แอสไพริน
| บทความนี้ต้องการการจัดหน้า จัดหมวดหมู่ ใส่ลิงก์ภายใน หรือเก็บกวาดเนื้อหา ให้มีคุณภาพดีขึ้น คุณสามารถปรับปรุงแก้ไขบทความนี้ได้ และนำป้ายออก พิจารณาใช้ป้ายข้อความอื่นเพื่อชี้ชัดข้อบกพร่อง |
|
แอสไพริน
|
|
| ชื่อสารเคมีในระบบ IUPAC | |
| 2-acetoxybenzoic acid | |
|
|
|
| เลขทะเบียน CAS | |
| รหัส ATC | A01 B01AC06, N02BA01 |
| PubChem | |
| DrugBank | |
| ChemSpider | |
|
|
|
| สูตรเคมี | C9H8O4 |
| น้ำหนักโมเลกุล | 180.157 g/mol |
| SMILES | & |
| ชื่อพ้อง | 2-acetyloxybenzoic acid acetylsalicylate acetylsalicylic acid O-acetylsalicylic acid |
|
|
|
| ความหนาแน่น | 1.40 กรัม/ซม.³ |
| จุดหลอมเหลว | 135 °C |
| จุดเดือด | 140 °C (decomposes) |
| สภาพละลายในน้ำ | 3 mg/mL (20 °C) |
|
|
|
| ชีวปริมาณออกฤทธิ์ | Rapidly and completely absorbed |
| การจับกับโปรตีน | 99.6% |
| เมแทบอลิซึม | Hepatic |
| ครึ่งชีวิตของการกำจัด | 300–650 mg dose: 3.1–3.2 h 1 g dose: 5 h 2 g dose: 9 h |
| การขับถ่าย | Renal |
|
|
|
| ลำดับขั้นของยาต่อการตั้งครรภ์ | |
| สถานะตามกฎหมาย | |
| ช่องทางการรับยา | Most commonly oral, also rectal. Lysine acetylsalicylate may be given IV or IM |
|
|
|
แอสไพริน (Aspirin) หรือ อะซิทิลซาลิไซลิก แอซิด (acetylsalicylic acid) เป็นยาในกลุ่มซาลิไซเลต (salicylate) นิยมใช้เป็นยาบรรเทาปวด ยาลดไข้ (antipyretic) และ ลดการอักเสบ มีผล[ต้านเกล็ดเลือด] (Antiplatelet) ในปริมาณการใช้ต่ำๆ และระยะยาวใช้ป้องกันโรคหัวใจ
แอสไพรินเป็นชื่อทางการค้าของไบเออร์ ประเทศเยอรมนี บางประเทศใช้ชื่อแอสไพรินเป็นชื่อสามัญ บางประเทศใช้ชื่อย่อจาก อะซิทิลซาลิไซลิก แอซิด คือ ASA พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างแอสไพรินและอาการรีอายส์ (Reye's syndrome) จึงไม่ใช้แอสไพรินรักษาอาการไข้ในเด็ก
ในปริมาณการใช้ต่ำๆ และระยะยาวพบว่าแอสไพรินมีผลยับยั้งการสร้างทรอมโบเซน A2 (thromboxane A2) ในเกล็ดเลือด (platelet) ทำให้เกิดการยับยั้งการรวมกันของเกล็ดเลือด (platelet aggregation) ซึ่งเป็นผลให้เลือดไม่แข็งตัว ปริมาณการใช้แอสไพรินที่ให้ผลนี้คือขนาด 75 หรือ 81 มก. ในรูปยาเม็ด สำหรับในโรคหัวใจเฉียบพลันสามารถใช้แอสไพรินในปริมาณการใช้สูงได้ด้วย
ประวัติแอสไพริน [แก้]
- ค.ศ. 1763 เอ็ดวาร์ด สโตน (Edward Stone) แห่งออกฟอร์ดเชีย (Oxfordshire) ประเทศอังกฤษ พบว่าเปลือกหลิว (willow) มีสรรพคุณลดไข้ได้
- ค.ศ. 1828 เฮนรี่ เลอร๊อกซ์ (Henri Leroux) เภสัชกรชาวฝรั่งเศส และ ราฟฟาเอล ปีเรีย (Raffaele Piria) นักเคมีชาวอิตาลีสามารถสกัด ซาลิซิน (salicin) ในรูปผลึกได้ซึ่งมีสมบัติทางเคมีเป็นกรดอย่างแรงในสารละลายที่อิ่มตัวจะมี pH = 2.4 และต่อมาพบว่าสารตัวนี้เป็น กรดซาลิไซลิก (salicylic acid) นั่นเอง
- ค.ศ. 1897 ฟิลิกซ์ ฮอฟฟ์แมน (Felix Hoffmann) นักวิจัยของไบเออร์ได้เปลี่ยนแปลง หมู่ฟังก์ชันไฮดรอกซิล ของกรดซาลิไซลิกด้วยอะซิทิล กรุ๊ฟ ได้เป็น อะซิทิล เอสเตอร์ (acetyl ester) หรือ อะซิทิลซาลิไซลิก แอซิด (acetylsalicylic acid) ซึ่งเป็นสารเคมีที่สังเคราะห์ขึ้นโดยไม่เลียนแบบธรรมชาติเป็นตัวแรกของโลกด้วย และที่สำคัญสารเคมีตัวใหม่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าเดิมมาก ฟิลิกซ์ได้ทดลองยาตัวนี้กับพ่อของเขาซึ่งเป็น โรคข้ออักเสบ ปรากฏว่าได้ผลดีและไม่มีอาการข้างเคียงด้วย เขาจึงเสนอบริษัทฯ ให้ทำตลาดยาตัวนี้
- ค.ศ. 1899 วันที่ 6 มีนาคม ไบเออร์ได้จดสิทธิบัตรยาตัวนี้โดยใช้ชื่อการค้าว่า "แอสไพริน"
-
Aspirin-a.jpg
กลไกการออกฤทธิ์ของแอสไพริน
สรรพคุณอย่างอื่น [แก้]
นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด แนะนำให้กินยาแอสไพรินเม็ดขนาด 300 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด ติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี จะป้องกันมะเร็งลำไส้ได้[1]
อ้างอิง [แก้]
|
|||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||