องค์บาก 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
องค์บาก 2
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับ ทัชชกร ยีรัมย์
อำนวยการสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ไอยราฟิล์ม
เขียน เอก เอี่ยมชื่น
นำแสดง ทัชชกร ยีรัมย์
นิรุตติ์ ศิริจรรยา
สรพงษ์ ชาตรี
ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
สันติสุข พรหมศิริ
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
ชูพงษ์ ช่างปรุง
ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
ปัทมา ปานทอง
พริมรตา เดชอุดม
ดนตรีประกอบ ปานามา เรคคอร์ด
กำกับภาพ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ
ตัดต่อ นนทกร ทวีสุข
จำหน่าย/เผยแพร่ สหมงคลฟิล์ม
ฉาย 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ความยาว 93 นาที
ประเทศ ไทย
ภาษา ไทย
งบประมาณ $8,000,000 (ประมาณ)
รายได้ $8,936,663 (ทั่วโลก)
ก่อนหน้านี้ องค์บาก
ต่อจากนี้ องค์บาก 3
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย
ข้อมูลจากสยามโซน

องค์บาก 2 (อังกฤษ: Ong Bak 2) เป็นภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้ ที่นำแสดงโดย ทัชชกร ยีรัมย์ เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของ องค์บาก ของสหมงคลฟิล์ม ซึ่งกำกับโดยปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในตลาดต่างประเทศ

ภาพยนตร์เขียนบทและกำกับโดย ทัชชกร ยีรัมย์ ไอยราฟิล์ม โดยการสนับสนุนของพันนา ฤทธิไกร โดยมีการนำศิลปะการต่อสู้ของไทย มาผสมผสานกับศิลปะการแสดงโขน เริ่มถ่ายทำตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 มีกำหนดออกฉายช่วงต้นปี พ.ศ. 2551[1] แต่ภาพยนตร์ประสบปัญหาเนื่องจากเปลี่ยนผู้ควบคุมงานซึ่งเดิมคือ แวว ยีรัมย์ และ ธรัช ศุภโชคไพศาล ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งไอยราฟิล์มออก จึงทำให้เกิดปัญหาของการควบคุมงาน และปัญหาความล่าช้าในการถ่ายทำ และใช้งบประมาณบานปลาย จนต้องหยุดการถ่ายทำ และเกิดความขัดแย้งระหว่าง ทัชชกร ยีรัมย์ กับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว และบริษัท สหมงคลฟิล์ม จนต้องมีการเจรจาไกล่เกลี่ยกันหลายครั้ง

ได้เปิดตัวในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 และมีกำหนดการฉายอย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ทำรายได้รวมในประเทศไทย 102.29 ล้านบาท[2] วีซีดีและดีวีดีวางจำหน่าย วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552

เรื่องย่อ[แก้]

เหตุการณ์เกิดขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 เทียน (ทัชชกร ยีรัมย์) บุรุษผู้ถือกำเนิดมาพร้อมกับคำทำนายที่ว่า "จะเติบโตกาย ใต้วังวนแห่งคมดาบและกลิ่นคาวเลือด" เข่าเป็นหอก ศอกเป็นดาบ ทุกส่วนของร่างกายใช้เป็นสรรพาวุธสยบคู่ต่อสู้ให้พ่ายแพ้ไร้ข้อต่อรอง โดยการสอนของ "เชอนัง" (สรพงษ์ ชาตรี) หัวหน้ากองโจรผาปีกครุฑผู้ยิ่งใหญ่ที่ช่วยเทียนไว้จากตลาดการค้าทาส และสอนทุกศาสตร์ให้โดยหวังให้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้ากองโจรต่อไป แต่สิ่งเดียวที่เทียนต้องการ คือการเปิดสังเวียนเลือดล้างเลือด ล้างแค้นให้ผู้เป็นพ่อ (สันติสุข พรหมศิริ) ที่ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาณโดยฝีมือพระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง)

นักแสดง[แก้]

รางวัลในประเทศไทย[แก้]

ตารางสาขารางวัลที่ได้เข้าชิงรางวัล สีเขียวคือได้รับรางวัล สีแดงคือได้รับการเสนอชื่อแต่พลาดรางวัลไป

ผู้มอบรางวัล สาขารางวัล ผล
รางวัลสุพรรณหงส์ ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม

(ทัชชกร ยีรัมย์)

เสนอชื่อเข้าชิง
ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

(ณัฐดนัย กองทอง)

เสนอชื่อเข้าชิง
ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

(สรพงษ์ ชาตรี)

ได้รับรางวัล
ลำดับภาพยอดเยี่ยม

(ศราวุธ นะคะจัด), (นนทกร ทวีสุข)

เสนอชื่อเข้าชิง
บันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม

(สุนิตย์ อัศวินิกุล)

เสนอชื่อเข้าชิง
กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม

(เอก เอี่ยมชื่น), (บรรพต งามขำ), (สุประสิทธิ์ ภูตะคาม)

เสนอชื่อเข้าชิง
ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

(ชาติชาย ไชยยนต์)

เสนอชื่อเข้าชิง
แต่งหน้ายอดเยี่ยม

(ภูษณิศา กิติเกรียงไกร)

เสนอชื่อเข้าชิง
รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

(สรพงษ์ ชาตรี)

ได้รับรางวัล
กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม

(เอก เอี่ยมชื่น), (บรรพต งามขำ), (สุประสิทธิ์ ภูตะคาม)

เสนอชื่อเข้าชิง
ลำดับภาพยอดเยี่ยม

(ศราวุธ นะคะจัด), (นนทกร ทวีสุข)

เสนอชื่อเข้าชิง
คมชัดลึก อวอร์ด นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

(สรพงษ์ ชาตรี)

ได้รับรางวัล
เฉลิมไทยอวอร์ด นักแสดงชายในบทนำจากภาพยนตรไทยแห่งปี

(ทัชชกร ยีรัมย์)

ได้รับรางวัล
ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ภาพยนตร์แห่งปี ได้รับรางวัล
ท็อปอวอร์ด ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

(ทัชชกร ยีรัมย์), (พันนา ฤทธิไกร)

เสนอชื่อเข้าชิง
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้รับรางวัล
ดารานำชายยอดเยี่ยม

(ทัชชกร ยีรัมย์)

เสนอชื่อเข้าชิง
สตาร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ อวอร์ดส์ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

(สรพงษ์ ชาตรี)

ได้รับรางวัล


อ้างอิง[แก้]

  1. Payee, Parinyaporn (2006-11-30). "High-kicking khon". The Nation (Thailand). สืบค้นเมื่อ 2007-06-11. 
  2. มยุรี อำนวยพร, ที่สุดของหนังเด่น-หนังโดนแห่งปี dailynews.co.th

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]