ชาร์ลิส โตรน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ชาร์ลิซ เธอรอน)
ชาร์ลิส โตรน
Charlize Theron Cannes 2015 2.jpg
โตรนในรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง Mad Max: Fury Road ในงานเทศกาลภาพยนตร์กาน 2558
เกิด 7 สิงหาคม พ.ศ. 2518 (42 ปี)
เบโนนี, แอฟริกาใต้
อาชีพ นักแสดง
ผลงานเด่น Aileen Wuornos ใน Monster (2546)
Josey Aimes ใน North Country (2548)
Mavis Gary ใน Young Adult (2554)
Imperator Furiosa ใน Mad Max: Fury Road (2558)
รางวัลออสการ์
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Monster
รางวัลลูกโลกทองคำ
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Monster
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
[CharlizeTheron.com/ เว็บทางการ]

ชาร์ลิส โตรน (อาฟรีกานส์: Charlize Theron) เกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) เป็นนักแสดงชาวแอฟริกาใต้ เธอคว้ารางวัลออสการ์ในปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวิตจริงของไอลีน เวอร์โนส สาวผู้ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา ในชื่อเรื่อง Monster

ประวัติ[แก้]

โตรนเกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2518 ที่เบโนนี แอฟริกาใต้ บุตรสาวเพียงคนเดียวของ Gerda Maritz และ Charles Theron ใช้ชีวิตในวัยเด็กที่ฟาร์มของครอบครัวในเมืองเบโนนีซึ่งอยู่ห่างจากโจฮันเนสเบิร์กไปทางเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมง เธอเริ่มเรียนบัลเล่ต์ตั้งแต่อายุได้เพียง 4 ขวบ เมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมได้ถูกส่งไปอยู่โรงเรียนประจำทางด้านศิลปะการแสดงที่โจฮันเนสเบิร์ก เพื่อทุ่มเทให้กับการเรียนบัลเล่ต์ ขณะที่เธออายุได้ 15 ปี เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในครอบครัว เมื่อแม่ของเธอได้ยิงพ่อเสียชีวิตเพื่อป้องกันตัว ขณะที่เขากำลังเมาอาละวาดอย่างหนักและขู่จะเอาชีวิตชาร์ลิส พออายุได้ 16 ปี เธอชนะรางวัลนางแบบหน้าใหม่ที่แอฟริกาใต้ และได้ท่องเที่ยวไปยังมิลาน ประเทศอิตาลี เพื่อเซ็นสัญญาเป็นนางแบบเป็นเวลา 1 ปี

เธอได้โอกาสเดินทางมานิวยอร์กเพื่อถ่ายแบบให้กับนิตยสารเยอรมันฉบับหนึ่ง และได้เข้าเรียนที่โรงเรียน Joffrey Ballet แต่เส้นทางสายบัลเล่ต์ของเธอก็ต้องมาสะดุดลงเนื่องจากปัญหาหัวเข่า ทำให้เธอต้องจบอาชีพนักเต้นบัลเล่ต์ลงอย่างน่าเสียดาย เธอย้ายไปลอสแอนเจลิสเพื่อแสวงหาโชคทางด้านการแสดง และด้วยความบังเอิญ ขณะที่เธอมีปากเสียงกับพนักงานธนาคารเมื่ออายุได้ 18 ปี มีแมวมองคนหนึ่งเห็นเข้าและได้กลายมาเป็นผู้จัดการคนแรกของเธอ เพียง 8 เดือนต่อมา โตรนก็ได้รับงานแสดงชิ้นแรก

ในปี พ.ศ. 2537 เธอได้รับบทเล็ก ๆ ในเรื่อง Children of the Corn III และในปี พ.ศ. 2539 เธอได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดีเยี่ยมจากเรื่อง Two Days in the Valley ต่อมาเธอก็มีผลงานเรื่อง The Devil’s Advocate ในบทของภรรยาของพระเอก คีนู รีฟส์ และผลงานในปี พ.ศ. 2540 เรื่อง Trial and Error

ในปีต่อมา โตรนรับบทเป็นนางแบบชั้นนำแห่งปีในภาพยนตร์เรื่อง Celebrity ผลงานของวูดดี อัลเลน และได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Mighty Joe Young

ในปี พ.ศ. 2542 เธอได้มีโอกาสรับบทในภาพยนตร์ดัง ๆ หลายเรื่องด้วยกัน เช่น The Astronaut’s Wife ร่วมงานกับจอห์นนี เดปป์ และเรื่องที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม

เรื่อง The Cider House Rules ที่เล่นร่วมกับโทบีย์ แมไกวร์ และในปี พ.ศ. 2544 เธอร่วมงานกับคีนู รีฟส์ อีกครั้งในภาพยนตร์รัก เรื่อง Sweet November และอีก 2 ปีต่อมา เธอก็มีผลงานประกบคู่กับมาร์ก วาห์ลเบิร์ก ในผลงานตื่นเต้นเรื่อง The Italian Job

เธอคว้ารางวัลออสการ์ในปี พ.ศ. 2546 ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์ดรามาสร้างจากชีวิตจริงของไอลีน เวอร์โนส สาวผู้ก่อคดีฆ่าต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา ในชื่อเรื่อง Monster

ในปี พ.ศ. 2548 เธอได้นำแสดงในผลงานเรื่องใหม่ อีออน ฟลักซ์ สวยเพชฌฆาต และในปี พ.ศ. 2548 นี้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกครั้งสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง North Country

ผลงานเด่นเรื่องอื่น ๆ ของเธอ ได้แก่ Young Adult (2554) ผลงานของผู้กำกับเลือดใหม่อย่างเจสัน ไรต์แมน, โพรมีธีอุส (2555) โดยผู้กำกับริดลีย์ สก็อตต์, Snow white and The Huntsman (2555) และในปี 2558 กับภาคล่าสุดของแมดแม็กซ์ Mad Max: Fury Road โดยผู้กำกับจอร์จ มิลเลอร์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในแง่รายได้จากบัตร และได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทุกสถาบัน โดยได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 10 รางวัล และกวาดไปถึง 6 รางวัลด้วยกัน โดยในเรื่องนี้ชาร์ลิสรับบทนำเป็น Imperator Furiosa

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ด้านชีวิตส่วนตัว ชาร์ลิสเคยคบหาดูใจกับสจวร์ต ทาวน์เซ็นด์ นักแสดงชาวไอริช เป็นเวลายาวนานถึง 9 ปี (พ.ศ. 2544-2553) หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2557 เธอได้คบหากับฌอน เพนน์ และมีข่าวลือออกมาว่าทั้งคู่มีแผนจะแต่งงานกัน อย่างไรก็ดีในช่วงกลางปี พ.ศ. 2558 ทั้งคู่ก็ได้เลิกรากันไป ปัจจุบันชาร์ลิสใช้ชีวิตโสดอยู่กับลูกชาย (แจ็กสัน) และลูกสาว (ออกัสต์) ที่เธอได้อุปการะมาเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2558 ตามลำดับ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]