กระเพาะปัสสาวะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กระเพาะปัสสาวะ
Urinary system.svg
1. ระบบปัสสาวะในมนุษย์: 2. ไต, 3. กรวยไต, 4. ท่อไต, 5. กระเพาะปัสสาวะ, 6. ท่อปัสสาวะ (ซ้ายมือกับส่วนตัดหน้า)

7. ต่อมหมวกไต
หลอดเลือด: 8. หลอดเลือดแดงและดำไต, 9. ท่อเลือดดำล่าง (inferior vena cava), 10. เอออร์ตาส่วนท้อง (abdominal aorta), 11. หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำกระดูกปีกเชิงกรานร่วม (common iliac artery and vein)
โปร่งแสง: 12. ตับ, 13. ลำไส้ใหญ่, 14. เชิงกราน

2605 The Bladder.jpg
กระเพาะปัสสาวะในหญิง (มองเห็นได้เพราะไม่มีต่อมลูกหมาก) แสดงเนื้อเยื่อบุผิวชนิดแปรเปลี่ยนและผนังในภาพขยายมิญชวิทยา
ละติน vesica urinaria
Gray's subject #255
ระบบ ระบบปัสสาวะ
หลอดเลือดแดง หลอดเลือดแดงกระเพาะปัสสาวะบน (superior vesical artery)
หลอดเลือดแดงกระเพาะปัสสาวะล่าง (inferior vesical artery)
หลอดเลือดแดงสะดือ (umbilical artery)
หลอดเลือดแดงช่องคลอด (vaginal artery)
หลอดเลือดดำ ข่ายหลอดเลือดดำกระเพาะปัสสาวะ (vesical venous plexus)
เส้นประสาท ข่ายประสาทกระเพาะปัสสาวะ (vesical nervous plexus)
เจริญมาจาก โพรงอวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ (urogenital sinus)
MeSH Bladder
Dorlands/Elsevier Urinary bladder

กระเพาะปัสสาวะ (อังกฤษ: urinary bladder) เป็นอวัยวะซึ่งเก็บปัสสาวะที่ไตขับถ่ายออกมาก่อนกำจัดออกจากร่างกายโดยการถ่ายปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะเป็นอวัยะยืดหยุ่นและเป็นกล้ามเนื้อแอ่ง อยู่ ณ ฐานเชิงกราน ปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะทางท่อไตและออกทางท่อปัสสาวะ ปริมาตรของกระเพาะปัสสาวะระบุไว้ระหว่าง 500 ถึง 1000 มิลลิลิตร[1]

เป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องอุ้งเชิงกรานด้านหลังกระดูกหัวหน่าว มีลักษณะเป็นถุงกลวงยืดหยุ่นได้ ผนังของกระเพาะปัสสาวะมีกล้ามเนื้อเรียบ 3 ชั้น ที่คอของกระเพาะจะมีกล้ามเนื้อหูรูดทวารเบามัดใน (internal sphincter muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อลายอยู่ด้วย กระเพาะปัสสาวะจะทำหน้าที่เป็นที่เก็บสะสมน้ำปัสสาวะ จนกระทั่งมีน้ำปัสสาวะเกิน 250 มิลลิลิตร ก็จะรู้สึกปวด อยากถ่ายปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะจะหดตัว ขับน้ำปัสสาวะออกมา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม การถ่ายปัสสาวะจะต้องประกอบไปด้วย

  1. จำนวนปัสสาวะถ้าหากปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง ตั้งแต่ 150 – 400 ลบ.ซม. จะทำให้ผนังกระเพาะปัสสาวะตึงขึ้น
  2. เกิดรีเฟลกซ์การถ่ายปัสสาวะเนื่องจากการตึงของผนังกระเพาะปัสสาวะมีผลทำให้เกิดกระแสประสาทส่งไปยังไขสันหลังและสมองแล้วส่งกระแสประสาทกลับมากระตุ้นให้กล้ามเนื้อเรียบที่ผนังกระเพาะปัสสาวะบีบตัว
  3. ยิ่งความดันกระเพาะปัสสาวะมาก ยิ่งทำให้เกิดการอยากถ่ายปัสสาวะมากขึ้น การเกิดรีเฟลกซ์ การถ่ายปัสสาวะจะมีผลในการกระตุ้นให้สมองส่งกระแสประสาทมายงกล้ามเนื้อหูรูดมัดนอกของกระเพาะปัสสาวะให้คลายตัวและเกิดการถ่ายปัสสาวะขึ้น

อ้างอิง[แก้]