มหาอำนาจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มหาอำนาจ หมายถึงรัฐซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถแผ่อิทธิพลในระดับโลกได้ ลักษณะของรัฐมหาอำนาจ คือ ครอบครองอำนาจทางทหารและเศรษฐกิจ ตลอดจนอิทธิพลทางการทูตและอำนาจแบบอ่อน (soft power) ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ประเทศด้อยอำนาจต้องพิจารณาความเห็นของมหาอำนาจก่อนดำเนินการใด ๆ ของตน นักทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระบุว่า ลักษณะของสถานภาพมหาอำนาจสามารถจำแนกเป็นขีดความสามารถของอำนาจ และมิติสถานภาพ ในบางครั้ง สถานภาพมหาอำนาจได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมที่สำคัญ ดังเช่น การประชุมแห่งเวียนนา[1] หรือในหน่วยงานระหว่างประเทศ ดังเช่น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ[2]

คำว่า มหาอำนาจ (great power) มีใช้ครั้งแรกหมายถึงประเทศสำคัญ ๆ ของทวีปยุโรคในยุคหลังนโปเลียน[3] "มหาอำนาจ" ก่อตั้ง "ความร่วมมือแห่งยุโรป" (Concert of Europe) และอ้างสิทธิในการบังคับใช้สนธิสัญญาหลังสงครามร่วมกัน การแบ่งแยกระหว่างประเทศด้อยอำนาจกับมหาอำนาจมีขึ้นอย่างเป็นทางการในสนธิสัญญาเชามงใน ค.ศ. 1814[4] นับตั้งแต่นั้น ดุลภาพแห่งอำนาจระหว่างประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง โดยครั้งที่สำคัญเกิดขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบางชาติจะถูกพิจารณาว่าเป็นมหาอำนาจอย่างกว้างขวาง แต่ยังไม่มีรายชื่อจำกัดความ จึงนำไปสู่การโต้เถียงกันต่อไป

ลักษณะ[แก้]

ไม่มีเกณฑ์หรือลักษณะจำกัดความของมหาอำนาจ ลักษณะเหล่านี้มักถือว่าเป็นเชิงประสบการณ์และประจักษ์ชัดในตัวของผู้ประเมิน[5] อย่างไรก็ดี ความเข้าใจนี้มีข้อเสียเรื่องอัตวิสัย ผลคือ มีความพยายามหยิบยกเกณฑ์สามัญบางข้อมาพิจารณาและจัดเป็นส่วนสำคัญของสถานภาพมหาอำนาจ

งานเขียนช่วงต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้มักตัดสินรัฐตามเกณฑ์สัจนิยม ตามที่แสดงโดยนักประวัติศาสตร์ เอ. เจ. พี. เทย์เลอร์ เมื่อเขาเขียนว่า "การทดสอบมหาอำนาจ คือ การทดสอบความเข้มแข็งในการทำสงคราม"[6] นักเขียนสมัยหลังได้ขยายการทดสอบนี้ โดยพยายามนิยามมหาอำนาจในแง่ขีดความสามารถทางทหาร เศรษฐกิจและการเมืองโดยรวม[7] เคนเน็ธ วอลทซ์ ผู้ก่อตั้งทฤษฎีสัจนิยมใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้ใช้ชุดหลักเกณฑ์ 5 ข้อ เพื่อระบุความเป็นมหาอำนาจ: ประชากรและภูมิประเทศ; การบริจาคทรัพยากร; ศักยภาพทางเศรษฐกิจ; ความมั่นคงและอำนาจทางการเมือง; และความเข้มแข็งทางทหาร เกณฑ์ดังกล่าวสามารถแบ่งออกได้ในสามหัวข้อ: ขีดความสามารถแห่งอำนาจในแง่พื้นที่ และสถานภาพ[1]

ประวัติศาสตร์[แก้]

มหาอำนาจกับสงคราม[แก้]

มหาอำนาจกับสนธิสัญญาสันติภาพ[แก้]

มหาอำนาจหลังสงครามเย็น[แก้]


  มหาอำนาจที่ได้เป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
  มหาอำนาจที่ไม่ได้เป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา ถูกเรียกว่าเป็นมหาอำนาจ ดดยทั้ง 5 ชาตินั้นมีพลัอำนาจในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และยังเป็นรัฐนิวเคลียร์ที่อยู่ภายใต้สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์อีกด้วย

หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปีค.ศ.1991 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจึงได้ให้รัสเซียเข้ามารับตำแหน่งสมาชิกถาวรแทน แต่รัสเซียก็ได้สูญเสียตำแหน่งอภิมหาอำนาจ จึงทำให้สหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียว

อย่างไรก็ตาม บริบทของคำว่า มหาอำนาจ ในปัจจุบัน ได้มีการเรียกใหม่เป็น จีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร รัสเซีย ญี่ปุ่น และ เยอรมนีที่เป็นประเทศอำนาจปานกลาง แต่อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่น และ เยอรมนี ก็ยังสามารถรวมอยู่ในมหาอำนาจได้

การพัฒนามหาอำนาจ[แก้]

ดูบทความหลักที่: การพัฒนามหาอำนาจ

การจัดระบบตามลำดับชั้นของมหาอำนาจ[แก้]

ประเทศมหาอำนาจแบ่งตามช่วงเวลา[แก้]

1815 c. 1880 c. 1900 1919 c. 1939 1946 c. 2000
ธงชาติของจักรวรรดิออสเตรีย ออสเตรีย[8][9][1] ธงชาติของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ออสเตรีย-ฮังการี[10] ธงชาติของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ออสเตรีย-ฮังการี[11]
ธงชาติของจักรวรรดิอังกฤษ จักรวรรดิอังกฤษ[8][9][1] ธงชาติของจักรวรรดิอังกฤษ จักรวรรดิอังกฤษ[10] ธงชาติของจักรวรรดิอังกฤษ จักรวรรดิอังกฤษ[11] ธงชาติของจักรวรรดิอังกฤษ จักรวรรดิอังกฤษ[12] Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร[nb 1][13] Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร[8][14][15] Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร[8][14][16][17]
ธงชาติของสาธารณรัฐจีน (1912–1949) จีน[8][14][18] Flag of the People's Republic of China จีน[8][14][16][19][20][21]
การฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง ฝรั่งเศส[8][9][1] ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส[10] ฝรั่งเศสฝรั่งเศส[11] ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส[12] ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส[13] ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส[8][14] ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส[8][14][16]
ธงชาติของปรัสเซีย ปรัสเซีย[8][9][1] ธงชาติของจักรวรรดิเยอรมัน เยอรมนี[10] ธงชาติของจักรวรรดิเยอรมัน เยอรมนี[11] ธงชาติของนาซีเยอรมนี เยอรมนี[13] ธงชาติของเยอรมนี เยอรมนี[8][16]
 อิตาลี[22][23][24][25]  อิตาลี[11]  อิตาลี[12]  อิตาลี[13]
Flag of the Empire of Japan ญี่ปุ่น[11] Flag of the Empire of Japan ญี่ปุ่น[12][nb 2] Flag of the Empire of Japan ญี่ปุ่น[13] ธงชาติของญี่ปุ่น ญี่ปุ่น[8][16][19][26]
ธงชาติของจักรวรรดิรัสเซีย รัสเซีย[8][9][1] ธงชาติของจักรวรรดิรัสเซีย รัสเซีย[10] ธงชาติของจักรวรรดิรัสเซีย รัสเซีย[11] Flag of the Soviet Union สหภาพโซเวียต[13] Flag of the Soviet Union สหภาพโซเวียต[8][14][15] ธงชาติของรัสเซีย รัสเซีย[8][14][16][19]
Flag of the United States สหรัฐอเมริกา[11] Flag of the United States สหรัฐอเมริกา[12] Flag of the United States สหรัฐอเมริกา[13] Flag of the United States สหรัฐอเมริกา[8][14][15] Flag of the United States สหรัฐอเมริกา[8][14][16][27]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 Danilovic, Vesna. "When the Stakes Are High—Deterrence and Conflict among Major Powers", University of Michigan Press (2002), p 27, p225-p228 (PDF chapter downloads) (PDF copy).
  2. Kelsen, Hans (2000). The law of the United Nations: a critical analysis of its fundamental .... United States of America: The Lawbook Exchange, Ltd. pp. 272–281, 911. ISBN 1584770775. 
  3. Webster, Charles K, Sir (ed), British Diplomacy 1813–1815: Selected Documents Dealing with the Reconciliation of Europe, G Bell (1931), p307.
  4. Toje, A. (2010). The European Union as a small power: After the post-Cold War. New York: Palgrave Macmillan.
  5. Waltz, Kenneth N (1979). Theory of International Politics. McGraw-Hill. p. 131. ISBN 0-201-08349-3. 
  6. Taylor, Alan JP (1954). The Struggle for Mastery in Europe 1848–1918. Oxford: Clarendon. p. xxiv. ISBN 0-19-881270-1. 
  7. Organski, AFK – World Politics, Knopf (1958)
  8. 8.00 8.01 8.02 8.03 8.04 8.05 8.06 8.07 8.08 8.09 8.10 8.11 8.12 8.13 8.14 8.15 8.16 Peter Howard, B.A., B.S., M.A., Ph.D. Assistant Professor, School of International Service, American University. (2008). "Great Powers". Encarta. MSN. Archived from the original on 2009-10-31. สืบค้นเมื่อ 2008-12-20. 
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 9.4 Fueter, Eduard (1922). World history, 1815–1920. United States of America: Harcourt, Brace and Company. pp. 25–28, 36–44. ISBN 1584770775. 
  10. 10.0 10.1 10.2 10.3 10.4 McCarthy, Justin (1880). A History of Our Own Times, from 1880 to the Diamond Jubilee. New York, United States of America: Harper & Brothers, Publishers. pp. 475–476. 
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 11.4 11.5 11.6 11.7 Dallin, David. The Rise of Russia in Asia. 
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 MacMillan, Margaret (2003). Paris 1919. United States of America: Random House Trade. pp. 36, 306, 431. ISBN 0-375-76052-0. 
  13. 13.0 13.1 13.2 13.3 13.4 13.5 13.6 Harrison, M (2000) The Economics of World War II: Six Great Powers in International Comparison, Cambridge University Press.
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 14.4 14.5 14.6 14.7 14.8 14.9 Louden, Robert (2007). The world we want. United States of America: Oxford University Press US. p. 187. ISBN 0195321375. 
  15. 15.0 15.1 15.2 The Superpowers: The United States, Britain and the Soviet Union – Their Responsibility for Peace (1944), written by William T.R. Fox
  16. 16.0 16.1 16.2 16.3 16.4 16.5 16.6 T. V. Paul, James J. Wirtz, Michel Fortmann (2005). Balance of Power. United States of America: State University of New York Press, 2005. pp. 59, 282. ISBN 0791464016.  Accordingly, the great powers after the Cold War are Britain, China, France, Germany, Japan, Russia, and the United States p.59
  17. McCourt, David (28 May 2014). Britain and World Power Since 1945: Constructing a Nation's Role in International Politics. United States of America: University of Michigan Press. ISBN 0472072218. 
  18. http://globalmakeover.com/sites/economicreconstruction.com/static/JonRynn/FirstChapterDissertation.pdf
  19. 19.0 19.1 19.2 UW Press: Korea's Future and the Great Powers
  20. Yong Deng and Thomas G. Moore (2004) "China Views Globalization: Toward a New Great-Power Politics?" The Washington Quarterly[ลิงก์เสีย]
  21. Friedman, George (2008-06-15). "The Geopolitics of China". Stratfor. Archived from the original on June 12, 2009. สืบค้นเมื่อ 2008-07-10. 
  22. Kennedy, Paul (1987). The Rise and Fall of the Great Powers. United States of America: Random House. p. 204. ISBN 0-394-54674-1. 
  23. Best, Antony; Hanhimäki, Jussi; Maiolo, Joseph; Schulze, Kirsten (2008). International History of the Twentieth Century and Beyond. United States of America: Routledge. p. 9. ISBN 0415438969. 
  24. Wight, Martin (2002). Power Politics. United Kingdom: Continuum International Publishing Group. p. 46. ISBN 0826461743. 
  25. Waltz, Kenneth (1979). Theory of International Politics. United States of America: McGraw-Hill. p. 162. ISBN 0-07-554852-6. 
  26. Richard N. Haass, "Asia’s overlooked Great Power", Project Syndicate April 20, 2007.
  27. "Analyzing American Power in the Post-Cold War Era". สืบค้นเมื่อ 2007-02-28. 


อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "nb" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="nb"/> ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>