องค์บาก 3

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
องค์บาก 3
กำกับโดย ทัชชกร ยีรัมย์
อำนวยการสร้างโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว
เขียนโดย เอก เอี่ยมชื่น
นำแสดงโดย ทัชชกร ยีรัมย์
นิรุตติ์ ศิริจรรยา
ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
ชูพงษ์ ช่างปรุง
ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
ปัทมา ปานทอง
พริมรตา เดชอุดม
จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม
ฉาย 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ความยาว 94 นาที
ประเทศ ไทย
ภาษา ไทย
รายได้ $2,340,363 (ทั่วโลก)
ก่อนหน้านี้ องค์บาก 2
ต่อจากนี้ -
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

องค์บาก 3 (อังกฤษ: Ong Bak 3) นำแสดงและกำกับภาพยนตร์โดย จา พนม (Tony Jaa) เป็นภาพยนตร์ภาคต่อจากองค์บาก 2 เกิดขึ้นเนื่องจากได้อิทธิพลการตอบรับเป็นอย่างดีของประชาชนจากภาค 2 ซึ่งได้รับรายได้ในประเทศไทยไปกว่า 300 ล้านบาท สหมงคงฟิล์มจึงได้มีนโยบายให้สร้างภาค 3 ซึ่งเป็นภาคต่อขึ้น ซึ่งจะออกฉายในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 นี้[1][2] แรกเริ่มโครงการการจัดสร้างภาพยนตร์ชุดนี้ เสี่ยเจียงหมายที่จะเชิญดาราชื่อดังอย่าง เฉินหลง และเจ็ต ลีมาแสดงในภาคต่อๆไปด้วยเช่นกัน[3] ภาพยนตร์ทำรายได้ 43 ล้านบาท[4]

เนื้อหา

เรื่องย่อ[แก้]

หลังจากพ่ายแพ้แก่ "ภูติสางกา" (ชูพงษ์ ช่างปรุง) ทุกศาสตร์ยุทธที่ถูกบ่มเพาะฝึกฝนมาทั้งชีวิตของ "เทียน" (ทัชชกร ยีรัมย์) ล้วนถูกทำลายย่อยยับจนหมดสิ้น ดั่งคำทำนายเมื่อครั้งถือกำเนิด ยามใดจับต้องศาสตรา ชีวิตจักมืดมน ต้องทนทุกข์แสนสาหัส บัดนี้ร่างที่ไร้ชีวิตของบุรุษนักสู้ได้ถูกลำเลียง ขนย้ายส่งต่อไปยังหมู่บ้านอโรคยา ที่ในอดีต "เทียน" และ "พิม" (พริมรตา เดชอุดม) เคยใช้ชีวิตเติบโตในวัยเด็ก โดยมีเหล่าผู้คนในหมู่บ้าน หรือกระทั่งคนบ้า ที่ไม่เคยมีพิษมีภัยกับใครอย่าง "ไอ้เหม็น" (หม่ำ จ๊กมก) ก็ต่างมาร่วมกันหลอมจิตศรัทธา ช่วยกันหล่อพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้น เพื่อส่งจิตระลึกให้ "เทียน" ฟื้นคืนสติกลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยมี "พระบัว" (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ช่วยเปิดทางให้ "เทียน" ได้เริ่มต้นเข้าสู่สมาธิเพื่อฝึกควบคุมร่างกายและจิตให้นิ่ง หลอมหลวมเข้ากับ พลังศรัทธาอันแรงกล้าจากธาตุธรรมชาติทั้ง 4 "ดิน น้ำ ลม ไฟ" ผสมผสาน จนก่อเกิดการค้นพบ "นาฏยุทธ์" ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้อันทรงอานุภาพอย่างที่ ไม่เคยปรากฏมาก่อน และทันทีที่ "พระยาราชเสนา" (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) รู้ว่าบัดนี้ "เทียน" ได้รับการชุบชีวิตจากชาวหมู่บ้านคณะโขนด้วยแล้ว การระดมขุมกำลังทั้งหมดส่งไปเพื่อทำลายล้างและเข่นฆ่าผู้คนในหมู่บ้านก็เกิดขึ้นทันที โดยที่ตัว "พิม" เองถูกทหารจับตัวไปยังพระราชวังเพื่อสำเร็จโทษอาญาคซทัณฑ์ (ใส่ตระก้อให้ช้างเตะ) ต่อหน้าหมู่ทาสและประชาชนทั้งหมด ทำให้ "เทียน" ต้องยอมละตัวเอง ออกจากดวงจิตอันบริสุทธิ์เพื่อเผชิญกับวิบากกรรม ที่เป็นอุปสรรคซึ่งถูกลิขิตไว้อย่างไม่จบสิ้น ทางเดียวที่จะเอาชนะกรรมที่เริ่มก่อตัวขึ้น นั่นคือต้องเผชิญหน้าและเรียนรู้ที่จะควบคุมและเอาชนะจิตใจตนเองให้ได้

การสร้าง[แก้]

หลังจาก 2 สัปดาห์แรกจากการฉายภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก 2 ทำให้ สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้ก่อตั้งสหมงคลฟิล์ม ประกาศสร้างภาคต่อจากผลของการฉาย องค์บาก 2 โดยมีการเริ่มต้นถ่ายทำก่อนสิ้นปี พ.ศ. 2551 และได้มีการรวบรวมภาพที่ถ่ายไว้ แต่ไม่ได้ใช้ จากภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก 2

รายได้จากการฉาย[แก้]

องค์บาก 3 ได้เข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 5 พฤษภาคม 2553 ในสัปดาห์แรกได้เข้าฉายถึง 135 โรงภาพยนตร์ในไทย และทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ใน box office ไทย รายได้ 17 ล้านบาท องค์บาก 3 ทำรายได้รวมในไทย 41 ล้านบาท ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ในต่างประเทศทั่วโลกไป 71 ล้านบาท ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ และรายได้น้อยกว่าเรื่อง องค์บาก 2 ซึ่งทำรายได้รวมทั่วโลกไปถึง 272 ล้านบาท องค์บาก 3 ได้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ในอเมริกาเหนือที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2553 ภาพยนตร์ได้เปิดตัวในรูปแบบดีวีดีและบลูเรย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ 8 กุมภาพันธ์ 2011

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]