อังเดร วิลลัช-โบอัช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อังเดร วิลลัช-โบอัช
Villas-Boas.JPG
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ลูอิช อังเดร ดี ปีนา
กาบรัล อี วิลลัช-โบอัช
วันเกิด 17 ตุลาคม ค.ศ. 1977 (36 ปี)
(พ.ศ. 2520)
สถานที่เกิด โปร์ตู, โปรตุเกส
ส่วนสูง 1.82 ม. (5 ฟุต 12 นิ้ว)
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ทอตนัมฮอตสเปอร์ (ผู้จัดการทีม)
ผู้จัดการทีม
ปี ทีม
2000–2001 หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน
2009–2010 อากาเดมีกาดีกูอิงบรา
2010–2011 โปร์ตู
2011–2012 เชลซี
2012- ทอตนัมฮอตสเปอร์

ลูอิช อังเดร ดี ปีนา กาบรัล อี วิลลัช-โบอัช (โปรตุเกส: Luís André de Pina Cabral e Villas-Boas) หรือ อังเดร วิลลัช-โบอัช (เกิด 17 ตุลาคม 1977)[1] เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวโปรตุเกส เขามีความพิเศษกว่าผู้จัดการทีมหลายคนจากการที่ไม่มีประสบการณ์การเล่นฟุตบอลอาชีพเลย และก้าวมาเป็นผู้จัดการทีมสโมสรใหญ่ด้วยประสบการณ์การคุมทีมที่น้อยนิดและอายุยังไม่มาก โดยเขาเป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่พาทีมคว้าแชมป์ยุโรป รวมทั้งล่าสุดเขาเป็นกุนซือที่มีค่าตัวแพงที่สุด คือ 15 ล้านยูโร ปัจจุบันโบอัชเป็นผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ในพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ

อาชีพผู้จัดการทีม[แก้]

เมื่อเขาอายุ 16 ปี วิลลัช-โบอัช (ซึ่งเป็นแฟนบอลทีมโปร์ตู) อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เดียวกับเซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน ซึ่งขณะนั้นยังคุมทีมโปร์ตูอยู่ วิลลัช-โบอัชได้รู้จักและได้รับคำแนะนำและความช่วยเหลือจาก "ปู่บ็อบ" ซึ่งชื่นชอบในความมุ่งมั่นของเขาและได้พาเขาไปที่ลีลล์แชลล์ (Lilleshall - หนึ่งในศูนย์กีฬาแห่งชาติของประเทศอังกฤษ)[2] และในที่สุด เขาได้รับใบประกอบวิชาชีพโค้ชของยูฟ่าระดับซี (C licence) เมื่ออายุเพียง 17 ปีที่สกอตแลนด์ จากนั้นเขาได้ไปคุมทีมชาติหมู่เกาะบริติชเวอร์จินเป็นเวลาสั้น ๆ ขณะที่อายุเพียง 21 ปี[3] โดยที่เขาไม่บอกอายุให้ใครรู้จนกระทั่งได้ลาออกไปแล้ว[4] ก่อนที่ต่อมาเขาจะกลายเป็นผู้ช่วยของโชเซ มูรีนโยที่โปร์ตู ซึ่งเมื่อมูรีนโยย้ายไปอยู่เชลซีและอินเตอร์ตามลำดับ เขาก็ตามโค้ช "สเปเชียลวัน" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้ที่สนับสนุนเขานอกจากเซอร์บ็อบบี้ ร็อบสันไปด้วย

อากาเดมีกา[แก้]

ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2009-2010 วิลลัช-โบอัชได้ทิ้งการเป็นเพียงทีมงานของมูรีนโยเพื่อไล่ล่าตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ใฝ่ฝัน และไม่ช้าเขาก็ได้งานคุมทีมสโมสรอากาเดมีกาดีกูอิงบรา (Académica de Coimbra) ในปรีไมราลีกา หรือลีกสูงสุดของโปรตุเกส ในขณะที่เขารับงานนั้น สโมสรอยู่ในโซนท้ายตารางและยังไม่ชนะใครเลย แต่โชคชะตาก็เริ่มพลิกผันเมื่อวิลลัช-โบอัชได้นำระบบการเล่นแบบใหม่เข้ามา จนทำให้ทีมรอดพ้นการตกชั้นโดยมีแต้มเหนือโซนตกชั้นถึง 10 คะแนน และได้อันดับที่ 11 นอกจากนี้ ยังทำผลงานในโปรตุกีสลีกคัพ หรือบอลถ้วยของโปรตุเกสได้ดี โดยพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศหรือ 4 ทีมสุดท้าย ก่อนแพ้ให้กับทีมใหญ่อย่างโปร์ตูไปอย่างหวุดหวิด ด้วยประตูชัยท้ายเกมของมาเรียโน กอนซาเลซ ผลงานของเขากับอคาเดมิกาไม่ใช่เพียงผลการแข่งขันที่น่าพอใจ แต่ยังมีสไตล์การเล่นที่ดึงดูดใจ (attractive football) จนทำให้สื่อโยงเขากับตำแหน่งกุนซือของทีมสปอร์ติงลิสบอนที่ว่างลงในหน้าร้อนปี 2010 (2553)

โปร์ตู[แก้]

เมื่อเชซูอัลโด ฟีไรรา (Jesualdo Ferreira) พ้นตำแหน่งผู้จัดการทีมโปร์ตูไป ชื่อของวิลลัช-โบอัชก็เข้ามาเชื่อมโยงกับงานที่ถิ่นอิชตาดีอูดูดราเกา (Estádio do Dragão) นี้ด้วย และท้ายที่สุดก็เป็นเขาที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของโปร์ตู ในวันที่ 2 มิถุนายน 2010 (2553) ก่อนที่จะมาปรากฏตัวในอีก 2 วันต่อมา และภายในเวลาอันรวดเร็ว เขาก็พาทีมคว้าแชมป์แรก คือ โปรตุกีส ซุปเปอร์ คัพ ที่นำแชมป์ลีกกับแชมป์บอลถ้วยของโปรตุเกสมาแข่งกันก่อนเปิดฤดูกาล โดยผลปรากฏว่าทีมโปร์ตูของวิลลัช-โบอัชเอาชนะเบนฟิก้าไป 2-0 ก่อนที่จะประสบความสำเร็จมากมายในฤดูกาลแรกกับโปร์ตูทั้งปรีไมราลีกา ยูโรป้า ลีก และโปรตุกีส คัพ

ผลงานของเขากับโปร์ตูในฤดูกาลแรกมี ดังนี้

  • คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2011 (2554) โดยเป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยที่สุดที่ชนะการแข่งขันในถ้วยยุโรปด้วยอายุเพียง 33 ปี 213 วัน
  • ทำสถิติไร้พ่ายติดต่อกันทุกรายการสูงสุดของสโมสรด้วยจำนวน 36 นัด ทำลายสิถิติที่โชเซ่ มูรินโญ่ทำไว้ที่ 33 นัด อย่างไรก็ดี สถิตินี้นับรวมสถิติการคุมทีมของเชซูอัลโด แฟร์เรร่า โค้ชคนเก่าด้วย
  • ทำสถิติชนะมากที่สุดในถ้วยยุโรปในที่ฤดูกาลสำหรับทีมจากโปรตุเกส คือ 14 นัด
  • ทำแต้มได้มากที่สุดจาก 30 นัดในลีก คือ 84 แต้ม
  • พาทีมชนะในลีกติดต่อกันมากที่สุด คือ 16 นัด
  • พาทีมคว้าแชมป์ลีกโดยทำแต้มทิ้งห่างจากอันดับสองมากที่สุด คือ 21 แต้ม
  • พาทีมคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกสโดยไม่แพ้ใคร โดยก่อนหน้านี้มีเพียงเบนฟิก้าที่ทำได้ในฤดูกาล 1972-73 (2515-16)
  • ในวันที่ 3 เมษายน 2011 วิลลัช-โบอัช คว้าแชมป์ลีกโปรตุเกสได้โดยเหลือการแข่งขันอีกถึง 5 นัด และกลายเป็นโค้ชที่อายุน้อยที่สุดเป็นรองแค่ มิฮาไล ซิซท์กา (Mihály Sistka) ที่ทำได้ในฤดูกาล 1938-39 (2471-72) และชูกา (Juca) ในฤดูกาล 1961-62 (2504-05)
  • ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2011 วิลลัช-โบอัช คว้าแชมป์โปรตุกีส คัพ ทำให้เท่ากับโทมิสลาฟ อิวิช (Tomislav Ivić) ที่พาโปร์ตูคว้า 4 แชมป์เมื่อฤดูกาล 1987-88 (2530-31)

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2011 วิลลัช-โบอัชยื่นเรื่องลาออกจากการคุมทีมโปร์ตู และอีกหนึ่งวันให้หลัง เขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของเชลซี

เชลซี[แก้]

โบอัช สมัยอยู่กับ สโมสรฟุตบอลเชลซี ใน พรีเมียร์ลีก

ในวันที่ 20 มิถุนายน 2011 โปร์ตูได้แจ้งให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์โปรตุเกส (Portuguese Securities Market Commission) ทราบว่ามี "การแจ้งเจตจำนงของอังเดร วิลลัช-โบอัช ที่จะยกเลิกสัญญาของเขากับสโมสรด้วยข้อเสนอ 15 ล้านยูโรในทันที สัญญาจะสิ้นสุดลงเมื่อจำนวนเงินตามข้อเรียกร้องมีการชำระแล้ว" ข้อเสนอเพื่อยกเลิกสัญญามูลค่า 15 ล้านยูโร ยังปรากฏว่าได้รับการยืนยันจากแถลงการณ์ของสโมสรในวันก่อนหน้านี้ด้วย รายงานต่อมาจากบีบีซี (BBC) และแหล่งข่าวในโปรตุเกสชื่อ ลูซา (Lusa) กล่าวว่า เชลซีได้แต่งตั้งวิลลัช-โบอัชเป็นโค้ชคนใหม่แล้ว แต่เชลซีได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยบอกว่าหวังว่าจะสามารถแถลงอย่างเป็นทางการได้ในไม่กี่วันนี้ ก่อนที่ในวันที่ 21 มิถุนายน เชลซีจะได้จ่ายเงินให้กับโปร์ตูจำนวนเกือบ 15 ล้านยูโร หรือ 13.3 ล้านปอนด์ เป็นการชดเชยเพื่อให้ปล่อยตัววิลลัช-โบอัช จากสัญญากับโปร์ตู และเมื่อจ่ายเงินชดเชยแล้ว เชลซีจึงได้ยืนยันว่าพวกเขาสนใจในตัววิลลัช-โบอัช และออกแถลงการณ์ว่า "พวกเราขอชี้แจงว่าข้อเสนอให้ปล่อยตัวอังเดร วิลลัช-โบอัช ได้มีผลแล้ว เราสามารถยืนยันความสนใจของเราต่อเขาได้แล้วในเวลานี้ และหวังว่าจะบรรลุข้อตกลงส่วนตัวต่างๆกับเขา และออกแถลงการณ์ความคืบหน้าในอนาคตอันใกล้นี้" สุดท้ายในวันที่ 22 มิถุนายน เชลซีก็ได้ยืนยันการแต่งตั้ง วิลลัช-โบอัช เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ด้วยสัญญา 3 ปี และมีผลในทันที

แต่ปรากฏว่าผลงานของเชลซีนั้นไม่ดีเลย คณะผู้บริหารจึงมีมติปลดวิลลัช-โบอัชออกจากตำแหน่ง หลังจากเกมในพรีเมียร์ลีกที่แพ้เวสต์บรอมวิชอัลเบียนไป 0-1 ในต้นเดือนมีนาคม 2012[5]

ทอตนัมฮอตสเปอร์[แก้]

อังเดร วิลลัส-โบอัช กลายเป็นผู้จัดการทีมทอตนัมฮอตสเปอร์คนแรก ที่สามารถพาทีมเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไป 2-3 ได้ถึงสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2012 และเป็นทีมเดียวแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่สามารถเอาชนะได้ ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2012-2013[6]

เกียรติประวัติในการคุมทีม[แก้]

โปร์ตู[แก้]

ส่วนตัว[แก้]

สถิติการคุมทีม[แก้]

Team Nat From To Record
G W D L GF GA Win %
หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน 2000 2001 &&&&&&&&&&&&&&02.&&&&&02 &&&&&&&&&&&&&&00.&&&&&00 &&&&&&&&&&&&&&00.&&&&&00 &&&&&&&&&&&&&&02.&&&&&02 &&&&&&&&&&&&&&01.&&&&&01 &&&&&&&&&&&&&014.&&&&&014 &0&&&&&&&&&&&&&&00.&&&&&00.00
อากาเดมีกาดีกูอิงบรา โปรตุเกส 14 ตุลาคม 2009 2 มิถุนายน 2010 &&&&&&&&&&&&&030.&&&&&030 &&&&&&&&&&&&&011.&&&&&011 &&&&&&&&&&&&&&09.&&&&&09 &&&&&&&&&&&&&010.&&&&&010 &&&&&&&&&&&&&038.&&&&&038 &&&&&&&&&&&&&035.&&&&&035 &&&&&&&&&&&&&036.67000036.67
โปร์ตู โปรตุเกส 2 มิถุนายน 2010 21 มิถุนายน 2011 &&&&&&&&&&&&&058.&&&&&058 &&&&&&&&&&&&&049.&&&&&049 &&&&&&&&&&&&&&05.&&&&&05 &&&&&&&&&&&&&&04.&&&&&04 &&&&&&&&&&&&0145.&&&&&0145 &&&&&&&&&&&&&042.&&&&&042 &&&&&&&&&&&&&084.48000084.48
เชลซี อังกฤษ 22 มิถุนายน 2011 10 ธันวาคม 2011 &&&&&&&&&&&&&015.&&&&&015 &&&&&&&&&&&&&010.&&&&&010 &&&&&&&&&&&&&&01.&&&&&01 &&&&&&&&&&&&&&04.&&&&&04 &&&&&&&&&&&&&033.&&&&&033 &&&&&&&&&&&&&018.&&&&&018 &&&&&&&&&&&&&066.67000066.67
Total &&&&&&&&&&&&0105.&&&&&0105 &&&&&&&&&&&&&070.&&&&&070 &&&&&&&&&&&&&015.&&&&&015 &&&&&&&&&&&&&020.&&&&&020 &&&&&&&&&&&&0217.&&&&&0217 &&&&&&&&&&&&0109.&&&&&0109 &&&&&&&&&&&&&066.67000066.67

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ย่าของวิลลัช-โบอัชเป็นชาวอังกฤษ (ยกเว้นคุณย่าทวดหรือแม่ของทวดที่เป็นชาวโปรตุเกส) อย่างไรก็ดี เขาเกิดที่ลอร์เดลูดูโอรู (Lordelo do Ouro) ท้องถิ่นหนึ่งในเมืองโปร์ตู ซึ่งครอบครัวของพ่อของเขาได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่แล้ว ขณะที่แม่ของเขาก็ย้ายจากชีดเดิล (Cheadle) เมืองหลวงเล็ก ๆ ของสต็อกพอร์ต (Stockport) มายังกีมาไรช์ (Guimarães) ในช่วงต้นศตวรรษ 1900 ดังนั้น วิลลัช-โบอัช จึงพูดภาษาอังกฤษได้อย่างไร้ที่ติ ส่วนด้านชีวิตคู่ เขาแต่งงานกับฌูอานา ไตไชรา (Joana Teixeira) ตั้งแต่ปี 2004 (2547) และมีลูกสาวด้วยกัน 2 คนแล้ว

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]