โนซิเซ็ปเตอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โนซิเซ็ปเตอร์ (อังกฤษ: nociceptor) เป็นเซลล์ประสาทรับความรู้สึกที่ตอบสนองต่อตัวกระตุ้นที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย โดยการส่งสัญญาณประสาทไปยังสมองทางไขสันหลัง ความเป็นไปอย่างนี้เรียกว่า โนซิเซ็ปชั่น และโดยปกติก็จะก่อให้เกิดความเจ็บปวด

ประวัติ[แก้]

ชาลส์ สก็อตต์ เชอร์ริงตัน ค้นพบโนซิเซ็ปเตอร์ในปี ค.ศ. 1906 แม้ว่าในศตวรรษก่อนหน้านั้น นักวิทยาศาสตร์จะได้เชื่อกันว่า สัตว์เป็นเหมือนกับเครื่องกลไกที่เปลี่ยนพลังงานของตัวกระตุ้นความรู้สึก ไปเป็นปฏิกิริยาคือการเคลื่อนไหว เชอร์ริงตันได้ใช้วิธีการทดลองต่างๆ มากมาย เพื่อจะแสดงว่า ตัวกระตุ้นประเภทต่างกันที่ลานรับสัญญาณของเซลล์ประสาทรับความรู้สึก ทำให้เกิดปฏิกริยาที่ต่างกัน ตัวกระตุ้นที่รุนแรงบางอย่างก่อให้เกิดรีเฟล็กซ์ คือการตอบสนองอย่างอัตโนมัติ และความเจ็บปวด ตัวรับความรู้สึกเฉพาะต่อตัวกระตุ้นรุนแรงเหล่านี้แหละเรียกว่า โนซิเซ็ปเตอร์[1]

ตำแหน่งที่อยู่[แก้]

ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โนซิเซ็ปเตอร์เป็นเซลล์ประสาทรับความรู้สึกที่ในที่ไหนก็ได้ของร่างกาย ที่สามารถรู้ความเจ็บปวดทั้งภายนอกภายใน ตัวอย่างเซลล์ภายนอกได้แก่เนื้อเยื่อ เช่นผิวหนัง (โนซิเซ็ปเตอร์หนัง) กระจกตา และเยื่อเมือก ส่วนตัวอย่างเซลล์ภายในอยู่ในอวัยวะหลายอย่าง เช่นกล้ามเนื้อ ข้อต่อ กระเพาะปัสสาวะ ทางเดินอาหาร และเซลล์ต่างๆตามทางย่อยอาหาร ตัวของเซลล์ประสาทเหล่านี้เป็นส่วนของปมประสาทรากหลัง (dorsal root ganglia[2]) หรือ ปมประสาทไทรเจมินัล (trigeminal nerve[3])[4] ปมประสาทไทรเจมินัลเป็นประสาทเฉพาะพิเศษของใบหน้า เปรียบเทียบกับ ปมประสาทรากหลัง ซึ่งเกี่ยวข้องกับร่างกายที่เหลือทั้งหมด แอกซอนของปมประสาทเหล่านั้น แผ่ขยายไปจนถึงระบบประสาทส่วนปลาย และจบลงด้วยการแตกออกเป็นสาขาต่าง ๆ เพื่อเป็นลานรับสัญญาณ

การพัฒนา[แก้]

ประเภทและหน้าที่[แก้]

ปลายสุดของโนซิเซ็ปเตอร์ที่พัฒนาเต็มที่แล้วในระบบประสาทส่วนปลาย เป็นที่ๆ ตัวกระตุ้นอันตราย (noxious stimuli) ถูกตรวจจับและถ่ายโอนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า[5] เมื่อพลังงานไฟฟ้านั้นถึงระดับขีดเริ่มเปลี่ยน ศักยะงานก็จะถูกสร้างขึ้นและส่งไปทางระบบประสาทกลาง นี่ก็จะนำไปสู่ปรากฏการณ์ตามลำดับขั้นที่ยังความรู้สึกเจ็บปวดให้เกิดขึ้นได้ ความเฉพาะเจาะจงต่อตัวกระตุ้นของโนซิเซ็ปเตอร์มีได้ ก็เพราะการตอบสนองที่เฉพาะเจาะจงต่อคุณสมบัติบางอย่างของตัวกระตุ้นนั้นในระดับขีดเริ่มเปลี่ยนที่สูง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เมื่อเซลล์ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมโดยเชิงเคมี เชิงอุณหภูมิ หรือเชิงกล จนถึงขีดเริ่มเปลี่ยนที่มีระดับสูงนั้นเท่านั้น ที่จะมีการยิงศักยะงาน โนซิเซ็ปเตอร์ส่วนมากถูกแบ่งประเภทตามแบบของสิ่งแวดล้อมที่โนซิเซ็ปเตอร์มีปฏิกิริยาตอบสนอง (คือโดยเชิงเคมี เชิงอุณหภูมิ และเชิงกล) โนซิเซ็ปเตอร์บางอย่างตอบสนองต่อตัวกระตุ้นมากกว่าหนึ่งแบบ จึงถูกรวมกลุ่มอยู่ในพวก โนซิเซ็ปเตอร์หลายแบบ (polymodal nociceptor) และก็ยังมีโนซิเซ็ปเตอร์บางพวกที่ไม่ตอบสนองต่อแบบใดๆ เลย (แม้ว่าอาจจะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นเมื่อมีการอักเสบในบางกรณี) จึงถูกรวมกลุ่มว่าเป็น โนซิเซ็ปเตอร์แฝง (silent nociceptor หรือ sleeping nociceptor)

โนซิเซ็ปเตอร์มีแอกซอนสองแบบ แบบแรกคือแบบเอ-เด็ลตา (A delta fiber) ซึ่งเป็นแอกซอนมีปลอกไมอีลิน ที่ยิงศักยะงานไปด้วยความเร็วประมาณ 20 เมตรต่อวินาทีไปยังระบบประสาทกลาง อีกแบบหนึ่งเป็นแบบซี (C fiber) ไม่มีปลอกไมอีลิน ที่ส่งสัญญาณได้ช้ากว่าด้วยความเร็วประมาณ 2 เมตรต่อวินาที[6] แอกซอนที่ส่งสัญญาณได้เร็วกว่านั้นเป็นเพราะมีปลอกไมอิลิน ผลของการมีแอกซอนสองแบบก็คือ ความเจ็บปวดเกิดขึ้นเป็นสองระยะ ระยะแรกสื่อโดยแอกซอนแบบเอ-เด็ลตาที่รวดเร็ว และระยะที่สองสื่อโดยแอกซอนแบบซีที่ช้ากว่า ความเจ็บปวดที่สัมพันธ์กับแอกซอนแบบเอ-เด็ลตาเป็นความเจ็บปวดเบื้องต้นที่คมกล้ามาก และไม่อยู่นาน ส่วนที่สัมพันธ์กับแอกซอนแบบซีเป็นความรู้สึกยาวนานกว่า แต่เจ็บปวดน้อยกว่า อันเป็นผลของความเสียหายที่เกิดขึ้น

ถ้ามีสัญญาณขาเข้าที่ยาวนานและมีกำลังมากไปทางแอกซอนแบบซี ก็จะมีการสั่งสมของสารสื่อประสาทที่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ในปีกด้านหลังของไขสันหลัง (posterior horn of spinal cord [7]) ปรากฏการณ์อย่างนี้คล้ายๆ กับในโรคบาดทะยักที่เกิดขึ้นที่กล้ามเนื้อ ถ้ามีการสั่งสมอย่างนี้ที่ไขสันหลัง สัตว์ก็อาจจะมีความไวมากขึ้นต่อความรู้สึกเจ็บปวด[8]

ประเภทรับรู้อุณหภูมิ[แก้]

โนซิเซ็ปเตอร์รับอุณหภูมิถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยความร้อนอันตรายหรือความเย็นอันตราย ในระดับอุณหภูมิต่างๆ มีตัวถ่ายโอน[9]ของโนซิเซ็ปเตอร์เฉพาะอย่างที่รับผิดชอบในการตอบสนองและวิธีการที่ปลายประสาทจะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นอุณหภูมิ ตัวถ่ายโอนตัวแรกที่ค้นพบเรียกว่า TRPV1 ซึ่งมีขีดเริ่มเปลี่ยนที่สอดคล้องกับความเจ็บปวดโดยอุณหภูมิที่ 42 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิอื่นๆ ในระดับตั้งแต่อุ่นถึงร้อนนั้น ถูกสื่อโดยประตูทีอาร์พี (Transient receptor potential channel[10]) ประเภทต่างๆ ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่า ประตูแต่ละอย่างเหล่านี้มีวิสัยความไวต่อความอุ่นจนถึงความร้อน ส่งสัญญาณไปทางแอกซอนแบบซี แต่ว่า ในเวลานี้ เรายังไม่รู้กระบวนการทำงานร่วมกันของประตูเหล่านี้ และกระบวนการที่ตัดสินว่าอุณหภูมิหนึ่งๆ มีระดับที่เกินระดับขีดริ่มเปลี่ยนได้อย่างไร

ส่วนตัวกระตุ้นที่เย็นถูกรับรู้โดยประตูทีอาร์พีเอ็ม 8 ประตูเหล่านี้มีวิสัยความไวต่ออุณหภูมิที่แตกต่างจากประตูที่รับรู้ความร้อน แม้ว่าประตูนี้จะมีความสัมพันธ์กับตัวกระตุ้นเย็น ถึงอย่างนั้น เราก็ยังไม่รู้ว่าประตูแบบนี้มีบทบาทในการตรวจจับความเย็นจัดหรือไม่ การค้นพบที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการตอบสนองของร่างกายต่อตัวกระตุ้นเย็นก็คือ ถึงแม้ว่า ความไวของเซลล์รับสัมผัสและเซลล์ประสาทสั่งการเคลื่อนไหว จะลดสมรรถภาพไปเมื่อประสบกับตัวกระตุ้นเย็น แต่ว่า การรู้สึกความเจ็บปวดที่เบื้องต้นสื่อโดยโนซิเซ็ปเตอร์นั้น ยังดำรงสมรรถภาพอยู่

ประเภทเชิงกล[แก้]

โนซิเซ็ปเตอร์เชิงกลรับรู้ความกดดันที่เกินพิกัด ความเปลี่ยนแปลงของรูปเพราะแรงกล และการกระทบที่ทะลุผ่านผิว ปฏิกิริยาต่อตัวกระตุ้นเชิงกลนั้นถูกประมวลผลเป็นความรู้สึกเจ็บปวดโดยคอร์เทกซ์ เหมือนกับตัวกระตุ้นเชิงเคมีหรือตัวกระตุ้นโดยอุณหภูมิ โนซิเซ็บเตอร์เดียวกันบ่อยครั้งสามารถตอบสนองกับตัวกระตุ้นหลายประเภท ดังนั้น เป็นไปได้ที่ตัวถ่ายโอนสำหรับตัวกระตุ้นอุณหภูมิ ก็ทำกิจเป็นตัวถ่ายโอนสำหรับตัวกระตุ้นเชิงกลด้วย โนซิเซ็บเตอร์เชิงเคมีก็มีนัยเหมือนกัน เนื่องจากว่า ประตูทีอาร์พีเอ 1 ดูเหมือนจะตรวจจับความเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงกลทั้งเชิงเคมี

ประเภทเชิงเคมี[แก้]

โนซิเซ็ปเตอร์เชิงเคมีมีประตูทีอาร์พี[10]ที่ตอบสนองต่อเครื่องเทศหลายอย่างหลายชนิดที่ใช้ในการปรุงอาหาร เครื่องเทศที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองระดับสูง และที่มีการศึกษาวิจัยกันมากที่สุดก็คือ แค็ปไซซิน[11] ตัวกระตุ้นเชิงเคมีบางอย่างเป็นสารระคายเคือง เป็นต้นว่า อะโครลีน ที่เป็นอาวุธเคมีในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และเป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งในควันบุหรี่

นอกจากตัวกระตุ้นภายนอกเหล่านี้แล้ว โนซิเซ็ปเตอร์เชิงเคมีมีความสามารถในการตรวจจับลิแกนด์ภายใน และกรดไขมันอะมีน[12] เหมือนกับในโนซิเซ็บเตอร์รับอุณหภูมิ โนซิเซ็ปเตอร์เชิงเคมีมีประตูทีอาร์พีวี 1 ที่สามารถตรวจจับสารเคมีอย่างเช่นแค็ปไซซิน[11]และพิษแมงมุม[13]

ประเภทแฝง[แก้]

ถึงแม้ว่า โนซิเซ็ปเตอร์แต่ละตัวอาจจะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นหลายแบบหลายระดับ แต่ว่า บางตัวกลับไม่ตอบสนองต่อตัวกระตุ้นเชิงเคมี ตัวกระตุ้นอุณหภูมิ หรือตัวกระตุ้นเชิงกลโดยประการทั้งปวง ยกเว้นมีการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นก่อน โนซิเซ็ปเตอร์เหล่านี้เรียกว่า โนซิเซ็ปเตอร์แฝง (silent nociceptor หรือ sleeping nociceptor) เพราะว่า การตอบสนองของโนซิเซ็ปเตอร์จะเกิด ก็ต่อเมื่อเริ่มมีการอักเสบในบริเวณเนื้อเยื่อ[4]

ประเภทมีปฏิกิริยาหลายแบบ[แก้]

มีโนซิเซ็ปเตอร์จำนวนมากที่ตอบสนองต่อตัวกระตุ้นเพียงแค่อย่างเดียว ดังนั้น โนซิเซ็ปเตอร์ที่สามารถทำงานได้หลายหน้าที่จึงถูกจัดอยู่ในพวก โนซิเซ็ปเตอร์หลายแบบ (polymodal nociceptor) ที่มีปฏิกิริยาหลายแบบ [14]

วิถีประสาท[แก้]

ใยประสาทโนซิเซ็ปเตอร์นำเข้า (คือที่ส่งข้อมูลไปยังสมอง ไม่ใช่มาจากสมอง) เดินทางเข้าไปสุดเป็นไซแนปส์ที่ไขสันหลังในปีกด้านหลังของไขสันหลัง[7] ใยประสาทที่อยู่นอกประสาทกลางนี้เป็นส่วนแรกของระบบสัญญาณ ส่วนตัวเซลล์ซึ่งอยู่ที่ปีกด้านหลังแบ่งกลุ่มออกเป็นชั้นต่างๆ ที่เรียกว่า ลามีเน (laminae) ใยประสาทประเภทต่างๆ สิ้นสุดที่ไซแนปส์ซึ่งอยู่ในชั้นต่างๆ โดยใช้กลูตาเมตหรือสารพี (substance P[15])เป็นสารสื่อประสาท

ใยประสาทแบบซีไปสุดที่นิวรอนในชั้น 2 ส่วนใยประสาทแบบเอ-เด็ลตาไปสุดที่นิวรอนในชั้น 1-3-5 [4] หลังจากที่ส่งไปถึงชั้นต่างๆ ในไขสันหลัง โนซิเซ็ปเตอร์ส่วนที่หนึ่งก็เชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทส่วนที่สองผ่านไซแนปส์ โนซิเซ็ปเตอร์ส่วนที่สองในระบบสัญญาณนี้ก็จะส่งสัญญาณผ่าน 2 วิถีประสาท คือ วิถีประสาทปีกหลัง-เล็มนิสคัสด้านใน (Dorsal column-medial lemniscus pathway) และ ระบบวิถีประสาทหน้าด้านข้าง (anterolateral system) วิถีประสาทแรกถูกใช้สำหรับส่งความรู้สึกปกติธรรมดาไม่ประกอบด้วยความเจ็บปวด ส่วนระบบหลังใช้สำหรับส่งความรู้สึกประกอบด้วยความเจ็บปวด เมื่อไปถึงทาลามัสแล้ว ข้อมูลก็จะถูกประมวลใน ventral posterior nucleus แล้วส่งไปทางเปลือกสมอง นอกจากมีวิถีประสาทที่ส่งสัญญาณต่อขึ้นไปตามลำดับไปยังสมอง ที่ในที่สุดก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด ก็ยังมีวิถีประสาทที่ส่งสัญญาณต่อลงมาตามลำดับจากสมอง ซึ่งทำหน้าที่ปรับระดับสัญญาณจากโนซิเซ็ปเตอร์ คือ สมองสามารถปล่อยฮอร์โมนหรือสารเคมีเฉพาะอย่าง ที่มีสมรรถภาพในการระงับความปวดและสามารถลดหรือห้ามความรู้สึกเจ็บปวดได้ เขตในสมองที่กระตุ้นให้เกิดการปล่อยฮอร์โมนเหล่านี้ก็คือเขตไฮโปทาลามัส[16]

ปรากฏการณ์การส่งสัญญาณห้ามตามลำดับไปยังระดับล่าง สามารถปรากฏได้โดยกระตุ้นเขตเนื้อเทารอบท่อน้ำสมอง (periaqueductal grey[17]) ของสมองส่วนกลาง ด้วยไฟฟ้า เมื่อถูกกระตุ้น เนื้อเทารอบท่อน้ำสมองก็จะส่งสัญญาณต่อๆ ไปในเขตสมองที่มีหน้าที่ควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด เช่น nucleus raphes magnus (NPG) ซึ่งก็ส่งสัญญาณไปยังเขต substantia gelatinosa ในปีกด้านหลังของไขสันหลัง[7] และปรับระดับของสัญญาณที่ส่งจากไขสันหลังไปยังทาลามัส นอกจากนั้น เนื้อเทารอบท่อน้ำสมองก็ยังประกอบด้วยตัวรับสารเข้าฝิ่น (opioid receptor) ซึ่งอธิบายกลไกที่สารเข้าฝิ่นเช่นมอร์ฟีนและไดอะเซ็ตทิลมอร์ฟีน มีผลเป็นยาระงับปวด (ยาชา) ได้

ความไว[แก้]

ความไวของโนซิเซ็ปเตอร์ถูกควบคุมโดยองค์ประกอบมากมายนอกเซลล์[18]

การเพิ่มความไวในเขตประสาทส่วนปลาย เป็นตัวอย่างแสดงสภาพพลาสติก (คือความยืดหยุ่นได้) ของโนซิเซ็ปเตอร์ คือ โนซิเซ็ปเตอร์สามารถเปลี่ยนจากการเป็นตัวตรวจจับตัวกระตุ้นอันตราย ไปเป็นตัวตรวจจับตัวกระตุ้นไม่อันตราย ผลของความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ก็คือ ตัวกระตุ้นที่อยู่ในระดับต่ำที่ไม่เป็นอันตราย อาจจะก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวด นี่เป็นสภาวะที่เรียกว่าภาวะรู้สึกเจ็บมากกว่าปรกติ (hyperalgesia) การอักเสบเป็นเหตุสามัญที่ก่อให้เกิดผลเช่นนั้น เพราะโดยปกติแล้ว ภาวะรู้สึกเจ็บมากกว่าปรกติจะหายไปเมื่อมีการอักเสบลดลง แต่บางครั้ง ความบกพร่องของยีน และ/หรือ ความบาดเจ็บที่ซ้ำซากสามารถก่อให้เกิดสภาวะอัลโลดีเนีย (allodynia[19]) ซึ่งตัวกระตุ้นที่ไม่มีอันตรายโดยประการทั้งปวงเช่นการถูกต้องอย่างเบาๆ ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

อัลโลดีเนียอาจมีเหตุมาจากความเสียหายของโนซิเซ็ปเตอร์ในระบบประสาทส่วนปลาย ซึ่งมีผลให้เกิดกระบวนการที่ผิดปกติในระบบประสาทกลาง ด้วยกรณีอย่างนี้ แอกซอนของโนซิเซ็ปเตอร์ที่เสียหายในปีกด้านหลังของไขสันหลัง[7]จะยังทำการเชื่อมต่อกับไขสันหลัง ทำให้เกิดการส่งสัญญาณผิดปกติจากโนซิเซ็ปเตอร์ที่เสียหายไปยังระบบประสาทกลาง[8]

โนซิเซ็ปเตอร์ในสัตว์ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนม[แก้]

โนซิเซ็ปเตอร์ปรากฏในสัตว์ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมต่างๆ รวมทั้งปลา[20]และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังประเภทต่างๆ มากมายรวมทั้งปลิง[21] นีมาโทดา[22] ทากทะเล[23] และแมลงวันทอง[24]

ถึงแม้ว่าเซลล์ประสาทเหล่านี้ มีวิถีประสาทและมีความสัมพันธ์กับระบบประสาทกลางที่แตกต่างกัน กับโนซิเซ็ปเตอร์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ว่า โนซิเซ็ปเตอร์ของสัตว์ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนม ก็ยังยิงสัญญาณเพื่อตอบสนองต่อตัวกระตุ้นที่คล้ายกันกับตัวกระตุ้นในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตัวอย่างเช่น ความร้อน (40 องศาเซลเซียสหรือมากกว่านั้น) สภาวะกรด แค็ปไซซิน[11] และความเสียหายในเนื้อเยื่อ

การใช้ศัพท์[แก้]

เนื่องจากความเข้าใจที่บกพร่องเกี่ยวกับระบบการรับรู้ความเจ็บปวด โนซิเซ็ปเตอร์ถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ตัวรับรู้ความเจ็บปวด (pain receptors)" การใช้คำนี้ไม่เข้ากันกับนิยามปัจจุบันของความเจ็บปวด ซึ่งถูกกำหนดว่าเป็นประสบการณ์ในอัตตวิสัย[25]

หมายเหตุและอ้างอิง[แก้]

  1. Sherrington C. The Integrative Action of the Nervous System. Oxford: Oxford University Press; 1906.
  2. ปมประสาทรากหลัง (dorsal root ganglia) เป็นปุ่มเล็กๆ ที่รากหลังของสันหลัง ที่มีเซลล์ประสาทซึ่งส่งสัญญาณจากอวัยวะรับความรู้สึก ไปยังศูนย์รวบรวมสัญญาณที่เหมาะสมในสมอง
  3. ประสาทไทรเจมินัล (trigeminal nerve) เป็นประสาทที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการรับรู้ความรู้สึกที่ใบหน้า และเกี่ยวกับการสั่งการพฤติกรรม เช่นการขบกัดและการเคี้ยว
  4. 4.0 4.1 4.2 Jessell, Thomas M.; Kandel, Eric R.; Schwartz, James H. (1991). Principles of neural science. Norwalk, CT: Appleton & Lange. pp. 472–79. ISBN 0-8385-8034-3. 
  5. Fein,A Nociceptors: the cells that sense pain http://cell.uchc.edu/pdf/fein/nociceptors_fein_2012.pdf
  6. Williams, S. J.; Purves, Dale (2001). Neuroscience. Sunderland, Mass: Sinauer Associates. ISBN 0-87893-742-0. 
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 ปีกด้านหลังของไขสันหลัง (posterior horn of spinal cord) เป็นปีกเนื้อเทาด้านหลังของไขสันหลัง มีหน้าที่รับข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึกต่างๆ จากกาย รวมทั้งความสัมผัสเบา การรับรู้อากัปกิริยา และความสั่นสะเทือน ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึกเหล่านี้มาจากตัวรับความรู้สึกที่ผิวหนัง กระดูก และข้อต่อ ของเซลล์ประสาทรับความรู้สึกที่มีตัวเซลล์อยู่ที่ปมประสาทรากด้านหลัง (dorsal root ganglion)
  8. 8.0 8.1 Fields HL, Rowbotham M, Baron R (October 1998). "Postherpetic neuralgia: irritable nociceptors and deafferentation". Neurobiol. Dis. 5 (4): 209–27. doi:10.1006/nbdi.1998.0204. PMID 9848092. 
  9. การถ่ายโอน ในสรีรวิทยา (อังกฤษ: Transduction (Physiology)) คือการเปลี่ยนตัวกระตุ้นแบบหนึ่งไปยังอีกแบบหนึ่ง การถ่ายโอนในระบบประสาทมักจะหมายถึงการส่งสัญญาณเพื่อแจ้งการตรวจพบตัวกระตุ้น โดยที่ตัวกระตุ้นเชิงกล ตัวกระตุ้นเชิงเคมี หรือเชิงอื่นๆ ถูกเปลี่ยนเป็นศักยะงานประสาท แล้วส่งไปทางแอกซอน ไปสู่ระบบประสาทกลางซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมสัญญาณประสาทเพื่อประมวลผล
  10. 10.0 10.1 ประตูทีอาร์พี (TRP channel หรือ Transient receptor potential channel) เป็นกลุ่มของประตูไอออนโดยมากอยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์มากมายทั้งในมนุษย์และในสัตว์ มีประตูทีอาร์พีมากกว่า 28 ชนิดที่มีโครงสร้างคล้ายๆ กัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ประตูเหล่านี้สื่อความรู้สึกประเภทต่างๆ รวมทั้งความเจ็บปวด อุณหภูมิ รสชาติต่างๆ ความกดดัน และความรู้สึกทางสายตา
  11. 11.0 11.1 11.2 แค็ปไซซิน (Capsaicin) เป็นสารเคมีกัมมันต์ในพริก ซึ่งเป็นพืชในสกุล Capsicum เป็นสารระคายเคืองในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมทั้งมนุษย์ และทำให้เกิดความรู้สึกร้อนในเนื้อเยื่อที่ถูกกระทบสัมผัส
  12. อะมีน (amine) เป็นตระกูลสารประกอบอินทรีย์และหมู่ฟังก์ชันที่มีอะตอมไนโตรเจนประกอบด้วยอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว อะมีนเป็นอนุพันธ์ของแอมโมเนีย โดยที่อะตอมไฮโดรเจนอะตอมหนึ่งหรือเกินกว่านั้นถูกทดแทนด้วยอะตอมของกลุ่มอัลเคนและกลุ่มอะรัล
  13. Woolf CJ, Ma Q (August 2007). "Nociceptors—noxious stimulus detectors". Neuron 55 (3): 353–64. doi:10.1016/j.neuron.2007.07.016. PMID 17678850. 
  14. Fein, Alan. "Nociceptors: the cells that sense pain". 
  15. สารพี (substance P) เป็นเพปไทด์ประสาท (neuropeptide) มีกรดอะมิโน 11 ตัว (undecapeptide) ที่ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท หรือว่า สารปรับประสาท (neuromodulator)
  16. "Pain Pathway". สืบค้นเมื่อ 2008-06-02. 
  17. เนื้อเทารอบท่อน้ำสมอง (periaqueductal grey) เป็นเนื้อเทาที่อยู่รอบๆ ท่อน้ำสมอง ใน tagmentum ของสมองส่วนกลาง มีบทบาทในการปรับระดับความเจ็บปวดที่ส่งมาจากระบบประสาทส่วนปลาย และในพฤติกรรมป้องกันตัว
  18. Hucho T, Levine JD (August 2007). "Signaling pathways in sensitization: toward a nociceptor cell biology". Neuron 55 (3): 365–76. doi:10.1016/j.neuron.2007.07.008. PMID 17678851. 
  19. อัลโลดีเนีย (allodynia) เป็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากตัวกระตุ้น ที่ตามปกติแล้ว ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ตัวกระตุ้นโดยอุณหภูมิหรือโดยแรงกลสามารถก่อให้เกิดอัลโลดีเนีย และมักจะเกิดขึ้นหลังจากความบาดเจ็บในเขตๆ หนึ่ง อัลโลดีเนียต่างจากภาวะรู้สึกเจ็บมากกว่าปรกติ (hyperalgesia) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เพิ่มความเจ็บปวดเกินกว่าความจริง ต่อตัวกระตุ้นที่ปกติก่อให้เกิดความเจ็บปวด
  20. Sneddon, L. U., V. A. Braithwaite, and M. J. Gentle. 2003. Do fishes have nociceptors? Evidence for the evolution of a vertebrate sensory system. Proceedings of the Royal Society of London. Series B. Biological sciences 270: 1115–1121. http://dx.doi.org/10.1098/rspb.2003.2349
  21. Pastor, J., B. Soria, and C. Belmonte. 1996. Properties of the nociceptive neurons of the leech segmental ganglion. Journal of Neurophysiology 75: 2268–2279. http://jn.physiology.org/cgi/content/abstract/75/6/2268
  22. Wittenburg, N., and R. Baumeister. 1999. Thermal avoidance in Caenorhabditis elegans: an approach to the study of nociception. Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America 96: 10477-10482. http://www.pnas.org/cgi/content/abstract/96/18/10477
  23. Illich, P. A., and E. T. Walters. 1997. Mechanosensory neurons innervating Aplysia siphon encode noxious stimuli and display nociceptive sensitization. The Journal of Neuroscience 17: 459–469. http://www.jneurosci.org/cgi/content/abstract/17/1/459
  24. Tracey, J., W. Daniel, R. I. Wilson, G. Laurent, and S. Benzer. 2003. painless, a Drosophila gene essential for nociception. Cell 113: 261–273. http://dx.doi.org/10.1016/S0092-8674(03)00272-1
  25. คือ การยิงศักยะงานของโนซิเซ็ปเตอร์ และระดับการยิงศักยะงาน ไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวดโดยตรง แต่ว่า โนซิเซ็ปเตอร์ส่งข้อมูลที่อาจจะก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดในที่สุด ไปยังระบบประสาทกลาง และระบบประสาทกลางนั่นแหละ มีปฏิกิริยาซึ่งในที่สุดให้ผลเป็นความรู้สึกเจ็บปวดซึ่งเป็นอัตตวิสัย