ทัชชกร ยีรัมย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทัชชกร ยีรัมย์ (จา พนม)
Tony jaa 2013.jpg
ชื่อเล่น จา
เกิด 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 (38 ปี)
จังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย
คู่สมรส ปิยรัตน์ โชติวัฒนานนท์
ชื่ออื่น โทนี่ จา
จา พนม
วรวิทย์ ยีรัมย์
ทัชชกร ยีรัมย์
พนม ยีรัมย์
อาชีพ นักแสดง, สตันท์แมน, ผู้กำกับภาพยนตร์, ผู้บริหาร
ปีที่แสดง พ.ศ. 2535 - ปัจจุบัน
ผลงานเด่น บุญทิ้ง จาก องค์บาก
ขาม จาก ต้มยำกุ้ง

เทียน จาก องค์บาก 2-3

รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์
พ.ศ. 2548 - รางวัลสุพรรณหงส์เกียรติยศ
จาก ต้มยำกุ้ง
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
เว็บทางการ

ทัชชกร ยีรัมย์[1] มีชื่อจริงโดยกำเนิดว่า วรวิทย์ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น พนม (นามสกุลเดิม)[2] เกิดวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 ที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เป็นอดีตนักกีฬาซึ่งเริ่มเข้าสู่วงการแสดง พ.ศ. 2535 โดยเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงภาพยนตร์สังกัดค่ายสหมงคลฟิล์มเมื่อ พ.ศ. 2546[3] แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกสัญญาแล้วเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางธุรกิจ[4] โดยใช้และเป็นต้นแบบคติในการแสดง คือ แสดงจริง, ไม่ใช้สตันท์แมน และไม่ใช้เทคนิคพิเศษในการแสดงคิวต่อสู้[5] เขาใช้ชื่อในการแสดงเฉพาะในประเทศไทยว่า "จา พนม" และใช้ชื่อในการแสดงระดับสากลว่า โทนี่ จา (Tony Jaa) เขาเป็นนักแสดงภาพยนตร์แอ็คชั่น ผู้ศึกษาศิลปะการต่อสู้ทั้งศาสตร์ตะวันตกและตะวันออก ชำนาญในศิลปะการต่อสู้, การใช้อาวุธ, กีฬา และการออกกำลังกายหลากหลายศาสตร์

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 วรวิทย์ ยีรัมย์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "พนม" ด้วยเหตุผลทางการแสดง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ทัชชกร"[1] ด้วยความเชื่อพื้นบ้าน เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ภาพยนตร์เรื่องสำคัญเรื่องแรกที่เขาแสดงนำคือ องค์บาก ซึ่งได้รับการชื่นชมและสนใจจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวงการศิลปะการต่อสู้และภาพยนตร์ด้านต่าง ๆ ในประเทศไทยและระดับโลกอย่างมาก[6][7][8] นับเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของเขาที่ประสบความสำเร็จในวงการภาพยนตร์แอ๊กชันระดับโลก ซึ่งต่อมาภาพยนตร์ ต้มยำกุ้ง ก็ได้ประสบความสำเร็จในระดับโลกสูง และได้รับการตอบรับจากทั่วโลกเช่นเดียวกับองค์บาก[9][10] ทำให้เขาได้รับรางวัลจากภาพยนตร์และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้มากมาย

ต่อมาได้เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทไอยราฟิล์ม บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ และเป็นรองผู้บริหารใหญ่ บริษัทเครือบั้งไฟตระกูลวงษ์คำเหลา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทของ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา (หม่ำ จ๊กมก) และได้เป็นผู้กำกับภาพยนตร์แนวแอ๊คชั่นหลายเรื่อง

ปัจจุบันทัชชกรสมรสกับ ปิยรัตน์ โชติวัฒนานนท์ ซึ่งเป็นบุตรสาวเจ้าของธุรกิจโรงแรมที่จังหวัดระยอง เมื่อ พ.ศ. 2555 และมีลูกด้วยกัน 1 คน[11]

ประวัติ[แก้]

ครอบครัว[แก้]

[[ไฟล์:ภาพถ่ายสมภพ ตอนเด็กกับพี่น้อง.jpg‎|thumb|150px|ภาพถ่ายของวรวิทย์ ยีรัมย์ (คนที่ 2 จากซ้าย) ถ่ายร่วมกับพี่น้องสมัยยังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล]] สมภพ นพคุณ มีบิดาชื่อ ทองดี ยีรัมย์ มารดาชื่อ รินทร์ ทรายเพชร [12] โดยมารดาเป็นชาวอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ย้านถิ่นฐานมากับครอบครัวโดยสงค์ ทรายเพชร ในยุคบุกเบิกนิคม มาอยู่ติดชายแดนเขมร คือ อำเภอพนมดงรักปัจจุบัน และวันหนึ่งทองดี ยีรัมย์ เดิมเป็นชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหัวหน้าทีมค้าขายไม้ ได้พาคณะช้างเดินทางขนไม้ จากฝั่งเขมรข้ามมายังไทย ฝ่ายหมู่บ้านโคกสูง จึงพบกับรินทร์ ทรายเพชร ทั้งคู่ได้รักกัน จึงแต่งงานกันและลงหลักปักฐานที่บ้านโคกสูง จังหวัดสุรินทร์ และมีลูกด้วยกันทั้งหมด 4 คน เป็นชายสองคนและหญิงสองคน

ทัชชกร ยีรัมย์ เป็นบุตรคนที่สามในบรรดาพี่น้องสี่คน มีชื่อพี่น้อง ดังนี้

  1. ทวีศักดิ์ ยีรัมย์ (ชาย)
  2. หัทยา ยีรัมย์ (หญิง)
  3. ทัชชกร ยีรัมย์ (ชาย)
  4. แวว ยีรัมย์ (หญิง)

การศึกษา[แก้]

[13]

  • ประถมศึกษา - โรงเรียนบ้านอำปีล จังหวัดสุรินทร์
  • มัธยมศึกษาตอนต้น - โรงเรียนโคกกลางวิทยา จังหวัดสุรินทร์
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย - โรงเรียนประสาทวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์
  • อุดมศึกษา - สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

ชีวิตวัยเด็ก[แก้]

ทัชชกร ยีรัมย์ เกิดมาในครอบครัวชนบทที่ยากจน ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวกูยโบราณ ชนเผ่าซึ่งเคร่งครัดในศาสนาพุทธ[14] ครอบครัวประกอบอาชีพหลายอย่างทั้งทำนา เลี้ยงช้าง, ปลูกผัก[15] ตามวัฒนธรรมของชาวกูย เขามีพรสวรรค์ทางด้าน กระโดดสูง, กระโดดไกล และการสปริงข้อเท้ามาตั้งแต่เกิด ในวัยเด็กเขาชอบดูภาพยนตร์กลางแปลง มีความชื่นชอบการแสดงของเฉินหลง, เจ็ท ลี และพันนา ฤทธิไกร[16] ทัชชกรมีความใฝ่ฝันที่จะได้แสดงภาพยนตร์แอ็คชัน รักในการสร้างภาพยนตร์และพากย์ภาพยนตร์มาตั้งแต่เด็ก

เขาได้เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ด้วยตนเองตั้งแต่อายุ 10 ขวบ [17] โดยชอบและสังเกตศิลปะการต่อสู้ของเจ็ทลี เฉินหลง และบรูซ ลี และนำมาปฏิบัติตาม[16] ในวัยเด็กนั้นทัชชกรก็เช่นเดียวกับเด็กผู้ชายชนบททั่วไป ที่มีความซุกซน เขาชอบเล่นศิลปะการต่อสู้กับเพื่อน ๆ และชอบที่จะเป็นหัวหน้ากลุ่ม จนทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้ตั้งสมญานามให้เขาว่า "จ่า" ซึ่งแปลว่าหัวหน้าทีมและคนเลี้ยงช้าง และเรียกแทนชื่อจริงของเขาเสมอ ซึ่งต่อมาจากคำว่าจ่าก็เพี้ยนมากลายเป็น "จา" นับตั้งแต่วันนั้นเขาจึงได้ชื่อเล่นว่า จา จนทุกวันนี้

เด็กชายทัชชกรมีความสนใจในศิลปะการต่อสู้อย่างมากและมักจะออกไปฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ตามป่า กลางทุ่ง ลำธาร เขาชื่นชอบที่จะออกไปฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เวลากลางคืน หากคืนไหนเป็นคืนเดือนเพ็ญเขาจะชอบฝึกเป็นพิเศษ และด้วยเหตุที่ทัชชกรเกิดในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผู้คนมีอาชีพเลี้ยงช้างเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเขาจึงมีความรัก ความผูกพันกับช้างมาตั้งแต่เกิด เขาจึงชอบฝึกศิลปะการต่อสู้บนหลังช้าง บางครั้งเขาก็ฝึกหนักจนลืมทานข้าวและไม่กลับบ้าน และด้วยความที่เขามีพรสวรรค์ทางด้านสปริงขอเท้า จึงทำให้เขาสนใจที่จะฝึกฝนทักษะและเล่นกรีฑาและกีฬาหลากหลายประเภท

ชีวิตในกองถ่ายภาพยนตร์[แก้]

ทัชชกร ยีรัมย์ (ขวา) และพันนา ฤทธิไกร อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้

เมื่อเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 เขาได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง เกิดมาลุย ที่แสดงโดยพันนา ฤทธิไกร (ครูสอนศิลปะการต่อสู้, นักแสดง และผู้กำกับภาพยนตร์) เขาได้ขอร้องให้พ่อพาไปหาพันนาที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อจะขอให้พันนารับเขาไว้เป็นนักแสดงแอ็กชั่น ขณะนั้นพันนากำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ปีนเกลียว ภาค 1 ครั้งแรกที่พันนาเห็นเขา คิดว่าทัชชกรนั้นยังอายุน้อยเกินไปที่จะเรียนศิลปะการต่อสู้อย่างจริงจัง จึงขอให้ทัชชกรกลับไปศึกษาให้จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อน แต่ยังอนุญาตให้ทัชชกรมาฝึกประสบการณ์ในกองถ่ายภาพยนตร์ได้ช่วงปิดภาคเรียน[18]

เมื่อถึงช่วงที่โรงเรียนปิดภาคเรียน หรือช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ทัชชกรมักเดินทางมาขอนแก่นเพื่อฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ สตันท์ และการเต้น กับสตันท์แมนในกองถ่ายภาพยนตร์ แต่ทัชชกรกลับไม่ได้รับความคาดหวังจากพันนามากนัก และบางครั้งเมื่อมีโอกาสดีที่พอจะได้พบกับพันนาเป็นเวลานาน ๆ ทัชชกรก็มักฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้กับพันนาเสมอ ซึ่งพันนาก็ได้ยอมรับในความสามารถของเขา และได้ดูแลเปลี่ยนบุคลิกใหม่ให้เขาดูดีขึ้น ดังนั้นเขาจึงให้ความนับถือพันนา และปฏิบัติตามทุกอย่างที่พันนากล่าวหรือขอร้องให้เขาปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ [18]

ต่อมาเขาได้เริ่มเข้าวงการครั้งแรกเมื่ออายุ 14 ปี [19] โดยเป็นคนเสิร์ฟน้ำ, ตัวประกอบ, ยกของ, ทำอาหาร ฯลฯ ในกองถ่ายภาพยนตร์ พร้อม ๆ กับฝึกฝนศิลปะการต่อสู้กับสตันท์แมน และในเวลาต่อมาเขาได้เรียนวิชามวยไทยโบราณและมวยกังฟูหวิงชุน ของจีนจากรัฐพล [20] ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์คนแรกของทัชชกร จากจังหวัดสุรินทร์ และได้ร่วมงานกับพันนา ฤทธิไกร ซึ่งเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้คนสำคัญของเขา[21]

การเปลี่ยนผันทางบทบาทการแสดง[แก้]

พ.ศ. 2540 เกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อวงการภาพยนตร์ด้านต่าง ๆ ซึ่งทำให้เขาต้องพักการเรียนและเริ่มทำแนวคิดภาพยนตร์เรื่อง คนสารพัดพิษ ร่วมกับพันนา เพื่อนำเสนอขอทุนจากปรัชญา ปิ่นแก้ว โดยทัชชกรรับบทบาทเป็นนักแสดงนำ ซึ่งเขาได้ฝึกฝนจากการจดจำศิลปะการต่อสู้ของนักแสดงภาพยนตร์ที่เขาชื่นชอบมาใช้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ รวมถึงฝึกฝนเพิ่มเติมจากอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้หลายคน และร่วมกันระดมทุนและนักแสดงรอบข้างมาเป็นส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่เมื่อถ่ายทำเสร็จฟิล์มภาพยนตร์กลับเสียหายทั้งหมด ทั้งคู่จึงต้องร่วมระดมทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องเดิมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จึงประสบความสำเร็จ ทั้งคู่จึงนำแนวคิดภาพยนตร์ดังกล่าวเสนอต่อปรัชญา ปิ่นแก้ว และได้ถูกถ่ายทำออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่ององค์บากในที่สุด [22]

ประสบความสำเร็จในอาชีพ[แก้]

พ.ศ. 2546 ผลงานเรื่องแรกที่ประสบความสำเร็จคือภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก ซึ่งทำรายได้เฉพาะในประเทศไทย 200 ล้านบาท[23] ติดบ็อกซ์ออฟฟิซ อันดับ 1 หลายประเทศในทวีปเอเชีย, ทวีปอเมริกา, และทวีปยุโรป รวมถึงบ็อกซ์ออฟฟิซฮอลลีวูด ทำให้เขาได้รับความสนใจจากบริษัทโกลเด้นฮาร์เวสท์ ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างให้บรูซ ลีมีชื่อเสียง ได้ทาบทามให้มาร่วมงานด้วย[8] ส่งผลให้เขากลายเป็นนักแสดงไทยที่ประสบความสำเร็จ ได้รับรางวัล และมีอิทธิพลด้านต่าง ๆ ในวงการแสดงระดับโลก[24]

พ.ศ. 2548 ภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้ง ก็สามารถติดบ็อกซ์ออฟฟิซฮอลลีวูด อันดับ 4[25] ทำรายได้รวมทั่วโลกสูงถึง 1,000 ล้านบาท[10]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ความสัมพันธ์[แก้]

พ.ศ. 2553 ทัชชกรสมรสกับ ปิยรัตน์ โชติวัฒนานนท์ ซึ่งทำธุรกิจโรงแรม ชื่อ ดาร์กอน ในจังหวัดระยอง ที่โรงแรมของฝ่ายหญิง หลังจากคบดูใจกันมา 3 ปี ต่อมา พ.ศ. 2555 ทั้งคู่ได้จัดงานฉลองมงคลสมรสที่หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย โดยมี สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริษัท สหมงคลฟิล์ม จำกัด เป็นประธานในพิธี[26] และมีลูกด้วยกัน 1 คนชื่อ จอมขวัญ หทัยปวี เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2555[11]

กีฬา[แก้]

ทัชชกร ยีรัมย์ (คนที่ 2 นับจากขวามือ) เป็นตัวแทนวิทยากรสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม เผยแพร่ศิลปะการใช้กระบี่กระบองที่ประเทศจีน

ด้วยความที่ทัชชกรมีกล้ามเนื้อขาและข้อเท้าที่แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดีกว่าคนปกติมาตั้งแต่กำเนิด[27] ทำให้เขามีความสนใจด้านกีฬาและกรีฑา หลากหลายชนิด เมื่อสมัยยังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เขาก็ได้เป็นนักกีฬาและกรีฑา ที่มีความสามารถเล่นได้หลากหลายประเภท และมีผลงานโดดเด่นเสมอมา จนได้ถูกแต่งตั้งเป็นนักกีฬาดีเด่นของโรงเรียนและเป็นประธานชมรมกระบี่กระบองในขณะเดียวกัน ความสามารถด้านกรีฑา เช่น กระโดดสูง, กระโดดไกล, ยิมนาสติก ฯลฯ ด้านกีฬาประเภทอาวุธ เช่น กระบี่กระบอง และกีฬาประเภททีมเช่นตะกร้อด้วย ซึ่งได้รับเหรียญทองทั้งกรีฑาและกีฬาทุกประเภททุกปีที่ลงแข่งขัน[28] จนได้โควตาไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเขาได้เข้าเรียนต่อด้านกีฬาที่สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม ตามคำแนะนำของพันนา ฤทธิไกร[8] และได้เป็นนักกีฬาจังหวัดสุรินทร์[29]และถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานชมรมกระบี่กระบองอีกครั้งหนึ่ง[30] ทำให้ได้รู้จักกับ ชูพงษ์ ช่างปรุง นักศึกษาที่เรียนอยู่ชมรมเดียวกัน โดยทั้งคู่ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมสตันท์รับงานตามสถานที่ต่าง ๆ[31]

ผลงานระหว่างที่เป็นประธานชมรมกระบี่กระบอง
ทัชชกร ยีรัมย์ ในบทหนุมานยินดี เป็นตัวแทนในการจุดคบเพลิงพิธีเปิดมหกรรมกีฬา เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552 ประเทศไทย
  • นักกีฬาเหรียญทอง จังหวัดสุรินทร์ ประเภท กรีฑา
  • นักกีฬาเหรียญทองทุกปี จากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม
  • วิทยากรสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม เผยแพร่ศิลปะป้องกันตัว ที่โรงเรียนมัธยมต่าง ๆ ในประเทศไทย
  • ตัวแทนสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม เผยแพร่ศิลปการต่อสู้ของไทย ในภาคอีสาน
  • ตัวแทนสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตมหาสารคาม แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้ (กระบี่กระบอง) ที่ประเทศจีน[32]

ส่วนร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา[แก้]

พ.ศ. 2552

ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จุดคบเพลิงในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 โดยทัชชกรรับบทเป็น "หนุมานยินดี" (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เทพกึ่งสัตว์ประจำการแข่งขันฯ) จุดคบเพลิงในพิธีเปิดแบบพื้นฐาน โดยเขาได้แสดงศิลปะการต่อสู้แบบหนุมานและแสดงศิลปะการควงกระบองไฟ ถวายต่อพระพักตร์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ[33]

พ.ศ. 2553

ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จุดคบเพลิงในพิธีเปิด เมืองช้างเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่จังหวัดสุรินทร์ โดยแสดงเป็นองค์อัมรินทร์ (พระอินทร์) ประทับช้างเอราวัณ[34] มีผู้แสดงเป็นเทพธิดา 95 องค์ และเทวดา 9 องค์เสด็จตาม [35]

ตัวแสดงแทน[แก้]

ทัชชกร ยีรัมย์ ตัวแสดงแทนและนักแสดงชาวไทย ถ่ายแบบลงปกนิตยสาร inside kung-fu นิตยสารของประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2007

ระหว่างที่เขาศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ในช่วงที่โรงเรียนปิดภาคเรียน ทัชชกรได้เข้าไปประกอบอาชีพเสริมและหาประสบการณ์ในกองถ่ายภาพยนตร์ และได้เริ่มแสดงเป็นตัวประกอบและตัวแสดงแทนในภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ ดังนี้ :

  • สิงห์สยาม - ขณะกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่เขาได้แสดงครั้งแรกในชีวิตโดยแสดงเป็นตัวประกอบ ซึ่งเป็นฉากที่ต้องตีลังกาผ่านฉากอย่างรวดเร็ว โดยไม่ให้เห็นใบหน้า
  • กวนโอ๊ย - ขณะที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เช่นกัน โดยแสดงเป็นตัวประกอบในฉากที่ต้องกระโดดตีลังกายิมนาสติกซิกแซก โดยแสดงร่วมกับเพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา (หม่ำ จ๊กมก) ซึ่งขณะนั้นได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเดียวกัน หลังจากนั้นก็มีภาพยนตร์ต่าง ๆ ติดต่อเข้ามาให้ไปเป็นตัวแสดงแทนอยู่เป็นประจำ
  • Mortal Kombat 2 : Annihilation - ขณะที่เขากำลังศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่วิทยาลัยพลศึกษา จังหวัดมหาสารคาม ในช่วงปิดภาคเรียน เขาก็ได้ออกไปหาประสบการณ์ หารายได้ในกองถ่ายภาพยนตร์เช่นเคย ช่วงนั้นได้มีภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องหนึ่ง เข้ามาถ่ายทำที่ประเทศไทย คือเรื่อง Mortal Kombat 2 : Annihilation พันนาจึงได้พาเขาไปคัดตัวให้เป็นตัวแสดงแทน Robin Shou ในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยมีผู้มาสมัครเป็นตัวแสดงแทน 100 คน เขาได้แสดงท่าเตะให้ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ชม จึงได้ถูกเลือกให้มาเป็นตัวแสดงแทน โรบิน ชู ในที่สุด
  • อินทรีแดง – ต่อมาในขณะที่เขากำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา เขาก็ได้แสดงเป็นตัวแสดงแทนเจมส์ เรืองศักดิ์ โดยแสดงเป็นอินทรีแดง แสดงในฉากตีลังกาต่าง ๆ[29]

ด้วยความที่เขาต้องทำงานในกองถ่าย แสดงภาพยนตร์ เป็นตัวแสดงแทน ฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ จึงทำให้เขามีปัญหาด้านการเรียนและต้องหยุดเรียนบ่อยขึ้น ทั้งยังเห็นว่า วิชาด้านกีฬาที่เขากำลังศึกษาอยู่ไม่ตรงกับอาชีพของตนเองในอนาคต เขาจึงตัดสินใจลาออกจากวิทยาลัยขณะที่กำลังศึกษาปีที่ 3 หลังจากที่เขาลาออกจากวิทยาลัย เขากับพันนาจึงได้เริ่มดำเนินตามแผนงานที่วางเอาไว้ คือสร้างภาพยนตร์เรื่ององค์บาก อย่างจริงจัง ซึ่งทัชชกรได้รวบรวมหนังของเจ็ทลี, บรูซ ลี และเฉินหลงทุกเรื่องมาดู โดยยึดนักแสดงทั้ง 3 คน เป็นเกณฑ์พื้นฐานในการฝึก และจึงฝึกตาม ซึ่งเขาได้นำเอกลักษณ์ในการต่อสู้ของทั้ง 3 คนมาผสมรวมกัน และผสมผสานเอกลักษณ์ของตนลงไป เขาต้องเข้าฝึกซ้อมทุกวัน วันละ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 ปี [36]

ศิลปะการต่อสู้[แก้]

ทัชชกร ยีรัมย์ มีทักษะทางศิลปะการต่อสู้และการใช้อาวุธหลายประเภท ดังนี้

ประเภทศิลปะการต่อสู้

มวยไทย-คาดเชือก, มวยคชสาร, เทควันโด, วิชาหมัดเมา (ทั้งแบบไทย, แบบจีน และแบบผสม), กังฟู (ทั้งแบบเส้าหลิน และแบบหวิงชุน), ไอคิโด้ , ยูโด, คาราเต้ ,คาโปเอร่า, ศิลปะการต่อสู้แบบผสม (MMA), BJJ

อาวุธ

กระบองสามท่อน, กระบองสองท่อน, โซ่, ดาบซามูไร, ดาบไทย, เชือกลูกดอก, กระบี่จีน, กระบี่-กระบอง, พลอง, ไม้ศอก

รูปแบบศิลปะการต่อสู้[แก้]

ทัชชกร ยีรัมย์ มีรูปแบบในการต่อสู้ที่หลากหลาย[37] สำหรับรูปแบบในการต่อสู้ของเขาโดยภาพรวมมี 4 รูปแบบ ดังนี้

  1. แบบต่อสู้ตามต้นฉบับของศิลปะการต่อสู้ชนิดต่าง ๆ
  2. แบบผสมผสานดึงเอาจากศาสตร์หนึ่งมาผสมกับอีกศาสตร์หนึ่ง เช่น นำศิลปะการต่อสู้แบบวิชาหมัดเมาของจีนมาผสมกับมวยไทย
  3. แบบประยุกต์ คือนำต้นฉบับมาดัดแปลงอีกครั้งหนึ่ง เช่น ประยุกต์รูปแบบ Free running และ Parkour มาเป็นศิลปะการต่อสู้, นำทักษะจากกีฬาตะกร้อมาประยุกต์เป็นท่าเตะในเรื่องต้มยำกุ้ง
  4. แบบคิดค้นขึ้นเองทั้งหมด เช่น คิดค้นนาฏยุทธ์

ถึงเขาจะมีรูปแบบในการต่อสู้ที่หลากหลาย แต่เขาก็เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกจากการเป็นนักแสดงแอ็กชั่นที่มีความสามารถสูงในศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย[38]

ทัชชกร ยีรัมย์ สาธิตการร่ายรำนาฏยุทธ์ ในรายการที่นี่หมอชิต ที่กองถ่ายภาพยนตร์เรื่ององค์บาก 2

ศิลปะการต่อสู้ที่คิดค้นขึ้น[แก้]

ด้วยความที่ทัชชกรมีความสามารถประยุกต์การเคลื่อนไหวร่างกายแบบต่าง ๆ มาผสานเป็นศิลปะการต่อสู้ จึงทำให้เขาเป็นผู้ให้กำเนิดศิลปะการต่อสู้รูปแบบใหม่ ขึ้นมากมาย แต่มีเพียงศิลปะการต่อสู้รูปแบบเดียวเท่านั้นที่เขาใช้เป็นศิลปะการต่อสู้เอกลักษณ์ของเขา ด้วยความที่เขาชื่นชอบวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขาคิดค้นศิลปะการต่อสู้รูปแบบใหม่ขึ้น จากภาพยนตร์เรื่ององค์บาก 2 เขาได้คิดค้นศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่า นาฎยุทธ์ รูปแบบการต่อสู้ที่ถูกคิดค้นและผสมผสานจากนาฏศิลป์ไทย ลีลาแห่งศิลปะชั้นสูงอย่างโขน เช่น ตัวยักษ์, ลิง,(ตัวละครที่เขาชอบมากที่สุดคือ หนุมาน) พระ ฯลฯ มาผนวกรวมเข้ากับศิลปะการเต้นเบรกแดนซ์ และศิลปะการต่อสู้รูปแบบต่างๆ จนเกิดเป็นรูปแบบการต่อสู้ที่เชื่อว่ายังไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน [39]

ด้วยความที่ชอบฮิปฮอป เลยดึงมาประสานเป็น "นาฏยุทธ์" ตีความใหม่เรื่องการแสดงเหมือนการเต้นไปตามจังหวะเพลง จะเต้นยังไงให้รู้สึกอินตามไปกับเพลง "นาฏยุทธ์" ก็เป็นศาสตร์เดียวกัน เพียงแต่ว่าจะตีโจทย์ยังไงให้รู้สึกว่าท่าแอ็คชั่นในหนังดูแข็งแรงและกล้าแกร่ง พร้อมแทรกท่าพระช่วงไหน ใช้ท่าลิงตอนไหน ใช้ท่ายักษ์ระห่ำเวลาไหน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมีเรียนการแสดงเพิ่มเติมด้วย[40]

กิจกรรมการกุศล[แก้]

ทัชชกร ยีรัมย์ (ขวา) กับ สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้บริหารบริษัทสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ในงานคนทำหนังรวมพลังช่วยชาวใต้

กิจกรรมการกุศลที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธ

  • ร่วมหล่อพระ ที่วัดบ้านขอนแตก จังหวัดสุรินทร์ [41]
  • ทำบุญวันเกิดเลี้ยงโต๊ะจีนช้าง 60 เชือก จังหวัดสุรินทร์[42]
  • ร่วมงานจัดอุปสมบทหมู่ ที่ วัดป่าอาเจียง หมู่บ้านช้าง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์[43]
  • เข้าร่วมงาน "คนทำหนังรวมพลังช่วยชาวใต้"[44] ฯลฯ

คดีความ[แก้]

ปัญหาการชำระเงินกู้ค่าทำภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก 2[แก้]

วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ทัชชกร ยีรัมย์ ผู้เป็นจำเลยได้ลงลายมือทำสัญญากู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวแก่โจทก์ คือ อุน ฮี ปาร์ค นักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ จำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นโจทก์ได้โอนเงินจากธนาคารเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลย และจำเลยได้ทำสัญว่าจะชำระหนี้ทันทีหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวถ่ายทำเสร็จและออกฉายแล้ว แต่หลังจากภาพยนตร์ดังกล่าวออกฉายจำเลยก็ไม่ได้ชดใช้เงินกู้จำนวนดังกล่าว โจทก์จึงนำคดีขึ้นฟ้องศาลให้พิพากษาและให้จำเลยคืนเงินต้นที่กู้ยืมไป พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 แก่โจทก์

เมื่อถึงวันที่ศาลกำหนดนัด แต่จำเลยไม่ได้เดินทางมาศาลแต่มอบอำนาจให้ทนายความส่วนตัวแถลงว่าเขายินยอมชดใช้เงินคืนแก่โจทก์จำนวน 5 แสนบาท ซึ่งโจทก์ก็ได้ยอมความและยื่นคำร้องขอถอนฟ้องแก่ศาล ศาลจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ[45]

ความสำเร็จในระดับโลก[แก้]

พ.ศ. 2546
  • เว็บไซต์ www.kungfucinema.com เว็บไซต์เกี่ยวกับภาพยนตร์แอ็กชั่นและการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเว็บหนึ่งของโลก ได้มีการจัดมอบรางวัล KUNGFUCINEMA AWARD โดยองค์บากได้รับ 2 รางวัล จากการเสนอชื่อ 3 รางวัล ทัชชกรได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายชายที่เน้นการต่อสู้ยอดเยี่ยม และพันนาได้รับรางวัลออกแบบฉากแอ็กชั่นและการต่อสู้ยอดเยี่ยม(ชนะเฉินหลง, ทอมครูซ, เจ็ท ลี, เคียนู รีฟส์, หยวนหูผิง, และดอนนี่ เยน[46]
พ.ศ. 2548
  • ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 200 ดาราหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในโลก ประจำปี 2548 โดยเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ วีกลี่ (Entertainment Weekly) ซึ่งดาราเอเชียติดอันดับเพียง 2 คนเท่านั้นคือ โทนี่ จาและจางอื้อยี่ [47]
  • เว็บไซต์ www.positioningmag.com จัดอันดับให้ทัชชกร ยีรัมย์ ในชื่อของ Tony jaa เป็นนักแสดงแอ๊กชั่นยอดเยี่ยมอันดับ 1 ของโลก [48]
หุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าตัวจริงของทัชชกร ยีรัมย์ (ขวา) และบรูซ ลี ในแผนกห้องศิลปะการต่อสู้ของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง มาดามทุซโซต์ กรุงเทพ
  • พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง มาดามทุซโซต์ กรุงเทพฯ ได้จัดสร้างห้องแสดงหุ่นขี้ผึ้งในแผนกศิลปะการต่อสู้ ชื่อ IN ON THE ACTION: Martial arts heroes Bruce Lee, above, and Tony Jaa โดยได้สร้างหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าตัวจริงของ โทนี่ จาและบรูซ ลี ตั้งไว้ในห้องเดียวกัน (เนื่องจากทั้งคู่เคยถูกทาบทามให้เป็นนักแสดงจากสังกัดค่ายภาพยนตร์เดียวกัน) ภายในห้องจัดฉากเป็นฉากการต่อสู้ที่ปรากฏในภาพยนตร์ของทั้งสองคน [49] และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง Louis Tussaud’s Waxworks พัทยา ที่รวบรวมและจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของนักแสดงที่มีชื่อเสียงระดับโลกก็ได้จัดสร้างหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าตัวจริงของ Tony jaa นั่งอยู่บนช้างด้วย
  • หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่ององค์บาก ประสบความสำเร็จจนถึงขีดสุดในระดับโลก คำว่าองค์บาก จึงกลายเป็นศัพท์สแลงในหมู่วัยรุ่นทั่วโลกที่แปลว่า กล้าหาญ และบ้าบิ่น[50]
  • ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ในนักแสดงผู้มีอิทธิพลสูงสุดในเอเชีย (Asia's Most Popularity Entertainer People of The Year 2008) จากนักวิจารณ์และนักแสดงทั่วโลก [51]
  • ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 300 ดาราดังในเอเชีย มาถ่ายแบบเปลือย เพื่อนำรายได้จากการเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิที่ประเทศฮ่องกง[52]
พ.ศ. 2551
  • ทัชชกร ยีรัมย์ ในชื่อ Tony jaa ถ่ายแบบและถ่ายทอดประวัติชีวิตลงในนิตยสาร GQ นิตยสารสหรัฐอเมริกา ที่ว่าด้วยเรื่องราวประวัติชีวิตของผู้ชายที่มหัศจรรย์ระดับโลก ฉบับเดือนเมษายน ค.ศ. 2008[53]
พ.ศ. 2552
  • ทัชชกร ยีรัมย์ ได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ลงในทำเนียบ "คนไทยที่โลกยกย่อง" ประกาศเกียรติคุณโดยเว็บไซต์ สารานุกรมทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (kc.hri.tu.ac.th)[54]
  • ภาพยนตร์ในการแสดงนำหลายเรื่องของเขาได้ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 อันดับภาพยนตร์ไทยที่ผู้ชมทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดในทศวรรษ เช่นเรื่อง องค์บาก และต้มยำกุ้ง จากผลการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ www.toptenthailand.com ในหัวข้อ 10 อันดับหนังไทยที่คนชื่นชอบมากที่สุดในทศวรรษ [55]
พ.ศ. 2553
  • ทัชชกร ยีรัมย์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักแสดงภาพยนตร์แอ๊กชันอันดับ 1 ระดับตำนาน จากผลการสำรวจผู้ชมภาพยนตร์แนวแอ๊กชันทั่วโลก ของเว็บไซต์ www.deknang.com และเว็บไซต์ www.openmm.com เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับภาพยนตร์ทุกประเภทจากทั่วโลก[56] [57]
พ.ศ. 2556
  • ทัชชกร ยีรัมย์ ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักแสดงของภาพยนตร์เรื่อง Fast and Furious 7 ซึ่งเป็นภาพยนตร์แข่งรถขายดีของค่ายยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ[58]

ผลงาน[แก้]

ภาพยนตร์ที่เป็นสตันท์แมน[59]
ภาพยนตร์ที่แสดงเอง
ปี พ.ศ. เรื่อง รับบทเป็น หมายเหตุ
พ.ศ. 2546 องค์บาก บุญทิ้ง (พระเอก)
พ.ศ. 2547 บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม นักสู้ในห้างสรรพสินค้า (รับเชิญ)
พ.ศ. 2548 ต้มยำกุ้ง ขาม (พระเอก)
พ.ศ. 2550 บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 คนขายช้าง (รับเชิญ)
พ.ศ. 2551 องค์บาก 2 เทียน (พระเอก)
พ.ศ. 2553 องค์บาก 3 เทียน (พระเอก)
พ.ศ. 2556 ต้มยำกุ้ง 2 3D ขาม (พระเอก)
พ.ศ. 2557 A Man Will Rise (พระเอก) Post-Production
พ.ศ. 2558 Fast & Furious 7 (ร่วมแสดงสมทบ) กำลังถ่ายทำ
Skin Trade (พระเอก) กำลังถ่ายทำ
SPL 2 - Pre-Production
กำกับภาพยนตร์
  • องค์บาก 2 (2551) (กำกับและแสดงนำ) (วันที่เข้าฉาย 5 ธันวาคม)
    ทัชชกร ยีรัมย์ โปรโมทภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก 2 ที่ Midnight Madness 2009 (เทศกาลหนังทำเงิน) ประเทศแคนาดา
  • องค์บาก 3 (2553) (กำกับและแสดงนำ) (วันที่เข้าฉาย 5 พฤษภาคม)
  • A Man Will Rise (2557) (กำกับและแสดงนำ) (กำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำ)
ละครโทรทัศน์
เพลง
  • เป็นพระเอกในมิวสิกวิดีโอเพลง Je Reste Ghetto ONG-BAK ให้กับวง Tragedie[16]และเป็นเพลงเปิดตัวประจำของโทนี่ จา ในระยะเวลาหนึ่ง
เกม
ผู้เข้าร่วมงานกำลังเล่นเกม Tom yom gong the game ในงาน TAM 2005
ตุ๊กตา Model
  • โทนี่จาในชุดขามจากภาพยนตร์เรื่องต้มยำกุ้ง เป็นที่รู้จักอย่างมากที่สุดในตลาดต่างประเทศ [62]
บริษัท
  • บริษัทไอยราฟิล์มจำกัด (IYARA FILM CO.,LTD) เป็นบริษัทผลิต-จัดจำหน่ายภาพยนตร์, โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้หลายรูปแบบ และสำนักพิมพ์ในสถานที่เดียวกัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2549 อยู่ที่ 199, 201 ซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240
ทีมสตั๊นท์
  • เป็นผู้ก่อตั้งทีมนักแสดงแทนด้านศิลปะการต่อสู้ในภาพยนตร์ ชื่อทีม "ไอยราสตั๊นท์" โดยทีมสตั๊นท์ส่วนหนึ่งมาจากนักแสดงแทนในภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ ของทัชชกร
สถาบันสอนศิลปะการต่อสู้
  • ทัชชกรร่วมกับครอบครัว ก่อตั้งสถาบันสอนศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทยประเภทต่าง ๆ ในชื่อ "สถาบันมวย IMA" เปิดสอนหลักสูตรมวยไทยประเภทต่าง ๆ ให้แก่ชาวต่างชาติและคนไทย มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 28 พฤษภาคม 2554 สถานที่ตั้งอยู่ที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์[63]
โฆษณา
  1. เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโฆษณา "ลำไยไทยช่วยชาติ" แก้ปัญหาลำไยล้นตลาด โดยโครงการของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 [64]
  2. เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโฆษณา "รถมิตซูบิชิ ไทรทัน พลัส" 3 ภาค โดยได้รับค่าตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในประเทศไทย ถึง 50 ล้านบาท ในวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 [65] ทำให้รถมิตซูบิชิ ไทรทันยิ่งกลายเป็นที่นิยมสูงสุดในตลาดโลก[66]
  3. เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโฆษณา รณรงค์วินัยจราจร จังหวัดสุรินทร์ ในโครงการของ พ.ต.ท.นิรันดร์ คู่พิทักษ์ ผกก. (ป.) สภ.ปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552[67]
  4. ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสถาบันการพลศึกษา (ประเทศไทย) ให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ "หลักสูตรมาตรฐานศิลปะมวยไทย 9 ขั้น ของสถาบันการพลศึกษาสู่เวทีโลก" โดยมีหลายประเทศจากทั่วโลกให้ความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม [68]
หนังสือ

รางวัลและการเชิดชูเกียรติ[แก้]

ทัชชกร ยีรัมย์ รับรางวัลนักแสดงภาพยนตร์แอ๊กชันยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย BEST ACTION ACTOR จากงาน MARTIAL ARTS GLOBAL CELEBRATION 2007 ประเทศจีน

รางวัลและการเชิดชูเกียรติที่ทัชชกร ยีรัมย์ ได้รับจากการแสดงภาพยนตร์ และศิลปะมวยไทย

พ.ศ. ชื่อรางวัล คำอธิบาย อ้างอิง
2546 รางวัล KUNGFUCINEMA AWARD
  1. รางวัลนักแสดงนำฝ่ายชายที่เน้นศิลปะการต่อสู้ยอดเยี่ยม
  2. รางวัลออกแบบฉากและศิลปะการต่อสู้ยอดเยี่ยม
จากเว็บไซต์ www.kungfucinema.com [70]
รางวัลทูตวัฒนธรรมด้านภาพยนตร์ครั้งที่ 1 จัดขึ้นโดยโครงการของรัฐบาล ณ โรงแรมอิมพีเรียลควีนสปาร์ค [71]
2548 ลงหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์สาขาสอนและโชว์มวยไทยแก่ประชาชนมากที่สุดในโลก มีผู้มาฝึก 2,000 คน ณ ฮ่องกง [72]
รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่15 รางวัลเกียรติยศแห่งปี 2548 สาขาดาราไทยที่สร้างชื่อเสียงให้ภาพยนตร์ไทยที่รู้จักทั่วโลก จาก ภาพยนตร์เรื่องต้มยำกุ้ง [73]
รางวัลดาราหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในโลก เอ็นเตอร์เทนเม้นท์วีกลี่ [74]
2550 รางวัล BEST ACTION ACTOR รางวัลศิลปะการต่อสู้ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จากงาน MARTIAL ARTS GLOBAL CELEBRATION ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศจีน ร่วมกับเฉินหลง, เดวิดเจียง, หยวนเปียว, เจ็ทลี,ฯลฯ และแสดงศิลปะรำกังฟูบนเวทีด้วย [75]
2551 รางวัลใบโพธิ์ทองคำ (สหมงคลฟิล์ม) [76]
2552 รางวัลเพนกวินผู้กล้า The First Penguin Award บุคคลตัวอย่างมีความกล้าหาญ-สร้างสรรค์) จากรูปแบบการถ่ายทำภาพยนตร์ และความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบศิลปะการต่อสู้รูปแบบใหม่ จากเรื่ององค์บาก 2 [77]
รางวัลศิลปินมรดกอีสาน ประเภทศิลปะการแสดง สาขานักแสดง มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดขึ้นเนื่องในงานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และวันอนุรักษ์มรดกไทย [78]
2553 รางวัลสตั๊นท์ชายยอดเยี่ยมประเภทแข่งขัน (BEST STUNT by A STUNT MAN AWARD) จากงาน 1st THAILAND STUNT AWARDS (รางวัลสตั๊นต์แมนยอดเยี่ยม ครั้งที่ 1) นักแสดงนำที่แสดงบทเสี่ยงตายโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยความปลอดภัย จากภาพยนตร์เรื่ององค์บาก 3 [79]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "จา-พนม" ใช้ชื่อใหม่ "ทัชชกร" เจอบทเรียนผิดพลาดพร้อมแก้ไข
  2. โทนี่จา...หมัด เท้า เขย่าโลก! วันที่สืบค้น 28 กุมภาพันธ์ 2555, จาก www.positioningmag.com
  3. เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ แรงดัน หนุนสร้าง พลังฮีโร่ สูตรสำเร็จ "โทนี่ จา" บนโลกเซลลูลอยด์ จาก www.pantip.com
  4. เปิดหนังสือยกเลิกสัญญาของ “จา พนม” แฉ “สหฯ” สุดแสบ ส่งจม.ต่อสัญญาอัตโนมัติ ไปให้ “พ่อ จา พนม” จาก www.manager.co.th
  5. ขำกลิ้ง..ฮากระจาย..กับสาระแนสิบล้อ จาก archive.voicetv.co.th
  6. จา พนม ถูกจัดอันดับให้เป็นตำนานเรื่องการต่อสู้
  7. ประวัติความเป็นมาของ จา พนม ยีรัมย์
  8. 8.0 8.1 8.2 จา พนม ยีรัมย์ ประวัติความเป็นมาของ จา พนม ยีรัมย์
  9. จา พนม หอบต้มยำกุ้ง โกอินเตอร์ ถล่ม BOX-OFFICE ฮ่องกง ฉาย 4 วันครองแชมป์อันดับ 1 สู่ปรากฏการณ์ความสำเร็จในระดับโลก จาก www.ryt9.com
  10. 10.0 10.1 เส้นทางของ “ต้มยำกุ้ง”
  11. 11.0 11.1 จา พนมเฮ! ภรรยาคลอดลูกสาว ตั้งชื่อ น้องจอมขวัญ หทัยปวี วันที่สืบค้น 1 พ.ย.2556 จาก www.kapook.com
  12. thairath, (9/ กย./ 54), ข้อมูลบิดา-มารดา, (ชื่อเดิม : ทัชชกร ยีรัมย์), เรียกข้อมูล 9/ กย. / 54, จาก : www.thairath.co.th,
  13. ประวัติการศึกษาของทัชชกร ยีรัมย์
  14. ชาวกูย (Kui) ชาวกูย (Kui) กวย (Kuoy) ส่วย (Suay)ตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก สาขากะตูอิค
  15. ASTV ผู้จัดการออนไลน์, (14 มีนาคม 2548), โอ้ว้าว!! "จา พนม" สร้างบ้าน 18 ล้านสนองคุณ "พ่อ-แม่", วันที่สืบค้น 12/ กย. /54, จาก : manager.co.th
  16. 16.0 16.1 16.2 จา พนม (โทนี่ จา) ประวัติดารา วันที่สืบค้น 15 เม.ย. 2555 จาก www.club.zubzip.com
  17. เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้
  18. 18.0 18.1 jabcha,จา พนม สุดดัง กับบรรดาแฟนคลับที่ฝรั่งเศส, เรียกข้อมูล 8/กย./54 จาก : www.jabchai.com
  19. การเริ่มเข้าวงการครั้งแรกของ จา พนม
  20. อาจารย์คนแรกของจาพนม (1)
  21. The Stunt วันที่เรียกข้อมูล 27 เม.ย. 2555 จาก www.thaicinema.org
  22. นริสษา บุญเสริมชีวิตไกลเกินฝัน โทนี่ จาวันที่สืบค้น 18 เม.ย. 2555 จาก www.momypedia.com
  23. Cover Story : Hot movies of the Year (Marketeer/ธ.ค./51) วันที่สืบค้น 19 กันยายน 2554, จาก www.marketeer.co.th
  24. หุ่นดารานักบู๊ตำนานเอเชีย...มาดามทุสโซ วันที่สืบค้น 17 เม.ย. 2555 จาก : www.thaipost.net
  25. “ต้มยำกุ้ง” หนังไทยเรื่องแรก ถล่ม BOX-OOFICE ฮอลลีวู้ดกระจุย ข่าวหนังไทย movie.sanook.com วันที่สืบค้น 8 ตค.54
  26. จา พนม ประกาศวิวาห์ น้องบุ้งกี๋ ทายาทโรงแรมระยอง วันที่สืบค้น 1 พ.ย. 2556. จาก www.news.voicetv.co.th
  27. แรงดัง พลังฮีโร่...โทนี่ จา วันที่เรียกข้อมูล 27 เม.ย. 2555 จาก www.gotomanager.com
  28. ประวัติด้านดีฬา/การได้รับเหรียญทอง (1)
  29. 29.0 29.1 จา พนม ยีรัมย์วันที่สืบค้น 18 เม.ย. 2555 จาก www.esanclick.com ]
  30. Behind the Scene :บทสัมภาษณ์ เดี่ยว ชูพงษ์
  31. “จาปะทะ​เดี่ยว” ​ความมันส์​เกินพิกัดของ “องค์บาก3” กับสายสัมพันธ์กว่า 20 ปีสู่ปรากฏ​การณ์ที่สาวก​แอ็คชั่นรอคอย ข่าวบันเทิง ฮาร์วายทีไนน์ วันที่สืบค้น 8 ตค.54
  32. พนม ยีรัมย์ วันที่สืบค้น 1 พ.ย.2556 จาก www.nangdee.com
  33. จา พนม เป็นผู้จุดคบเพลิงพิธีเปิดเอเชียลฯ ครั้งที่ 1
  34. อลังการวัฒนธรรมเมืองช้างเกมส์เปิดประทับใจ วันที่สืบค้น 1 พ.ย. 2556 จาก www.siamsport.co.th
  35. เปิดฉากเมืองช้างเกมส์ เจ้าภาพสุรินทร์คว้าเหรียญทองแรก วันที่สืบค้น 1 พ.ย. 2556 จาก www.dpe.go.th
  36. ระยะเวลาในการฝึกศิลปะการต่อสู้
  37. เจาะลึก มุมมอง แนวคิด ตลอดจนตัวตน และจิตวิญญาณ ของ ?จา พนม ยีรัมย์? เรียกข้อมูลวันที่ 26 เม.ย. 2555 จาก www.movie.mthai.com
  38. Tony Jaa - Muay Thai Master (อังกฤษ)
  39. ดูหนังออนไลน์ องค์บาก 3 [ซูม ] เรียกข้อมูลวันที่ 26 เม.ย. 2555 จาก www.movieonline.in.th
  40. daradaily, (4 พค. 2553), "จา"จบศึก"องค์บาก3"ฟิต5ปีดัดแปลง"นาฏยุทธ์"สู่แผ่นฟิล์ม/ ความคิดเห็นของทัชชกรที่มีต่อนาฏยุทธ์, (ชื่อเดิม : "จา"จบศึก"องค์บาก3"ฟิต5ปีดัดแปลง"นาฏยุทธ์"สู่แผ่นฟิล์ม), วันที่สืบค้น 12 กันยายน 2554, จาก : www.daradaily.com
  41. ภาพบรรยากาศ จา พนม ร่วมหล่อพระ วัดบ้านขอนแตก 1 ก.พ.52
  42. “จา พนม” ทำบุญวันเกิดเลี้ยงโต๊ะจีนช้างสุรินทร์ 60 เชือกวันที่สืบค้น 15 เม.ย.2555 จาก : www.manager.co.th
  43. "จา พนม"บวชแล้วได้ฉายา“กิตติโสภโณ”
  44. สหมงคลฯ รวมพลคนทำหนัง รวมพลังช่วยภาคใต้
  45. เคลียร์หนี้ 5 แสนคดีจาพนมเบี้ยวเงินกู้ทำหนังยุติ วันที่สืบค้น 16 เม.ย. 2555 จาก : www.komchadluek.net]
  46. KUNGFUCINEMA AWARD
  47. องค์บาก : เมื่อมวยไทยผงาดนีชมาร์เก็ตโลก
  48. จา พนมได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักแสดงแอ๊กชั่นอันดับ 1 ของโลก
  49. จา พนม ถูกสร้างเป็นหุ่นขี้ผึ้ง
  50. [www.ruengdd.com/2012/04/tony-jaa-3.html/ จา พนม(TONY JAA) ประกาศแต่งงาน น้องบุ้งกี๋ 3 พ.ค.นี้] วันที่สืบค้น 28 เม.ย. 2555 จาก www.ruengdd.com
  51. K-POP อิทธิพลกลืนวัฒนธรรม วันที่เรียกข้อมูล 26 เม.ย. 2555 จาก www.sahavicha.com
  52. โทนี่ จา ปลื้มร่วม 300 ดาราเอเชียแก้ผ้า
  53. โทนี่จา...หมัด เท้า เขย่าโลก! วันที่เรียกข้อมูล 26 เม.ย. 2555 จาก www.positioningmag
  54. จา พนม ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นบุคคลสำคัญของโลก
  55. 10 อันดับหนังไทยที่คนชื่นชอบมากที่สุดในทศวรรษ
  56. จา พนม ถูกจัดอันดับให้เป็นตำนานเรื่องการต่อสู้
  57. พนม ถูกจัดอันดับให้เป็นตำนานเรื่องการต่อสู้.2
  58. ภาพยัน! จา พนม ร่วมแสดง Fast & Furious 7
  59. Tony Jaa (อังกฤษ)
  60. Plook mun kuen ma kah 4 (1994) (อังกฤษ)
  61. ต้มยำกุ้งเดอะเกมส์
  62. Sensasian, Tom Yum Goong - Fantastic Tony Jaa AFC 7 Action Figure ,เรียกข้อมูล 5/กย./54 จาก  : sensasian.com (อังกฤษ)
  63. ภาพข่าว: พิธีเปิดสถาบันมวยIMA ของบริษัทไอยราฟิล์ม จำกัด โดยครอบครัวคุณจาพนม ยีรัมย์
  64. “เสี่ยเจียง” สนับสนุน “จา พนม” เป็นพรีเซนเตอร์ลำไยไทยช่วยชาติ
  65. เหนือ เบิร์ด จา-พนม รับค่าตัว 50 ล้าน...
  66. อิทธิพลของการโฆษณารถของ จา พนม ที่มีผลในตลาดรถไทยในต่างประเทศ
  67. จา พนม โฆษณารณรงค์วินัยจราจร ที่จ.สุรินทร์
  68. ไอเดียเยี่ยม! ดึง 'จา พนม' โปรโมตหลักสูตรมวยไทยไปทั่วโลก
  69. บริษัท ไอยราฟิล์ม โดยคุณจาพนม ยีรัมย์ เปิดตัวนิตยสารใหม่
  70. จาพนมได้รับรางวัลกังฟูอวอร์ด
  71. จาพนมได้รับรางวัลทูตวัฒนธรรมด้านภาพยนตร์ครั้งที่ 1
  72. Thai News :"ต้มยำกุ้ง" หวังฟัน 1,000 ล. "จา" ปลื้มได้ลงกินเนสส์บุ๊ค
  73. - ผลการตัดสินรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 15
  74. จาพนมรับรางวัล ดาราหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในโลก
  75. จา พนม บุกแดนมังกร รับรางวัล นักแสดงแอ็กชั่นยอดเยี่ยม
  76. คนวงการบันเทิงนับร้อยร่วมภูมิใจ ต่างชาติยกย่องเสี่ยเจียง-จา พนม
  77. TCDC มอบรางวัลเพนกวินผู้กล้าให้ จา พนม
  78. "จา พนม"นำทัพศิลปินร่วมรับรางวัลงานมรดกอีสาน
  79. Thai News :ประกาศแล้ว! รางวัลสตั๊นท์แมนยอดเยี่ยม

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]