รายชื่อตัวละครในขบวนการซามูไร ชินเคนเจอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ขบวนการซามูไร ชินเคนเจอร์[แก้]

กลุ่มขบวนการที่เกิดขึ้นจากซามูไรทั้ง 5 ตระกูล ได้แก่ ชิบะ อิเคนามิ ชิราอิชิ ทานิ และ ฮานะโอริ รวมกันปกป้องโลกจากเกโดชู โดยใช้พลัง โมจิคาระ ภายหลังได้เพิ่มสมาชิกขึ้นมาอีก 1 คน คือ ชินเคนโกลด์ ผู้มาจากตระกูลอุเมโมริ ซึ่งสามารถใช้พลัง เด็นชิโมจิคาระ
ในการขานชื่อของชินเคนเจอร์นั้น มีลักษณะคล้ายกับการประกาศตนของซามูไร โดยคนแรกที่พูดจะเอ่ยนามของตนเอง (ยศ, ชื่อและนามสกุล) และเมื่อคนถัดมาเอ่ยนามอย่างย่อตามลำดับตำแหน่ง เช่น ชินเคน... (ตัวอย่างเช่นเรด) ผู้ที่แปลงร่าง (ตัวอย่างเช่นชิบะ ทาเครุ) (シンケン●● (ชื่อสีนักรบ)、×× (ชื่อจริง)) ส่วนคนต่อไปพูดว่า เช่นเดียวกัน.... ตามด้วยชื่อสีนักรบและชื่อจริง (同じく●● (สีนักรบ)、×× (ชื่อจริง)) โดยการเอ่ยนามของตนในรูปแบบเต็มนั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นทำการแปลงร่างคนเดียว หรือ ผู้ที่มีตำแหน่งสูดสุดของกลุ่มกล่าวนำเท่านั้น
เมื่อขานชื่อของทุกคนเรียบร้อย จะกล่าวชื่อขบวนการโดยชินเคนเรดเป็นผู้นำกล่าวชื่อขบวนการ ขบวนการซามูไรหนึ่งเดียวในใต้หล้า! ชินเคนเจอร์ มาแล้ว! (天下御免の侍戦隊!シンケンジャー、参る!)
ชิบะ ทาเครุ (志葉 丈瑠)
แสดงโดย มัตสึซากะ โทริ (松阪 桃李)
ตัวเอกของเรื่อง[1] หัวหน้าทีมชินเคนเจอร์ ผู้มีพลังโมจิคาระแห่งไฟ[2][3] ลูกชายของตระกูลชิบะ ผู้สืบทอดรุ่นที่ 18 ของตระกูล นิสัยรอบคอบมีความเป็นผู้นำสูง มักทำสีหน้าเคร่งเครียดและจริงจังตลอดเวลา เนื่องจากต้องคอยเป็นเสาหลักให้กับบ้านแทนพ่อที่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน แต่กระนั้นทาเครุติดนิสัยเอาแต่ใจและพูดจาโวยวายเล็กน้อยมาจากการที่มีพ่อบ้านคอยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็กๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นคนที่ห่วงใยคนอื่นมากกว่าตนเอง จึงมักเก็บความรู้สึกเจ็บปวดของตนเองไว้ในใจเพียงลำพัง ต่อมาค่อยๆ หลังผ่านการต่อสู้มามากมายเริ่มเปิดใจกับชินเคนเจอร์ พอเก็นตะมาเป็นชินเคนโกลด์ร่วมต่อสู้ก็ผ่อนคลายลงบ้าง จุดอ่อนของทาเครุมี 2 อย่างคือ อาหารที่มาโกะเป็นผู้ปรุงขึ้นมา พอกินจะแพ้หมดสติแค่คำเดียว และบ้านผีสิง เพราะตอนเด็กไปเที่ยวแล้วกลัวจนฉี่ราด จึงผวานับแต่นั้น
อย่างไรก็ตาม ได้เผยว่าทาเครุเป็นขุนพลเงาของบ้านชิบะ โดยรุ่นที่ 17 เมื่อ17 ปีก่อน(ค.ศ1992) เกโดชูใกล้รบชนะชินเคนเจอร์ รุ่นที่ 17คิดสร้างขุนพลเงา โดยใช้ผู้มีพลังโมจิคาระมากคือทาเครุ หลังจากที่ชินเคนเรด(รุ่นที่ 17)ผนึกโดโกคุลงได้ก็เสียชีวิตไป ได้ให้พ่อแท้ๆของทาเครุสวมรวยเป็นรุ่นที่ 17(นกต่อ)ล่อเกโดชูมาฆ่าในเหตุการณ์ไฟไหม้ โดยฝากฝังให้ทาเครุเป็นชินเคนเรด(ขุนพลเงาของคาโอรุ) หลังจากนั้นคาโอรุเพิ่งเกิดได้ไม่นาน โดยตลอดเวลาที่ทาเครุได้อยู่อาศัยในบ้านชิบะ เขารู้ตัวดีว่าเป็นเพียงแค่เงาเท่านั้นทำให้เขาแบกรับความทุกข์ทั้งหมดไว้เพียงลำพัง หลังจากคาโอรุพร้อมกลับมาเป็นผู้สืบทอด ทาเครุได้ขอขมาทุกคนแลจากไป จึงไปท้าสู้ตัดสินกับจูโซจนชนะ เกือบตกสู่วิถีนอกรีตกลายเป็นเกโดชู แต่โชคดีที่ทุกคนมาช่วยทัน ทาเครุจึงคอยมาช่วยสู้สนับสนุนคาโอรุ(เสาหลักตัวจริง) แต่คาโอรุที่ได้รับบาดเจ็บหนักจึงรับทาเครุเป็นบุตรบุญธรรมผู้สืบทอดรุ่นที่ 19 นำชินเคนเจอร์สู้ในศึกสุดท้าย
ชินเคนเรด (シンケンレッド)
ร่างแปลงนักรบของ ชิบะ ทาเครุ ชุดสีแดง พลังโมจิคาระหลักคือไฟ ใช้ดาบในการต่อสู้เป็นหลัก รูปแบบการโจมตีของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นและนิ่งสงบแบบวิถีซามูไร นอกจากนี้ยังใช้พลังธาตุไฟในการโจมตีควบคู่ไปกับดาบ
ซูเปอร์ชินเคนเรด (スーパーシンケンレッド)
ไฮเปอร์ชินเคนเรด (ハイパーシンケンレッド)
อิเคนามิ ริวโนะสุเกะ (池波 流之介)
แสดงโดย ไอบะ ฮิโรกิ (相葉 弘樹)
ผู้มีพลังโมจิคาระแห่งน้ำ เป็นรองหัวหน้าทีมของชินเคนเจอร์[4] ชื่นชอบศิลปะการแสดงละครคาบูกิ[5][6] เป็นคนวุ่นวาย มีความจงรักภักดีและให้ความเคารพต่อทาเครุประดุจเป็นเจ้านายใหญ่ เมื่ออยู่ต่อหน้าทาเครุจะคุกเข่าและน้อมรับคำสั่งตามขนบธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาในตระกูลอิเคนามิ แต่ในบางครั้งความภักดีและซื่อตรงต่อหน้าที่มากเกินไปทำให้เกิดวุ่นวายตามมา
ชินเคนบลู (シンケンブルー)
ร่างแปลงนักรบของ อิเคนามิ ริวโนะสุเกะ ชุดสีน้ำเงิน พลังโมจิคาระหลักคือน้ำ ใช้ดาบในการต่อสู้พร้อมกับใช้พลังโมจิคาระน้ำในการโจมตีเสริม
ซูเปอร์ชินเคนบลู (スーパーシンケンブルー)
ชิราอิชิ มาโกะ (白石 茉子)
แสดงโดย ทาคานาชิ ริน (高梨 臨)
ผู้มีพลังโมจิคาระแห่งท้องนภา เป็นพี่เลี้ยงในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง มาโกะเป็นคนที่มีนิสัยคล้ายกับจิอากิแต่มีความรับผิดชอบมากกว่า ด้วยความเป็นพี่เลี้ยงมาก่อนทำให้มาโกะเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่นและคอยช่วยเหลือโดยให้กำลังใจอย่างเต็มที่ เธอมักจะคอยสังเกตพฤติกรรมของทุกคนเหมือนกับพี่สาวที่คอยดูแลน้องๆ วิธีการปลอบใจของมาโกะที่มีต่อทุกๆคนคือการโอบกอด โดยเปรียบเสมือนแม่โอบกอดลูก โดยแอบชอบทาเครุอยู่ลึกๆ มักแสดงออกโดยการห่วงใยหรืออ่านใจอยู่เสมอ นอกจากนี้มาโกะ เป็นคนที่ไม่ถนัดงานบ้านโดยเฉพาะการทำอาหาร แต่ด้วยความพยายามเพื่อให้ทุกคนมีรอยยิ้มทำให้เธอสามารถทำอาหารได้แม้ว่าอาหารที่เธอทำหน้าตาไม่น่ารับประทานสักเท่าไหร่
มาโกะมักถูกจิอากิเรียกเธอว่า พี่สาว (姉さん) เป็นประจำเนื่องจากนิสัยความเป็นผู้ใหญ่ของมาโกะคล้ายกับพี่สาวคนโต
ชินเคนพิงค์ (シンケンピンク)
ร่างแปลงนักรบของ ชิราอิชิ มาโกะ ชุดสีชมพู พลังโมจิคาระหลักคือสายลม ใช้ดาบในการต่อสู้ แม้ภายนอกจะอ่อนโยนแฝงความจริงไปด้วยความรุนแรงทุกครั้งที่ฟาดฟันทำให้วิชาของเธอจัดอยู่ในอันดับต้นๆ นอกจากนี้ยังใช้พลังธาตุลม เป็นพลังโจมตีเสริมทำให้ฝีมือของเธอดูน่าเกรงขาม
ซูเปอร์ชินเคนพิงค์ (スーパーシンケンピンク)
ทานิ จิอากิ (谷 千明)
แสดงโดย ซึสึกิ โชโก (鈴木 勝吾)
ผู้มีพลังโมจิคาระแห่งไม้ เป็นคนผู้รักอิสระ และ สบายๆ ชื่นชอบการเล่นเกมตู้และชอบรับประทานอาหาร มักทำตัวไม้เบื่อไม้เมาของทาเครุและริวโนะสุเกะ แต่กระนั้นเขาเป็นคนที่ใจดีและห่วงใยคนอื่นโดยเฉพาะโคโตฮะ เพียงแต่เขาแสดงออกในรูปแบบเด็กเกเรทั่วไปเสียมากกว่า เนื่องด้วยจิอากิไม่ชอบการถูกบังคับโดยเฉพาะการฝึกซ้อม เขาจึงมักโดดการซ้อมดาบเป็นประจำและสถานที่ที่สามารถพบตัวเขาได้คือร้านเกมเซ็นเตอร์และร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ นอกจากนี้ความสามารถในการเล่นเกมของจิอากิบางครั้งสามารถประยุกต์ใช้ในการต่อสู้กับเกโดชูได้เป็นอย่างดี
ชินเคนกรีน (シンケングリーン)
ร่างแปลงนักรบของ ทานิ จิอากิ ชุดสีเขียว พลังโมจิคาระหลักคือไม้ มีฝีมือใช้ดาบด้อยกว่าสมาชิกในทีมเนื่องจากโดดซ้อม แต่เมื่อใช้วูดสเปียร์ทำให้ความสามารถในการต่อสู้จะสูงขึ้น และใช้ในการต่อสู้กับนานาชิจำนวนมาก นอกจากนี้ใช้พลังธาตุไม้เป็นพลังในการโจมตีเสริมให้กับเขา ทำให้จิอากิจึงถนัดการต่อสู้โดยใช้หอกมากกว่าการใช้ดาบ
ซูเปอร์ชินเคนกรีน (スーパーシンケングリーン)
ไฮเปอร์ชินเคนกรีน (ハイパーシンケングリーン)
ฮานะโอริ โคโตฮะ (花織 ことは)
แสดงโดย โมริตะ ซึสึกะ (森田 涼花)
ผู้มีพลังโมจิคาระแห่งดิน เติบโตในหมู่บ้านบนภูเขาในเกียวโต ชอบพูดภาษาเมืองเกียวโต เข้าร่วมเป็นชินเคนเจอร์ เนื่องจากพี่สาวของเธอเกิดล้มป่วยจนไม่สามารถรับช่วงต่อได้ ทำให้เธอรับทำหน้าที่แทนพี่สาวของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางครั้งจึงมักแสดงสีหน้าที่ไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำหน้าที่ได้เทียบเท่าพี่สาวของเธอได้หรือไม่ โดยปกติโคโตฮะ เป็นคนเรียบร้อยและดูใสซื่อ เนื่องจากเธอไม่ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบสังคมทั่วไป ทำให้บางครั้งเธอไม่ทันคนและแสดงกริยาซุ่มซ่ามออกมา แต่ด้วยความที่ไม่ทันคนของโคโตฮะทำให้เธอรอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายมาแล้ว
ชินเคนเยลโล่ (シンケンイエロー)
ร่างแปลงนักรบของ ฮานะโอริ โคโตฮะ ชุดสีเหลือง พลังโมจิคาระหลักคือดิน
ซูเปอร์ชินเคนเยลโล่ (スーパーシンケンイエロー)
อุเมโมริ เก็นตะ (梅盛減太)
แสดงโดย โซมะ เคย์สุเกะ (相馬圭祐)
ปรากฏตั้งแต่ องก์ที่ 17 ผู้มีพลังเด็นชิโมจิคาระแห่งแสง เป็นคนเฮฮา และ รับผิดชอบ รักเพื่อนมาก เป็นเพื่อนกับทาเครุมาตั้งแต่เด็กๆ มีความสามารถในการปั้นซูชิ และความสามารถในการต่อสู้ด้วยมีด ด้วยความชำนาญด้านการซูชิ ทำให้เก็นตะมีกิจการเกี่ยวกับร้านขายซูชิเป็นของตนเอง โดยเปิดร้านขายซูชิแบบรถเข็น ร้านของเขามีชื่อว่า โกลด์ซูชิ (ゴールド寿司)
เนื่องด้วยเก็นตะเป็นเพื่อนกับทาเครุมาตั้งแต่เล็กๆทำให้เขาและทาเครุต่างสัญญาว่าจะกลับมาพบกันและเป็นซามูไรที่สมศักดิ์ศรีในภายภาคหน้า ทำให้เกนตะตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการฝึกฝนที่จะเป็นซามูไรเพียงลำพัง ในระหว่างการฝึกเขาได้คิดค้นพลังโมจิคาระรูปแบบใหม่โดยตั้งชื่อว่าเด็นจิโมจิคาระขึ้นมาเพื่อใช้ในการต่อสู้และพิสูจน์ตนเองว่าเขาก็เป็นซามูไรที่มีฝีมือคนหนึ่ง จนได้รับการยอมรับเป็นซามูไรอย่างสมบูรณ์ เนื่องด้วยคำพูดของมาโกะที่ต้องการปลอบใจทาเครุ ทำให้ทาเครุเริ่มเปิดใจตนเองมากขึ้นและยอมรับเก็นตะเข้ามาเป็นซามูไรในที่สุด
ชินเคนโกลด์ (シンケンゴールド)
ร่างแปลงนักรบของ อุเมโมริ เก็นตะ ชุดสีทอง มีพลังเด็นชิโมจิคาระประเภทแสงสว่าง ฝีมือการต่อสู้ของเขาจะเน้นการโจมตีที่รวดเร็วจนคู่ต่อสู้ไม่อาจตั้งรับได้ทัน แต่ด้วยความที่เป็นคนร่าเริงแม้แต่ในตอนต่อสู้ทำให้เกนตะมักพลาดท่าคู่ต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง
ไฮเปอร์ชินเคนโกลด์ (ハイパーシンケンゴールド)
ชิบะ คาโอรุ (志葉 薫)
แสดงโดย นัทสึอิ รูนะ (夏居 瑠奈)
ปรากฏตั้งแต่ องก์ที่ 44 ลูกสาวสาวแห่งตระกูลชิบะ ผู้สืบทอดตระกูลชิบะรุ่นที่ 18 ที่แท้จริง มีฐานะเปรียบได้ดั่ง เจ้าหญิง ของเหล่าชินเคนเจอร์ที่ต้องปกป้อง และฐานะทางซามูไรเป็นแม่บุญธรรมของทาเครุ(แต่ทาเครุอายุแก่กว่าคาโอรุอีกที) แม้ภายนอก คาโอรุ เหมือนจะเป็นผู้นำที่แข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว แต่ลึกๆ แล้วเป็นคนจิตใจดีคนหนึ่ง ยอมรับในความคิดของคนอื่นๆ แต่ด้วยหน้าที่ทำให้จำเป็นต้องแสดงอาการที่แข็งกร้าวออกมา
เมื่อ 17 ปีก่อน เกโดชูรบหนักใกล้ชนะชินเคนเจอร์ ชิบะ มาซากิ หรือ ชินเคนเรดรุ่นที่ 17 ผู้เป็นพ่อได้คิดสร้างขุนพลเงาซึ่งนั่นก็คือทาเครุ เนื่องจากคาโอรุอยู่ในครรภ์ของแม่ แม้มาซากิจะใช้อักษรผนึกที่ไม่สมบูรณ์ผนึกโดโกคุได้ชั่วคราว แต่ก็นานมากพอให้คาโอรุที่เกิดมาหลังเหตุการณ์นั้นจึงโตไม่เคยเห็นหน้าพ่อ ใช้ชีวิตมาอย่างหลบซ่อนตัวตน และได้ซุ่มฝึก ศึกษาอักษรผนึก เพื่อเฝ้ารอให้รุ่นที่ 19 หรือ 20 ได้เติบโตสืบทอดต่อไป แต่ที่คาโอรุมั่นใจว่าฝึกอักษรผนึกเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงปรากฏตัวนำชินเคนเจอร์ต่อสู้กับเกโดชู แม้ขาดทีมเวิร์ค เพราะชินเคนเจอร์ทุกคนผูกพันธ์กับทาเครุและมีประสบการณ์ต่อสู้มาอย่างโชคโชนมากกว่า ผิดกับคาโอรุที่ขาดประสบการณ์แต่มีพลังกับวิชาจากสายเลือดชิบะโดยตรงเท่านั้นจึงสนับสนุนกับได้ ในองก์ที่ 48 พอโดโกคุฟื้นตัว คาโอรุคิดใช้อักษรผนึกจัดการ แต่เพราะคาโอรุมั่นใจมากไป จึงไร้ผล เพราะโดโกคุมีครึ่งร่างเป็นมนุษย์(ดูดดายูมาเพิ่มพลัง) อักษรผนึกจึงไร้ผลกับโดโกคุ จนคาโอรุบาดเจ็บสาหัสกับสู้ไม่ไหว จึงเปิดใจกับทาเครุ จึงได้ฝากฝังให้ทาเครุกลับมาเป็นผู้สืบทอดตระกูลชิบะอีกครั้งในรุ่นที่ 19
ชินเคนเรด (シンケンレッド)
ร่างแปลงนักรบของ ชิบะ คาโอรุ ชุดสีแดง พลังโมจิคาระหลักคือไฟเช่นเดียวกันกับทาเครุ แต่มีพลังที่รุนแรงกว่า เนื่องจากเป็นทายาทที่สืบเชื้อสายจากตระกูลชิบะโดยตรง
ซูเปอร์ชินเคนเรด (スーパーシンケンレッド)

ผู้เกี่ยวข้องกับชินเคนเจอร์[แก้]

ผู้รับใช้ตระกูลชิบะ[แก้]

คุซาคาเบะ ฮิโคมะ (日下部彦馬)
แสดงโดย อิบูคิ โกโร่ (伊吹 吾郎)
พ่อบ้านแห่งบ้านตระกูลชิบะและเป็นผู้ปกครองของทาเครุผู้มีตำแหน่งอาวุโสของบ้าน มีชือเรียกแทนตัวเอง โดยทาเครุเรียกว่า ปู่ (ジイ), ส่วนริวโนะสุเกะ, มาโกะ และโคโนฮะ เรียกว่า คุณฮิโคมะ ส่วนจิอากิ เรียกว่าคุณปู่ (ジイさん) และเก็นตะเรียกว่า คุณปู่ (ジイちゃん) เขาเป็นผู้ที่เลี้ยงดูทาเครุแทนพ่อแม่จนเริ่มเกิดความผูกพันที่เลี้ยงทาเครุมาตั้งแต่วัยเด็กจึงรักทาเครุเหมือนหลานคนหนึ่ง คอยชี้แนะให้กับทาเครุ มีความสามารถในการส่งสาส์นจากการยิงธนูผ่านการยิงข้ามห้วงมิติไปยังตระกูลอื่นๆ โดยตรง รวมถึงสามารถตรวจพิกัดเกโดชูหรืออายาคาชิผ่าน สึคิมะเซ็นเซอร์ (スキマセンサー) รวมทั้งช่วยปกปิดเรื่องทาเครุคือนักรบเงาด้วยอีกคน
ไดโกโย (ダイゴヨウ)
พากย์โดย โทจิคะ โคอิจิ (遠近 孝一)
หุ่นยนต์สนับสนุนของชินเคนเจอร์ ดูเพิ่มเติมที่ ขบวนการซามูไร ชินเคนเจอร์#ไดโกโย
ทันบะ โทชิโซ (丹波 歳三)
แสดงโดย มัตสึซาวะ คาสึยุคิ (松澤一之)
พ่อบ้านแห่งตระกูลชิบะอีกคนหนึ่ง เป็นผู้ดูแลคาโอรุให้เป็นชินเคนเจอร์ มีนิสัยโอ้อวด ปากร้าย เป็นที่น่ารังเกียจของคนในบ้านชิบะ ชอบดูถูกคนอื่นโดยเฉพาะชินเคนเจอร์คนอื่นๆ ที่มักแสดงอาการรังเกียจทุกคนและคอยประจบสอพลอเฉพาะ คาโอรุ อย่างออกหน้าออกตา บ่อยครั้งที่มักโดนคาโอรุว่ากล่าวตักเตือนหลายครั้ง
คุโรโกะ (黒子)
มนุษย์เงาผู้เป็นข้ารับใช้ให้กับเหล่าซามูไร คอยช่วยเหลือชินเคนเจอร์ในการต่อสู้เบื้องต้น รวมไปถึงช่วยเหลืองานบ้านทุกอย่างให้กับบ้านชิบะ
โคมัทสึ ซาคุทาโร่ (小松 朔太郎)
แสดงโดย สึนาชิมะ โกทาโร่ (綱島 郷太郎)
ปรากฏตัวในองก์ที่ 7, 47 อดีตคุโรโกะแห่งตระกูลชิบะ คอยรับใช้ให้กับตระกูลชิบะ รุ่นที่ 17 ภายหลังจากการเสียชีวิตของเจ้าบ้านชิบะรุ่นที่ 17 อย่างกะทันหัน ซาคุทาโร่ได้ตัดสินใจลาออกและประกอบอาชีพเป็นชาวประมงที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อหลีกหนีปัญหาในบ้านชิบะและต้องการไถ่โทษที่คิดไปเองว่าตนเป็นผู้ที่ทำให้รุ่นที่ 17 ต้องเสียชีวิตลง ในระหว่างที่ริวโนะสุเกะออกตามหาคาจิคิโอริกามิ ได้พบกับซาคุทาโร่เข้า ทำให้ซาคุทาโร่ได้ช่วยเหลือริวโนะสุเกะในการจับคาจิคิโอริกามิและทำให้รู้ใจตนเองว่าสิ่งที่เขาควรทำคืออะไร ภายหลังจากการช่วยเหลือริวโนะสุเกะ ซาคุทาโร่ได้กลับมาเป็นคุโรโกะอีกครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นคนหนึ่งที่รู้เรื่องราวและรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของทาเครุ เมื่อเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านชิบะ ซาคุทาโร่ได้ขอร้องและเกลี่ยกล่อมให้ริวโนะสุเกะไปรับตัวทาเครุให้กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ในฐานะคุโรโกะ

ญาติและครอบครัวของชินเคนเจอร์[แก้]

ตระกูลชิบะ (志葉家)
ตระกูลที่เป็นผู้นำซามูไรในฐานะของชินเคนเรด และได้ต่อกรกับเกโดชูมาหลายชั่วอายุคน มีโมจิการะที่มีพลังที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยมีบริวารเป็นตระกูลย่อยต่างๆ คอยสนับสนุนหน้าที่ต่างๆ
ชิบะ มาซาทากะ (志葉 雅貴)
แสดงโดย มัทสึคาเซะ มาซายะ (松風 雅也)
ผู้สืบทอดตระกูลชิบะรุ่นที่ 17 เป็นพ่อของคาโอรุ และ พ่อบุญธรรมของทาเครุ เมื่อ 17 ปีก่อน ในช่วงที่ต่อกรกับเกโดชูนั้น จึงคิดสร้างนักรบเงาคือทาเครุ เพราะคาโอรุลูกสาวของเขายังอยู่ในครรภ์ จึงได้จัดฉากสร้างที่อยู่ปลอมตัดสินกับโดโกคุจนเสียชีวิตเพื่อให้คาโอรุไปใช้ชีวิตหลบตัวตัวเพื่อฝึกฝนวิชาอักษรผนึกในสมบูรณ์ แต่ก่อนที่มาซาทากะจะเสียชีวิต ได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายสร้างวิชาอักษรผนึกที่ไม่สมบูรณ์ผนึกโดโกคุลงได้สำเร็จ และให้ฝากฝังให้พ่อแท้ๆ ของทาเครุปลอมตัวเป็นเขาเพื่อให้ทาเครุเป็นนักรบเงาต่อไป
แม่ของคาโอรุ (薫の母)
ชิบะ เร็ทสึโด (志葉 烈堂)
แสดงโดย โกดะ มาซาชิ (合田 雅吏)
ปรากฏตัวในองก์ที่ 23 บรรพบุรุษของตระกูลชิบะ เป็นผู้ก่อตั้งชินเคนเจอร์และปกป้องโลกจากเกโดชูเมื่อ 300 ปีก่อน
ตระกูลอิเคนามิ (池波家)
ตระกูลที่คอยรับใช้ให้กับตระกูลชิบะมาแล้วหลายชั่วอายุ จึงมีความจงรักภักดีต่อตระกูลชิบะและนับถือตระกูลชิบะเปรียบเสมือนนายใหญ่
อิเคนามิ ริวซาบุโร่ (池波 流三郎)
ปรากฏตัวในองก์ที่ 1 พ่อของริวโนะสุเกะ และเป็นอาจารย์สอนการแสดงละครคาบูกิ เคยต่อสู้ร่วมกับชินเคนเจอร์รุ่นที่ 17
ตระกูลชิราอิชิ (白石家)
ปรากฏตัวในองก์ที่ 34 ตระกูลที่คอยรับใช้ให้กับตระกูลชิบะเช่นเดียวกับตระกูลอื่นๆ มาแล้วหลายชั่วอายุ จึงมีความจงรักภักดีต่อตระกูลชิบะและนับถือตระกูลชิบะเปรียบเสมือนนายใหญ่
ชิราอิชิ มาโมรุ (白石 衛)
แสดงโดย ฟุเคะ โนริมาซะ (冨家 規政)
พ่อของมาโกะ มีอาชีพเป็นนักธุรกิจ ปัจจุบันทำงานในเกาะฮาวายและคอยช่วยเหลือเคียวโกะในการทำกายภาพบำบัดเคียวโกะผู้เป็นภรรยา มาโมรุได้ตัดสินใจเดินทางกลับมายังญี่ปุ่นเพื่อมารับตัวมาโกะให้ไปอยู่ร่วมกับครอบครัวที่ฮาวายโดยเหตุผลส่วนลึกเนื่องจากฐานะการเงินในปัจจุบันของเขา มีฐานะที่มั่นคงและเพียบพร้อมที่จะดูแลคนในครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์ การปรากฏตัวของมาโมรุทำให้มาโกะไม่พอใจในครอบครัวของเธอเป็นอย่างมาก ภายหลังได้เดินทางกลับไปยังฮาวายพร้อมกับเคียวโกะ โดยที่รู้ว่าลูกสาวของตนกำลังทำหน้าที่ที่สำคัญอยู่
ชิราอิชิ เคียวโกะ (白石 響子)
แสดงโดย อิโตะ คาซึเอะ (伊藤 かずえ)
แม่ของมาโกะและภรรยาของมาโมรุ เคยต่อสู้ร่วมกับชินเคนเจอร์รุ่นที่ 17 แต่ได้รับบาดเจ็บจนร่างกายส่วนล่างเป็นอัมพาต ในช่วงที่มาโกะอยู่วัยชั้นประถม ทำให้เธอตัดสินใจรับการรักษาโดยไปรักษาตัวที่เกาะฮาวาย และฝากมาโกะไว้ให้ยายเลี้ยง โดยไม่ได้บอกสาเหตุถึงการย้ายไปยังเกาะฮาวายมาโกะแต่อย่างใด ภายหลังได้ปรับความเข้าใจกับมาโกะในที่สุด
ตระกูลทานิ (谷家)
ตระกูลที่คอยรับใช้ให้กับตระกูลชิบะเช่นเดียวกับตระกูลอื่นๆ มาแล้วหลายชั่วอายุ จึงมีความจงรักภักดีต่อตระกูลชิบะและนับถือตระกูลชิบะเปรียบเสมือนนายใหญ่
ทานิ คุรันโดะ (谷 蔵人)
แสดงโดย คิคุจิ เคนอิจิโร่ (菊池 健一郎)
ปรากฏในองก์ที่ 21 พ่อของจิอากิ แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นคนไม่เอาไหนแต่แท้จริงแล้วเป็นคนที่จิตใจดีคนหนึ่ง เคยต่อสู้ร่วมกับชินเคนเจอร์รุ่นที่ 17
ตระกูลฮานะโอริ (花織家)
ตระกูลที่คอยรับใช้ให้กับตระกูลชิบะเช่นเดียวกับตระกูลอื่นๆ ที่คอยรับใช้ให้กับตระกูลชิบะ มาแล้วหลายชั่วอายุ จึงมีความจงรักภักดีต่อตระกูลชิบะและนับถือตระกูลชิบะเปรียบเสมือนนายใหญ่ อาศัยอย่างเรียบง่ายในเมืองเล็กๆ แถวชานเมืองโตเกียว
ฮานะโอริ มิสึบะ (花織 みつば)
แสดงโดย ชิเงฮิโระ เรย์กะ (重廣 礼香)
ปรากฏตัวในองก์ที่ 6 พี่สาวของโคโตฮะ เดิมเคยถูกวางตัวให้เป็นชินเคนเยลโล่ แต่กลับล้มป่วยกระทันหันจึงไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ปัจจุบันรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ผู้รับใช้ตระกูลชิบะคนอื่นๆ[แก้]

โจคัน (浄寛)
แสดงโดย ทาคาฮาชิ เกนทาโร่ (高橋 元太郎)
ครอบครัวซาคาคิบาระ (榊原家)
ซาคาคิบาระ ฮิโระ (榊原 ヒロ)
หลานชายของโทจิ มีความต้องการที่จะปลุกอุชิโอริกามิ เพียงลำพังโดยไม่ฟังคำสั่งของโทจิ ก็เลยทำให้อุชิโอริกามิออกอาละวาด แถมยังทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก
ซาคาคิบาระ โทจิ (榊原 藤次)
คนในตระกูลซาคาคิบาระ ที่คอยรับใช้ตระกูลชิบะโดยทำการผนึกและดูแลไม่ให้อุชิโอริกามิ อาละวาด

ตัวละครอื่นๆ[แก้]

ริชาร์ด บราวน์ (リチャード・ブラウン) / ชินเคนบราวน์ (シンケンブラウン)
แสดงโดย จอห์น คามินาริ (ジョン・カミナリ)
ปรากฏตัวในองก์ที่ 14 ชาวต่างชาติผู้หลงใหลในวิถีแห่งซามูไร เนื่องจากริวโนะสุเกะได้ช่วยเหลือผู้คนจากการถูกอายาคาชิ ยามิโอโรโระ จึงได้สมัครขอเป็นศิษย์ของริวโนะสุเกะ และประกาศตัวเป็นชินเคนเจอร์คนที่ 6 นาม ชินเคนบราวน์ แม้จะดูเหมือนเป็นตัวถ่วงแต่เป็นคนที่ให้กำลังใจแก่ชินเคนเจอร์ในขณะที่ชินเคนเจอร์ท้อแท้หลังจากที่ต่อสู้กับอายาคาชิ ฮาโจวจิน จนสามารถลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง ภายหลังจากการ่ตอสู้กับอายาคาชิ ฮาโจวจิน บราวน์ได้เดินทางเพื่อเก็บประสบการณ์เพียงลำพังโดยเขายึดถือวิถีซามูไรเป็นแบบอย่าง
ซาวาดะ คาโอริ (沢田 香)
ลูกสาวของฮิโคมะ เป็นภรรยาของโคอิจิ
ซาวาดะ โคอิจิ (沢田 晃一)
สามีของคาโอริ มีศักดิ์เป็นลูกเขยของฮิโคมะ
ซาวาดะ ฮารุนะ (沢田 陽菜)
หลานสาวคนโตของฮิโคมะ

เกโดชู[แก้]

เกโดชู (外道衆) คือกลุ่มกองทัพศัตรูที่ต่อกรกับชินเคนเจอร์ตั้งแต่สมัยโบราณกาล ต่อกรกับซามูไรมาแล้วถึง 18 รุ่น โดยปกติเกโดชูอาศัยอยู่ในมิติแห่งหนึ่งซึ่งคล้ายกับนรกภูมิ โดยอาศัยเรือสำเภาลอยอยู่ท่ามกลาง แม่น้ำซันสึ (三途の川) รอยต่อระหว่างภพคนเป็นกับนรกภูมิ โดยเกโดชูสามารถเข้าออกแม่น้ำซันสึกับโลกมนุษย์ผ่านรอยแยกทีมีเงาเท่านั้น โดยมนุษย์ที่ยังมีชีวิตจะถูกพาตัวไปแม่น้ำซันสึไม่ได้นอกจากจะตายแล้วเท่านั้น จุดเด่นของเกโดชูคือร่างกายจะเน้นไปทางสีแดงและลวดลายสีน้ำเงินเป็นหลัก แต่มีจุดอ่อนคือเมื่ออยู่ในโลกมนุษย์มีเวลาจำกัด เพราะถ้าอยู่ในโลกเป็นระยะเวลาที่นานร่างกายจะขาดน้ำจนแห้งกลายเป็นหินจนแตกสลายจนเสียชีวิต จึงต้องรีบกลับมาเพื่อให้ร่างกายดูดซับน้ำจากแม่น้ำซันสึเพื่อให้ตัวชุ่มชื้นเพื่อฟื้นตัวกับเพิ่มพลัง เป้าหมายของเกโดชูคือสร้างความปั่นป่วนในโลกมนุษย์แล้วแม่น้ำซันสึสูงขึ้นจนล้นท่วมผ่านรอยแยกแล้วมาท่วมโลกมนุษย์เพื่อให้เกโดชูอาศัยและสามารถครองโลกมนุษย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกันถ้าโลกมนุษย์สงบสุขแม่น้ำซันสึจะลดลง

จิมัตสึริ โดโกคุ (血祭ドウコク)
พากย์โดย นิชิ รินทาโร่ (西 凛太朗)
  • ส่วนสูง : 207 ซม./ 57.0 เมตร
  • น้ำหนัก : 109 กก. / 27.3 ตัน
ผู้นำกลุ่มเกโดชู โดยปกติจะอาศัยอยู่บนเรือสำเภาที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำซันสึ ทำสงครามกับชินเคนเจอร์มา 300 ปี แต่หลังจากสู้ตัดสินกับผู้นำตระกูลชิบะรุ่นที่ 17 ได้ถูกผนึกไม่สมบูรณ์จนร่างถูกแยกส่วนและถูกจมลงไปในส่วนลึกของแม่น้ำซันสึ แต่ว่าจนเวลาผ่านไปผนึกคลายยังไม่สมบูรณ์และบาดแผลที่ยังไม่หาย จึงไม่สามารถออกไปโลกมนุษย์ได้หรือต่อให้ไปถึงโลกมนุษย์ได้แต่มีเวลาจำกัดกว่าเกโดชูตัวอื่นๆ จึงคอยส่งอายาคาชิบุกโลกเพื่อทำให้แม่น้ำซันสึเอ่อล้นจนท่วมมาโลกมนุษย์ตามภารกิจที่สั่งไว้
อย่างไรก็ตามในองก์ที่ 40 โดโกคุถูกล่อออกมาโลกมนุษย์ตามแผนร้ายของอาคุมาโระ โดยต่อสู้กับชินเคนเจอร์จนชนะแต่เพราะผนึกทำให้ตัวแห้งชิทาริจึงรักษาโดยการโยนร่างโดโกคุลงไปในส่วนลึกแม่น้ำซันสึเพื่อฟื้นตัวกับติดอยู่ในนั้นชั่วคราว ซึ่งสภาวะของโดโกคุนั้นจะนานกว่าเกโดชูตัวอื่นๆ ในองก์ที่ 47 ผลจากการที่ซามิเซ็นของดายูพัง กับทำให้เสียงคร่ำครวญที่ถูกผนึกในนั้นถูกปลดปล่อยน้ำให้แม่น้ำซันสึสูงขึ้นจนปริมาณมากพอทำให้โดโกคุฟื้นตัว จนกลับมาโผล่โลกมนุษย์ได้อีกครั้ง โดนอักษรผนึกสมบูรณ์ก็ไม่เป็นไรเพราะก่อนสู้ชินเคนเจอร์นั้นโดโกคุได้ดูดดายูที่หมดประโยชน์มาเพื่อฟื้นพลังให้ตัวเอง ทำให้ร่างครึ่งนึงในตัวเป็นมนุษย์(ดายู) และอักษรผนึกจึงไร้ผลกับโดโกคุ(เพราะมีครึ่งร่างในตัวเป็นมนุษย์คือดายู) ในองก์ที่ 49 โดโกคุตัดสินกับชินเคนเจอร์และพ่ายแพ้จนเสียชีวิต
อุซึคาวะ ดายู (薄皮太夫)
พากย์โดย ปาร์ค โรมิ (朴 璐美)
  • ส่วนสูง : 184 ซม.
  • น้ำหนัก : 80 กก.
หญิงสาวผู้รักความงาม โดยปกติมักจะเล่นซามิเซ็นบนเรือสำเภา ให้โดโกคุฟังแก้เครียด รวมทั้งเป็นผู้ที่ห้ามปรามโคโกคุด้วยการแสดงความอ่อนโยน แต่ว่ากลับถูกอายาคาชิตัวอื่นๆ ดูถูกว่าไม่มีพลัง
ในอดีตกาลนั้นเคยเป็นมนุษย์ที่มีชื่อว่า อูซุยูคิ (薄雪) ซึ่งแอบชอบกับชายคนหนึ่งที่แต่งงานไป แต่แล้วอูซุยูคิจึงถือคบเพลิงและเผาบ้านที่แต่งงานของคนรัก แต่ด้วยดายูได้รับพลัง เกโดนิน ทำให้ร่างกายของอูซุยูคิกลายเป็นดายูพร้อมกับคนรักของเธอเป็นซามิเซ็นไปด้วย
แม้ว่ารับคำสั่งจากโดโกคุ จากการหยุดยั้งพฤติกรรมของจูโซที่ดื้อรั้นมาก แต่ว่าเธอได้ยินจากจูโซทำให้รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา แต่ว่าในองก์ที่ 33 ดายูพบจูโซที่รอดอยู่จึงถูกชวนเข้ามาเป็นพวกร่วมแผนการของอาคุมาโระแลกกับการซ่อมดาบอุระมาสะกับซามิเซ็น แต่ถูกอาคุมาโระหักหลัง โดโกคุช่วยซ่อมซามิเซ็นให้ก่อนไปพักฟื้น ในองก์ที่ 44 หลังจากอาคุมาโระถูกกำจัด จึงกลับมาอยู่กับโดโกคุอีกครั้ง แต่หลังจากจูโซตายก็สับสน จึงไปสู้ตัดสินกับชินเคนพิงค์จนแพ้ ซามิเซ็นพังแต่เสียงคร่ำครวญที่ถูกผนึกในนั้นถูกปลดปล่อย จนโดโกคุกลับมาอยู่โลกมนุษย์ได้อีกครั้ง แต่ดายูก็ปล่อยวางอดีตจนถูกโดโกคุดูดเป็นพลังจนเสียชีวิต
โฮเนะ โนะ ชิทาริ (骨のシタリ)
พากย์โดย โจ (チョー)
  • ส่วนสูง : 146 ซม.
  • น้ำหนัก : 64 กก.
ฝ่ายวิจัยมนุษย์ของเกโดชู คอยสอดส่องดูพฤติกรรมของมนุษย์ผ่านกล้องดูดาว รวมทั้งศึกษาจากบันทึกเก่าๆ มาทำการต่อยอดในแผนการต่างๆ ในองก์ที่ 46 หลังจากรู้ว่าชินเคนเรดที่สู้มาตลอดคือขุนพลเงา(ทาเครุ) กับตัวจริง(คาโอรุ)ปรากฏตัวนำทัพบุก ชิทานิจึงมอบพลังกับชีวิตที่ 2 ให้โอโบโรจิเมะ(อายาคาชิตัวสุดท้าย)เพื่อกำจัดชินเคนเจอร์ แต่ก็ล้มเหลว กับทำให้ชิทานิเหลือแค่ 1 ชีวิตถึงถูกกำจัดจนเสียชีวิตจะไม่คืนชีพกับขยายร่างไม่ได้อีก ในองก์ที่ 49 โดโกคุพ่ายแพ้จนเสียชีวิต เกโดชูล่มสลาย ชิทาริจึงหนีกลับมาใช้ชีวิตในแม่น้ำซันสึ เพราะกลัวตาย
ฟุวะ จูโซ (腑破十臓)
แสดงโดย คาราฮาชิ มิทสึรุ (唐橋 充)
  • ส่วนสูง : 200 ซม.
  • น้ำหนัก : 88 กก.
ปรากฏตั้งแต่องก์ที่ 8 และร่างมนุษย์ปรากฏครั้งแรกในองก์ที่ 9 เป็นเกโดชูที่เร่ร่อนพเนจร และยังเป็นคู่ปรับของชินเคนเรดตั้งแต่อดีตกาล มีอาวุธประจำตัวคือดาบอุระมาสะ (裏正, ดาบสลับคม) ซึ่งมีจุดเด่นคือตัวใบมีดของดาบมีลักษณะคล้ายเลื่อยลวดลายสีแดงที่สันดาบ สามารถเปลี่ยนร่างเป็นร่างมนุษย์ได้และไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของโดโคคุ โดยมีชีวิตอยู่เพียงชีวิตเดียวซึ่งแตกต่างกับเกโดชูตนอื่นๆ รวมทั้งสามารถไปยังโลกทั้งสองภพได้ ในยุคเอโดะเมื่อ 200 ปีก่อน เป็นซามูไรที่มีฝีมือดี แต่เนื่องจากสนใจในความเก่งกาจจนเป็นโรนิน ได้ทิ้งภรรยาที่ป่วยกับคอยห้ามจูโซ ทางจูโซได้ไล่ฟันคู่ต่อสู้ จนตกวู่วิถีนอกรีตใกล้ตาได้รับดาบอุระมาสะที่อาคุมาโระตีขึ้นมาจากวิญญาณของภรรยาจูโซ กับผนึกวิญญาณทั้ง 10 จนกลายเป็นจูโซ ซึ่งมีร่างกายเป็นสีแดงและสีขาว
ในองก์ที่ 26 จูโซได้ท้าสู้ตัดสินกับชินเคนเรดแต่ว่าแพ้จนดาบอุระมาสะหัก รวมทั้งตกเหวไปจนทุกคนคิดว่าเสียชีวิตแล้ว แต่ว่าในองก์ที่ 33 ดายูพบจูโซที่รอดกับเฝ้าดูดาบอุระมาสะหักเพื่อดื่มด่ำกับความทรงจำในศึกตัดสินอยู่ จึงถูกชวนเข้ามาเป็นพวกร่วมแผนการของอาคุมาโระแลกกับการซ่อมดาบอุระมาสะ พอถูกอาคุมาโระชวนร่วม วิชาพลิกตะเกียงสลับภพแลกกับปลดปล่อยวิญญาณภรรยาในดาบอุระมาสะ แต่จูโซทำร้ายอาคุมาโระ ทำลายจุดที่ 7 จนวิชาพลิกตะเกียงสลับภพล่ม โดยบอกกับอาคุมาโระว่ารู้เรื่องดาบอุระมาสะแต่แรกแล้ว กับสนใจแค่การต่อสู้เท่านั้น กับเฝ้ารอศึกตัดสินสุดท้ายกับชินเคนเรด(ทาเครุ) ในองก์ที่ 45 หลังจากที่รู้ว่าทาเครุเป็นนักรบเงาก็ไม่สนจึงท้าสู้ตัดสินกัน ในองก์ที่ 47 ผลตัดสินคือจูโซพ่ายแพ้กับเสียชีวิต
ท่าไม้ตายคือ บงโทโดคุโฮมัทสึ (蛮刀毒泡沫)
ซึชิงาราโนะ อาคุมาโระ (筋殻アクマロ)
พากย์โดย โฮริคาวะ เรียว (堀川 りょう)
ปรากฏตั้งแต่องก์ที่ 28 เป็นเกโดชูที่หลับไหลอยู่ในก้นแม่น้ำซันสึ เป็นผู้ที่ฆาภรรยาของจูโซกับนำวิญญาณมาผนึกตีลงไปในดาบอุระมาสะให้กับจูโซ ถูกโดโกคุคืนชีพขึ้นมาจากพลังฤดูร้อน มีความสามารถพิเศษในการสร้างสัตว์ประหลาดคิริกามิ พร้อมกับมีเหล่าสมุนอายาคาชิทีภักดีเคียงข้างที่มีพลังอันตรายมากมายตามแผนที่คลุมเคลือ รวมทั้งแอบชวนดายูกับจูโซเป็นพวกแลกกับการซ่อมดาบอุระมาสะกับซามิเซ็นให้ทั้งคู่เพื่อบังหน้า แต่หมายไปทุกที่หรือเฉพาะมีส่วนเกี่ยวข้อง คือหาพิกัดหมายก่อเรื่องให้เกิดความทุกข์ของมนุษย์จนเกิดเป็นลิ่ม 6 จุด หมายใช้วิชาพลิกตะเกียงสลับภพ โดยใช้จูโซไปฟันรอยแยกในจุดที่ 7 เพื่อเกิดนรกภูมิบนโลกมนุษย์ โดยหลอกล่อให้โดโกคุออกมาโลกมนุษย์จนตัวแห้งจึงต้องไปฟื้นตัวในแม่น้ำซันสึ ไม่ให้โดโกคุมาขัดขวาง จนทำให้อาคุมาโระได้เข้าปกครองเป็นผู้นำของเกโดชู แต่ว่ากลับล้มเหลวเพราะจูโซจู่โจมกลับ จนสุดท้ายอาคุมาโระถูกโจมตีด้วยเคียวริวซามูไรฮาโอจากท่าไม้ตายจูนิโอริงามิ ไดซามูไรกิริจนถูกกำจัดไปในที่สุด
อายาคาชิ (アヤカシ)
สัตว์ประหลาดที่มีลักษณะผสมระหว่างตำนานภูติผีปิศาจของญี่ปุ่นกับสิ่งของต่างๆ โดยสีผิวของอายาคาชิจะเน้นด้วยสีแดงเป็นหลักเช่นเดียวกับเกโดชู ระดับต่างๆ ตำแหน่งของอายาคาชิเทียบเท่ากับหัวหน้าหน่วยหรือหัวหน้ากองร้อย แม้อายาคาชิจะถูกสังหารแต่สามารถคืนชีพและขยายร่างยักษ์ได้ด้วยเพลิงสีเงินซึ่งเป็นพลังชีวิตที่ 2 แต่ในกรณีที่อายาคาชิได้รับพลังกับชีวิตครึ่งหนึ่งจากเกโดชูระดับสูง จะได้พลังชีวิตที่ 3 มาซึ่งจะอันตรายยิ่งกว่าเดิม
คิริกามิ (切神)
สัตว์ประหลาดของอาคุมาโระ
นานาชิเร็นจู (ナナシ連中)
ทหารระดับล่างของเกโดชู มีลักษณะเด่นที่สวมกางเกงสีเหลือง สามารถโจมตีเป็นกลุ่มได้ นอกจากนี้สามารถกลายเป็น โอนานาชิ (大ナナシ) นานาชิร่างยักษ์โดยมักจะออกมาเพื่อร่วมสู้กับอายาคาชิร่างยักษ์ ออกคำสั่งให้โจมตีคู่ต่อสู้ นอกจากนี้ยังมี เท็นคูนานาชิ (大空ナナシ) นานาชิ ที่มีลักษณะคล้ายกับครุฑ โจมตีทางอากาศเป็นหลัก
คุซาเรนานาชิ (クサレナナシ)
นานาชิ ที่มีความแข็งแกร่งกว่านานาชิทั่วไป มีลักษณะเด่นที่สวมกางเกงสีบานเย็น
คุซาเรโอนานาชิ (クサレ大ナナシ)
โอนานาชิ ที่มีลักษณะพิเศษกว่าโอนานาชิ ทั่วไป
โนะซาคามาตะ (ノサカマタ)
ซึซึโกะดามะ (ススコダマ)
ลูกเจี๊ยบขนาดเล็กตัวสีเหลืองที่ปรากฏอยู่บนเรือสำเภา

อ้างอิง[แก้]

  1. 【エンタがビタミン♪】
  2. 超全集 2010, pp. 52-53, 「シンケンレッド/志葉丈瑠」
  3. 21st 9 2017, p. 8, 「シンケンレッド」
  4. bushido 2010, p. 22.
  5. 超全集 2010, pp. 56-57, 「シンケンブルー/池波流ノ介」
  6. 21st 9 2017, p. 9, 「シンケンブルー」

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "公式VB39" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣10" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣74" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣78" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣79" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣88" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "sinkenshobu" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣97" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣99" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣100" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣104" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣105" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣118" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "真剣120" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集30" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集54" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集55" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集58" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集60" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集62" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集64" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集66" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集86" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集88" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "超全集98" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "百化303" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "百化305" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "百化307" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優23" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優37" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優61" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "仮面俳優133" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st5" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st6" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st10" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st11" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st12" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st13" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st14" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st16" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st22" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st32" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "21st33" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "UYB1012" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "UYB1014" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "宇宙船YB11" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "特撮NT2010" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "UYB12" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "学研の図鑑118" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "学研の図鑑127" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "DVD1" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "DVD2" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "DVD3" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า
อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "DVD5" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า

อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ชื่อ "DVD7" ซึ่งนิยามใน <references> ไม่ถูกใช้ในข้อความก่อนหน้า