สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทอตแนมฮ็อตสเปอร์
Tottenham Hotspur
ชื่อเต็ม Tottenham Hotspur Football Club
ฉายา Spurs
Lilywhites
ไก่เดือยทอง
ก่อตั้ง ค.ศ. 1882 (ในชื่อ "สโมสรฟุตบอลฮอตสเปอร์)
สนามกีฬา ไวท์ ฮาร์ท เลน
ลอนดอน
(ความจุ: 10 คน)
เจ้าของ ธงชาติของอังกฤษ บริษัท อีเอ็นไอซี อินเตอร์เนชันแนล จำกัด
ประธาน ธงชาติของอังกฤษ ดาเนียล เลวี
ผู้จัดการ ธงชาติของโปรตุเกส อังเดร วิลลัช-โบอัช
ลีก พรีเมียร์ลีก
2011-12 อันดับที่ 20
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเหย้า
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม

สโมสรฟุตบอลทอตแนมฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur F.C.) เป็นทีมฟุตบอลอังกฤษซึ่งอยู่ในพรีเมียร์ลีกรู้จักในนามสั้นๆว่า "สเปอร์ส" (Spurs) เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีความยิ่งใหญ่และตำนานอันยาวนาน ในเกาะอังกฤษ เป็นคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน กับ เชลซี และ อาร์เซนอล เคยเป็นแชมป์ลีกสูงสุดถึง 2 สมัย สเปอร์สถือเป็นสโมสรระดับหัวแถวของลีกโดยในยุคของมาร์ติน โยลสเปอร์ มีโอกาสที่จะเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกแต่ก็ทำได้เพียงอันดับ 5 มาเกือบตลอด และในปี 2007 ได้มีการปลดมาร์ติน โยลออกจากตำแหน่งเนื่องจากออกสตาร์ทฤดูกาลได้ย่ำแย่ทั้งที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลรวมถึงการซื้อดาร์เรน เบนท์มาด้วยค่าตัว 16 ล้านปอนด์ซึ่งทำลายสถิติสโมสรหลังจากนั้นได้แต่งตั้งฆวนเต้ รามอส อดีตผู้จัดการทีมเซบีย่าและในฤดูกาลนั้น สเปอร์สสามารถชนะเชลซี 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศคาร์ลิงคัปซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ในรอบ 9 ปี ต่อมาภายใต้การคุมทีมของแฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือชาวอังกฤษ โดยการย้ายการคุมทีมมาจากสโมสรฟุตบอลพอร์ตสมัท

แฮร์รี เรดแนปป์ ได้ดึงลูกทีมเก่าจากพอร์ตสมัทมาหลายคน อาทิ ปีเตอร์ เคร้าช์,นิโก ครานชาร์,เจอร์เมน เดโฟ,ยูเนส คาบูล โดย 2 รายหลังนั้นเป็นการกลับมาทีมเก่า และยังดึงมิดฟิลด์พันธุ์ดุจากฮอนดูรัสอย่าง วิลสัน ปาลาซิออส มาจาก วีแกน แอธแลนติก เพื่อนร่วมลีก พรีเมียร์ลีก รวมทั้ง ยืมตัว กุดจอห์นเซน กองหน้าจาก โมนาโก

ผลงานล่าสุดในฤดูกาล 2011-12 จากการซื้อนักเตะที่มีประสิทธิภาพและความสามารถของแฮร์รี เรดแนปป์ ได้นำพาทีมสเปอร์สคว้าพรีเมียร์ลีก อันดับที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งที่สองในการนำทีมสเปอร์จบอันดับ 4 ซึ่งจะมีโอกาสไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก มากขึ้น

แต่แล้วการตัดสินใจในการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ของเรดแนปป์ก็ไม่เข้าที่เข้าทางสักที แฮร์รี เรดแนปป์ จึงได้ลาออกจากสโมสร และต่อมาไม่ถึง 2 เดือน ทางคณะบอร์ดบริหารได้แต่งตั้ง อังเดร วิลลัช-โบอัช ผู้จัดการทีมชาว โปรตุเกส เป็นผู้จัดการทีม

เนื้อหา

ประวัติของสโมสร [แก้]

ยุคก่อตั้งสโมสร (1892-1948) [แก้]

อาเทอร์ กริมส์เดล กัปตันทีมของสเปอร์ในปี ค.ศ. 1921

สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1892 โดยใช้ชื่อ ฮอตสเปอร์ เอฟซี มีสนามประจำสโมสรคือ ทอตนัม มาร์เชส แต่แล้วในปี ค.ศ. 1897 สนาม ทอตนัม มาร์เชส ได้ถูกระงับการใช้งานอย่างถาวร เนื่องจากเกิดปัญหาสงครามโลกขึ้น โดย ฮอตสเปอร์ เอฟซี ได้เช่าบริเวณย่านเมือง นอททัมเบอร์แลนด์ และขอเช่าสนาม นอททัมเบอร์แลนด์ พาร์ค เป็นเวลา 8 ปี ก่อนที่จะย้ายไปยังสนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน สนามประจำสโมสรในปัจจุบัน โดยสโมสรแห่งนี้เล่นในลีกทางใต้ของ ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้แชมป์ของลีกทางใต้ 1 สมัยในปี ค.ศ. 1900 จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1908 ฮอตสเปอร์ เอฟซี ได้ย้ายไปเล่นใน ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ของ ประเทศอังกฤษ โดยก่อนหน้านั้น สเปอร์ได้แชมป์ เอฟเอคัพ ถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในการแข่งฟุตบอลใน ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1901 แล้วในปี ค.ศ. 1908 สเปอร์ก็ได้รองแชมป์ ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ซึ่งนักฟุตบอลชื่อดังของสเปอร์ในสมัยนั้นคือ อาเทอร์ กริมส์เดล กัปตันทีมของสเปอร์

ยุคทองแห่งความสำเร็จ (1949-1981) [แก้]

แล้วหลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1949 ฮอตสเปอร์ เอฟซี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ทอตนัมฮอตสเปอร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และชื่อประจำเมืองในถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน โดยในช่วงนั้นมีผู้จัดการทีมชื่อ อาเทอร์ โรเวย์ ผู้จัดการทีมชาว อังกฤษ นำทีมสเปอร์ขึ้นมาเล่นใน ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ของ ประเทศอังกฤษ ได้สำเร็จ โดยในช่วงเดียวกันนั้นสเปอร์ได้แชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1950-51 และ หลังจากนั้นในฤดูกาล 1960-61 ในยุคของ บิล นิชอลสัน ตำนานของ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ได้กลับเข้ามาคุมทีมอีกครั้ง หลังจากยกเลิกการเล่นฟุตบอลไปแล้ว โดยเขาได้นำทีมสเปอร์เป็นรองแชมป์ดิวิชั่น 1 2 ครั้ง , แชมป์ เอฟเอคัพ 3 สมัย , ลีกคัพ 1 สมัย, เอฟเอคอมมูนิตีชีลด์ 3 สมัย และ ในระดับบอลถ้วยยุโรปเขาก็นำทีมสเปอร์ เป็นแชมป์ ยูฟ่าคัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) 1 สมัย และ แชมป์ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย ซึ่งในช่วงยุคนั้นเป็นยุคที่สเปอร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังจากยุคของ นิชอลสัน แล้วนั้น สเปอร์ก็ยังเล่นได้อยู่ในระดับที่มีความสามารถพอดี โดยสามารถสู้กับทีมใหญ่ๆได้ โดยในช่วงปี ค.ศ. 1981 และ ค.ศ. 1982 สเปอร์เป็นแชมป์ เอฟเอคัพ 2 สมัยติดกันในช่วงยุคของ เคทิต เบอร์คินชวอร์ และเขายังนำสเปอร์ได้แชมป์ ยูฟ่าคัพ ซึ่งเป็นแชมป์ 2 สมัย ของสโมสร

ยุคแห่งความพ่ายแพ้ของสโมสร (1982-ปัจุจบัน) [แก้]

สเปอร์เป็นแชมป์ ลีกคัพ เมื่อปี ค.ศ. 2008

หลังจากยุคปี 2000 สเปอร์ก็ยังเล่นในลีก พรีเมียร์ลีก (ดิวิชั่น 1 เดิม) ได้อย่างมั่นคง และส่วนใหญ่มักจะอยู่ในอันดับต้นๆของตาราง ซึ่งส่วนมากจะจบในอันดับที่ 5 เป็นส่วนใหญ่ โดยมีผู้จัดการทีมหลายคนในช่วงนั้น ซึ่งมี เกล็น ฮอดเดิล , เจ็คเควส ซานตินิ , มาร์ติน โยล , ฆวนเต รามอส และ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุมทีมของ แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือของชาว อังกฤษ โดย ในปี ค.ศ. 2008 ในยุคของ ฆวนเต้ รามอส สเปอร์ได้แชมป์ ลีกคัพ ด้วยการชนะ สโมสรฟุตบอลเชลซี ไป 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษ และ จบอันดับที่ 5 ได้ไปเล่น ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ต่อมา ฤดูกาล 2008-09 เมื่อสโมสรได้ซื้อ กองหน้า ตัวเก่งชาว อังกฤษ อย่าง เจอร์เมน เดโฟ จากพอร์ทสมัท และ ร็อบบี คีน จากลิเวอร์พูลมาเสริมความแกร่งของแนวรุกมากขึ้น ซึ่งนัดแรกสเปอร์บุกไปแพ้ มิดเดิลสโบรไป 2-1 และ 7 นัดต่อมา ก็มาชนะครั้งแรกได้ในบ้านของตน ด้วยการอัดโบลตันไป 2-0 และต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 2008 สเปอร์ได้ปลด ฆวนเต รามอส ออกจากผู้จัดการทีม และ แต่งตัง แฮร์รี เรดแนปป์ เป็นผู้จัดการทืมไปจนจบฤดูกาล ซึ่งเรดแนปป์นำทีมสเปอร์ไปสู่รอบรองชิงชนะเลิศ ลีกคัพ กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ แต่ก็ต้องพ่ายจุดโทษไป 4-1 (หลังเสมอ 0-0) และจบอันดับ 8 เมื่อขึ้นฤดูกาลใหม่ 2009-10 เรดแนปป์ได้เสริมนักเตะใหม่โดยการถึง ปีเตอร์ เคราช์ จากพอร์ทสมัท กับ ไคล์ วอล์กเกอร์ จากเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มาเสริมความแกร่งและการรุกของสโมสรให้คมมากขึ้น เพื่อทดแทนการเสีย ดาเรน เบนท์ อดีตดาวซัลโวของสโมสรเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งนัดแรกเปิดบ้านเฉือนชนะลิเวอร์พูลไปได้ 2-1 และจบอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สเปอร์จบในอันดับทีได้ไปเล่นถ้วย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นับตั้งแต่ ฤดูกาล 1961-62

เรดแนปป์ นำสเปอร์ไปเล่น ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้ในปี ค.ศ. 2011 นับตั้งแต่ฤดูกาล 1961-62

ฤดูกาล 2010-11 สเปอร์ได้ซื้อ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท กองกลางจากอาแจ็กซ์ และ ซานดรู ราเนียเร มิดฟิลด์แนวรุกชาวบราซิล มาเสริมทัพ โดยคราวนี้สเปอร์ได้ไปเล่น ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ซึ่งในรอบเพลย์ออฟชนะ บีเอสซี ยอง บอยส์ ไป 6-3 (รวม 2 นัด) และทะลุเขาไปในรอบแบ่งกลุ่มโดยได้อยู่สายเดียวกับ อินเตอร์ มิลาน,ทเวนเต และ แวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งสเปอร์และอินเตอร์มิลาน ได้เป็นแชมป์และรองแชมป์กลุ่มตามลำดับ และต่อมาในรอบ 16 ทีม ได้ชนะ เอซี มิลาน ไป 1-0 , รอบ 8 ทีมสุดท้ายแพ้ เรอัล มาดริด ไป 4-1 จึงตกรอบไป และต่อมาใน พรีเมียร์ลีก นัดแรกสเปอร์ได้เสมอแมนเชสเตอร์ซิตี ไป 0-0 และนัดถัดมาบุกไปเฉือนชนะสโตกซิตี ได้ 2-1 โดยดาวซัลโวของสโมสรในฤดูกาลนี้คือ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ที่ทำประตูได้ 15 ประตู และนำทีมจบในอับดับที่ 5 ไปเล่น ยูโรปาลีก

ผลงานล่าสุดในฤดูกาล 2011-12 จากการซื้อนักเตะที่มีประสิทธิภาพและความสามารถของแฮร์รี เรดแนปป์ ได้นำพาทีมสเปอร์สคว้าพรีเมียร์ลีก อันดับที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งที่สองในการนำทีมสเปอร์จบอันดับ 4 ซึ่งจะมีโอกาสไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก มากขึ้น

แต่แล้วการตัดสินใจในการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ของเรดแนปป์ก็ไม่เข้าที่เข้าทางสักที แฮร์รี เรดแนปป์ จึงได้ลาออกจากสโมสร และต่อมาไม่ถึง 2 เดือน ทางคณะบอร์ดบริหารได้แต่งตั้ง อังเดร วิลลัช-โบอัช ผู้จัดการทีมชาว โปรตุเกส เป็นผู้จัดการทีม

ตราสัญลักษณ์ของสโมสร [แก้]

ชุดและสปอนเซอร์ที่ใช้ [แก้]

ชุดที่ใช้ [แก้]

สปอนเซอร์ [แก้]

1 – ออราสมาเป็นบริษัทย่อยของ ออโตโนมี คอร์ปอเรชัน

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน [แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
2 Flag of the United States FW คลินต์ เดมป์ซีย์
4 ธงชาติของฝรั่งเศส DF ยูเนส คาบูล
5 ธงชาติของเบลเยียม DF แยน แฟร์ทองเงิน
6 ธงชาติของอังกฤษ MF ทอม ฮัดเดิลสโตน
7 ธงชาติของอังกฤษ MF อารอน เลนนอน
8 ธงชาติของอังกฤษ MF สก็อต พาร์กเกอร์
10 ธงชาติของโตโก FW เอ็มมานูเอล อาเดบายอร์
11 ธงชาติของเวลส์ MF แกเร็ธ เบล
13 ธงชาติของฝรั่งเศส DF วีลียาม กาลัส
16 ธงชาติของอังกฤษ DF ไคล์ นอตัน
18 ธงชาติของอังกฤษ FW เจอร์เมน เดโฟ
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
19 ธงชาติของเบลเยียม MF โมอัสซา เดมเบเล
20 ธงชาติของอังกฤษ DF ไมเคิล ดอว์สัน (กัปตันทีม)
22 ธงชาติของไอซ์แลนด์ MF กิลฟี ชิกูร์สสัน
23 ธงชาติของเยอรมนี MF เลวิส โฮลต์บี
24 Flag of the United States GK แบรด ฟรีเดล
25 ธงชาติของฝรั่งเศส GK อูโก โยริส
28 ธงชาติของอังกฤษ DF ไคล์ วอล์กเกอร์
29 ธงชาติของอังกฤษ MF เจค ลิเวอร์มอร์
30 ธงชาติของบราซิล MF ซานดรู
32 ธงชาติของแคเมอรูน DF เบอนัว อาซู-เอกอโต
33 ธงชาติของอังกฤษ DF สตีเวน คอลเกอร์

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว [แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ธงชาติของบราซิล GK เอวเรลยู โกมีส (ไป 1899 ฮอฟเฟนไฮม์ จนจบฤดูกาล)
3 ธงชาติของอังกฤษ MF แดนนี โรส (ไป ซันเดอร์แลนด์ จนจบฤดูกาล)
15 ธงชาติของอังกฤษ MF เดวิด เบนต์ลีย์ (ไป แบล็กเบิร์นโรเวอส์ จนจบฤดูกาล)
27 ธงชาติของสเปน MF เอียโก ฟัลเก (ไป อัลเมรีอา จนจบฤดูกาล)
31 ธงชาติของอังกฤษ MF อันดรอส ทาวน์เซนด์ (ไป ควีนสพาร์กเรนเจอส์ จนจบฤดูกาล)
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
36 ธงชาติของแอฟริกาใต้ DF บอนกานี คูมาโล (ไป พีเอโอเค จนจบฤดูกาล)
37 ธงชาติของอังกฤษ FW แฮร์รี เคน (ไป เลสเตอร์ซิตี จนจบฤดูกาล)
38 ธงชาติของอังกฤษ MF ไรอัน แมสัน (ไป ลอรียองต์ จนจบฤดูกาล)
39 ธงชาติของอังกฤษ DF อดัม สมิธ (ไป มิลล์วอล จนจบฤดูกาล)
41 ธงชาติของอังกฤษ MF จอห์น บอสต็อก (ไป โตรอนโต จนจบฤดูกาลเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ 2013)

ทีมงานปัจจุบัน [แก้]

ตำแหน่ง ชื่อ
ผู้จัดการทีม ธงชาติของโปรตุเกส อังเดร วิลลัช-โบอัช
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ธงชาติของเยอรมนี สเตฟเฟิน เฟรอันด์
ผู้จัดการทีมสำรอง ธงชาติของโปรตุเกส ลูอีช มาร์ติน
ผู้ช่วยผู้จัดการทีมสำรอง ธงชาติของอังกฤษ ทิม เชอร์วูดด์
ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนส ธงชาติของโปรตุเกส โชเซ มาริโอ รูชา
ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู ธงชาติของอังกฤษ โทนี พาร์คส์
ผู้ฝึกสอนกองหน้า ธงชาติของอังกฤษ เรส เฟอร์ดินานด์
นักกายภาพบำบัด ธงชาติของนิวซีแลนด์ จีออฟ สก็อต

ทำเนียบผู้จัดการทีมของสโมสร [แก้]

รายชื่อผู้จัดการทีมสโมสรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน:

20 อันดับผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดของสโมสร [แก้]

ดูจากเปอร์เซนต์ในการชนะ
ชื่อผู้จัดการทีม ปี ลงเล่น ชนะ ชนะ %
1 ธงชาติของอังกฤษ แฟรงค์ เบรดเทลล์ 1898–1899 63 37 58.73
2 ธงชาติของอังกฤษ อาเทอร์ เทอเนอร์ 1942–1946 49 27 55.10
3 ธงชาติของสกอตแลนด์ จอห์น คาเมนรอน 1899–1907 570 296 51.93
4 ธงชาติของอังกฤษ เดวิด พลีท 1986–1987 119 60 50.42
5 ธงชาติของอังกฤษ แฮร์รี เรดแนปป์ 2008–2012 198 98 49.49
6 ธงชาติของอังกฤษ บิล นิชอลสัน 1958–1974 832 408 49.03
7 ธงชาติของอังกฤษ อาเทอร์ โรเวย์ 1949–1955 283 135 47.70
8 ธงชาติของอังกฤษ เฟรด คริกแฮม 1907–1908 61 29 47.54
9 ธงชาติของอังกฤษ จิมมี แอนเดอร์สัน 1955–1958 161 75 46.58
10 ธงชาติของอังกฤษ เพอร์ซี สมิธ 1929–1935 253 109 46.38
11 ธงชาติของอังกฤษ ดังก์ ลิเวอร์มอร์
ธงชาติของอังกฤษ เรย์ ครีเมนส์
1992–1993 51 23 45.09
12 Flag of the Netherlands มาร์ติน โยล 2004–2007 150 67 44.67
13 ธงชาติของอังกฤษ ปีเตอร์ ชีลีเวส 1984–1986 & 1991–1992 177 79 44.63
14 ธงชาติของอังกฤษ แจ็ค ทรีซานเดิร์น 1935–1938 146 65 44.52
15 ธงชาติของสกอตแลนด์ ปีเตอร์ แม็กวิลเลียมส์ 1913–1927 & 1938–1942 750 331 44.13
16 ธงชาติของอังกฤษ 'The Directors' 1908–1913 231 99 42.86
17 ธงชาติของอังกฤษ โจล ฮูลลีมส์ 1946–1949 150 64 42.67
18 ธงชาติของอังกฤษ เคทิต เบอร์คินชวอร์ 1976–1984 431 182 42.23
19 ธงชาติของอังกฤษ เทอร์รี นีอิล 1987–1991 165 67 40.61
20 ธงชาติของอังกฤษ บิลลี มิลเตอร์ 1927–1929 124 49 39.52

* Stats correct as of 14 June 2012

1 Includes caretaker manager stints in 1998, 2001 and 2003–04
2 Includes short caretaker manager stint
3 Includes his one match as caretaker manager after Santini's resignation

ผลงานของสโมสร [แก้]


อ้างอิง [แก้]

  1. Sponsorship and 2010/2011 Kit Update Tottenhamhotspur.com, Dated 8 July 2010]
  2. Tottenham Hotspur Kits Historicalkits.co.uk- Tottenham Hotspur, Dated 1st October 2011]
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ autogenerated1
  4. "Tottenham Hotspur announces new shirt sponsorship with Investec". 

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]