พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระราชปริยัติสุนทร
(อมรภิรักษ์ ปสนฺโน)
พระราชปริยัติสุนทร
พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน).jpg
เกิด1 เมษายน พ.ศ. 2499
อายุ61
อุปสมบท10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520
พรรษา44
วัดวัดโสธรวรารามวรวิหาร
จังหวัดฉะเชิงเทรา
สังกัดมหานิกาย
วุฒิเปรียญธรรม 4 ประโยค นักธรรมชั้นเอก (ศษ.บ.)สาขาวิชาภาษาไทย (กศ.ม.)สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดโสธรวรารามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัด ฉะเชิงเทรา
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

พระราชปริยัติสุนทร[1] นามเดิม "อมรภิรักษ์ รัตนศักดิ์เสน่หา" ' ฉายา ปสนฺโนเป็น พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายมหานิกาย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัด ฉะเชิงเทรา อุปสมบท เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ณ วัดบางตลาด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี พระครูสุตาลงกต วัดคุ้งกร่าง ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูกลึง เตชธมฺโม วัดบางตลาด ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพระกรรมวาจารย์จารย์ พระอาจารย์แอ๊ด วัดคุ้งกร่าง ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปสนฺโน พระเดชพระคุณพระราชปริยัติสุนทร เป็นพระนักบริหารด้านวิชาการที่โดดเด่น นักพัฒนาการปกครองคณะสงฆ์ในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ท่านได้รับการยกย่องจากทั้งด้านวิชาการทางสงฆ์และวิชาวิชาการทั้งโลก

ประวัติ[แก้]

พระราชปริยัติสุนทร'[2] นามเดิม "อมรภิรักษ์(สมศักดิ์) รัตนศักดิ์เสน่หา" ' ฉายา ปสนฺโนเป็น พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายมหานิกาย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัด ฉะเชิงเทรา บิดา นายประเสริฐ เสน่หา มารดา นางสมจิตร เสน่หา บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 5 ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน(เดิมเป็นอำเภอบางคล้า) จังหวัดฉะเชิงเทรา อุปสมบท เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2520 ณ วัดบางตลาด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี พระครูสุตาลงกต วัดคุ้งกร่าง ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูกลึง เตชธมฺโม วัดบางตลาด ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพระกรรมวาจารย์จารย์ พระอาจารย์แอ๊ด วัดคุ้งกร่าง ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปสนฺโน

การศึกษา[แก้]

  • พ.ศ. 2510 สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดบางตลาด ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2524 สอบได้นักธรรมชั้นเอก ณ วัดบางตลาด ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2525 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2528 สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา ประกาศนียบัตรประโยคครูพิเศษมัธยม(พ.ม.)กรมการฝึกหัดครูกระทรวงศึกษาธิการ
  • พ.ศ. 2531 สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ศึกษาศาสตร์บัณฑิต (ศษ.บ.)สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จ.นนทบุรี
  • พ.ศ. 2549 สำเร็จการศึกษาปริญญาโท การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.)สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี

ตำแหน่งทางคณะสงฆ์[แก้]

  • พ.ศ. 2524 เป็นเลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2531 เป็นเจ้าคณะ 2 วัดโสธรวรารามวรวิหาร ในการดูแลพระภิกษุสามเณรของวัด
  • พ.ศ. 2531 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร
  • พ.ศ. 2540 เป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2541 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2542 เป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2543 เป็นเจ้าคณะ 8 วัดโสธรวรารามวรวิหาร ในการดูแลพระภิกษุสามเณรของวัด
  • พ.ศ. 2546 เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ
  • พ.ศ. 2560 มติมหาเถรสมาคมเห็นชอบแต่งตั้ง พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา[3]
  • พ.ศ. 2560 ที่ประชุมมส.รับรองตั้ง "พระราชปริยัติสุนทร" เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา[4][5]
  • พ.ศ. 2560 สมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงมีพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้งให้ พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน)เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา[6][7]

ตำแหน่งทางการศึกษา[แก้]

  • พ.ศ. 2524 เป็นครูพระปริยัติธรรมแผนกบาลี-นักธรรม
  • พ.ศ. 2524 เป็นกรรมการสอบธรรมสนามหลวง
  • พ.ศ. 2528 เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวงในระดับภาค 12
  • พ.ศ. 2529 เป็นกรรมการสอบและตรวจพระนวกภูมิ ในอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2533 เป็นพระปริยัตินิเทศก์ ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2534 เป็นครูใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโสธรวราราม ต่อมาเปลี่ยนเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโสธรวราราม และล่าสุดเปลี่ยนเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโสธรวราราม
  • พ.ศ. 2547 เป็นอาจารย์ประจำโครงการขยายห้องเรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะพุทธศาสตร์ วัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2547 เป็นประธานอนุกรรมการการบริหารโครงการขยายห้องเรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะพุทธศาสตร์ วัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2549 เป็นรองประธานกรรมการการบริหารโครงการขยายห้องเรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ วัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2549 เป็นประธานกรรมการการบริหารโครงการขยายห้องเรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2549 เป็นผู้อำนวยการโครงการขยายห้องเรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2554 เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรครุศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา โครงการขยายห้องเรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2555 เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2557 เป็นประธานกรรมการประจำวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2557 เป็นประธานอนุกรรมการการเงินและทรัพย์สินวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดฉะเชิงเทรา

งานเผยแผ่[แก้]

  • พ.ศ. 2526-2530 เป็นพระธรรมทูตในระดับอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2542 เป็นประธานกรรมการจัดพิมพ์หนังสือ 81 ปี พระราชมงคลวุฒาจารย์ ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัดโสธรวรารามและประวัติจังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2545 เป็นประธานกรรมการจัดพิมพ์หนังสือ คนเด่นเมืองแปดริ้ว ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติบุคคลที่มีความเด่นในด้านต่างๆของจังหวัดฉะเชิงเทรา
  • พ.ศ. 2559 เป็นประธานโครงการขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล 5 คณะสงฆ์อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

ผลงานการจัดการศึกษาแผนกบาลี[แก้]

  • พ.ศ. 2547 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 126 รูป ติดอันดับที่ 2 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2548 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 101 รูป ติดอันดับที่ 3 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2549 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 183 รูป ติดอันดับที่ 1 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2550 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 163 รูป ติดอันดับที่ 1 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2551 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 204 รูป ติดอันดับที่ 1 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2552 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 159 รูป ติดอันดับที่ 1 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2553 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 132 รูป ติดอันดับที่ 1 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2554 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 95 รูป ติดอันดับที่ 4 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2555 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 44 รูป ติดอันดับที่ 14 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2556 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 85 รูป ติดอันดับที่ 5 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2557 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 151 รูป ติดอันดับที่ 4 ของประเทศ
  • พ.ศ. 2558 มีพระภิกษุ สามเณร สอบบาลีสนามหลวงได้ 90 รูป ติดอันดับที่ 6 ของประเทศ

เกียติคุณ[แก้]

  • พ.ศ. 2540 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา
  • พ.ศ. 2541 ได้รับรางวัลผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาตัวอย่างดีเด่น
  • พ.ศ. 2542 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานโล่ห์เกียรติคุณ ที่ได้รับการคัดเลือกโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ตัวอย่างประจำปี 2542
  • พ.ศ. 2559 ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน จากมหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์


สมณศักดิ์[แก้]

  • พ.ศ. 2534 ได้รับพระราชทานตั้งสมณะศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท ในราชทินนามที่ พระครูพิพิธวิหารกิจ
  • พ.ศ. 2539 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท ในราชทินนามเดิม
  • พ.ศ. 2546 ได้รับพระราชทานตั้งสมณะศักดิ์เป็นพระราชคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ พระปริยัติกิจวิธาน[8]
  • พ.ศ. 2559 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์เป็นพระราชคณะชั้นราช กรณีพิเศษ ในราชทินนามที่ พระราชปริยัติสุนทร[9]

อ้างอิง[แก้]