กลีบข้าง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สมองกลีบข้าง)
สมองกลีบข้าง
(Parietal lobe)
ร่อง (fissure) ที่สำคัญและกลีบของซีรีบรัม มองจากด้านข้าง (สมองกลีบข้างมีสีเหลือง)
Gray726.png
พื้นผิวทางด้านข้างของสมองซีกซ้าย มองจากด้านข้าง (สมองกลีบข้างอยู่ทางด้านขวาบน)
ละติน lobus parietalis
Gray's subject #189 822
เป็นส่วนของ ซีรีบรัม
หลอดเลือดแดง หลอดเลือดแดงแอนทีเรียร์ซีรีบรัล (Anterior cerebral artery)
หลอดเลือดแดงมิดเดิลซีรีบรัล (Middle cerebral artery)
หลอดเลือดดำ ซุพีเรียร์ ซาจิตตัล ไซนัส (Superior sagittal sinus)
NeuroNames hier-77
MeSH Parietal+Lobe

ในประสาทกายวิภาคศาสตร์ สมองกลีบข้าง (อังกฤษ: parietal lobe หรือ parietal cortex, ละติน: lobus parietalis) เป็นกลีบสมองหนึ่ง อยู่เหนือสมองกลีบท้ายทอย (occipital lobe) และหลังสมองกลีบหน้า (frontal lobe)

สมองกลีบข้างผสมผสานสัญญาณรับความรู้สึกจากหน่วยรับความรู้สึกทั้งหลาย มีหน้าที่เฉพาะในการประมวลความรู้สึกเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial sense) และการนำทาง (navigation) ตัวอย่างเช่น สมองกลีบข้างประกอบด้วยคอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกาย (somatosensory cortex) และทางสัญญาณด้านล่าง (dorsal stream) ของระบบการเห็น ซึ่งทำให้คอร์เทกซ์กลีบข้างสามารถสร้างแผนที่ของวัตถุที่เห็น โดยที่วัตถุมีตำแหน่งสัมพันธ์กับร่างกาย (เช่นเห็นว่าอยู่ทางซ้ายหรือทางขวาของกาย)

มีเขตหลายเขตของสมองกลีบข้างที่มีความสำคัญในการประมวลผลทางภาษา และด้านหลังต่อจากร่องกลาง (central sulcus) ก็คือรอยนูนหลังร่องกลาง (postcentral gyrus) ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับรู้ความรู้สึกทางกาย[1] คอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกายมีแผนที่เป็นรูปมนุษย์ที่บิดเบือน ที่เรียกว่า cortical homunculus (homunculus มาจากภาษาละตินที่แปลว่า "คนตัวเล็ก ๆ") โดยที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีขนาดเท่ากับเขตที่คอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกายมีพื้นที่ให้สำหรับส่วนนั้นของร่างกาย[2]

ชื่อของสมองกลีบข้าง (parietal lobe) มาจากชื่อของกระดูกข้างขม่อม (parietal bone) ที่อยู่เหนือสมอง คำอังกฤษว่า "parietal" นั้นมาจากภาษาละติน ซึ่งแปลว่า "กำแพง" หรือ "ข้าง"

กายวิภาค[แก้]

รูปไหว สมองกลีบข้างมีสีแดง อยู่ในสมองซีกซ้าย

สมองกลีบข้างล้อมรอบด้วยโครงสร้างทางกายวิภาค 4 ส่วน ได้แก่ ร่องกลาง (central sulcus) ที่แบ่งสมองกลีบข้างจากสมองกลีบหน้า, parieto-occipital sulcus (ร่องระหว่างสมองกลีบข้างและสมองกลีบท้ายทอย) ที่แบ่งสมองกลีบข้างจากสมองกลีบท้ายทอย, ร่องด้านข้าง (lateral sulcus) หรือร่องซิลเวียน (sylvian fissure) ซึ่งอยู่ด้านข้างมากที่สุด และแบ่งสมองกลีบข้างจากสมองกลีบขมับ, และ medial longitudinal fissure (ช่องตามยาวแนวกลาง) ที่แบ่งสมองซีกซ้ายจากสมองซีกขวา. ในแต่ละซีกสมอง คอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกายมีแผนที่ของเขตผิวหนังในด้านตรงกันข้ามของร่างกาย (เช่นคอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกายในสมองซีกขวามีแผนที่ของเขตผิวหนังในร่างกายด้านซ้าย)[2]

ทันทีหลังจากร่องกลาง ซึ่งเป็นส่วนหน้าสุดของสมองกลีบข้าง ก็คือ รอยนูนหลังร่องกลาง (postcentral gyrus) หรือเขตบร็อดแมนน์ 3 เป็นคอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกายปฐมภูมิ (primary sensory cortex) และร่องหลังร่องกลาง (postcentral sulcus) แบ่งส่วนหน้าของสมองกลีบข้างนี้จากคอร์เทกซ์กลีบข้างด้านหลัง (posterior parietal cortex)

คอร์เทกซ์กลีบข้างด้านหลังสามารถแบ่งออกเป็น

IPS พร้อมกับรอยนูน (gyrus) ที่อยู่ติด ๆ กันยังสามารถแบ่งออกโดยความต่างกันของการจัดระเบียบของเซลล์ (cytoarchitectonics) และความต่างกันโดยกิจ เป็นส่วนย่อย ๆ คือ ส่วนใน (medial, ตัวย่อ MIP) ส่วนข้าง (lateral, ตัวย่อ LIP) ส่วนล่างหรือส่วนท้อง (ventral, ตัวย่อ VIP) และส่วนหน้า (anterior, ตัวย่อ AIP)

กิจหน้าที่[แก้]

สมองกลีบข้างมีบทบาทสำคัญในการประสานข้อมูลความรู้สึกมาจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในความรู้เกี่ยวกับตัวเลขและความสัมพันธ์ของตัวเลข[3] และในการเคลื่อนไหวจัดการวัตถุต่าง ๆ. มีเขตหลายเขตในสมองกลีบข้างที่มีความเกี่ยวข้องกับการประมวลปริภูมิทางตา ถึงแม้ว่าเราจะรู้ถึงกิจของสมองส่วนนี้ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว สมองกลีบข้างนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักกันดีเท่ากับสมองกลีบอื่น ๆ ในซีรีบรัม

งานวิจัยต่าง ๆ ในคริสต์ทศวรรษ 1990 พบเขตหลายเขตของสมองกลีบหน้าในลิงแม็กแคกที่เป็นแผนที่ของปริภูมิต่าง ๆ

  • เขต LIP (lateral intraparietal) มีแผนที่โทโพกราฟิก (topographic map[4]) 2 มิติของปริภูมิ เป็นการเข้ารหัสข้อมูลจากเรตินา แสดงความโดดเด่นและตำแหน่งในปริภูมิของวัตถุ ระบบการสั่งการที่ประสานกับข้อมูลทางตาสามารถใช้แผนที่นี้เพื่อนำการเคลื่อนไหวของตา
  • เขต VIP (ventral intraparietal) รับข้อมูลมาจากประสาทต่าง ๆ เช่น ระบบการเห็น ระบบความรู้สึกทางกาย ระบบการได้ยิน และระบบการทรงตัว[5] เซลล์ประสาทที่มีลานรับความสัมผัส รองรับแผนที่ปริภูมิมีศีรษะเป็นศูนย์กลาง[5]. เซลล์ลานรับข้อมูลทางตา ก็รองรับแผนที่ปริภูมิมีศีรษะเป็นศูนย์กลางเช่นกัน[6] แต่ว่า ก็อาจจะมีตาเป็นศูนย์กลางด้วย[5]
  • เซลล์ประสาทในเขต MIP (medial intraparietal) เข้ารหัส[7]ตำแหน่งของวัตถุที่จะเอื้อมจับโดยมีตาเป็นศูนย์[8]
  • เขต AIP (anterior intraparietal) มีเซลล์ประสาทที่ตอบสนองต่อรูปร่าง ขนาด และทิศทางของวัตถุที่จะเอื้อมจับ[9] และต่อการสั่งการเคลื่อนไหวมือทั้งสองด้วย โดยมีปฏิกิริยาต่อทั้งตัวกระตุ้นที่เห็นอยู่จริง ๆ[9] หรือตัวกระตุ้นที่ระลึกจำได้[10]

พยาธิ[แก้]

  • Gerstmann's syndrome มีความสัมพันธ์กับรอยโรคในสมองกลีบข้างซีกควบคุม (dominant) ซึ่งมักจะเป็นซีกซ้าย
  • Balint's syndrome มีความสัมพันธ์กับรอยโรคในสมองกลีบข้างทั้งสองซีก
  • ภาวะละเลยข้างเดียว ปกติมีความสัมพันธ์กับความบกพร่องของความใส่ใจอย่างรุนแรงในซีกสมองที่ไม่ใช่เป็นซีกควบคุม (non-dominant)

ภาพอื่น ๆ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ruf.rice.edu/~lngbrain/cglidden/parietal.html
  2. 2.0 2.1 Schacter, D. L., Gilbert, D. L. & Wegner, D. M. (2009). Psychology. (2nd ed.). New Work (NY): Worth Publishers.
  3. Blakemore & Frith (2005). The Learning Brain. Blackwell Publishing. ISBN 1-4051-2401-6
  4. แผนที่โทโพกราฟิก (topographic map) เป็นแผนที่ในสมองที่แสดงพื้นผิวของอวัยวะรับรู้ความรู้สึก เช่นเรตินาหรือผิวหนัง หรือส่วนของร่างกายที่เป็นหน่วยปฏิบัติงาน เช่นระบบกล้ามเนื้อ แผนที่โทโพกราฟิกมีอยู่ในระบบรับรู้ความรู้สึกทุกระบบ และในระบบสั่งการเป็นจำนวนมาก
  5. 5.0 5.1 5.2 Avillac M, Deneve S, Olivier E, Pouget A, Duhamel JR. (2005) Reference frames for representing visual and tactile locations in parietal cortex. Nat Neurosci. 8 (7) :941-9.
  6. Zhang T, Heuer HW, Britten KH. (2004) Parietal area VIP neuronal responses to heading stimuli are encoded in head-centered coordinates. Neuron 42 (6) :993-1001.
  7. การเข้ารหัสโดยรวม ๆ ก็คือ การแปลงข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบหนึ่ง ไปเป็นข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เข้ารหัสเสียงดนตรีไปเป็นหลุมเล็ก ๆ บนซีดีที่ใช้เล่นเพลงนั้นได้
  8. Pesaran B, Nelson MJ, Andersen RA. (2006) Dorsal premotor neurons encode the relative position of the hand, eye, and goal during reach planning. Neuron 51 (1) :125-34.
  9. 9.0 9.1 Murata A, Gallese V, Luppino G, Kaseda M, Sakata H. (2000) Selectivity for the shape, size, and orientation of objects for grasping in neurons of monkey parietal area AIP. J Neurophysiol 83 (5) :2580. PMID 10805659
  10. Murata A, Gallese V, Kaseda M, Sakata H. (1996) Parietal neurons related to memory-guided hand manipulation. J Neurophysiol 75 (5) :2180-6. PMID 8734616

ดูเพิ่ม[แก้]