เอลินอร์แห่งพรอว็องส์ สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
“พระนางเอลินอร์แห่งพรอว็องส์”

พระนางเอลินอร์แห่งพรอว็อง สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษส์ (อังกฤษ: Eleanor of Provence) (ราว ค.ศ. 122326 มิถุนายน ค.ศ. 1291)

ครอบครัว[แก้]

เอลินอร์แห่งพรอว็องส์เกิดที่แอ็กซ็อง-พรอว็องส์ เป็นธิดาคนที่สองของราโมน เบอเรนเกอร์ที่ 4 เคานต์แห่งพรอว็องส์ (Ramon Berenguer IV, Count of Provence) และเบียทริซแห่งซาวอย (Beatrice of Savoy) ลูกสาวทั้งสี่คนได้เป็นพระราชินีกันทุกคน เอลินอร์ก็เช่นเดียวกับพระมารดาและพระอัยกีที่ทรงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระสิริโฉมงดงาม มีพระเกศาสีน้ำตาลไหม้และพระเนตรที่งดงาม[1] Peter Langtoft speaks of her as "The erle's daughter, the fairest may of life".[2] เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 1235 เอลินอร์ก็ทรงหมั้นหมายกับสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษ[3] แมทธิว แพริสบรรยายว่าทรง “jamque duodennem” (มีพระชนมายุสิบสองพรรษา) เมื่อเสด็จมาถึงราชอาณาจักรอังกฤษเพื่อการเสกสมรส ทรงเสกสมรสเมื่อวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 1236 พระนางเอลิเนอร์และพระเจ้าเฮนรีมีพระราชโอรสธิดาด้วยกันห้าพระองค์รวมทั้งสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ

การอภิเษกสมรสและพระราชโอรสธิดา[แก้]

เอเลเนอร์ก็ทรงเสกสมรสกับสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษเมื่อวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 1236 พระองค์ไม่ทรงเคยเดินทางมาอังกฤษหรือพบกับพระเจ้าเฮนรีก่อนหน้าที่จะเสกสมรสที่มหาวิหารแคนเทอร์เบอรี[4] โดยมีเอ็ดมันด์ ริช อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีเป็นผู้ประกอบพิธี เอลินอร์ทรงพระภูษาทองระยับที่รัดบั้นพระองค์แน่นและบานออกไปเป็นพลีทถึงพระบาท แขนพระภูษายาวและตกแต่งชายด้วยขนเออร์มิน[5] หลังจากที่ทรงม้าเข้ากรุงลอนดอนในวันเดียวกันในขบวนที่มีประชาชนเรียงรายเพื่อต้องรับทั้งสองพระองค์ เอลินอร์ได้รับการราชาภิเษกเป็นพระราชินีที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ ที่ตามด้วยงานเลี้ยงใหญ่ที่หรูหราที่เต็มไปด้วยแขกที่เป็นขุนนาง[6]

พระนางเอลินอร์และพระเจ้าเฮนรีมีพระราชโอรสธิดาด้วยกันห้าพระองค์ที่รวมทั้งสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 และมากาเรตซึ่งได้อภิเษกสมรสกับสมเด็จพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 แห่งสกอตแลนด์

พระนางเอลินอร์ทรงได้ชื่อว่าทรงเป็นผู้คงแก่เรียน มีความเฉลียวฉลาด และทรงมีความสามารถในการเขียนโคลงกลอน[7] รวมทั้งมีพระสิริโฉมที่งดงาม และทรงเป็นผู้นำทางด้านการแต่งกาย โดยทรงสั่งฉลองพระองค์เข้ามาจาก[8] พระองค์มักจะทรงฉลองพระองค์นอกที่ยาวและสลับสี และรัดพระองค์ด้วยเงินหรือทองที่เสียบมีดอย่างปล่อยๆ และมักจะทรงผ้าไหมทอเป็นลาย (Damask) สีแดงที่ตกแต่งเป็นดอกจิกสี่กลีบ บนพระเศียรทรงหมวกแบบกล่อง (pillbox cap) พระราชินีเอเลเนอร์ทรงเป็นผู้นำในการแต่งกายแบบใหม่ของยุคกลาง (wimple) ในอังกฤษ ที่ทำให้ “ใบหน้าแง้มออกมาเหมือนดอกไม้” จากเครื่องแต่งผม[9]

พระนางเอลินอร์ดูเหมือนจะอุทิศพระองค์ให้แก่เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดพระราชโอรสองค์โต เมื่อประชวรหนักในปี ค.ศ. 1246 พระองค์ก็ทรงอยู่เฝ้าที่แอบบีบิวลีถึงสามอาทิตย์ซึ่งเป็นเวลานานกว่าที่ทางอารามอนุญาตให้บุคคลภายนอกพำนัก[10] พระองค์ทรงเป็นผู้มีส่วนทำให้พระสวามีพระราชทานดัชชีแกสโคนีให้แก่เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด แคเธอรินพระราชธิดาองค์สุดท้องดูเหมือนจะเป็นพระโรคที่ทำให้พระกรรณหนวก เมื่อสิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุ 3 พรรษาทั้งพระนางเอลินอร์และพระเจ้าเฮนรีก็ทรงพระโทมนัสต่อการสูญเสียเป็นอันมาก[11]

อ้างอิง[แก้]

  1. Thomas B. Costain, The Magnificent Century, pp. 125-26
  2. Thomas B. Costain, The Magnificent Century, p.140
  3. Charles Cawley, Medieval Lands, Provence
  4. Costain, The Magnificent Century, p.127
  5. Costain, The Magnificent Century, p.129
  6. Costain, The Magnificent Century, pp. 129-30
  7. Costain, The Magnificent Century, p. 127
  8. Costain, The Magnificent Century, P.140
  9. Costain, The Magnificent Century, p.140
  10. Costain, The Magnificent Century, p. 142
  11. Costain, The Magnificent Century, p. 167