื้อสายของพระองค์จะยังคงอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์อย่างต่อเนื่อง แต่เชื้อพระวงศ์คาทอลิกทั้งหมด (อาทิ เจ้าชายเจมส์ แฟรนซิส เอ็ดเวิร์ด และเจ้าชายชาลส์ พระราชโอรสและพระราชนัดดาของพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ตามลำดับ) ต่างถูกตัดสิทธิ์การสืบราชสมบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701 ซึ่งตราขึ้นในรัชสมัยของพระราชินีนาถแอนน์ พระราชธิดาอีกพระองค์หนึ่งของพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ผู้ทรงนับถือโปรเตสแตนต์
ต่อมาหลังพระราชบัญญัติสหภาพ ค.ศ. 1707 มีผลบังคับใช้ อังกฤษจึงสิ้นสุดสถานะการเป็นรัฐอธิปไตย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ที่สถาปนาขึ้นใหม่ (ดู รายพระนามพระมหากษัตริย์บริเตน)
พระราชบัญญัติสหภาพ
[แก้]พระราชบัญญัติสหภาพ ค.ศ. 1707 เป็นคู่กฎหมายสองฉบับที่ผ่านโดยรัฐสภาอังกฤษและรัฐสภาสกอตแลนด์ระหว่างปี ค.ศ. 1706 ถึง ค.ศ. 1707 เพื่อให้สนธิสัญญาสหภาพที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1706 มีผลบังคับใช้ พระราชบัญญัติดังกล่าวส่งผลให้ราชอาณาจักรอังกฤษและราชอาณาจักรสกอตแลนด์ (ซึ่งเดิมต่างก็เป็นรัฐเอกราชและมีสภานิติบัญญัติแยกจากกัน แต่อยู่ภายใต้การปกครองของพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน) รวมสถาปนาเป็นราชอาณาจักรบริเตนใหญ่
ทั้งนี้ นับตั้งแต่การรวมราชบัลลังก์ในปี ค.ศ. 1603 อังกฤษ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์ ต่างมีพระมหากษัตริย์ร่วมกันมามากกว่าศตวรรษ เมื่อพระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ ได้สืบราชบัลลังก์อังกฤษและไอร์แลนด์ต่อจากพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 ผู้เป็นพระญาติ
พระอิสริยยศ
[แก้]พระอิสริยยศตามธรรมเนียมสำหรับพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์นับแต่รัชสมัยพระเจ้าเอเทลสแตนจนถึงรัชสมัยพระเจ้าจอห์น คือ พระมหากษัตริย์แห่งชาวอังกฤษ (Rex Anglorum) นอกจากนี้ พระมหากษัตริย์ยุคก่อนการรุกรานของชาวนอร์มันหลายพระองค์ยังทรงใช้พระอิสริยยศเพิ่มเติม ดังนี้
- พระมหากษัตริย์แห่งบริเตนทั้งปวง (Rex totius Britanniae) สำหรับพระเจ้าเอเทลสแตน
- พระมหากษัตริย์แห่งบริเตน (Rex Britanniæ) และ พระมหากษัตริย์แห่งชาวอังกฤษ ผู้ปกครองและผู้นำแห่งชนชาติอื่น (Rex Anglorum cæterarumque gentium gobernator et rector) สำหรับพระเจ้าเอ็ดมันด์ผู้สูงส่ง
- ผู้ปกครองเหนือรัฐบาลแห่งอาณาจักรชาวแองโกล-แซกซัน นอร์ทัมเบรีย พวกนอกรีต และบริเตน (Regis qui regimina regnorum Angulsaxna, Norþhymbra, Paganorum, Brettonumque) สำหรับพระเจ้าเอเดรด
- พระมหากษัตริย์โดยเทวโองการ จักรพรรดิแห่งแองโกล-แซกซันและนอร์ทัมเบรีย ผู้ปกครองเหล่านอกรีต และผู้บัญชาการแห่งบริเตน (Rex nutu Dei Angulsæxna et Northanhumbrorum imperator paganorum gubernator Breotonumque propugnator) สำหรับพระเจ้าเอ็ดวี
- พระมหากษัตริย์แห่งอัลเบียนทั้งปวงและอาณาจักรข้างเคียง (Totius Albionis finitimorumque regum basileus) สำหรับพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบ
- พระมหากษัตริย์แห่งชาวอังกฤษ ผู้ปกครองและผู้นำแห่งบริวารของบริเตนทั้งปวง (Rex Anglorum totiusque Brittannice orbis gubernator et rector) และ ประมุขของชาวอังกฤษแห่งบริเตนทั้งปวง (Brytannie totius Anglorum monarchus) สำหรับพระเจ้าคนุตมหาราช
ในสมัยนอร์มัน พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งชาวอังกฤษ (Rex Anglorum) ยังคงใช้เป็นมาตรฐาน และใช้ พระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ (Rex Angliae) ร่วมบ้างในบางโอกาส ส่วนจักรพรรดินีมาทิลดาทรงใช้พระอิสริยยศว่า สตรีผู้เป็นนายแห่งชาวอังกฤษ (Domina Anglorum)
นับตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าจอห์นเป็นต้นมา พระอิสริยยศอื่น ๆ ถูกยกเลิกและเปลี่ยนมาใช้ พระมหากษัตริย์ หรือ พระราชินีนาถแห่งอังกฤษ (Rex หรือ Regina Angliae) แทน
ภายหลังได้สืบราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์อังกฤษ ในปี ค.ศ. 1604 พระเจ้าเจมส์ที่ 1 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ใช้พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งบริเตนใหญ่ (ซึ่งในสมัยดังกล่าว มักปรากฏพระยศในภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาละติน) อย่างไรก็ตาม รัฐสภาอังกฤษและสกอตแลนด์ยังไม่รับรองพระอิสริยยศนี้จนกระทั่งมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสหภาพในปี ค.ศ. 1707 ในรัชสมัยพระราชินีนาถแอนน์ (ด้วยพระอิสริยยศ พระราชินีนาถแห่งบริเตนใหญ่)[l]
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตั้งแต่พระชนมายุ 14 พรรษา
- ↑ พระเจ้าแอเธลเรดถูกบังคับให้เสด็จลี้ภัยช่วงกลางปี ค.ศ. 1013 จากการโจมตีของเดนมาร์ก แต่ภายหลังถูกเชิญขึ้นครองราชย์อีกครั้งหลังการสวรรคตของพระเจ้าสเวน ฟอร์กเบียร์ด ในปี ค.ศ. 1014[15]
- ↑ พระเจ้าฮาโรลด์ แฮร์ฟุต ดำรงพระอิสริยยศเป็นผู้สำเร็จราชการแทนก่อนจะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ในปี ค.ศ. 1037[27]
- ↑ หลังจากครองราชย์ได้ประมาณ 9 สัปดาห์ พระเจ้าเอ็ดการ์ เอเธลลิง ตัดสินพระทัยยอมสยามิภักดิ์ต่อพระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต ซึ่งในขณะนั้นฝ่ายนอร์มันสามารถแผ่อิทธิพลเข้าควบคุมพื้นที่ทางตอนใต้และทางทิศตะวันตกโดยรอบกรุงลอนดอนไว้ได้ทั้งหมดแล้ว[32]
- ↑ บางครั้งเป็นที่รู้จักในพระนาม พระเจ้าวิลเลียมบุตรนอกกฎหมาย
- ↑ ยังคงใช้พระอิสริยยศ พระจักรพรรดินี ต่อไป หลังพระราชสวามีสวรรคต[38]
- ↑ วันที่สวรรคตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 ยังเป็นที่ถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์ โดยเอียน มอร์ติเมอร์ แย้งว่าพระองค์อาจไม่ได้ถูกปลงพระชนม์ แต่ถูกคุมขังอยู่ในยุโรปอีกหลายปีต่อมา[52]
- ↑ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5 ไม่เคยบรมราชาภิเษกและถูกพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 พระปิตุลา (อา) โค้นล้มและแย่งชิงราชบัลลังก์ด้วยข้ออ้างว่าทรงเป็นบุตรนอกสมรสจึงไม่มีสิทธิ์สืบราชสมบัติ[61]
- ↑ นักกฎหมายและนักประวัติศาสตร์ เอ็ดเวิร์ด ฮอลล์ และนักพงศาวดาร ราฟาเอล ฮอลิเชด ได้บันทึกการสมรสลับของพระเจ้าเฮนรีและพระนางแอนก่อนหน้านั้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1532 ที่โดเวอร์
- ↑ พระเจ้าฟิลิปไม่ได้ดำรงสถานะเป็นเพียงคู่อภิเษกสมรสในพระราชินาถแมรีที่ 1 แต่ถูกคาดหมายให้ปกครองเป็นพระมหากษัตริย์ร่วมรัชกาล อย่างไรก็ตาม ขอบเขตพระราชอำนาจและสถานภาพของพระองค์ยังคงคลุมเครือ มีเพียงพระราชบัญญัติที่ผ่านโดยรัฐสภาซึ่งระบุไว้ว่า "จักทรงเกื้อหนุนสมเด็จพระราชินีนาถ... ในการปกครองแผ่นดินใต้อาณัติของพระนางเจ้าโดยผาสุข" ขณะที่ส่วนอื่น ๆ ของบทบัญญัติกลับระบุว่าพระนางแมรีเป็นสมเด็จพระราชินีนาถแต่เพียงผู้เดียว
- ↑ เนื่องด้วยพระเจ้าฟิลิปไม่สามารถทรงพระอักษรภาษาอังกฤษได้ จึงมีพระราชโองการให้บันทึกข้อราชการแผ่นดินทั้งหมดเป็นภาษาละตินหรือภาษาสเปน[71][74] นอกจากนี้ ยังมีการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ปรากฏพระรูปของทั้งพระนางแมรีและพระเจ้าฟิลิป และได้รวมตราแผ่นดินอังกฤษเข้ากับตราประจำพระองค์ของพระเจ้าฟิลิปเพื่อแสดงถึงการครองราชย์ร่วมกัน[75] รวมถึงยังได้ผ่านกฎหมายกำหนดฐานความผิดกบฏต่อแผ่นดินแก่ผู้ที่ปฏิเสธพระราชอำนาจของพระเจ้าฟิลิปในอังกฤษ (พระราชบัญญัติการก่อกบฎ ค.ศ. 1554) และในไอร์แลนด์ (พระราชบัญญัติการก่อกบฎ ค.ศ. 1556) อีกด้วย[76]
- ↑ ภายหลังการรวมราชบัลลังก์ พระเจ้าเจมส์ที่ 1 เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ใช้พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งบริเตนใหญ่ (King of Great Britain) แต่ไม่เป็นที่รับรองของรัฐสภาอังกฤษและไม่มีผลทางกฎหมาย เช่นเดียวกับรัฐสภาสกอตแลนด์ที่ไม่ยอมรับพระอิสริยยศดังกล่าวเช่นเดียวกัน[90] (ดูเพิ่มที่ ธงยูเนียนแจ็ก)
พิธีบรมราชาภิเษก
[แก้]- ↑ พระเจ้าวิลเลียมที่ 2 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1087
- ↑ พระเจ้าเฮนรีที่ 1 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 1100
- ↑ พระเจ้าสตีเฟนบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 1135
- ↑ พระเจ้าเฮนรีที่ 2 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1154 พร้อมด้วยพระราชินีเอเลนอร์แห่งอากีแตน
- ↑ พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1189
- ↑ พระเจ้าจอห์นบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 1199
- ↑ พระเจ้าเฮนรีที่ 3 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1216
- ↑ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1274 พร้อมด้วยพระราชินีเอเลนอร์แห่งกัสติยา
- ↑ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1308 พร้อมด้วยพระราชินีอิซาเบลลาแห่งฝรั่งเศส
- ↑ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1327
- ↑ พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1377
- ↑ พระเจ้าเฮนรีที่ 4 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1399
- ↑ พระเจ้าเฮนรีที่ 5 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1413
- ↑ พระเจ้าเฮนรีที่ 6 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1429
- ↑ พระเจ้าริชาร์ดที่ 3 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1483 พร้อมด้วยพระราชินีแอนน์ เนวิลล์
- ↑ พระเจ้าเฮนรีที่ 7 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1485
- ↑ พระเจ้าเฮนรีที่ 8 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1509 พร้อมด้วยพระราชินีแคเทอรินแห่งอารากอน
- ↑ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1547
- ↑ พระราชินีนาถแมรีที่ 1 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1553
- ↑ พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1559
- ↑ พระเจ้าเจมส์ที่ 1 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1603 พร้อมด้วยพระราชินีแอนน์แห่งเดนมาร์ก
- ↑ พระเจ้าชาลส์ที่ 1 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1626
- ↑ พระเจ้าชาลส์ที่ 2 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1661 แต่ฝ่ายนิยมกษัตริย์เริ่มนับรัชกาลตั้งแต่ ค.ศ. 1649
- ↑ พระเจ้าเจมส์ที่ 2 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1685 พร้อมด้วยพระราชินีแมรีแห่งโมดีนา
- 1 2 พระราชินีนาถแมรีที่ 2 และพระเจ้าวิลเลียมที่ 3 บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1689
- ↑ พระราชินีนาถแอนน์บรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1702
พิธีฝังพระศพ
[แก้]- ↑ พระศพของพระเจ้าเอลฟ์เวียร์ดถูกฝังที่วินเชสเตอร์[18]
- ↑ พระศพของพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 ถูกฝังที่แซ็งเอเตียนแอบบีย์ในฝรั่งเศส
- ↑ พระศพของพระเจ้าเฮนรีที่ 1 ถูกฝังที่เรดิงแอบบีย์
- ↑ พระศพของพระเจ้าเฮนรีที่ 2 ถูกฝังที่ฟงเตอโวร์ดแอบบีย์
- ↑ พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 ถูกฝังที่อาสนวิหารรูอ็อง ขณะที่ปัจจุบันพระศพถูกบรรจุไว้ที่ฟงเตอโวร์ดแอบบีย์
- ↑ พระศพของพระเจ้าจอห์นถูกฝังที่อาสนวิหารวุร์สเตอร์
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Ashley, Mike (2003). A Brief History of British Kings and Queens: British Royal History from Alfred the Great to the Present. Running Press.
- ↑ Keynes, Simon (1999). "Offa". ใน Lapidge, Michael (บ.ก.). The Blackwell Encyclopaedia of Anglo-Saxon England. Oxford: Blackwell Publishing. p. 340. ISBN 978-0-631-22492-1.
- 1 2 Fryde 1996, p. 25.
- 1 2 3 4 Keynes, Simon (2001). "Rulers of the English, c 450–1066". ใน Lapidge, Michael (บ.ก.). The Blackwell Encyclopaedia of Anglo-Saxon England. p. 514.
- ↑ Pratt, David (2007). The political thought of King Alfred the Great. Cambridge Studies in Medieval Life and Thought: Fourth Series. Vol. 67. Cambridge University Press. p. 106. ISBN 978-0-521-80350-2.
- ↑ "Kings and Queens of England". britroyals.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2015. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2015.
- ↑ "Alfred 'The Great' (r. 871–899)". royal.gov.uk. 12 มกราคม 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 ตุลาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2018.
- ↑ "Edward 'The Elder' (r. 899–924)". royal.gov.uk. 12 มกราคม 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 มกราคม 2018. สืบค้นเมื่อ 16 มกราคม 2018.
- ↑ "Aethelstan". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 March 2007. สืบค้นเมื่อ 15 March 2007.; "Athelstan (r. 924–939)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Eadmund (Edmund)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 March 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.; "Edmund I (r. 939–946)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Eadred (Edred)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 March 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.; "King Edred". britroyals.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 September 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.; "Edred (r. 946–55)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Eadwig (Edwy)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 March 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.; "Edwy". newadvent.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 April 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.; "Edwy (r. 955–959)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 July 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Eadgar (Edgar the Peacemaker)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 March 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.; "Edgar (r. 959–975)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Eadweard (Edward the Martyr)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 March 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.; "Edward II 'The Martyr' (r. 975–978)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- 1 2 3 "Aethelred (the Unready)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 March 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.
- 1 2 "Ethelred II 'The Unready' (r. 978–1013 and 1014–1016)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ Yorke, Barbara (1988). Bishop Æthelwold: His Career and Influence. Woodbridge. p. 71.
- ↑ Thacker, Alan (2001). "Dynastic Monasteries and Family Cults". ใน Higham, N. J.; Hill, D. H. (บ.ก.). Edward the Elder. Routledge. p. 253.
- ↑ Keynes, Simon (2001). "Edward the Elder". ใน Higham, N. J.; Hill, D. H. (บ.ก.). Edward, King of the Anglo-Saxons. Routledge. pp. 50–51.
- ↑ Yorke, Barbara (1988). Bishop Æthelwold: His Career and Influence. Woodbridge. p. 71; f. 9v. cited by Yorke.
- ↑ Miller, Sean (2001). "Æthelstan". ใน Lapidge, Michael (บ.ก.). The Blackwell Encyclopaedia of Anglo-Saxon England. p. 16.
- ↑ "Sweyn (Forkbeard)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 27 October 2007.
- 1 2 "Eadmund (Edmund the Ironside)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 March 2007. สืบค้นเมื่อ 17 March 2007.
- ↑ "Edmund II 'Ironside' (r. Apr – Nov 1016)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Edmund II (king of England)". britannica.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2010. สืบค้นเมื่อ 25 มีนาคม 2010.
- ↑ "Cnut (Canute)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 March 2007. สืบค้นเมื่อ 21 March 2007.; "Canute 'The Great' (r. 1016–1035)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- 1 2 "Harold (Harefoot)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 27 October 2007.
- ↑ "Harold I". Oxford Dictionary of National Biography (online ed.). Oxford University Press. doi:10.1093/ref:odnb/12359. (ต้องรับบริการหรือเป็นสมาชิกหอสมุดสาธารณะสหราชอาณาจักร); "Harold Harefoot (r. 1035–1040)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Harthacnut". Oxford Dictionary of National Biography (online ed.). Oxford University Press. doi:10.1093/ref:odnb/12252. (ต้องรับบริการหรือเป็นสมาชิกหอสมุดสาธารณะสหราชอาณาจักร); "Harthacnut". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 28 October 2007.; "Hardicanute (r. 1035–1042)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Edward III 'The Confessor' (r. 1042–1066)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Harold II (r. Jan – Oct 1066)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- 1 2 "Eadgar (the Ætheling)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 26 October 2007.
- ↑ "Edgar Atheling (r. Oct – Dec 1066)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "William I 'The Conqueror' (r. 1066–1087)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 34.
- ↑ "William II (Known as William Rufus) (r. 1087–1100)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 35.
- ↑ "Henry I 'Beauclerc' (r. 1100–1135)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 35.
- ↑ Carpenter, David (2003). A Struggle for Mastery. p. 533.; Warren, W.L. (1973). Henry II. Berkeley. p. 176. ISBN 9780520022829.; and Gillingham, John (1984). The Angevin Empire. p. x.
- 1 2 "Matilda (the Empress)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 27 October 2007.
- 1 2 "Stephen and Matilda (r. 1135–1154)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ Fryde 1996, p. 35.
- ↑ Ashley, Mike (1999). The Mammoth Book of British Kings and Queens. London: Robinson Publishing. p. 516. ISBN 978-1-84119-096-9.
- 1 2 Pine, Leslie Gilbert (1983). A Dictionary of mottoes. Routledge. p. 53. ISBN 978-0-7100-9339-4.
- ↑ Norris, Herbert (1999). Medieval Costume and Fashion (illustrated, reprint ed.). Courier Dover Publications. p. 312. ISBN 978-0-486-40486-8.
- ↑ "Henry II 'Curtmantle' (r. 1154–1189)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 36.
- ↑ "Richard I Coeur de Lion ('The Lionheart') (r.1189–1199)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 36.
- ↑ "John Lackland (r. 1199–1216)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 37.
- ↑ "England: Louis of France's Claim to the Throne of England: 1216–1217". Archontology.org. สืบค้นเมื่อ 30 May 2012.
- ↑ "The Only Two Louis in British History". TheCrownChronicles.co.uk. Retrieved 2 May 2018.
- ↑ Hanley, Catherine (2016). Louis: The French Prince Who Invaded England (ภาษาอังกฤษ). Yale University Press. pp. 1066, 1208. ISBN 978-0-300-22164-0.
- ↑ "Henry III (r. 1216–1272)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 37.
- ↑ "Edward I 'Longshanks' (r. 1272–1307)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 38.
- ↑ Mortimer, Ian (2008). The Perfect King: The Life of Edward III, Father of the English Nation. Penguin Random House. ISBN 978-0-09-952709-1.
- ↑ "Edward II (r. 1307–1327)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 39.
- ↑ "Edward III (r. 1327–1377)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 39.
- ↑ "Richard II (r. 1377–1399)". royal.gov.uk. 2016-01-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 40.
- ↑ Mortimer, Ian (2007). "Henry IV's date of birth and the royal Maundy". Historical Research. 80 (210): 567–576. doi:10.1111/j.1468-2281.2006.00403.x. ISSN 0950-3471.; "Henry IV (r.1399–1413)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 40.
- ↑ Allmand, Christopher (September 2010). "Henry V (1386–1422)". Oxford Dictionary of National Biography. Oxford Dictionary of National Biography (online ed.). Oxford, England, UK: Oxford University Press. doi:10.1093/ref:odnb/12952. (ต้องรับบริการหรือเป็นสมาชิกหอสมุดสาธารณะสหราชอาณาจักร); "Henry V (r. 1413–1422)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 41.
- 1 2 Berry, Ciara (2016-01-14). "Henry VI (r.1422–1461 and 1470–1471)". The Royal Family. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ Fryde 1996, p. 41.
- 1 2 "Edward IV (r. 1461–1470 and 1471–1483)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- 1 2 "Edward V". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.
- ↑ "Edward V (Apr–Jun 1483)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 41.
- ↑ "Richard III". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.; "Richard III (r. 1483–1485)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ Michael K. Jones and Malcolm G. Underwood, The King's Mother: Lady Margaret Beaufort, Countess of Richmond and Derby, (Cambridge University Press, 1995), 19–20.
- ↑ Chris Skidmore, The Rise of the Tudors: The Family That Changed English History, (St.Martin's Press, 2013), 22.
- ↑ Pollard, Albert Frederick (1901). "Beaufort, John (1373?-1410)". Lee, Sidney (ed.). Dictionary of National Biography (1st supplement). Vol. 1. London: Smith, Elder & Co. p. 158.
- ↑ "Henry VII (r. 1485–1509)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Henry VIII (r.1509–1547)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; Fryde 1996, p. 42.
- ↑ "Edward VI (r.1547–1553)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Mary I (r.1553–1558)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- 1 2 3 Montrose, Louis Adrian (2006). The subject of Elizabeth: authority, gender, and representation. University of Chicago Press.
- ↑ "Elizabeth I (r.1558–1603)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Act for the Marriage of Queen Mary to Philip of Spain (1554)". Document Discovery Project. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 July 2011. สืบค้นเมื่อ 14 June 2009.
- ↑ Pollard, A. F. (2007). The History of England – From the Accession of Edward VI to the Death of Elizabeth (1547–1603). Read Books.; Groot, Wim de (2005). The Seventh Window: The King's Window Donated by Philip II and Mary Tudor to Sint Janskerk in Gouda (1557). Uitgeverij Verloren.
- ↑ Marks, Richard; Payne, Ann; British Museum; British Library, บ.ก. (1978). British heraldry from its origins to c. 1800. British Museum Publications Ltd.; The Numismatist. American Numismatic Association. 1971.
- ↑ Edwards, Robert Dudley (1977). Ireland in the age of the Tudors: the destruction of Hiberno-Norman civilisation. Taylor & Francis.
- ↑ "Lady Jane Grey: Marriage". britannia.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.; "Lady Jane Grey (r. 10–19 July 1553)". royal.gov.uk. 2016-01-14. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ – โดยทาง Wikisource.
- ↑ "James I (r. 1603–1625)". royal.gov.uk. 2016-02-26. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Charles I (r. 1625–1649)". royal.gov.uk. 2015-12-30. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 March 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "Oliver Cromwell 1599–1658". british-civil-wars.co.uk. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 September 2007. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.
- ↑ "Oliver Cromwell – Faq 1". olivercromwell.org. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 June 2010. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.
- ↑ "Richard Cromwell, Lord Protector, 1626–1712". british-civil-wars.co.uk. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 October 2007. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.
- ↑ "Cromwell, Richard". archontology.org. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 October 2007. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.
- ↑ "Charles II (r. 1660–1685)". royal.gov.uk. 2016-02-03. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; "Oliver Cromwell (1649–1658 AD)". britannia.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 November 2008. สืบค้นเมื่อ 28 November 2008.
- ↑ "James II (r.1685–1688)". royal.gov.uk. 2016-02-26. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- 1 2 "William III (r. 1689–1702) and Mary II (r. 1689–1694)". royal.gov.uk. 2015-12-30. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.
- ↑ "William III". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 October 2007. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.
- ↑ "Anne (r. 1702–1714)". royal.gov.uk. 2015-12-30. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 January 2018. สืบค้นเมื่อ 16 January 2018.; "Anne (England)". archontology.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 October 2007. สืบค้นเมื่อ 25 October 2007.
- ↑ Croft, p. 67; Wilson, pp. 249–252.
บรรณานุกรม
[แก้]- สุปราณี มุขวิชิต. ประวัติศาสตร์อังกฤษและราชวงศ์ (โอเดียนสโตร์, 2549) ISBN 974-9713-63-X