ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า

Ching100.gif
ออกอากาศ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2551, 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554[1]
สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 (มี.ค. - ก.ย. 2541)
ททบ.5 (ต.ค. 2541 - 2548)
ช่อง 7 สี (2549 - 2554)
ผู้ดำเนินรายการ ปัญญา นิรันดร์กุล
มยุรา เศวตศิลา
แก๊งสามช่า
ผลิตโดย เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ร่วมกับ
มีเดีย ออฟ มีเดียส์ (2549-2552)
ระดับ รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก้ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี

ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า เป็นรายการเกมโชว์ที่ปรับรูปแบบมาจากชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม โดยออกอากาศครั้งแรกทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2541 และย้ายออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2541 ถึงวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2548 และกลับมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 อีกครั้งเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2549 ถึง 26 มีนาคม พ.ศ. 2551 และถูกกลับมาใช้อีกครั้งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ถึง 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ออกอากาศเวลาประมาณ 22.30 - 00.30 น. ในวันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554 รายการชิงร้อยชิงล้านจะขยับออกอากาศให้ชมกันเร็วขึ้นเป็นเวลา 22.20 - 00.20 น. (ออกอากาศเฉพาะในช่วงที่มีเหตุการณ์มหาวิกฤติอุทกภัยปี 2554)

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

หลังจากชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม จบลง ชิงร้อยชิงล้านจึงเปลี่ยนชื่อใหม่และฉากใหม่มาเป็น ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า โดยเปลี่ยนฉากใหม่ให้ใหญ่และอลังการขึ้นและเพิ่มรูปแบบรายการให้เป็นรูปแบบใหม่พร้อมเปิดตัวกลุ่มตลกในชื่อว่า แก๊งสามช่า พร้อมเพิ่มโชว์ในรายการให้อารมณ์เหมือนดูโชว์สดด้วย

โดยรูปแบบรายการของชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ในช่วงแรก ได้แนวคิดมาจากการแสดงคาบาเรต์และสีสันของเมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา[ต้องการอ้างอิง] และรูปแบบที่ 2 ในปี 2545 ได้ปรับเปลี่ยนแนวโชว์จริง ๆ และเพิ่มโรงละครแก๊งสามช่าเพิ่อความสนุกสนานต่อผู้ชม[ต้องการอ้างอิง] ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า เป็นชื่อที่ถูกใช้นานมากที่สุด รวมระยะเวลามากกว่า 10 ปี

ตั้งแต่ 4 ตุลาคม 2549 หม่ำ จ๊กมก เป็นพิธีกรแทนปัญญา ในกรณีที่ปัญญาติดภารกิจและงานต่าง ๆ จนไม่สามารถมาดำเนินรายการได้

ละครสามช่า[แก้]

ละครสามช่าเป็นการแสดงละครเวทีโดยแก๊งสามช่า ความยาวประมาณ 30 นาที ตอนแรกออกอากาศวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2542 ซึ่งในปี 2542 เป็นเพียงละครสั้นเวลา 3 - 5 นาที เพื่อปูเรื่องสำหรับผู้กล้าประจำสัปดาห์เท่านั้น และเมื่อในปี 2543 ได้ปรับเปลี่ยนเป็นละครยาวจนถึงปัจจุบัน ซึ่งละครสามช่าตอนแรก คือ การล้อเลียนรายการเกมแก้จน และต่อมาก็มีศิลปินดารารับเชิญในแต่ละสัปดาห์ หรือ เว้นสัปดาห์มาร่วมแสดงกับแก๊ง 3 ช่าถือว่าเป็นครั้งแรก ชิงร้อยชิงล้าน ที่มีการเชื้อเชิญดารารับเชิญมาร่วมแสดงกับแก๊ง 3 ช่า

ดารารับเชิญที่ร่วมแสดง[แก้]

  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 สุวนันท์ คงยิ่ง ร่วมแสดงในเรื่อง สังข์ทอง ตอน หักเหลี่ยมนางรจนา
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 16 มีนาคม 2553 ตรีชฎา เพชรรัตน์ ร่วมแสดงในเรื่อง จอมโจรซ่า บ้าบิ่น (ชิ้นละบาท)
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคม 2553 สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์ ร่วมแสดงในเรื่อง ท.ทหาร ฉุกละหุก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2553 มัม ลาโคนิคส์ ร่วมแสดงในเรื่อง สามช่า เจ็ดสิบล้อ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 13 เมษายน 2553 วสันต์ อุตตมะโยธิน ร่วมแสดงในเรื่อง สงกรานต์ซ่า ล่าสีลม
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายน 2553 กรุง ศรีวิไล ร่วมแสดงในเรื่อง อินทรีทอง ผยองเดช
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม 2553 รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง ร่วมแสดงในเรื่อง องค์ลำบาก3
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2553 นาตาลี เดวิส ร่วมแสดงในเรื่อง ผาแดงนางไอ่ ใครผิดใครถูก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2553 สุวัฒน์ กลิ่นเกษร ร่วมแสดงในเรื่อง หน้ากากเสือภาค 7
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 25 พฤษภาคม 2553 พิจิตตรา กฤติกุลครั้งที่1 ร่วมแสดงในเรื่อง ตะวันยอแสง แยงตา ระยิบระยับ วับวาว
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 1 มิถุนายน 2553 สหรัถ สังคปรีชา ร่วมแสดงในเรื่อง วงษ์คำเหลา THE BEGINNING
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2553 มาช่า วัฒนพานิช ร่วมแสดงในเรื่อง แม่มดใจร้ายกับสโนว้าย!ใจแตก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2553 ชาลี ไตรรัตน์ ร่วมแสดงในเรื่อง KARATAE KID กลับมาแว้ว
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2553 ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ร่วมแสดงในเรื่อง เปิดตำนานยอดนักเตะ ฟุตบอลโลก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม 2553 เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ ร่วมแสดงในเรื่อง พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูอยากเป็นอาราเล่
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม 2553 วรัทยา นิลคูหา ร่วมแสดงในเรื่อง อีเย็นกระอัก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2553 ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ ร่วมแสดงในเรื่อง เสือโหน่ง จอมโจรอมตะ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2553 อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ร่วมแสดงในเรื่อง สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2553 พิจิตตรา กฤติกุลครั้งที่2 ร่วมแสดงในเรื่อง สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก รัก รัก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2553 กัญญณัช เอี่ยมสุข(ภรรยาของคุณโหน่ง ชะชะช่า)ร่วมแสดงในเรื่อง ล้างเลือด ไอ้หนุ่มนางรอง
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2553 อชิตะ สิกขมานา ร่วมแสดงในเรื่อง พระอภัยมณี ที่Love
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 7 กันยายน 2553 เกศริน เอกธวัชกุล ร่วมแสดงในเรื่อง ผีชีวะ4 สงครามบ้าล่าพันธุ์เชื้อโรค
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 14 กันยายน 2553 เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ร่วมแสดงในเรื่อง โหด/เลว/ดี/พี่/เพื่อน/น้อง
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 21 กันยายน 2553 พิษณุ นิ่มสกุล ร่วมแสดงในเรื่อง เจาะจิ๋นซี หาเวลา
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 28 กันยายน 2553 ธนา สุทธิกมล ร่วมแสดงในเรื่อง นักเลงหัวไม้ กับบ้านไร่เถิดเทิง
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 5 ตุลาคม 2553 ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ ร่วมแสดงในเรื่อง มือปืนนิรนาม ตามล่าคุณธรรม
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 12 ตุลาคม 2553 รุ่งระวี บริจินดากุล ร่วมแสดงในเรื่อง พิชิตอาทิตย์ใต้บาดาล
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2553 วงศกร ปรมัตถากร ร่วมแสดงในเรื่อง นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวดำ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2553 เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ร่วมแสดงในเรื่อง ไกรทอง 2010
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน 2553 นวพล ภูวดล ร่วมแสดงในเรื่อง Cha Cha Cha Contest เวทีนี้ต้องมีเธอ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2553 เขตต์ ฐานทัพ ร่วมแสดงในเรื่อง ลอยกระทง หลงทาง หลงเธอ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2553 ศุภักษร ไชยมงคล ร่วมแสดงในเรื่อง กังฟู สู้ยิบตา
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 18 มกราคม 2554 พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ ร่วมแสดงในเรื่อง ตำนานรักภารตะ ทาสหัวใจเหนือแผ่นดิน และ ร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันด้วย
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 สมชาย เข็มกลัด และ อมีนา พินิจ ร่วมแสดงในเรื่อง เท่ง-โหน่ง จีวรหาย
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 กพล ทองพลับ ร่วมแสดงในเรื่อง สัญญารัก โรงแรมผี
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา ร่วมแสดงในเรื่อง 777777 งวดนี้พี่ขอ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 1 มีนาคม 2554 อภิญญา สกุลเจริญสุข , ณัฐพงษ์ พิบูลธนเกียรติ และ ทิสานาฏ ศรศึก ร่วมแสดงในเรื่อง ปลวกโพรโทซัว รักมันเหียกมาก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554 เจเน็ต เขียว ร่วมแสดงในเรื่อง คนแก่ซู่ซ่า ปาทังก้า ปาทั้งกี้ และ ร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันด้วย
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2554 น้องไข่เล็ก (ลิง) ร่วมแสดงในเรื่อง ทะเล พู่กัน ฉันและเธอ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2554 สุเทพ สีใส ร่วมแสดงในเรื่อง ขบวนการขจัดคราบซากซกมก และ ร่วมเป็นผู้เข้าแข่งขันด้วย
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2554 ธนฉัตร ตุลยฉัตร, พิมพ์ชนก พลบูรณ์ และ อินทิพร แต้มสุขิน ร่วมแสดงในเรื่อง ฮาศาสตราจารย์
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 5 เมษายน 2554 น้องภู, น้องภีม และน้องเคนโด จากรายการ หนูน้อย กู้อีจู้ ร่วมแสดงในเรื่อง บักแมน เจ้าเพื่อนยาก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 3 พฤษภาคม 2554 บริบูรณ์ จันทร์เรือง ร่วมแสดงในเรื่อง สงครามเท้าไฟ หัวใจติดเธอ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2554 บุญเลิศ ลีลาศ ร่วมแสดงในเรื่อง หมัดร้าย ร่ายรัก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง มรกต มนตรายาง
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง ยากูซ่ากลับใจ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง ฉันและเธอ เดินตามฝัน เจอกันที่คาเฟ่
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง ยามเมื่อลมรักหวน ชวนให้เรามารักกัน
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง ตี๋อยากใหญ่
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง หม่ำกับใหม่ อยากโดนแต่ไม่โดน
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง เท้าไฟ เรือเมล์ ยี่เก และชาวคณะ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง ความรักรสหวาน หวานในงานวัด festival
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 12 กรกฎาคม 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง ยังมีเฮ รักใสๆ หัวใจโทรมๆ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2554 เปาวลี พรพิมล จากภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง ร่วมแสดงในเรื่อง ไม่เด่นไม่ดังจะไม่หันหลังกลับไป
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 26 กรกฎาคม 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง ไอ้หนุ่มมัดเมา กะอีสาวเต้าฮวย
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2554 ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ร่วมแสดงในเรื่อง ผีกัด กัดกับผี ภาค 7
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2554 กาญจ์คนึง เนตรสีทอง ร่วมแสดงในเรื่อง ดาบเจ็ดสีผอบหนึ่งแสน
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2554 สมจิตร จงจอหอ ร่วมแสดงในเรื่อง ทองชุบภาค 7
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง จอมปลัดปราบผี
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2554 สิตางศุ์ ปุณภพ ร่วมแสดงในเรื่อง ผู้ชายฮ่า ผู้หญิงฮะ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 6 กันยายน 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง กีต้าร์เทพเสพวิญญาณ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายน 2554 ไม่มีดารารับเชิญที่ร่วมแสดงในเรื่อง ช่างกลคนดี ขอตีกันครั้งสุดท้าย
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2554 ณัฐนี สิทธิสมาน, เบญจณัฏฐ์ อักษรนันทน์ ร่วมแสดงในเรื่อง บ้านผีปอบ 2012 สยอง สยอง สยองๆ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 27 กันยายน 2554 แอริณ ยุกตะทัต ร่วมแสดงในเรื่อง คู่กรรม ตอน อังศุมารินสิ้นรัก
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 4 ตุลาคม 2554 บอล เชิญยิ้ม ร่วมแสดงในเรื่อง ตุ๊กกี๊ ตุ๊กกี๊ เมื่อโลกนี้มีเพียงเธอ
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2554 อารักษ์ อมรศุภศิริ, เอ เชิญยิ้ม ร่วมแสดงในเรื่อง 30+ ปลวก ON SALE
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 18 ตุลาคม 2554 คริส หอวัง ร่วมแสดงในเรื่อง นางพญาผมขาว ปะทะ นางพญาผมร่วง
  • เทปเมื่อวันอังคารที่ 25 ตุลาคม 2554 อิคคิว พีระพล, อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ร่วมแสดงในเรื่อง สามช่า FC แมทช์นี้ต้องมีเธอ

เกมในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า[แก้]

ในส่วนของเกมการแข่งขันในรายการชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุคด้วยกัน คือยุคแรกเริ่ม (ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2541 ถึง 20 มกราคม 2542), ยุคกลาง (27 มกราคม 2542 - 26 มีนาคม 2551) และยุคปัจจุบัน (ตั้งแต่ 5 พฤษภาคม 2552 เป็นต้นมา) ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ (อย่างไรก็ดี เกมในยุค ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก นั้น ก็ยังมีลักษณะมาจากชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ในยุคกลางอยู่ดี แต่ภายหลังได้มีการดัดแปลงไปบ้างตามสมควร)

4 มีนาคม 2541 - 20 มกราคม 2542[แก้]

ทายดาราปริศนา[แก้]

ในเกมนี้เป็นการทายดารารับเชิญ ซึ่งยังคงรูปแบบเดียวกับรายการชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม โดยเกมทายดารา จะแบ่งออกเป็น 3 รอบ ดังนี้

  1. รอบที่ 1 จะเป็นการทายภาพดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม) จะเป็นการทายภาพของดารารับเชิญโดยในภาพนี้จะเป็นการปกปิดใบหน้าบางส่วนของดารารับเชิญ
  2. รอบที่ 2 จะเป็นการทายเสียงและเงา (เสียงของใคร) จะเป็นการทายเสียงและเงาของดารารับเชิญ ซึ่งเกมนี้มีพัฒนามาจากเกมทายภาพดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม) เป็น 3 ภาพ 3 ช่วงเวลา
  3. รอบที่ 3 จะเป็นรอบ ขอสักครั้ง จะเป็นการทายดารารับเชิญจากภาพวีทีอาร์ โดยที่ผู้เข้าแข่งขันนั้นไม่สามารถเห็นหน้าของดารารับเชิญชัด ๆ ได้ ดารารับเชิญนั้นจะทำแบบไม่เห็นหน้าหรือบังหน้าเอาไว้ด้วย เห็นได้แต่ด้านหลังดารารับเชิญเท่านั้น

ทั้งนี้ ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 มีโอกาสเขียนในกระดานคำตอบได้ 3 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้น จะะเฉลยว่าดารารับเชิญคนนี้คือใคร โดยการเชิญดารารับเชิญปริศนาในรอบนั้นๆ ออกมาเปิดตัวด้วยการร้องเพลง เพื่อเป็นการเฉลยคำตอบ โดยที่ ถ้าผู้เข้าแข่งขันทีมไหน ตอบถูกในแต่ละรอบ ก็จะได้คะแนนไปด้วย หลังจากที่มีการเฉลยคำตอบแล้ว ก็จะมีการพูดคุยกับดารารับเชิญเกี่ยวกับความเป็นมาและเรื่องราวต่างหลังจากนั้น ยังมีแก๊งสามช่ามาสร้างสีสันเสียงหัวเราะให้ท่านผู้ชมได้รับความสนุกสนานกันอีกด้วย

จริงหรือไม่ (แก๊งสามช่า)[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมจริงหรือไม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยจะมี ผู้กล้า ซึ่งอาจเป็นบุคคลจากทางบ้าน หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ มาแสดงโชว์สาธิตให้ดูในรายการ จากนั้น จะมีการท้าแก๊งสามช่าว่า แก๊งสามช่าสามารถโชว์แสดงอย่างที่ผู้กล้ามาโชว์สาธิตในรายการได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ จะให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ทีมเป็นผู้ตอบ หลังจากนั้น แก๊งสามช่าจะทำการสาธิตโชว์แบบเดียวกันกับผู้กล้า เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าทำได้แบบผู้กล้าหรือไม่ ถ้าทำได้แสดงว่าจริง แต่ถ้าทำไม่ได้แสดงว่าไม่จริง ทั้งนี้ ทีมผู้เข้าแข่งขันทีมใดที่ทายคำตอบถูกต้อง จะได้รับคะแนนไปในรอบนี้

ผู้กล้าท้าแก๊งสามช่าคนแรกคือดิเรก รุจ ท้าแข่งเล่นกล่องล่องหนออกอากาศวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2541

จริงหรือไม่ (ผู้เข้าแข่งขัน)[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมจริงหรือไม่ในรูปแบบปกติที่รู้จักกันดี โดยนำเอาประสบการณ์ชีวิตในแง่มุมต่างๆของดาราที่เป็นผู้เข้าแข่งขันในเกม ไม่ว่าจะเป็น ความชอบ งานอดิเรก ของสะสมส่วนตัว หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ลี้ลับ และเฉียดความตาย มาใช้เป็นคำถามในรอบนี้ โดยในการแข่งขัน ทีมที่จะเป็นผู้ตอบคำถาม คือทีมฝ่ายตรงข้ามอีกสองทีมที่ไม่ใช่เจ้าของเรื่อง ซึ่งทีมที่ตอบจะต้องทายว่าคำถามในข้อนั้นเป็นเรื่องจริง หรือไม่จริง หลังจากที่ตอบแล้ว ทีมเจ้าของเรื่องนั้นจะเป็นผู้เฉลยว่าคำถามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทีมเจ้าของเรื่องนั้นจะเป็นผู้เฉลยว่าคำถามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าทีมฝ่ายตรงข้ามตอบถูกก็จะได้ 5 คะแนน แต่ถ้าตอบผิด จะไม่ได้คะแนน

ทั้งนี้เกมจริงหรือไม่รูปแบบนี้จะเป็นการทายทีมของฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว และเมื่อตอบถูกทีมฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนเป็น 5 คะแนนตอบผิดจะไม่ได้คะแนนซึ่งกฎกติกาดังกล่าวนั้นคือเกมจริงหรือไม่รูปแบบแรกของชิงร้อยชิงล้าน Top Secret นั่นเอง

27 มกราคม 2542 - 26 มีนาคม 2551[แก้]

ทำได้หรือไม่ได้[แก้]

เกมนี้ มีลักษณะคล้ายคลึงกับจริงหรือไม่ในรูปแบบก่อนหน้านี้ ทว่ามีลักษณะเป็นเกมการแข่งขันมากขึ้น ต่างจากเดิมที่เป็นเพียงการแสดงตามแบบแผนเดียวกันกับผู้กล้า ทั้งนี้ จะมีเกมการแข่งขันเกมหนึ่ง ซึ่งถูกกำหนดกติกาแตกต่างกันออกไปในแต่ละสัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับว่าผู้กล้าในสัปดาห์นั้น จะทำการแข่งขันเกี่ยวกับเรื่องใด) โดยผู้กล้าในสัปดาห์นั้นจะเป็นผู้แข่งขันเกมดังกล่าวก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากนั้น แก๊งสามช่าจะต้องเล่นเกมในรูปแบบเดียวกันข้างต้น แต่จะมีการต่อรองเกิดขึ้น เพื่อให้แก๊งสามช่ามีโอกาสในการเล่นเกมสำเร็จเพิ่มมากขึ้น (เช่น การต่อเวลา, ต่อจำนวนคนที่แข่งขัน, ต่อผลของการเล่นเกม เช่น เกมเตะฟุตบอล จากเดิมต้องเตะ 5 ลูก อาจเหลือแค่ 3 ลูกเป็นต้น) ทั้งนี้ แก๊งสามช่าจะมีโอกาสเล่นเกมดังกล่าวได้ทั้งหมด 2 ครั้ง ซึ่งแต่เดิม ผู้เข้าแข่งขันจะเป็นหม่ำ และเท่ง โดยทั้งสองคนจะแข่งขันกันคนละ 1 รอบ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นรอบของหม่ำ และรอบของเท่ง แต่ภายหลังเกมทั้ง 2 รอบ ไม่จำเป็นจะต้องแข่งโดยหม่ำ และเท่งเท่านั้น เพราะบางเกมอาจต้องใช้ผู้เข้าแข่งขันเป็นคู่ หรือแก๊งสามช่าทุกคนเลยก็ได้

เกมทำได้หรือไม่ได้นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่มาร่วมรายการจะต้องทายว่าแก๊งสามช่าจะทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ หากแก๊งสามช่าเล่นเกมดังกล่าวสำเร็จเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นในรอบแรก หรือรอบที่สอง จะถือว่าแก๊งสามช่า ทำได้ โดยทันที แต่ในทางตรงกันข้าม หากแก๊งสามช่าเล่นเกมไม่สำเร็จทั้งสองรอบ จะถือว่า ทำไม่ได้ นั่นเอง ซึ่งตรงนี้ หากผู้เข้าแข่งขันคนใดทายถูกต้องก็จะได้คะแนนไปในรอบนี้

เกมทำได้หรือไม่ได้ ถูกใช้มาโดยตลอดเกือบ 10 ปี แม้ว่าชิงร้อยชิงล้านจะอยู่ในช่วงของทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊กก็ตาม ก็ยังคงมีเกมนี้อยู่เช่นเดิม จนกระทั่งชิงร้อยชิงล้าน เริ่มมีรูปแบบของเกม ใครทำได้ เกิดขึ้น เกมทำได้หรือไม่ได้ จึงค่อยๆเริ่มหายไป จนกระทั่งในเดือนเมษายน 2552 เกมนี้จึงถูกยกเลิกไปโดยสมบูรณ์ (สำหรับเกม ใครทำได้ ในยุคนี้ ดูที่ เกมในขิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคปัจจุบัน)

ทายดาราสามช่ารับเชิญ[แก้]

ในเกมนี้ผู้เข้าแข่งขันต้องทายภาพวาดของหมอ - ทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์ ทันตแพทย์ และนักวาดภาพการ์ตูนล้อเลียน ซึ่งจะมาวาดภาพล้อเลียนของดาราที่จะมาเป็น สามช่ารับเชิญ ประจำสัปดาห์นั้นๆ โดยในเกมนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทายว่าภาพที่หมอทวีวัฒน์ได้วาดนี้ เป็นภาพของใคร โดยหมอทวีวัฒน์จะไม่วาดภาพทั้งหมดในคราวเดียว แต่เมื่อวาดไปได้ส่วนหนึ่ง พิธีกรจะให้ผู้เข้าแข่งขันแย่งกันกดไฟตอบคำถามก่อน ถ้าใครกดไฟติด คนนั้นจะได้สิทธิ์ในการตอบคำถาม หลังจากนั้นพิธีกรจะเฉลยคำตอบ โดยการให้คนนั้นๆ ปรากฏตัวออกมาร้องเพลง ถ้าคนนั้นๆ ปรากฏตัวออกมาร้องเพลงแล้ว เป็นดารารับเชิญที่ผู้เข้าแข่งขันตอบไป นั่นหมายความว่าผู้เข้าแข่งขันคนนั้นตอบถูก และจะได้คะแนนไป แต่ถ้าคนนั้นๆ ปรากฏตัวออกมาแล้วไม่ใช่ดารารับเชิญที่ผู้เข้าแข่งขันตอบไป แก๊งสามช่าคนใดคนหนึ่งซึ่งอาจจะเป็น หม่ำ,เท่ง หรือโหน่ง ก็จะออกมาร้องเพลง ซึ่งหมายความว่าผู้เข้าแข่งขันนั้นตอบผิด จะไม่ได้คะแนนไป ทั้งนี้ ถ้าตอบผิด หมอทวีวัฒน์จะทำการวาดภาพต่อและเกมจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งจะทายภาพสามช่ารับเชิญคนดังกล่าวได้ถูกต้อง ซึ่งเกมทายดาราสามช่ารับเชิญนี้ จะมีทั้งหมด 3 คน (หรือ 3 ข้อ) นั่นเอง ทั้งนี้หากผู้เข้าแข่งขันสามารถตอบคำถามจากภาพปริศนาได้ครบ 3 ข้อ จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาทจากผู้สนับสนุนด้วย

เกมนี้ เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า "เขาเป็นใครหนอ เขามาจากไหน" ซึ่งมาจากการที่แดนเซอร์ของรายการจะร้องเพลงประกอบกับการที่หมอทวีวัฒน์กำลังวาดภาพอยู่ แต่ในระยะหลังๆ หมอทวีวัฒน์จะไม่เริ่มวาดภาพในรายการโดยทันที แต่จะวาดไว้ส่วนหนึ่งก่อนเริ่มรายการ โดยจะให้ผู้เข้าแข่งขันทายภาพที่หมอวาดไว้ก่อนแล้วก่อน ถ้าหากไม่มีใครทายถูก หมอจึงจะเริ่มวาดในส่วนที่เหลือต่อไป เกมนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ 27 มกราคม 2542 จนถึง 17 ตุลาคม 2544[2]

มีข้อสังเกตประการหนึ่งในเกมนี้คือ หากผู้เข้าแข่งขันทายสามช่ารับเชิญถูกต้อง เมื่อสามช่ารับเชิญคนดังกล่าวออกมา ประตูใหญ่ และประตูเล็กของฉากจะถูกเปิดออกทั้งหมด แต่ถ้าหากทายผิด และเป็นแก๊งสามช่าที่ออกมา ประตูเล็กจะถูกเปิดเพียงประตูเดียว "เขาเป็นใครหนอ เขามาจากไหน ใครจะทำอะไร ทำยังไงที่ไหน"

ใครกันหนอ[แก้]

เกมใครกันหนอนี้ เป็นเกมที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องตอบคำถามจากประสบการณ์ชีวิตของ สามช่ารับเชิญ ที่มาร่วมรายการ ทั้งนี้ เกมใครกันหนอ มีวิวัฒนาการมาจากเกม จริงหรือไม่ เพียงแต่เปลี่ยนแปลงมาเป็นการทายเรื่องของสามช่ารับเชิญ แทนที่จะเป็นเรื่องของผู้เข้าแข่งขันด้วยกันเอง ตลอดจนเป็นการทายว่าเรื่องราวประสบการณ์ของสามช่ารับเชิญที่พิธีกรได้เล่ามานั้น เป็นเรื่องของใคร แทนที่จะทายว่าจริงหรือไม่ นั่นเอง

ในเกมนี้ พิธีกรจะบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของสามช่ารับเชิญคนใดคนหนึ่งให้ผู้ชม และผู้เข้าแข่งขันได้ทราบก่อน จากนั้นจะถามว่าเรื่องที่ได้เล่ามาทั้งหมดนี้ สามช่ารับเชิญคนใดเป็นเจ้าของเรื่อง โดยให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบลงในกระดานคำตอบว่าใครเป็นเจ้าของเรื่อง หลังจากนั้นพิธีกรจะเฉลยคำตอบโดยให้สามช่ารับเชิญทั้งสามคนนั้นออกมายืนด้านหน้าโพเดียม แล้วใครที่เป็นเจ้าของเรื่องให้ลงมาจากโดมแก๊งสามช่า (โพเดียมสามช่ารับเชิญจะอยู่ภายใต้โดมแก๊งสามช่า) ทั้งนี้ หากสามช่ารับเชิญใครคนใดคนหนึ่งลงมาจากโดมแก๊งสามช่า เขาผู้นั้นคือเจ้าของเรื่องดังกล่าว และถือเป็นคำตอบที่ถูกต้องนั่นเอง สำหรับผู้เข้าแข่งขันคนใดก็ตามที่ตอบถูกจะได้คะแนนไปในรอบนี้ หลังจากนั้น สามช่ารับเชิญที่เป็นเจ้าของเรื่องจะได้มาเล่าเรื่องที่เป็นประสบการณ์ชีวิตของตนเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเล่าจบ พิธีกรจะเชิญแก๊งสามช่าออกมาสร้างสีสัน โดยการแสดงโชว์ตลกเพื่อความสนุกสนานนั่นเอง

เกมนี้ แต่เดิมมีเพียงข้อเดียว โดยสามช่ารับเชิญที่มาร่วมรายการจะมาจากในรอบทายดาราสามช่ารับเชิญนั่นเอง แต่เมื่อเกมทายดาราดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไป ในวันที่ 24 ตุลาคม 2544 สามช่ารับเชิญจะมาจากการเปิดตัวโดยพิธีกร ซึ่งเป็นผู้แนะนำ โดยการเปิดตัวจะมีรูปแบบเดียวกันกับในเกมทายดาราสามช่ารับเชิญ คือการออกมาร้องเพลง นั่นเอง ขณะเดียวกัน เมื่อมีการยกเลิกเกมทายดาราสามช่ารับเชิญไป เกมใครกันหนอนี้ ได้เพิ่มข้อที่ 2 จากเดิมที่มีเพียงข้อเดียวเข้าไปด้วย โดยข้อที่ 2 ของเกมจะเป็นเรื่องราวประสบการณ์เกี่ยวกับผี และวิญญาณของดาราเจ้าของเรื่อง ซึ่งรูปแบบเกมจะเป็นเช่นเดียวกันกับข้อแรก โดยเจ้าของเรื่องก็จะเป็นผูมาเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับผี และวิญญาณว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นจะมี แก๊งสามช่า (หม่ำ,เท่ง และ โหน่ง) ออกมาด้วย เพื่อสร้างความตกใจให้กับในห้องส่ง และผู้ชมทางบ้าน ต่อมา นับตั้งแต่ปลายปี 2548 จนถึง 2552 นั้น หม่ำ,เท่ง และ โหน่ง จะวิเคราะห์เรื่องประสบการณ์น่ากลัวของดาราเจ้าของเรื่องว่าน่ากลัวขนาดไหนพร้อมกับบอกด้วยว่าจะให้รางวัลกี่กะโหลกแก่ดาราเจ้าของเรื่องนั้น ซึ่งรางวัลจะเป็นถ้วยรูปหัวกะโหลกเล็กๆแต่ต่างจำนวนกัน โดยขึ้นอยู่กับความน่ากลัวของเนื้อหา เช่น ความน่ากลัวอยู่ในระดับปานกลางจะให้ 3 กะโหลก ความน่ากลัวอยู่ในระดับเสียวสันหลังจะได้ 4 กะโหลก และความน่ากลัวระดับขวัญผวาจะได้ 5 กะโหลก ซึ่งถ้วย 5 กะโหลกถือเป็นคะแนนสูงสุด แต่ ส่วนใหญ่ หม่ำ,เท่ง และ โหน่ง จะให้รางวัลแค่ 4 กะโหลก

เกมใครกันหนอนี้เริ่มมาตั้งแต่ 27 มกราคม 2542 และยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน แม้จะอยู่ในช่วงของทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊กก็ตาม และนับได้ว่าเกมนี้มีอายุครบ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ 27 มกราคม 2552 เป็นต้นมา

5 พฤษภาคม 2552 - 27 ธันวาคม 2554[แก้]

จับคู่แก๊งสามช่า[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมที่มาจากพัฒนาจากเกมใครทำได้ จากยุคชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก คือ ผู้เข้าแข่งขันจะได้มาร่วมแข่งขันกับแก๊งสามช่าด้วย จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ทายเท่านั้น โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกแก๊งสามช่าคนใดคนหนึ่ง จากนั้นก็จะมาร่วมเล่นเกมพร้อมๆกันกับแก๊งสามช่า โดยทีมของใครที่สามารถทำสถิติคะแนนจากการแข่งขันได้มากที่สุด หรือมีผลการแข่งขันดีที่สุด ผู้เข้าแข่งขันในทีมนั้นจะได้คะแนนไป แต่หากมีทีมมากกว่าหนึ่งทีมที่มีผลการแข่งขันดีที่สุด ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ในทีมดังกล่าวทั้งสองทีม หรือสามทีมจะได้รับคะแนนไป ดังนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะได้คะแนนหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับว่าทีมของตนจะมีผลการแข่งขันดีที่สุดหรือไม่นั่นเอง

แต่ในเทปวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 จนถึงปัจจุบัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกแก๊งสามช่า 1 คน จาก 4 คน คือ หม่ำ, เท่ง, โหน่งและตุ๊กกี้ เมื่อผู้เข้าแข่งขันเลือกแก๊งสามช่าครบแล้ว สมาชิกแก๊งสามช่าคนใดที่ไม่ถูกเลือกจะต้องช่วยเล่นให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 ทีม (หมายความว่า แก๊งสามช่าคนที่ไม่ถูกเลือกนั้นจะต้องเล่นถึง 3 รอบ หรือเป็นตัวช่วยนั่นเอง)

ใครกันหนอ[แก้]

เกมใครกันหนอนี้ เป็นเกมเดียวกันกับที่เคยเล่นในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า และเล่นอยู่จนถึง 15 ธันวาคม 2552 โดยในยุคนี้จะมีคำถามแค่ข้อเดียวเท่านั้น (ก่อนหน้านี้จะมีคำถาม 2 ข้อ)

ชิงร้อยฯโชว์/สามช่า พามาโชว์[แก้]

เกมชิงร้อยฯ โชว์ เป็นการแสดงโชว์ของแปลกหรือสิ่งที่น่าสนใจในรายการ แต่ในบางสัปดาห์จะมีแขกรับเชิญ โดยอาจเป็นการทายแขกรับเชิญจากคำใบ้ของแก๊งสามช่า หรืออาจให้แขกรับเชิญท้าแก๊งสามช่าแข่งเกมต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแขกรับเชิญคนนั้นๆ (ดังเช่นในเทปที่ครูพี่แนน - อริสรา ธนาปกิจ ครูสอนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษมาเป็นแขกรับเชิญ โดยในเทปนั้นได้ท้าแก๊งสามช่าแข่งเขียน A-Z[3]) โดยคำถามในแต่ละสัปดาห์นั้นอาจมีตัวเลือกให้ตอบหรือไม่มีตัวเลือกให้ตอบก็ได้ โดยผู้ที่ตอบถูกจะได้ 1 คะแนน ส่วนผู้ที่ตอบผิดจะไม่ได้คะแนน

ขุดขื้นมาฮา[แก้]

เกมขุดขึ้นมาฮา เป็นการตอบคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของรายการ โดยจะเป็นการถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวกับแก๊งสามช่าคนไหน หรือเกี่ยวกับสิ่งของอะไร ให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบบนลงกระดานและเปิดแผ่นป้ายเฉลยคำตอบ ถ้าตอบถูกรับ 1 คะแนน ตอบผิดจะไม่ได้คะแนน

ท้าคนชนคลิป[แก้]

เกมท้าคนชนคลิป เป็นเกมใหม่ที่เกิดขึ้นแทนที่เกมชิงร้อยฯ โชว์ โดยเป็นการนำคลิปความสามารถแปลกๆจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ชมกัน หลังจากนั้นจะเชิญผู้ที่มีความสามารถเช่นเดียวกับในคลิปที่เป็นคนไทยมาแสดงความสามารถ ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการท้าเกิดขึ้น โดยการท้านั้นพิธีกรจะกำหนดกติกาสำหรับท้าผู้ที่เชิญมา และผู้ที่ถูกท้าจะต้องทำให้ได้ตามคำท้าของพิธีกร สำหรับผู้เข้าแข่งขันจะมีหน้าที่ทายว่าผู้ที่เชิญมาจะทำได้ตามคำท้าหรือไม่ ถ้าทายถูกจะได้รับ 1 คะแนน

ถูกใจให้ร้อย[แก้]

ถูกใจให้ร้อย ถือเป็นช่วงใหม่ของรายการซึ่งแทนที่ขุดขึ้นมาฮา โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านมาแสดงความสามารถที่คิดว่าสามารถทำให้ผู้ชมถูกใจได้ โดยการตัดสินนั้น ผู้ชมจะมีปุ่มกดอยู่ในมือแล้ว หากพึงพอใจโชว์ที่แสดง ก็สามารถก็ปุ่มนั้นได้ โดยผลคะแนนที่ได้จะวัดเป็น 10 ระดับ โดยระดับสูงสุดจะเรียกว่าระดับ 100 หากสามารถทำให้ผู้ชมพึงพอใจและได้รับคะแนนในระดับ 7 ขึ้นไป ก็จะได้รับถ้วยรางวัล แต่ในรอบนี้ไม่มีคะแนนสะสมใดๆ

ว้าวก่อนนอน[แก้]

ว้าวก่อนนอน ถือเป็นช่วงใหม่ของรายการอาจจะสลับช่วงถูกใจให้ร้อยบางสัปดาห์ โดยเป็นการแสดงทดลองวิทยาศาสตร์ของเท่ง เถิดเทิง ที่นำมาเสนอในบางสัปดาห์ จนพิธีกร ดารารับเชิญ และผู้ชมในห้องส่งจนต้องร้องเสียงดัง "ว้าว" แต่ในรอบนี้ไม่มีคะแนนสะสมใดๆ

รอบสะสมเงินรางวัล[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า นั้นยังคงใช้รูปแบบเดียวกับชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม แต่ถูกปรับปรุงมาหลายครั้งด้วยกันโดยเงินรางวัลสะสมนั้นเป็นเงินรางวัลสำหรับผู้ที่เข้ารอบ Jackpot โดยเงินรางวัลนั้นไปรวมยอดกับเงินรางวัลรอบสุดท้ายไปด้วย

ถังแตก[แก้]

เกมถังแตกเริ่มตั้งแต่ปี 2541 ถึงปี 2549 ในเกมนี้จะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้ง 12 แผ่นป้าย ในแต่ละป้ายจะมีป้าย 10,000(ภายหลังเป็นป้ายผู้สนับสนุนหลักในรอบถังแตก)อยู่ 8 แผ่นป้าย หมายถึงเงินรางวัล 10,000 บาท และป้ายถังแตกอีก 4 แผ่นป้าย ถ้าเปิดเจอถังแตกครบทั้ง 4 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท แต่ถ้าเปิดเจอเปิดเจอป้าย 10,000 บาท(ภายหลังเป็นผู้สนับสนุนในเกม)ครบทั้ง 8 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัลแค่ 80,000 บาทเท่านั้น ถ้าเปิดป้ายเงินรางวัล ป้ายต่อไปเป็นถังแตก จะถือว่าเกมหยุดทันทีและได้เงินรางวัลตามที่สะสมไว้ แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันเปิดแผ่นป้ายแรกเป็นถังแตก ป้ายต่อไปเป็นเงินรางวัล จะถือว่าเกมหยุดทันทีพร้อมรับเงินรางวัล 10,000 บาทไปด้วย

ในปี 2549 ถึงปี 2551 ถูกปรับเปลี่ยนโดยในเกมนี้จะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลักที่มีสัญลักษณ์รูปถังแตกมี 6 แผ่นป้าย และป้ายผู้สนับสนุนหลัก 6 แผ่นป้าย มีเงินรางวัล 10,000 บาท ถ้าเปิดเจอผู้สนับสนุนหลักครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท แต่ถ้าเปิดแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลัก ป้ายต่อไปเป็นถังแตก จะถือว่าเกมหยุดทันทีและได้เงินรางวัลตามที่สะสมไว้ แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันเปิดแผ่นป้ายแรกเป็นถังแตก ก็จะไม่ได้รับเงินรางวัลสะสมเลยในเกมนี้ เกมนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2539 (ชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม) ถึงปี 2552 (ในยุคชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก)

สลับตำแหน่ง[แก้]

เกมนี้เป็นการวางสลับตำแหน่งของกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักในเกมนี้ ในเกมนี้จะมีรูปกาแฟกระป๋อง 2 รส รสละ 6 รูป (ในขณะนั้นคือรส โรบัสต้ากับมิลค์กี้คอฟฟี่ ภายหลังเป็นซุปเปอร์เบลนด์มาแทนมิลค์กี้คอฟฟี่) โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยให้เลือกแผ่นป้ายมา 8 แผ่นป้าย โดยถ้าป้ายแรกเป็นกาแฟกระป๋องรสอะไร ป้ายต่อไปต้องสลับไปเป็นอีกรสหนึ่งเท่านั้น ถ้าสลับกับป้ายก่อนหน้านั้นจะได้เงินรางวัลสะสมป้ายละ 5,000 บาท ถ้าซ้ำกับป้ายก่อนหน้านั้นจะไม่ได้รางวัล แต่ถ้าสลับกันครบทุกป้าย จะได้เงินรางวัล 1,000,000 บาททันที เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปี 2541 ถึงต้นปี 2542

จับคู่[แก้]

เกมนี้เป็นการจับคู่กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ และในช่วงปลายปี 2543 - สิ้นปี 2543 ได้เปลี่ยนผู้สนับสนุนหลักมาเป็นเครื่องดื่มกระป๋องคาลพิโก้ ซึ่งเป็นของอายิโนะโมะโต๊ะเช่นเดียวกัน ซึ่งเกมนี้จะคล้ายกับเกมทีวีปิดทีวีเปิดในยุค ชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม ในเกมนี้จะมีรูปกาแฟกระป๋อง 2 แถว แถวละ 1 รส (เบอร์ดี้ตอนนั้นคือ โรบัสต้าและซุปเปอร์เบลนด์)(คาลพิโก้จะเป็นรสดั้งเดิมกับรสส้ม&รสองุ่นในแถวเดียวกัน) โดยจะมี 12 แผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ ซึ่งแผ่นป้ายนั้นจะมีรูปกระป๋องของแต่ละรส ซึ่งจะมี 6 แผ่นป้ายต่อรสชาติ โดยให้เลือก 8 แผ่นป้าย โดยจะต้องวางบนแถวบน 4 แผ่นป้าย แถวล่างอีก 4 แผ่นป้าย ถ้าหากจับคู่ตรงกับรสชาติจะได้รับเงินรางวัลสะสม 5,000 บาท แต่ถ้าไม่ตรงกันจะไม่ได้รางวัล ถ้าหากจับคู่ได้ทั้งหมดครบ 8 แผ่นป้าย จะได้เงินรางวัล 1,000,000 บาททันที เกมนี้ใช้เล่นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2542 ถึง กลางปี 2544 ซึ่งผู้ที่ทำล้านแตกในรอบนี้เป็นคนแรกและคนเดียวคือ โก๊ะตี๋ อารามบอย

ต่อชิ้นส่วน[แก้]

เกมนี้เริ่มใช้เมื่อกลางปี 2544 ถึงกลางปี 2549 เป็นการวางตำแหน่งจิ๊กซอว์ชิ้นส่วนของกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ และต่อมาเปลี่ยนผู้สนับสนุนหลักเป็นเครื่องดื่มกระป๋องเป๊ปซี่ โดยจะมีรูปกาแฟกระป๋อง 2 รสชาติ(โรบัสต้าและซุปเปอร์เบลนด์) แบ่งออกเป็น 3 ส่วน (บน,กลาง,ล่าง) ส่วนละ 2 แผ่นป้ายต่อ 1 รสชาติ ผู้แข่งขันต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนของรายการทั้งหมด 6 แผ่นป้ายมาวางตามตำแหน่งของกาแฟกระป๋องแต่ละรสชาติ หากถูกรสชาติและถูกตำแหน่ง จะได้รับตำแหน่งละ 5,000 บาท แต่ถ้าหากไม่ถูกตำแหน่ง ไม่ถูกรสชาติ ถูกรสชาติ ไม่ถูกตำแหน่ง หรือถูกตำแหน่งแต่รสชาติไม่ถูกต้อง จะไม่ได้เงินรางวัลใดๆ หากวางตำแหน่งได้ถูกต้อง 1 กระป๋อง จะได้รับเงินรางวัลสะสม 100,000 บาท และถ้าหากวางตำแหน่งได้ถูกต้องทั้ง 2 กระป๋อง จะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท

ต่อมาได้เปลี่ยนกติกาเล็กน้อย โดยเกมนี้จะแบ่งเป็น 2 กระป๋องด้วยกันซึ่งชิ้นส่วนบนจะมี 6 แผ่นป้ายและชิ้นส่วนล่างจะมี 6 แผ่นป้าย (แบ่งออกเป็น 3 แผ่นป้ายต่อ 1 รสชาติ) โดยต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการมา 4 แผ่นป้าย และเปิดให้เป็นชิ้นส่วนบนและชิ้นส่วนล่างของกาแฟกระป๋องตรงตำแหน่งกันจะได้เงินรางวัล 5,000 บาทแต่เปิดป้ายเจอชิ้นส่วนบนหรือส่วนล่างแต่ไม่ตรงกันจะไม่มีเงินรางวัลอย่างใด ทั้งนี้ถ้าวางตำแหน่งจิ๊กซอว์ชิ้นส่วนบนและชิ้นส่วนล่างของกาแฟกระป๋องตรงกัน 1 กระป๋องรสชาติ จะได้เงินรางวัล 100,000 บาท แต่ถ้าวางตำแหน่งตรงกันทั้ง 2 กระป๋อง จะได้เงินรางวัล 1,000,000 บาททันที

ต่อมาได้เปลี่ยนผู้สนับสนุนเป็นเครื่องดื่มเป๊ปซี่ โดยมีรูปเครื่องดื่มกระป๋องเป๊ปซี่ 6 กระป๋องส่วนบน และมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้ายโดยแบ่งเป็นชิ้นส่วนบน 6 แผ่นป้าย และชิ้นส่วนล่าง 6 แผ่นป้าย โดยให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการมา 6 แผ่นป้าย และเปิดให้เป็นชิ้นส่วนล่างของเครื่องดื่มกระป๋องเป๊ปซี่ ถ้าเปิดได้เป็นชิ้นส่วนล่างจะได้รับเงินรางวัลสะสม 5,000 บาท แต่ถ้าหากเปิดได้เป็นชิ้นส่วนบนจะไม่ได้รับเงินรางวัลสะสม ทั้งนี้ถ้าหากผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายชิ้นส่วนล่างของเครื่องดื่มกระป๋องเป๊ปซี่จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาททันที

พรานทะเลพรานเท่ง[แก้]

ในช่วงปี 2549 มีการเปลี่ยนแปลงเป็นจับคู่เหมือน โดยผลิตภัณท์อาหารแช่แข็งยี่ห้อพรานทะเลเป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัลและเป็นผู้สนับสนุนหลักในเกมนี้ โดยมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักอยู่ 6 แผ่นป้าย ส่วนป้ายพรานเท่ง มี 6 แผ่นป้าย โดยเปิดป้ายให้ได้ผลิตภัณท์อาหารแช่แข็งพรานทะเล จะได้เงินรางวัลสะสม 5,000 บาท แต่ถ้าเจอพรานเท่งแปลว่าไม่ได้เงินรางวัลเลย แต่ถ้าเปิดป้ายพรานทะเลครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้เงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาททันที เริ่มใช้ตั้งแต่กลางปี 2549 ถึง ต้นปี 2551

ลุ้นยิ้มลุ้นโชค[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมที่มาจากชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก และทดแทนเกมถังแตกที่เลิกใช้ไป โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยจะมีรูปใบหน้าของเหล่าสมาชิกแก๊งสามช่าทั้ง 3 ได้แก่ หม่ำ, เท่ง และ โหน่ง ในอิริยาบถยิ้ม และเศร้า โดยแผ่นป้ายรูปหน้ายิ้ม และหน้าเศร้าจะมีอย่างละ 6 แผ่นป้ายด้วยกัน หากเปิดป้ายได้ใบหน้าของสมาชิกแก๊งสามช่าที่ยิ้มจะได้เงินรางวัลสะสม 10,000 บาท แต่ถ้าเปิดเป็นรูปสมาชิกแก๊งสามช่าที่เศร้าเกมจะหยุดลงทันทีแม้จะเปิดเป็นแผ่นป้ายแรกก็ตาม ทั้งนี้ หากสามารถเปิดป้ายสมาชิกแก๊งสามช่าที่ยิ้มได้ครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้เงินรางวัลสะสม 100,000 บาท เกมลุ้นยิ้มลุ้นโชคได้ยุติลงในวันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2552

เป่ายิ้งฉุบ[แก้]

เกมนี้ เป็นเกมที่มาจากชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก โดยจะมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนผู้สนับสนุนมาเป็นกาแฟเบอร์ดี้ ซึ่งมีหมายเลข 1-6 2 ฝั่ง ฝั่งละ 1 ผลิตภัณฑ์ (เบอร์ดี้ ไอซ์คอฟฟี่ และเบอร์ดี้ ทรีอินวัน) ทั้งหมด 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นมือรูปค้อน 4 แผ่นป้าย, มือรูปกระดาษ 4 แผ่นป้าย และมือรูปกรรไกร 4 แผ่นป้าย ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำการเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการมา 6 แผ่นป้าย และวางในตำแหน่งที่ได้จัดไว้ จากนั้นจะต้องเปิดแผ่นป้ายให้ได้รูปมือสัญลักษณ์ที่สามารถชนะแผ่นป้ายรูปมือที่ติดไว้ด้านบนได้ โดยอ้างอิงจากกติกาของเกมเป่ายิ้งฉุบ (เช่นหากแผ่นป้ายด้านบนเป็นค้อน แผ่นป้ายล่างต้องเปิดให้ได้กระดาษ เป็นต้น) ถ้าหากสามารถเปิดแผ่นป้ายแล้วชนะแผ่นป้ายด้านบนได้ จะได้รับเงินรางวัลครั้งละ 5,000 บาท แต่ถ้าหากผลออกมาเสมอ (เปิดแผ่นป้ายได้เหมือนกับด้านบน) หรือผลออกมาแพ้ก็จะไม่ได้เงินรางวัลสะสม หากสามารถเป่ายิ้งฉุบชนะได้ครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท เกมเป่ายิ้งฉุบได้ยุติลงในวันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2552 พร้อมกับเกมลุ้นยิ้มลุ้นโชค

ตู้มหาสมบัติ[แก้]

เกมนี้ เป็นการจับฉลากเงินในตู้ลม โดยมีผู้สนับสนุนหลักเป็นกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ กติกาคือมีฉลากราคาตั้งแต่มูลค่า 20 บาท / 50 บาท / 100 บาท / 500 บาท และ 1,000 บาท ชนิดละ 100 ใบ อยู่ในตู้ลม ให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คนส่งตัวแทน 1 คนในการจับฉลากราคาให้ได้มากที่สุดภายในเวลา 30 วินาที ถ้าหมดเวลาแล้วนำมานับฉลากราคาที่จับมาและเป็นเงินรางวัลสะสม โดยจะทำการสะสมรางวัลในเกมนี้ 2 รอบเหมือนกับเปิดแผ่นป้ายสะสมเงินรางวัลที่ผ่านมา และรางวัลสูงสุดรวมกันทั้ง 2 รอบ มูลค่า 334,000 บาท (รอบละ 167,000 บาท) สีของฉลากราคา มี 5 ราคาดังนี้ อาจจะคล้ายกับสีของธนบัตรฉบับจริง

     สีเขียว มูลค่า 20 บาท
     สีฟ้า มูลค่า 50 บาท
     สีแดง มูลค่า 100 บาท
     สีม่วง มูลค่า 500 บาท
     สีเทา มูลค่า 1,000 บาท

รอบตัดสิน[แก้]

ในเกมนี้เป็นการตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบ Jackpot โดยจะมี 12 แผ่นป้ายซึ่งมีคะแนน 1-9 ส่วนอีก 3 ป้าย คือรูปใบหน้าของคุณปัญญา,คุณมยุรา และคุณหม่ำ โดยแผ่นป้ายปัญญาหรือป้ายมยุรามีค่า 10 คะแนน (แต่ในกรณีที่เปิดแผ่นป้ายเดียว ป้ายมยุราจะสามารถชนะป้ายปัญญา) และป้ายหม่ำเป็นป้ายตกรอบ (ป้ายหม่ำนั้น ในกรณีที่ทีมผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกเปิดได้ 2 แผ่นป้าย ถึงจะสามารถเปิดเจอป้ายใดๆก็ตาม แต่ถ้าอีกแผ่นป้ายหนึ่งเปิดเจอหม่ำ จะถือว่าตกรอบทันทีเช่นเดียวกัน) ในเกมเปิดแผ่นป้ายคะแนนนี้ จะมีการดูคะแนนจากรอบเกมจริงหรือไม่, ทายดาราปริศนา (ยุคที่ 1) ทำได้หรือไม่ได้, ทายสามช่ารับเชิญ, ใครกันหนอ (ยุคที่ 2 และ 3) ด้วย โดยในช่วงปี 2541-2542 ทีมที่มีคะแนนสะสมจากเกมมากที่สุด จะได้เลือก 2 แผ่นป้าย ส่วนอีกทีมหนึ่งจะได้เลือกเปิด 1 แผ่นป้าย (แต่ถ้ามีคะแนนเสมอกัน ทั้งสองฝ่ายจะได้เลือกเปิดคนละ 1 แผ่นป้ายเท่านั้น) ทั้งนี้ ในการเล่นเกม ทีมที่เปิดป้ายได้คะแนนรวมมากที่สุดจะเข้ารอบทันที แต่ถ้ามีคะแนนเท่ากัน ทีมที่เปิดได้ 2 ป้าย จะเข้ารอบทันที อย่างไรก็ดี ในเกมนี้ สำหรับทีมที่ได้เปิด 2 แผ่นป้าย หากสามารถเปิดแผ่นป้ายได้เป็นรูปปัญญาและมยุรา ทีมนั้นจะได้รับเงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาท

ทว่าในปี 2542-2552 (จนถึงยุค ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก) ได้ถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อยโดยมีหลักการดังต่อไปนี้

  • กรณีที่ 1 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนต่างกันทั้งสามคน ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุด 2 อันดับแรก จะได้เล่นเกมนี้ โดยผู้เล่นที่มีคะแนนมากกว่ามีสิทธิ์เลือก 2 แผ่นป้าย ส่วนผู้เล่นที่มีคะแนนน้อยกว่าได้เลือก 1 แผ่นป้าย ส่วนผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ถือว่าตกรอบโดยอัตโนมัติ
  • กรณีที่ 2 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนเสมอกัน 2 คน โดยสองคนดังกล่าว มีคะแนนสูงกว่าผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ทั้งสองคนนั้นจะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ โดยได้เลือกคนละ 1 แผ่นป้าย ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนน้อยกว่าสองคนดังกล่าว ถือว่าตกรอบเช่นกัน
  • กรณีที่ 3 ถ้าผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งมีคะแนนมากที่สุด และผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่มีคะแนนน้อยกว่ามีคะแนนเท่ากัน ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะได้เลือก 2 แผ่นป้าย ส่วนผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่เหลือ จะได้เลือกคนละ 1 แผ่นป้าย
  • กรณีที่ 4 ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนมีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เลือกคนละ 1 แผ่นป้ายทุกคน

สำหรับการเล่นเกมเปิดแผ่นป้ายคะแนนนี้ ผู้เข้าแข่งขันที่เปิดป้ายได้คะแนนรวมมากที่สุดจะเข้ารอบทันที แต่ถ้ามีคะแนนเท่ากัน ผู้ที่เปิดได้ 2 ป้ายจะเข้ารอบทันที อย่างไรก็ดี ในเกมนี้ สำหรับผู้เข้าแข่งขันที่ได้เปิด 2 แผ่นป้าย หากสามารถเปิดแผ่นป้ายได้เป็นรูปปัญญาและมยุรา ผู้เข้าแข่งขันท่านนั้นจะได้รับเงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาท ทว่าในทางปฏิบัติ การจะได้สิทธิ์ลุ้นเงินรางวัล 100,000 บาทได้นั้น จะต้องเป็นไปตามหลักในข้อที่ 1 และข้อ 3 ซึ่งได้กล่าวมาไว้ข้างต้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ 1 เมษายน 2552 เป็นต้นมา จะไม่มีการให้เงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาทในกรณีที่เปิดได้ป้ายรูปปัญญาและมยุราอีก โดยให้ถือว่าผู้ที่เปิดได้ป้ายรูปปัญญาและมยุรานั้นเข้ารอบสุดท้ายไปโดยอัตโนมัติแทน

ประตูหม่ำนำโชค[แก้]

เกมนี้ มีประตูอยู่ 4 ช่อง โดยสิทธิ์และจำนวนในการเลือกช่องประตูจะขึ้นอยู่กับคะแนนที่สะสมมาในรอบจับคู่แก๊งสามช่า รอบชิงร้อยฯโชว์ และรอบขุดขึ้นมาฮา ในทางการปฏิบัติเลือกประตูไว้ 4 กรณีดังนี้

  • กรณีที่ 1 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนต่างกันทั้งสามคน ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุด 2 อันดับแรก จะได้เล่นเกมนี้ โดยมีประตูให้เลือก 3 ประตู ในแต่ละประตูจะมี หม่ำ,เท่ง และโหน่ง ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะต้องเลือก 2 ใน 3 ประตู ส่วนประตูที่เหลือจะตกเป็นของผู้ที่มีคะแนนรองลงมา
  • กรณีที่ 2 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนเสมอกัน 2 คน โดยสองคนดังกล่าว มีคะแนนสูงกว่าผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ทั้งสองคนนั้นจะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ โดยมีประตูให้เลือก 2 ประตู ในแต่ละประตูจะมี หม่ำและตุ๊กกี้ ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกประตูคนละ 1 ประตู
  • กรณีที่ 3 ถ้าผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งมีคะแนนมากที่สุด และผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่มีคะแนนน้อยกว่ามีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ทุกคน โดยมีประตูให้เลือก 4 ประตู ในแต่ละประตูจะมี หม่ำ,เท่ง,โหน่ง และตุ๊กกี้ ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะต้องเลือก 2 ใน 4 ประตู ส่วนคนที่เหลือจะต้องเลือกคนละ 1 ประตู
  • กรณีที่ 4 ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนมีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ทุกคน โดยมีประตูให้เลือก 3 ประตู ในแต่ละประตูจะมี หม่ำ,เท่ง และโหน่ง ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกประตูคนละ 1 ประตู

ผู้เข้าแข่งขันที่เปิดประตูเจอหม่ำ จะได้รับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากคุณหม่ำที่สามารถผ่านเข้าไปในรอบสุดท้ายได้ ในขณะที่แก๊งสามช่าคนอื่นๆอาจจะถืออุปกรณ์ประกอบฉากอย่างอื่นออกมาด้วยแทน

เกมนี้ มีพัฒนาการมาจาก "ประตูหม่ำ ประตูหมื่น" จาก ชิงร้อยชิงล้าน Top Secret และ ชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิต ในปี 2536-2538 อย่างไรก็ดี เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553 หม่ำ จ๊กมก เดินทางไปต่างประเทศ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกมใหม่มาเป็นประตูสามช่ามหาสมบัติแทน

ประตูสามช่ามหาสมบัติ[แก้]

เกมนี้ มีประตูอยู่ 4 ช่อง โดยสิทธิ์และจำนวนในการเลือกช่องประตูจะขึ้นอยู่กับคะแนนที่สะสมมาในรอบจับคู่แก๊งสามช่า รอบชิงร้อยฯโชว์ และรอบขุดขึ้นมาฮา ในทางการปฏิบัติเลือกประตูไว้ 4 กรณีดังนี้

  • กรณีที่ 1 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนต่างกันทั้งสามคน ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุด 2 อันดับแรก จะได้เล่นเกมนี้ โดยมีประตูให้เลือก 3 ประตู ในแต่ละประตูจะมีกล่องมหาสมบัติ 1 ประตู และแก๊งสามช่าอีก 2 ประตู ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะต้องเลือก 2 ใน 3 ประตู ส่วนประตูที่เหลือจะตกเป็นของผู้ที่มีคะแนนรองลงมา
  • กรณีที่ 2 ถ้าผู้เข้าแข่งขันมีคะแนนเสมอกัน 2 คน โดยสองคนดังกล่าว มีคะแนนสูงกว่าผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ทั้งสองคนนั้นจะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ โดยมีประตูให้เลือก 2 ประตู ในแต่ละประตูจะมีกล่องมหาสมบัติและแก๊งสามช่า อย่างละ 1 ประตู ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกประตูคนละ 1 ประตู
  • กรณีที่ 3 ถ้าผู้เข้าแข่งขันคนใดคนหนึ่งมีคะแนนมากที่สุด และผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่มีคะแนนน้อยกว่ามีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ทุกคน โดยมีประตูให้เลือก 4 ประตู ในแต่ละประตูจะมีกล่องมหาสมบัติ 1 ประตู และแก๊งสามช่าอีก 3 ประตู ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนมากที่สุดจะต้องเลือก 2 ใน 4 ประตู ส่วนคนที่เหลือจะต้องเลือกคนละ 1 ประตู
  • กรณีที่ 4 ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนมีคะแนนเท่ากัน จะได้สิทธิ์เล่นเกมนี้ทุกคน โดยมีประตูให้เลือก 3 ประตู ในแต่ละประตูจะมีกล่องมหาสมบัติ 1 ประตู และแก๊งสามช่าอีก 2 ประตู ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกประตูคนละ 1 ประตู

ผู้เข้าแข่งขันที่เปิดประตูเจอกล่องมหาสมบัติ จะได้ผ่านเข้าไปในรอบสุดท้ายได้ ในขณะที่แก๊งสามช่าคนอื่นๆ อาจจะถืออุปกรณ์ประกอบฉากอย่างอื่นออกมาด้วยแทน

รอบสุดท้าย[แก้]

รอบสุดท้าย (Jackpot) เดือนมีนาคม 2541 - กลางปี 2549 ของชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า นั้นจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยมีแผ่นป้ายเลข 0 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัล 10,000 บาท และป้ายผู้สนับสนุนหลัก (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี 2541 - 2549 คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า) โดยในการเปิดแผ่นป้าย จะมี 3 แผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักที่มีตัวเลข 20,000 กำกับซึ่งมีเงินรางวัล 20,000 บาท แต่อีก 3 ป้ายเป็นป้ายเปล่าถือว่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้าย 0 หรือแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลักครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 2,000,000 บาทโดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 1,000,000 บาท ให้กับผู้เข้าแข่งขันและผู้โชคดีทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนนั่นเอง แต่ถ้า 6 เดือนแจ็คพอตไม่แตกผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คนจะจับชิ้นส่วนขึ้นมาคนละ 1 ชิ้นส่วน เมื่อจบการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันท่านใดเข้ารอบแจ๊คพอดผู้โชคดีทางบ้านรับไปเลยเงินรางวัล 1,000,000 บาท ส่วนอีก 2 ท่านที่เหลืออาจจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทหรือผลิตภัณฑ์มาม่าไปรับประทานฟรี 1 ปีแล้วแต่ยุค

ในช่วงกลางปี 2549 - กลางปี 2552 ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ คือมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 12 แผ่นป้าย โดยมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลัก (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี 2549 คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า และในปี 2550 - 2552 คือ ผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารตราแม่ครัวฉลากทอง) 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีป้ายเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท และแผ่นป้ายเลข 0 มี 6 แผ่นป้าย เป็นแผ่นป้ายเปล่าซึ่งไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายผู้สนับสนุนหลักครบทั้ง 6 แผ่นป้าย จะได้รับทองคำมูลค่า 2,000,000 บาทโดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 1,000,000 บาท ให้กับผู้เข้าแข่งขัน และผู้โชคดีที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนรายการนั่นเอง แต่ถ้า 6 เดือนแจ็คพอตไม่แตกผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คนจะจับชิ้นส่วนขึ้นมาคนละ 1 ชิ้นส่วน เมื่อจบการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันท่านใดเข้ารอบแจ๊คพอดผู้โชคดีทางบ้านรับไปเลยเงินรางวัล 1,000,000 บาท ส่วนอีก 2 ท่านที่เหลืออาจจะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทหรือผลิตภัณฑ์มาม่าไปรับประทานฟรี 1 ปีแล้วแต่ยุค เนื่องจากเป็นช่วงที่ทองคำมีราคาสูงถึงหนักบาทละกว่า 10,000 บาท ซึ่งในรอบนี้มีผู้ทำล้านแตกคนแรกและคนเดียวคือ บอล เชิญยิ้ม ในปี 2549 และได้รับเงินรางวัลรวม 1,025,000 บาท[4]

ในช่วงเดือนกลางปี 2552 ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ คือมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักทั้งหมด 12 แผ่นป้ายที่มีหมายเลข 1-6 2 แถว แถวละ 6 แผ่นป้าย (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี 2552 คือ เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็นพานาโซนิค)(โดยที่แถวบนเป็นเครื่องปรับอากาศ และ แถวล่างเป็นตู้เย็นพานาโซนิค) โดยมีแผ่นป้ายรูปโลกยิ้ม 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัล 10,000 บาท และแผ่นป้ายเลข 0 มี 6 แผ่นป้าย เป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายโลกยิ้มได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท

ในช่วงกลางปี 2552 - กลางปี 2553 ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ คือมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักทั้งหมด 12 แผ่นป้ายที่มีหมายเลข 1-12 (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี 2552 - 2553 คือ ผงซักฟอกแอทแทค อีซี่) โดยมีแผ่นป้ายรูปเสื้อสีขาว 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัล 10,000 บาท และแผ่นป้ายรูปแบคทีเรีย 3 หัว 6 แผ่นป้าย(รูปแบดทีเรียจะเป็นใบหน้าของแก๊งค์สามช่า หม่ำ/เท่ง/โหน่งอยู่ในร่างเดียวกัน) เป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้ถ้าผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายรูปเสื้อสีขาวได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท

ในช่วงกลางปี 2553 - ปลายปี 2554 ได้ปรับเปลี่ยนกติกาใหม่ คือมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนหลักทั้งหมด 12 แผ่นป้ายที่มีหมายเลข 1-12 (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค ปี 2553 - 2554 คือ คาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)) โดยมีแผ่นป้ายรูปใบหน้าของพิธีกรรายการ 6 แผ่นป้าย โดยในการเปิดแผ่นป้าย จะมีป้ายปัญญา 3 แผ่นป้าย และป้ายมยุรา 3 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัล 10,000 บาท และแผ่นป้ายรูปใบหน้าสมาชิกแก๊งสามช่า 6 แผ่นป้าย (หม่ำ เท่ง โหน่ง ตุ๊กกี้ ส้มเช้ง พัน คนละ 1 แผ่นป้าย) เป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้หากผู้เข้าแข่งขันสามารถเปิดแผ่นป้ายรูปพิธีกรได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท

ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่านั้นจะมีทีมละ 2 ทีมด้วยกันโดยแต่ละทีมจะมีอยู่ 2 คนด้วยกัน (รูปแบบคล้ายคลึงกับ ชิงร้อยชิงล้าน Top Secret) โดยตั้งแต่ 4 มีนาคม 2541 ถึง 20 มกราคม 2542 ตั้งแต่ภายหลังถูกปรับเปลี่ยนเป็น 3 คนต่อสัปดาห์ โดยในแต่ละสัปดาห์จะไม่เหมือนกัน ในกรณีที่ทางรายการจะเชิญดารานักแสดงชาย 2 คนและหญิง 1 คน ในสัปดาห์ต่อไปจะเชิญดารานักแสดงหญิง 2 คนและดารานักแสดงชาย 1 คน สลับกันสัปดาห์เว้นสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2542 ถึงช่วงปัจจุบัน

เทปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 และ 2 กุมภาพันธ์ 2553 ถือว่าเป็นเทปที่มีผู้เข้าแข่งขันที่เป็นผู้หญิงล้วนทั้ง 3 คน ต่างจากเทปอื่นที่ผ่านมา

เพลงประกอบ[แก้]

เพลงนี้เป็นเพลงที่คุณ ธนพร แวกประยูร ร่วมร้องบทเพลงที่มีชื่อว่า "ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า"

  • (คอรัส) ชิงร้อยชิงล้าน....ชะชะช่า
  • (ชาย) ร้อยถึงจะมีแค่ร้อยฉันให้เธอหมดร้อยยอมให้เธอหมดใจ ล้านใครจะมีกี่ล้านจะให้มากี่ล้านฉันไม่มีเปลี่ยนใจ
  • (หญิง) มีเธอเพียงหนึ่งก็พอแล้ว เธอเป็นยิ่งกว่าเงินล้าน หากมีใครแยกเราไปนั้น ต้องแข่งกันชิงกันไม่มีถอย
  • (คอรัส) ชิงร้อยชิงล้าน.... ชิงร้อยชิงล้าน.... ชะชะช่า

ล้านแตก[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า นั้น มีเหตุการณ์ล้านแตกเพียง 2 ครั้ง คือ

  • ล้านที่ 13 เป็นผู้เข้าแข่งขัน คือ โก๊ะตี๋ อารามบอย ทำล้านแตกในรอบสะสมเงินรางวัล ออกอากาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 และเป็นคนแรกที่ทำเงินรางวัลสูงสุดคือ 1,090,000 บาท (เกมถังแตก 30,000 บาท + เกมจับคู่ 1,000,000 บาท + Jackpot 60,000 บาท)
  • ล้านที่ 14 เป็นผู้เข้าแข่งขัน คือ บอล เชิญยิ้ม ทำล้านแตกในรอบสุดท้าย ออกอากาศเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ทั้งนี้ ถือเป็นล้านแตกส่งท้ายปี 2549 และทำให้เทปในวันที่ 27 ธันวาคม ไม่ต้องมีการจับชิ้นส่วนอีก

อย่างไรก็ดี เคยมีผู้เข้าแข่งขันท่านหนึ่งเกือบสร้างประวัติศาสตร์ ในฐานะเป็นผู้เข้าแข่งขันคนแรกที่สามารถทำล้านแตกในรอบ Jackpot เป็นคนแรกของชิงร้อยชิงล้าน Cha Cha Cha และเป็นล้านที่ 14 คือ สรวงสุดา ศรีธัญญรัตน์ ในเทปวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 คือสามารถเปิดป้ายผู้สนับสนุนได้ 5 แผ่นป้าย แต่พลาดการเปิดแผ่นป้ายสุดท้ายไป จึงได้เงินรางวัลรวม 100,000 บาท[5]

ฉาก[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า นั้น ได้เพิ่มโดมประตูรูปแก๊งสามช่าอยู่ด้วย ในช่วงแรกเป็นรูป หนู หม่ำ เท่ง โดยรูปภาพจะเป็นสีต่าง ๆ คือ หนู-สีแดง หม่ำ-สีเขียว และเท่ง-สีน้ำเงิน แต่ในปีเดียวกัน หนู คลองเตย ได้ออกจากแก๊งสามช่า ทำให้รูปในโดมนั้นขาดไป แต่หลังจากเพิ่มโหน่งเข้ามาในแก๊งสามช่า รูปในโดมประตูเพิ่มและรูปภาพสีก็เปลี่ยนแค่ เท่ง (เป็นสีแดง) และโหน่ง (เป็นสีน้ำเงิน) ยกเว้นหม่ำที่ใช้รูปสีเดิมแต่คนละภาพ แต่ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ยุคที่สองในปี 2545 นั้น ในช่วงแรกเป็นภาพแก๊งสามช่าเต็มตัว แต่ในปี 2546 เป็นต้นมา ได้เปลี่ยนเป็นภาพครึ่งตัว และเปลี่ยนตำแหน่งจากรูปของเท่งและโหน่งอยู่ตำแหน่งสลับกัน และใช้มาจนถึงในปัจจุบัน

อุโมงค์ของชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า จะมี 2 รูปแบบคือ

  • ส่วนใน ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า (ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2541 ถึง 28 สิงหาคม 2545) จะมีลักษณะคล้ายประตูทางเข้าถ้ำ ประตูมีไฟกะพริบคำว่า Cha ขนาดใหญ่
  • ส่วนในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า (ตั้งแต่ 4 กันยายน 2545 ถึง 26 มีนาคม 2551 และ 5 พฤษภาคม 2552 ถึง 27 ธันวาคม 2554) จะมีลักษณะคล้ายแบบแรกแต่มีขนาดใหญ่กว่า โดยมีซุ้มด้านบนเป็นรูปหัวสิงโตทองคำ และเป็นทรงหกเหลี่ยม ที่ด้านความสูงน้อยกว่าด้านความกว้าง

การผลิตวีซีดี[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า ได้มีวีซีดีโดยส่วนมากจะเป็นละครของแก๊งสามช่าและแข่งท้าผู้กล้าด้วยโดยผู้ผลิตและผู้ถือลิขสิทธิ์ในช่วงแรกคือบริษัท อีวีเอส เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด โดยจะมีละครแก๊งสามช่าอยู่ 2 ตอนและแข่งท้าผู้กล้ามีอยู่ 1 ตอนปัจจุบันผู้ที่ถือลิขสิทธิ์คือบริษัท พี.เอ็ม. เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัดส่วนผู้จัดจำหน่ายเป็นของบริษัท อีวีเอส โดยเพิ่มช่วงท้าแข่งผู้กล้าอีก 1 ตอน

การออกอากาศ[แก้]

กระแสตอบรับของรายการ[แก้]

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “สุดยอดความนิยมของวัยรุ่น” ตั้งแต่วันที่ 17-19 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลให้พ่อแม่ผู้ปกครองและสังคมได้รับทราบเพื่อใช้ประกอบ การตัดสินใจดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆ ของวัยรุ่นได้อย่างเหมาะสม โดยเก็บข้อมูลจากวัยรุ่น อายุ 13-21 ปีที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,016 คน เป็นเพศชายร้อยละ 49.1 และเพศหญิงร้อยละ 50.9 พบว่า รายการโทรทัศน์ที่นิยมดูมากที่สุด 5 อันดับแรก อันดับที่ 1 คือ รายการชิงร้อยชิงล้าน (ช่อง 7) ร้อยละ 20.3[6]

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า ถัดไป
ชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม 2leftarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า
(4 มีนาคม 2541 - 26 มีนาคม 2551)
2rightarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก
ชิงร้อยชิงล้าน ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก 2leftarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ชะช่ะช่า
(5 พฤษภาคม 2552 - 27 ธันวาคม 2554)
2rightarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ซันไชน์ เดย์